วันนี้เป็เช้าวันศุกร์ ซึ่งก็เป็วันเปิดเทอมวันที่สองและเป็วันเกิดของยัยเอิร์ทมันตามที่ฉันรู้มาเมื่อคืน แต่แปลก..เช้าวันนี้ฉันไม่เห็นมันอีกแล้ว มันจะมีปัญหาอะไรกับที่บ้านรึเปล่านะ หรือคงจะต้องมาสายอีกแน่ๆ แต่ว่า..ฮื้ออ!!
ฉันนั่งคล้ำคางอยู่บนโต๊ะเรียนในห้อง มองทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง นั่งครุ่นคิดเหม่อลอยในใจอยู่นานจนถูกอาจารย์เรียกเข้า แต่ก็ยังดีที่อาจารย์ไม่ได้ว่าอะไร แค่ถามฉันว่า..
“นัทธมน..! เธอเป็อะไร ทำไมนั่งเหม่อลอย ไม่ตั้งใจดูที่ครูสอน”
“เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดเื่จะสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยอยู่ค่ะ”
หลังจากที่ฉันตอบคำถามนั้นไปอาจารย์ก็เลิกถามอีก เพราะฉันดึงสติกลับไปสนใจเรียนจนจบคาบ และคาบต่อไปเป็คาบที่้าเดินลงไปเรียนชั้นล่าง ซึ่งก็ต้องเดินผ่านห้องของยัยรุ่นน้องคู่หมั้นจอมวุ่นวายที่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีปัญหากับชีวิต
ตอนที่ยัยนั่นกลับถึงที่บ้านก็ไม่รู้ว่าจะมีเื่อะไรเกิดขึ้นรึเปล่า เพราะตอนที่เดินผ่านห้องมันนั้นฉันเหลียวมองผ่านหน้าประตูห้องแล้วก็ไม่เจอมันเลย มันทำให้ฉันเริ่มใจไม่ดีแล้วแฮะ มันจะเกิดเื่อะไรขึ้นรึเปล่านะที่เกี่ยวกับเื่เมื่อคืนนี้
แล้วนี่ฉันจะรู้สึกห่วงอะไรกับมันก็ไม่รู้..ไม่ได้เป็ไรกันสักหน่อย นอกจาก..คนรู้จัก
.
.
“โอ้ยย..!! ปากกานี่ก็เนาะ หล่นกลิ้งไปแม่งซะไกล..”
พิชญาที่พึ่งโผล่หัวขึ้นมาจากการเก็บปากกาใต้โต๊ะกล่าวขึ้นมา
“อาจารย์คะ ขอไปเข้าห้องน้ำค่ะ”
“อะ..เชิญ”
“ขอบคุณค่ะ”
ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องเรียน
“ขอไปด้วยอีกคนค่ะ”
“เชิญ..”
ลุกเดินตามหลังพิชญาออกไป
“ไปด้วนอีกคนค่ะ”
“ไม่ได้..ไปทีละสองคนพอ รอให้สองคนนี้กลับมาก่อนแล้วค่อยไป”
.
.
.
“เอิร์ท..”
“รีบพูดมา..”
พิชญาก่อนแล้วเอนตัวไปนั่งอิงบนซิงค์ล้างมือในห้องน้ำ
“เธอแม่ง..ทำไปได้ไงเมื่อวาน ไปกับยัยนั่นทั้งที่ฉันยังอยู่ตรงนั้น”
เมื่อหญิงสาวคนนั้นกล่าวจบพิชญาก็ตวัดหางตามองเธอคนนั้นั้แ่หัวจรดปลายเท้าก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“ฉันว่าเธอเข้าใจผิดอะไรไปแล้วรึเปล่า เื่ของเรามันจบไปนานแล้วนะ ฉันจะทำอะไรกับใครที่ไหนก็ได้ ไม่เกี่ยวกับเธอ..”
“มันจะไม่เกี่ยวได้ไง นี่ฉันก็เมียเธอเหมือนกัน”
“แปปนะ เราตกกันแล้วไม่ใช่หรอ ว่าเป็เซ็กส์แบบไม่ผูกพัน ละอายใจกับคำพูดตัวเองหน่อยมั้ยคะ หลายๆคนเค้าก็โอเคกันหมด ก็มีแต่เธอนี่แหละ”
เพรี๊ยะะ!!
“เจ็บนะเฟ้ยย..”
“เอ่ออ..ขอโทษ เข้ามาผิดจังหวะ”
พิชญาหันหลังกลับหลังจากที่มีบุคคลที่สามเพิ่มเข้ามาโดยบังเอิญและกำลังจะปิดประตูห้องน้ำออกไป แต่พิชญาก็เดินออกไปจากห้องน้ำ ตามด้วยผู้หญิงที่เธอยืนคุยด้วยอีกคนเสียก่อน
“อะไรกันวะ..! กูนึกว่าจะเปิดฉากตบกันซะแล้วสิ”
.
.
พิชญาเดินเดินทอดสายตามองลงไปข้างล่างอาคารเรียนก็ได้สังเกตเห็นนัทธมนกำลังเดินไปเรียน ซึ่งวิชาที่เรียนนั้นก็น่าจะเป็วิชาพละจึงต้องลงไปข้างล่าง เธอจึงนึกสนุกขึ้นมากได้อย่างหนึ่งนั่นก็คือ.....การะโเรียกชื่อของนัทธมน
“รุ่นพี่..นัทธมน ขอบคุณนะสำหรับเมื่อวาน”
เมื่อจบประโยคแล้วเธอก็รีบหลบลงหลังระเบียงเพื่อไม่ให้ใครเห็น แต่ทว่ากลับโดนอาจารย์ที่สอนอยู่ในห้องซึ่งก็ไม่ใช่ห้องตัวเองเรียกไปตักเตือน เพราะร้องเสียงดังบนอาคารเรียนโดยไม่เกรงใจคนอื่นที่กำลังเรียนอยู่
ส่วนอีกด้านนึงทุกคนที่กำลังเดินไปเรียนอยู่ด้านล่างต่างพากันหันขึ้นไปมองบนอาคารเรียนเพื่อจะมองหาต้นเสียง
“มึง..ใครเรียกมึงวะ”
“เสียงคุ้นๆนะ”
“อย่าบอกนะว่าเสียงเอิร์ท น้องที่อยู่ข้างบ้านฉันน่ะ”
เสียงของนุ่นพูดเสริมไวน์และแพรที่เป็คนเปิดประเด็นคำถามขึ้นมา
“ก็มีคนเดียวมั้ยที่ชอบเรียกคนอื่นแบบนั้นน่ะ”
นัทธมนกล่าวจบ เพื่อนร่วมห้องของเธอที่เป็ผู้ชายก็เดินเข้ามาหา
“เฮ้ยนัท..เสียงเหมือนน้องเสีบงเอิร์ทเปล่าว่ะ มึงไปทำอะไรกับน้องมันมาวะ ทำไมน้องมันถึงร้องขอบคุณมึงแบบนั้น เมื่อวานยังเห็นเกือบจะตีกันอยู่เลยนะ”
“แล้วมึงเสือกไรด้วยวะ”
“ก็แบบ..กูชอบว่ะ อยากได้เบอร์ ขอเบอร์น้องเอิร์ทหน่อย”
“กูไม่มี..”
รีบตอบปฏิเสธเสียงแข็งในทันที
“เฮ้ยไรวะ แค่บอกไม่มีแค่นี้ทำไมต้องขึ้นเสียงใส่กูด้วย”
“เปล่า..ถ้าแกอยากได้แกก็ไปขอเอง”
รีบเดินไปจากจุดนั้นในทันที
“อ้าวว..ยัยนี่ กูเคยไปแล้วเว้ย เคยจะจีบด้วย.............แต่กูโดนน้องมันปฏิเสธ”
“เื่ของแก..สมน้ำหน้าเว้ย”
ะโบอกกับเพื่อนผู้ชายที่อยู่ร่วมห้องเรียนเดียวกัน
ฉันก็นึกว่าจะไม่มาโรงเรียนแล้วซะอีก ก็เพราะฉันมองไม่เห็นมันนี่นาฉันถึงได้คิดไปเองว่าวันนี้มันคงจะไม่มาซะแล้ว แต่ในเมื่อมาแล้วก็ไม่จำเป็ต้องร้องเสียงดังบนอาคารเรียนแล้วตัวเองก็หายไป และทำให้ฉันต้องอายก็ได้ป่ะวะ
หลังจากเรียนจบภาคเช้ามันก็ไม่ได้หนีไปไหน ตามมาป่วนฉันที่โรงอาหารเหมือนเดิม แต่ว่าฉันไม่ได้ตอบโต้อะไรเพราะวันนี้คือวันของมัน ปล่อยมันไปก่อน คงจะไม่ทะเลาะกับมันไปอีกหลายวัน เพราะฉันคิดว่ามันก็คงจะได้กับเื่ราวแย่ๆมามากพอแล้ว
“เน่..รุ่นพี่ จะไม่ตอบโต้อะไรฉันมาหน่อยหรอ ฮื้ออ..น่าเบื่ออ่ะ”
“ไม่อยากทะเลาะด้วย”
“ฉันก็ไม่ได้กวนประสาทสักหน่อย แค่อยากคุยด้วย”
“เอิร์ทๆ เกรงใจพี่บ้างหน่อย อย่าคุยแต่กับมันคนเดียวดิ”
“แหมม..พี่นุ่น เราก็เจอกันคุยกันทุกวันอยู่แล้วป้ะ ก็บ้านเราอยู่ติดกันนี่นา พี่ช่วยบอกฉันหน่อยดิ ทำไงจะจีบพี่นัทติดอ๋อ”
“เปย์เก่งง..”
นัทธมนรีบพูดแทรกจึ้นมาก่อนที่นุ่นเพื่อนของเธอจะตอบตำถาม
“ทุกวันนี้ฉันก็เปย์รุ่นพี่ทุกอย่างอยู่แล้วป้ะ เย็นนี้ไปเที่ยวกัน”
“วันนี้วันเกิดเธอนี่ จะไปด้วยก็ได้..ถือซะว่าเป็ของขวัญวันเกิด”
นัทธมนตอบตกลงที่จะไปในขณะที่เพื่อนๆของเธอต่างหันหน้ามองกัน
“ว้าา..!! รู้สึกเป็ส่วนเกินยังไงก็ไม่รู้..”
แพรเพื่อนของนัทธมนอีกคนกล่าวขึ้นมา
“เออ..นั่นดิๆ”
ไวน์กล่าว
“ฉันว่าเราสามคนย้ายที่นั่งเถอะ ปล่อยให้คนนั่งขายขนมจีบกันอยู่ตรงนี้แหละ”
“ใช่ๆ อยู่ไปก็พาลแต่จะเป็ก้างขวางคอเค้าเปล่าๆเนาะ”
ทั้งสามสาวพร้อมใจกันลุกออกจากที่นั่งไปหาที่นั่งที่ไม่ค่อยจะไกลกันนัก
โอเค..!! หลังจากนั้นแล้วฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไปก็เลยนั่งทานข้าวอยู่กับมันแค่สองคนนั่นแหละ พอหลังจากทานข้าวเสร็จมันก็ไป ไม่ได้ทำให้ฉันต้องอึดอัดอะไร แต่มันก็น่ารำคาญอยู่บ้างแหละ ก็แม่งมาได้แทบทุกวันไม่เบื่อบ้างเลยรึไงก็ไม่รู้..
พอเรียนจบ่บ่ายมันก็ไปซ้อมสแตนพวกเด็กๆม.1 ต่อ ซ้อมเสร็จมันก็วิ่งมาเรียกฉันที่นั่งรอมันอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนแล้วก็ไปกัน
แต่ก็ยังถือว่าเป็โชคดีของฉันที่ปีนี้อยู่ม.6 เพราะเป็ปีสุดท้ายแล้วที่จะเรียนต่อที่นี่ และเทอมสองนี้ก็ไม่ค่อยจะได้มาโรงเรียนอยู่แล้วเพราะต้องลาโรงเรียนไปหาที่สอบเพื่อจะได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยต่อไป
มันกับฉันออกมาเที่ยวกันจนดึกดื่นอย่างเช่นเมื่อวาน
“อยากลองขับเฟอร์รารี่บ้างจังเลยอ่ะ แต่ว่าน่าเสียดายที่ฉันยังขับรถไปเป็”
“รุ่นพี่ขับรถเป็ป้ะ”
“ไม่เป็..ถามไม”
“อยากลองขับดูเปล้าล่ะ จะสอน..”
พอฉันคิดได้ยังไม่ทันไรมันก็ถามฉันขึ้นมาอย่างกับว่าอ่านความคิดฉันได้ยังไงยังงั้นแหละ แล้วฉันจะรออะไรอยู่อีกล่ะ ในใจตอนนั้นอยากจะลองหัดจับดูบ้าง แต่อีกใจนึงก็สั่งให้ฉันปฏิเสธและฉันก็ตอบปฏิเสธไป
“ไม่เป็ไร..มันดึกมากแล้ว มันอะไรไม่ค่อยเห็นหรอก เอาไวันเสาร์อาทิตย์สิ”
“เสาร์อาทิตย์หรอ จัดไปจ้า..เจอกันพรุ่งนี้อีกรอบ”
“จะสอนจริงดิ”
หันหน้าไปถามอย่างรวดเร็ว
“อื้ออ..อ้าา....!! หิวอีกแล้วอ่ะ แถวนี้มีไรกินบ้างน้าา”
เมื่อกล่าวจบสายตาก็รีบสอดส่องมองซ้ายขวาเพื่อหาของกินข้างทาง
“เจอแล้วว..ไปกินกันๆ”
รีบเปิดไฟเลี้ยวเพื่อขอทางเข้าไปจอดรถข้างทางแล้วลงจากรถเดินไปฝั่งคนนั่งแล้วจับแขนนัทธมนวิ่งไปยังร้านที่้า
“นี่อะไรเนี่ย ช้าๆหน่อยสิ”
“อ่าโทษทีๆ”
“ดึกขนาดนี้แล้วนะ กระเพาะเธอทำด้วยอะไรห๊ะเนี่ย ทำไมยังหิวอยู่อีก ไม่กลัวตัวเองจะอ้วนรึไงกัน”
“ไม่อ่ะ!! จะกินด้วยป้ะ จะได้สั่งสองถ้วย”
“สองถ้วย อย่าบอกนะว่าจะนั่งกิน..”
“อาาา..ใช่”
ยิ้มออกมาอ่อนๆ
“ไม่อ่ะ”
“ระวังเห็นฉันกินแล้วจะหิวตามนะ ลุงคะขอโจ๊กสองถ้วยค่ะ”
“นี่บอกแล้วไงว่าไม่กินด้วย จะสั่งมาสองถ้วยทำไม”
“เปล่าสั่งให้..แต่จะกินคนเดียวต่างหาก สองถ้วยนะค่ะลุง”
“ลุงไม่เห็นนานเลยนะ”
พิชญาส่งยิ้มให้ลุงเ้าของร้าน
“สองถ้วยใช่มั้ย เดี๋ยวไปนั่งรอก่อนนะ โต๊ะว่างตรงนั้นเลย เดี๋ยวลุงเอาไปเสิร์ฟ”
“ขอบคุณค่ะ”
จับมือพานัทธมนไปนั่งรอได้สักพักลุงเ้าของร้านก็เปิดคนถือถ้วยโจ๊กมาเสิร์ฟเองถึงที่
“ทานให้อร่อยนะ แล้วนี่เพื่อนหรอ”
“เปล่าหรอกค่ะ เป็รุ่นพี่ที่โรงเรียนน่ะค่ะลุง..”
“อ่ออ..ลุงไปหน้าร้านต่อละ”
พูดจบลุงเ้าของร้านก็เดินจากไป
“จะไม่ลองกินจริงๆหรอ โจ๊กร้านนี้อร่อยจริงๆนะ”
“ไม่เป็ไร..หิวก็รีบกินเถอะ ดูท่าเธอกับลุงคนนั้นจะสนิทกันนะ”
“ใช่..! มี่นึงเคยมากินที่นี่บ่อยๆจนลุงแกจำหน้าได้ก็เลยสนิทกัน นี่ฉันเคยช่วยลุงแกขายของด้วยนะ”
“ไม่น่าเชื่อว่าลูกคุณหนูอย่างเธอก็ชอบทำอะไรแบบนี้ด้วย”
“ตัวเองก็เหมือนกันแหละ ลูกคุณหนูเหมือนกันนี่นา”
“แล้วว..! เื่เมื่อคืนวานเป็ยังไงหรอ”
“ก็ดี..ไม่มีอะไรมาก แค่ป๊าฉันอยากให้ฉันลองเข้าไปดูงานที่บริษัทดู อยากให้ฉันเรียนรู้ไว้ซะั้แ่ตอนนี้ ไม่รู้จะบอกว่าเป็เื่สำคัญทำไม เื่แค่นี้เอง”
กล่าวจบก็ตักโจ๊กเข้าปาก
“ท่านก็คงจะฝากความหวังกับเธอไว้จริงๆนั่นแหละ”
“แห่ะะ..! ไม่รู้จะยกบริษัทให้ฉันจริงรึเปล่า เผลอๆอาจจะยกให้ภาคิณก็ได้ ใครจะไปรู้..ก็คงแค่อยากจะให้ฉันช่วยน้องบริหารเท่านั้นเอง”
พิชญาพูดในน้ำเสียงโทนปกติที่เคยพูด ได้มีการเล่นเสียงหรือมีความโกรธแค้นใจแต่อย่างใด
“แต่ต่อให้ไม่ยกให้ฉันน่ะนะ ฉันก็ไม่คิดที่จะอยากได้อยากเอาอยู่แล้ว ทำธุรกิจ..เห้อะ!! ปวดหมองเปล่าๆ”
“ฮื้ออ..!! ฉันล่ะอุตส่าห์คิดเอาไว้สูงเลยว่าเธอจะเอาจริงเอาจังมากกว่านี้ ถ้าจะเล่นๆกับชีวิตอ่ะนะ เธอก็ไม่มีทางหาความสุขที่แท้จริงได้หรอก”
“ความสุขที่แท้จริงอ่ะหรอ จะหาไปทำไมกันเล่า รอให้ป๊าใส่ใจฉันก่อนเถอะ เพราะทุกวันนี้ก็ไม่มีใคร้าฉันอยู่แล้ว นอกจากป้าน้อยคนเดียว”
“ทำไมจะไม่มี..ก็ฉันคนนึงไงที่้าเธอ”
นัทธมนกล่าวแล้วพิชญาก็เงยหน้าขึ้นมามองหน้าเธอด้วยไม่คิดว่าจะได้ยินคำๆนี้ออกมาจากปากเธอ เพราะตัวเองก็เข้าไปป่วนในชีวิตประจำวันของเธอคนนี้อยู่แทบจะทุกวันจนเธออาจจะรำคาญตัวเองจนอยากให้หนีไปไกลๆเลยซะด้วยซ้ำ