บทที่ 93 แผนการอันแนบเนียน
ชิว เหวินเจี้ยน ที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย จึงคิดที่จะเดินเข้าไปชมสักเล็กน้อย ‘หืม...ดูเหมือนว่าข้าจะได้ที่ไปซะแล้วสิ’
หลังจากที่ ชิว เหวินเจี้ยน เดินมาถึง เขาก็มองเห็น ฝั่งหนึ่งมีคนอยู่สองคน ท่าทางดูดีมีชาติตระกูล กับอีกคนที่นอนกองอยู่ที่พื้น ดูเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ มันขาดรุ่งริ่งเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าเกิดจากการต่อสู้ หรือเพราะมันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรก แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เป็นอะไรที่น่าสนใจสำหรับ ชิว เหวินเจี้ยน เพราะถ้าที่ไหนมีเรื่องกัน ชิว เหวินเจี้ยน จะต้องอยู่ที่นั่นด้วยตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะเขาอยากจะเห็น แต่เพราะโชคชะตาเล่นตลก ที่ทำให้เขาต้องเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้อยู่เรื่อย
แต่จู่ๆ ก็ได้มีเสียงของผู้ที่ใส่ชุดดูดีมีชาติตระกูล ดังขึ้นมา “เอาหละ วันนี้ข้าจะพอแค่นี้ก่อนก็ได้...กลับกันได้แล้ว!!” เขาได้หันกลับไปสั่งลูกน้องที่ติดตามเขามา ด้วยท่าทางที่ไม่พอใจ
“ขอรับนายน้อย”
หลังจากที่กล่าวจบ ทั้งคู่ก็ได้เดินเข้าไปข้างในปราสาท โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องขออนุญาตผู้ใดเลยด้วยซ้ำ นั่นแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งที่สูงส่งของเขาอย่างแน่นอน ซึ่งคนธรรมดา ไม่สามารถเข้าไปข้างในตัวปราสาทของเมืองหลวงแห่งนี้ได้เลย
หลังจากที่พวกมันไปกันแล้ว เหล่าชาวบ้านก็ได้แต่เดินเข้ามาให้ความช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง...”
“ให้ข้าเรียกแพทย์มารักษาให้ไหม...”
“พวกคนของตระกูลหนี่ พวกมันร้ายกาจจริงๆ”
หลังจากที่ ชิว เหวินเจี้ยน ได้ฟังอยู่เฉยๆ เขาก็ได้รู้ว่าสองคนที่เดินเข้าปราสาทไป เป็นใครกันแน่ ‘ตระกูลหนี่ จอมมารลำดับที่6!... ถึงว่า ทำไมพวกมันถึงกล้าโจมตีผู้คนในสถานที่แห่งนี้’
หลังจากนั้นเพียงไม่นาน ผู้ชายรูปร่างใหญ่โต ที่เคยโดนพวกตระกูลหนี่อัดจนกระเด็น ก็ได้ลุกยืนขึ้น และกล่าวกับทุกคนว่า “ข้าจะต้องขอโทษทุกคนด้วย ที่ทำให้ร้านค้าพังเสียหายไปหมด เอาไว้ข้าจะนำเงินมาชดใช้คือให้กับพวกท่านทุกคนในวันพรุ่งนี้...”
เมื่อพวกชาวบ้านได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็รีบกล่าวปฎิเสธในทันที
“โอ้...เจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องชดใช้อะไรพวกเราหรอก เพราะถ้าเกิดไม่ได้เจ้าช่วยเอาไว้ พวกเราก็คงจะโดนหนักกว่านี้เสียอีก”
“ถูกต้อง พวกเราต่างหากที่จะต้องตอบแทนน้ำใจของเจ้าด้วยซ้ำ ที่ช่วยมารับหน้ากับตระกูลหนี่ ให้กับพวกเรา”
“ใช่ ใช่ พวกเราก็คิดแบบนั้นเช่นกัน เพราะอย่างนั้น เจ้าไม่จำเป็น ที่จะต้องเป็นห่วงเรื่องร้านค้าของพวกเรา เจ้ากลับไปรักษาตัวก่อนเถิด และถ้าเกิดมีอะไรให้ข้าช่วยเหลือก็บอกมาได้เลย ข้าเต็มใจที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่...”
“ข้าด้วย...”
“ข้าก็พร้อมจะช่วยเหลือเจ้าเช่นกัน...”
ดูเหมือนว่าทุกคนจะรักชายหนุ่มคนนี้มากซะเหลือเกิน มีแต่ ชิว เหวินเจี้ยน เท่านั้น ที่ดูยังไงไอ้หมอนี่มันก็ไม่ใช่คนดีเลยด้วยซ้ำ
หลังจากที่ชายหนุ่มเสื้อผ้าขาด ได้เดินออกไปตามทาง เขาก็ทำท่าทางลับๆล่อๆ แล้วก็แอบเข้าไปในซอกที่ลับตาคน
แล้วหลังจากนั้น ก็ได้มีบทสนทนากันเกิดขึ้น
“ฮึ ฮึ ฮึ...เจ้าทำได้ดีมาก ตรงตามแผนที่พวกเราวางกันเอาไว้เปะเลย”
“แน่นอนอยู่แล้ว...แผนการนี้ ข้าจะต้องออกโรงเพื่อปกป้องประชาชนของเมืองหลวง และหลังจากนั้น ข้าก็จะถูกมองว่าเป็นวีรบุรุษยังไงหละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า~”
“แล้วหลังจากนี้พวกเราจะเอายังไงกันต่อดี เรื่องตระกูลหนี่ ที่พวกมันจ้องจะเล่นงานพวกเราอยู่ก่อนแล้ว...”
“ข้ามีแผน...” และแล้ว คนที่เป็นหัวหน้าก็กระซิบบอกแผนลูกน้องของพวกมัน
“เข้าใจหละ พวกเราจะดำเนินการตามแผน”
“ตกลง ตรวจดูการเคลื่อนไหวของพวกมันให้ดี อย่างให้คาดสายตา...”
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
เหล่าคนที่กำลังแอบวางแผนอย่างลับๆ ก็ได้หายตัวกันไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งพลังยุทธ์ของพวกมันแต่ละคน จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
‘ข้าคิดถูกแล้วสินะที่ตามมันมา ที่แท้พวกมันก็เป็นพวกกองโจรระดับสูงนี่เอง...ตระกูลหนี่หรือ ฮึ ฮึ ฮึ ข้าจะคอยดูว่าพวกมันจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร’ ชิว เหวินเจี้ยน ได้รอดูการแสดงสนุกๆต่อไป เนื่องจาก 2ขุมกำลังใหญ่ กำลังที่จะก่อสงครามกันขึ้นมาเสียแล้ว
ส่วนพวกกองโจรว่ากันว่ามีด้วยกัน2ระดับ ถ้าเป็นพวกกองโจรระดับต่ำ พวกมันจะไม่ค่อยต่างจากชาวบ้านธรรมดาๆเสียเท่าใดนัก เนื่องจาก พวกมันทำแค่ปล้นชิงสิ่งของ และฆ่าคนบริสุทธิ์เท่านั้น
ส่วนกองโจรอีกระดับ หรือก็คือระดับสูง ขุมกำลังของพวกมันมีฐานะที่เทียบเท่ากับเมืองหลวงได้เลย เพราะถึงอย่างนั้น ถ้าเกิดพวกมันทำอะไรผิดขึ้นมาจริงๆ เมืองหลวงจะไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น เนื่องจากพวกเขามีปัญญามากพอ ที่จะไม่ทำสงครามเพื่อคนส่วนน้อย
ส่วน ชิว เหวินเจี้ยน ที่รู้เรื่องราวพวกนี้อยู่ก่อนแล้ว เขาจึงคิดที่จะรอคอยเรื่องสนุกๆที่กำลังจะเกิดขึ้น นั่นก็คือ สงครามระหว่าง จอมโจร และ ตระกูลจอมมารลำดับที่6 ตระกูลหลี่็น