หญิงสาวชุดขาวคลุมหน้ารับฟังเรื่องราวด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งมิเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย หลับตาครู่หนึ่งแล้วกล่าวออกมาด้วยสุ้มเสียงอันไพเราะนุ่มนวล
"อากังหยางถือเป็นผู้มีพระคุณต่อท่านพ่อ หากแม้นไม่ได้ท่านอาช่วยเหลือท่านพ่อไว้ ในวันนี้ก็อาจมิมีผู้บุตร การถือกำเนิดเป็นชาวยุทธย่อมต้องยึดถือคุณธรรมเป็นที่ตั้ง มีคุณต้องทดแทนมีแค้นย่อมชำระ มิอาจมีเหตุผลหลีกเลี่ยงให้ปฏิเสธได้ ในเมื่อท่านพ่อได้มีพันธะสัญญาไว้กับผู้มีพระคุณ ผู้บุตรย่อมมีหน้าที่ต้องทดแทน"
"แม้เขาผู้นั้นจะอ่อนแอ พิการหรือด้อยค่าเช่นไร ขอเพียงเขาเป็นคนดีที่ยึดมั่นในคุณธรรมมิเป็นคนชั่วร้าย ผู้บุตรไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธพันธะสัญญาของบิดาได้ และการที่เขามีชีพจรลมปราณที่ไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่กำเนิด มิอาจเรียนรู้ด้านการฝึกยุทธให้ก้าวหน้าได้เช่นบุคคลอื่น ก็มิใช่ความผิดของเขา จึงมิมีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธและยกเลิกพันธะสัญญาที่ท่านพ่อกับอากังหยางได้สร้างไว้ บุตรพร้อมทำตามพันธะสัญญานี้ด้วยความเต็มใจ ทั้งจะดูแลช่วยเหลือเขาตลอดไป..ตระกูลหยางมิอาจเสียเกียรติได้..!!..ท่านพ่อมิต้องลำบากใจ"
ได้รับคำตอบอันเด็ดเดี่ยวของผู้เป็นบุตรีชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"เฮ่อ..."
ทุกคำสนทนาของชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองและสตรีสาวคลุมหน้ามิอาจเล็ดรอดไปจากสัมผัสในปัจจุบันของกังหลงได้ ใจความของเนื้อหาของการสนทนาทำให้กังหลงต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย เนื่องจากฟังดูแล้วบุคคลที่ทั้งสองกล่าวถึงย่อมเป็นเรื่องราวของตนเองและบิดามิอาจผิดพลาดแม้แต่น้อย
"สตรีที่เข้มแข็งนัก..!!"
.......................................................................................................................................
การต่อสู้ของกลุ่มบุรุษทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป
หลังจากทั้งสองโดนโจมตีอย่างกระทันหันจากหยางเช็งซี เยี่ยนซื่อหันไปมองสบตากับเยี่ยนซานผู้เป็นน้อง แค่เห็นสายตาต่างก็รู้ว่าควรทำเช่นไร หากจะนำตัวเจ้าขยะตระกูลกังไปคุกเข้าต่อหน้าหม่าซานได้ตามที่พูดไว้ จำเป็นต้องกำราบเจ้าหนุ่มร่างใหญ่เบื้องหน้านี้เสียก่อน
แม้เจ้าหนุ่มเบื้องหน้าจะมีพลังขั้นย่อยที่สูงกว่าแต่ก็ยังอยู่ที่ระดับปราณเดียวกัน หากตนสองพี่น้องร่วมมือกันคงกำราบได้ไม่ยาก ครานี้ทั้งสองโคจรพลังเตรียมอย่างเต็มที่พุ่งทะยานออกไปพร้อมกันอย่างรวดเร็ว
"หมัดกระเรียนพิฆาต ..!!"
แม้ทั้งสองจะรวดเร็วแต่หนุ่มร่างใหญ่กลับรวดเร็วยิ่งกว่า หยางเชียงซีแม้จะดูภายนอกร่างใหญ่เทอะทะแต่ท่าร่างกลับมิได้ช้าตามรูปร่าง ขยับกายวูบเดียวมาอยู่เบื้องหน้าสองพี่น้องตระกูลเยี่ยน โคจรพลังปราณเต็มเปี่ยมพร้อมง้างเท้าอันใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ เตะกวาดรับสองร่างที่พุ่งทะยานมาทันที .!!
"บาทา...กวาดบรรพต..!!"
"เปรี้ยง..!!"
ร่างทั้งสองที่พุ่งมาอย่างรวดเร็ว กระเด็นกลับหลังย้อนทางเดิมด้วยความเร็วที่ยิ่งกว่าตอนพุ่งมา ผู้คุ้มกันชุดขาวเห็นเช่นนั้นรีบทะยานกายรับสองร่างที่กระเด็นกลับมา
ด้วยแรงต้านรุนแรงที่มาพร้อมนี้กลับทำให้นักสู้ระดับปราณขุนพลระดับสามขั้นสุดต้องถอยกายไปหนึ่งก้าว กว่าจะยืนหยัดได้มั่งคง สีหน้าเปลี่ยนสีนิดหนึ่ง นับเป็นพลังภายนอกที่กล้าแข็งนัก
หากตนปะทะชายหนุ่มร่างใหญ่เบื้องหน้าด้วยพลังเพียงภายนอกก็มิแน่จะกำราบได้เช่นกัน ก้มมองสองนายน้อยข้างกายบัดนี้ได้รับบอบช้ำภายในเล็กน้อยแล้วมุมปากทั้งสองมีโลหิตไหลซึมออกมา
ชายชุดขาวทราบว่านายน้อยทั้งสอง ด้วยความที่ถูกตามใจ จึงมิค่อยสนใจฝึกปรือวิชาฝีมือมากมายนัก เอาแต่เที่ยวสำมะเลเทเมา เกี้ยวสตรีไปวัน ๆ ชอบอาศัยบารมีตระกูล ข่มเหงผู้คนไปทั่ว
ยิ่งได้มารวมกลุ่มกับนายน้อยตระกูลหม่าก็ยิ่งกระทำตัวเหลวไหลไปใหญ่ ขาดการฝึกปรือพื้นฐานพลังจึงขาดความหนักแน่นและมั่นคง
หากดูจากระดับปราณชายหนุ่มร่างใหญ่ที่อยู่วัยเดียวกันแม้อยู่ระดับปราณเดียวกันแต่พื้นฐานและความหนักแน่นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แม้นายน้อยทั้งสองของตนจะร่วมมือกันก็คงมิอาจทำอันใดกับอีกฝ่ายได้
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างมิเจียมตัวนัก พวกเจ้าทั้งสองอย่าเข้ามารบกวนการดื่มสุราของข้ากับสหายข้าอีก มิเช่นนั้นครานี้ข้าจะทำให้เจ้าทั้งสองคลานกลับไป"
หยางเชียงซีหัวเราะพร้อมเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะยกสุราดื่มต่ออย่างกระหาย
"หมัดคู่สยบคชสาร กับบาทากวาดบรรพต ของน้องชายเจ้าดูจะรุดหน้าขึ้นอีกระดับแล้ว..!! เจ้าเด็กผู้นี้แม้จะเสเพลชอบหนีเที่ยวยังคงไม่ทอดทิ้งการฝึกปรือฝีมือ แม้พรสวรรค์มิอาจเทียมเท่าเจ้า แต่ด้วยพื้นฐานร่างกายผิวหนังกระดูกแข็งแกร่งมาแต่กำเนิด หากขยันทุ่มเทการฝึกฝน ภายภาคหน้าย่อมมีความสำเร็จสามารถท่องเที่ยวในยุทธภพได้อย่างไม่ลำบาก หงษ์ยี้เจ้ามีความั่นใจเรื่องการทดสอบพรุ่งนี้แค่ไหน"
"หากมิพบเจออัจฉริยะที่แท้จริงมากมายมาทดสอบ ข้าคงอาจมีโอกาสติดหนึ่งในห้า..!! ท่านพ่ออย่าคาดหวังจนมากเกินไป แต่ข้าจะพยายามทำให้เต็มที่"
อีกมุมหนึ่งชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทอง และหญิงสาวเรือนร่างงดงามชุดขาวปิดบังโฉมหน้า กำลังมองมายังกลางห้องที่มีการปะทะกัน พร้อมทั้งพูดคุยวิจารณ์ถึงการต่อสู้และเรื่องอื่นอย่างสงบ
"ฮึ่ก .. ท่านอาฮกช่วยจัดการแทนพวกข้าด้วย หากไม่หักแขนหักขามันอย่างละข้าง ข้าจะกลับไปฟ้องท่านพ่อ "
"ใช่ ท่านอาต้องจัดการมันให้พวกเรา ตระกูลเยี่ยนมิอาจโดนหยามหยันแบบนี้ ต้องสั่งสอนมัน"
ทั้งสองฝืนกลืนโลหิตที่กระอักออกมา กล่าวอย่างอาฆาตพร้อมบีบบังคับให้นักสู้ชุดขาวลงมือกับฝ่ายตรงข้าม ชายที่ถูกเรียกว่าอาฮกมุ่นคิ้วและส่ายศีรษะอย่างเอือมระอาก่อนก้าวขาเดินออกไป
"ท่านอาฮกยังมิต้องลงมือ..!! ให้ข้าออกไปทดสอบดูสักครา อยากจะรู้นักว่าเจ้าสวะตระกูลกังจะมีสหายคอยปกป้องคุ้มครองเก่งกาจแค่ไหน เมื่อห้าเดือนก่อนข้ายังเหยีบย่ำมันอยู่ใต้เท้าได้ ดูซิ..!!วันนี้มันจะหลีกหนีพ้นจากสภาพเช่นกาลก่อนได้หรือไม่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
หม่าซานผู้ยืนกอดอกดูอยู่อย่างสงบนิ่งก่อนหน้านี้ กล่าวขึ้น จากการประเมินระดับปราณของชายหนุ่มร่างใหญ่รุ่นราวคราวเดียวกับตนที่ประกาศตนว่าเป็นสหายของไอ้ขยะที่ตนเคยเหยียบย่ำมานับครั้งไม่ถ้วน ..
มีระดับปราณอยู่ระดับเดียวกับตนระดับปราณขุนพลระดับสองขั้นสุดเช่นกันเป็นบุคคลที่ตนมิเคยเห็นหน้าคงต้องเป็นคนต่างถิ่นที่เพิ่งเข้ามายังเมืองเหอหนาน
มิทราบภูมิหลังของคนผู้นี้เป็นเช่นไรดูจากพลังที่กล้าแกร่งที่แสดงออกมาผู้อยู่เบื้องหลังคงย่อมมิต่ำทรามเป็นแน่หม่าซานมิใช่คนโง่ที่ไร้สมองใช้แต่อารมย์เช่นสองพี่น้องตระกูลเยี่ยน หากพบสิ่งใดมิมีความั่นใจก็มิประมาท
จึงอยากจะหยั่งเชิงดูอีกฝ่ายว่าความเป็นมาเป็นเช่นไร ดังนั้นจึงก้าวออกมาพร้อมกล่าวห้ามผู้คุ้มกันของสองพี่น้องตระกูลเยี่ยนไว้ และกระซิบถามผู้คุมกันชุดดำข้างกายตน
"ท่านอาเส้าเหวินท่านสังเกตุออกหรือไม่ เด็กหนุ่มร่างใหญ่นั้นใช้พลังฝีมือแนวทางตระกูลใดข้ามิเคยพบเห็นมาในเมืองเหอหนานของเรา ?"
ผู้คุมกันชุดดำส่ายหน้าครุ่นคิดชั่วครู่ พร้อมกล่าวเบา ๆ
"ข้ามิเคยเห็นท่วงท่าแบบนี้คงมิใช่วิชาฝีมือของตระกูลในเมืองเหอหนานแน่นอน แต่ข้าคลับคล้ายคลับคราว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออก นายน้อยหม่าระวังตัวไว้หน่อยก็แล้วกันดูท่าท่างแล้วเด็กหนุ่มคนนี้คงไม่ได้อ่อนด้อยกว่าท่านเป็นแน่ "
กังหลงยังคงนั่งแย้มยิ้ม ชนแก้วสุรากับหยางเชียงซีผู้เป็นสหายใหม่ นึกนิยมในความกล้าหาญและไม่สนใจสิ่งใดของสหายผู้ที่เพิ่งพบเจอคนนี้
และได้เห็นการแสดงออกจากใจจริงมิอำพรางเสแสร้งต้องการปกป้องตนผู้เป็นสหายใหม่ที่เพิ่งพบเจอโดยไม่ลังเลและเกรงกลัวปัญหาใดๆ ตั้งแต่โตมาจนบัดนี้ นี่นับเป็นคราแรกที่ตนมีคนที่คอยปกป้องตนนอกจากบิดามารดาและน้องสาว น้ำใจจากมิตรสหายเป็นเช่นนี้เองรึ หลังจากนี้คงต้องหาโอกาสคบหาสหายผู้นี้ให้จริงจังแล้ว
"ฮ่า ฮ่า มาดื่มกันพี่หยางซีค่ำนี้ต้องดื่มให้หนำใจ"
"ดูท่าปัญหาจะยังไม่จบ ฮ่า ฮ่า หมดจอกนี้เดี๋ยวข้าจะจัดการปัญหารำคาญใจก่อน แล้วเราค่อยมาดื่มให้หนำใจ "
กล่าวจบดื่มสุราจนหมดจอกหยางเชียงซีลุกขึ้น เดินไปหาทางกลุ่มของหม่าซานและกล่าวขึ้น