ตอนที่45 ไฟที่เริ่มก่อเสียงฟ้าร้อง
ในฤดูหนาวปีเดียวกัน
ข่าว “ศึกซ่งหลิง” และชัยชนะของรัชทายาทหานอวี้จินแพร่ข้ามเขตแดนไปถึงตะวันตก
ข้ามแม่น้ำหลงเหอ ผ่านช่องเขาหลงเหมิน สู่ดินแดนที่เต็มไปด้วยผืนหินแข็งและสายลมรุนแรง—
แคว้นฉิน
แผ่นดินฉินตั้งอยู่ตะวันตกของหานเป็นแคว้นที่มีภูเขาล้อมรอบ เสบียงอุดม และทัพแข็งที่สุดในยุคจ้านกั๋ว
ในห้องโถงดำของ ราชสำนักฉินหลงไท่กง
เสียงฝีเท้าทหารดังสะท้อนทั่ว
ราชสีห์แห่งตะวันตก — ฉินอ๋องอู่หลาง (秦武朗) — ประทับอยู่บนบัลลังก์หินดำ
บนโต๊ะหินกลางท้องโถงมีแผนที่ทั้งเจ็ดแคว้นกางอยู่
แคว้นหานถูกวงล้อมด้วยสีแดงเข้ม มีคำว่า
「火器」 — “อาวุธเพลิง”
เขียนด้วยลายมือของเสนาธิการ
แม่ทัพใหญ่ ป๋ายเหวินเจา (白文昭) กล่าวเสียงขรึม
“ใต้หล้าไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าหานอวี้จินคือผู้สร้างเพลิงที่เผาเจ็ดหมื่นในคืนเดียว
หากปล่อยไว้ อีกไม่กี่ปี แคว้นหานจะมีอาวุธที่แค่เสียงก็ทำให้คนหนี”
ขุนนางอีกคนเสริม
“แม้แคว้นหานจะเล็กแต่ตั้งอยู่ระหว่างฉินกับจ้าว
หากมันเติบโต... จะกลายเป็นหอกที่แทงหลังฉินแน่”
ฉินอ๋องนิ่ง ฟังด้วยสายตาเยือกเย็น
แสงจากคบเพลิงสะท้อนในดวงตาเหมือนเปลวไฟ
“พวกเจ้าพูดถูก...แคว้นเล็กที่มีปัญญา
อันตรายยิ่งกว่าแคว้นใหญ่ที่มีเพียงกำลัง”
เสนาธิการผู้ลึกลับ
ชายร่างผอมในชุดผ้าดำก้าวออกจากเงามุมห้อง
เสียงฝีเท้าเบาราวลม แต่คำพูดเฉียบดั่งมีด
“ฝ่าบาท...เราไม่จำเป็นต้องยกทัพตอนนี้
เพียงส่ง ‘สายลม’ เข้าก่อนก็พอ”
ฉินอ๋องเหลียวมอง
“เจ้าหมายถึง... สายลับ?”
ชายผู้นั้นโค้งศีรษะ
“ส่ง ‘ทูต’มาเจรจาสันติภาพ
ขอซื้อสินค้าจากแคว้นหาน
ขอเยี่ยมชมโรงตีเหล็กและสำนักยุทธศาสตรา
ในคราบไมตรี... เราจะได้รู้ทุกสิ่งที่ต้องรู้”
แม่ทัพป๋ายเหวินเจาโต้ทันที
“แต่หานอวี้จินไม่ใช่คนโง่เขาจะรู้!”
“รู้...แต่ก็ขัดไม่ได้” ชายผ้าดำยิ้มบาง
“เพราะถ้าเขาปฏิเสธไมตรีจากฉิน
เขาจะถูกมองว่าโอหัง — และขัดใจราชสำนักตนเอง”
ฉินอ๋องหัวเราะเบา ๆ
“ยอดเยี่ยม... เจ้าคือเงาที่ข้าไว้ใจที่สุดเสนาธิการมู่หลิง (穆陵)”
แผนการลับแห่งฉิน
มู่หลิงคลี่แผนที่ออก
มือเรียวยาวของเขาวาดเส้นจากชายแดนฉิน–หานลงไปยังเมืองหลวงหานหลง
“ข้าจะส่งทูตนำของกำนัล— ม้าเหล็กพันตัว, หินเพลิงจากภูเขาตะวันตก, และแร่เงินขาว
อ้างว่าขอสร้างสัมพันธไมตรีและแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาการตีเหล็ก”
เขาหันไปยิ้มเย็น
“แต่แท้จริง...จะส่งคนของข้าแฝงเข้าไปเป็นล่ามและบันทึก
เพื่อเก็บข้อมูลของทุกสิ่งในสำนักยุทธศาสตรา
ตั้งแต่ขนาดเตาหลอม... ไปจนถึงส่วนผสมของดินไฟ”
ฉินอ๋องยกถ้วยสุราขึ้น
“หากเจ้าทำได้สำเร็จ...หานจะกลายเป็นหนังสือเปิด
และเมื่อถึงวันนั้น — เราไม่จำเป็นต้องสู้กับพวกมันเลย”
ทุกคนหมอบลงพร้อมกัน
เสียงของฉินอ๋องดังขึ้นก้อง
“ส่งทูตไปแคว้นหาน...ในอีกสิบห้าวัน”
คืนนั้นในค่ายทหารชายแดนฉิน
กองคาราวานถูกจัดเตรียมอย่างลับ ๆ
ทูตนำโดย กงซุนหยาง (公孫陽) — ข้าราชการผู้มากเล่ห์และพูดได้สิบภาษาท้องถิ่น
เขามองรายชื่อคนที่ร่วมทาง —
ในนั้นมี “บัณฑิตสามคน” “นักตีเหล็กสองคน” และ “ล่ามจากหาน”
แต่แท้จริง ทุกคนล้วนเป็นคนของมู่หลิง
“การเจรจาจะเป็นเพียงเวทีของการสอดแนม
ส่วนคำพูดสวยหรู จะเป็นเพียงกล่องห่อหิน”
เขากล่าวก่อนจะขึ้นม้า
ธงสีดำของแคว้นฉินโบกสะบัดกลางลมหนาว
ปลายธงมีสัญลักษณ์ดาบไขว้เหนือเปลวไฟ
“เมื่อเพลิงของหานลุกเราจะขโมยควันของมันมาใช้เอง...”
คืนเดียวกันนั้น ที่เมืองหานหลง
รัชทายาทหานอวี้จินยังคงเฝ้าเตาหลอมเหล็ก
ไม่รู้เลยว่า... ในขณะเดียวกัน ที่ตะวันตกไกล
เงาของฉินได้เริ่มเคลื่อนไหวมุ่งมาหาเขาแล้ว
ควันจากเตาหลอมลอยขึ้นฟ้า
เช่นเดียวกับควันแห่งการเมือง ที่เริ่มปกคลุมทั่วหล้าอีกครั้ง