เซียงหลินเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ครุ่นคิดขึ้นในใจ ตัวของคริมสันเฟรมอิจฉาในตัวของเขาอย่างมาก มากซะจนไม่สามารถระงับอารมณ์ของตนเองได้อยู่
มันเป็นเพราะว่าท่านอาจารย์ไม่ได้ตั้งความหวังไว้กับลูกๆของตนเองอีกต่อไปแล้ว การกระทำทั้งหมดของคริมสันเฟรมที่อยากจะให้ผู้ที่เคารพยกย่องภาคภูมิใจ มันได้แตกสลายหายไปจนหมด มันเป็นเพราะการกระทำของชายหนุ่มทั้งสิ้น
"เจ้าเองก็ไม่ต้องไปสนใจ"
"เขาก็เป็นแบบนี้แหละ เดียวอีกไม่นานเจ้าเด็กคนนี้ก็กลับมาเหมือนเช่นเดิม"
เอชหันไปบอกกล่าวกับลูกศิษย์ของตน
ซึ่งเซียงหลินเองก็พยักหน้ารับพลางยกยิ้มออกมาอย่างไม่ได้ว่าอะไร
(หึ? ขอให้มันจริงเถอะคู่หู)
(เจ้าเองก็รู้ถึงสันดานของลูกชายตนเองดี)
(โดยเฉพาะกับเจ้าเด็กเฟรมคนนี้)
(นิสัยเย่อหยิ่งจองหอง ดูแคลนต่อผู้ที่อ่่อนแอ อิจฉาต่อผู้ที่แข็งแกร่งหรือมีพรสวรรค์มากยิ่งกว่า ใช้อำนาจของคฤหาสน์เจ้าเมืองที่ยิ่งใหญ่ในการกระทำเรื่องราวต่างๆ แถมส่วนใหญ่ก็ชั่วช้าอยู่ไม่น้อย)
(นี่ถ้าไม่มีเจ้าคุ้มกระลาหัวอยู่.. ในเวลานี้มันคงได้ถูกฝังให้กลายมาเป็นปุ๋ยของต้นมะม่วงแล้ว!!)
คำพูดของเอ่อหลางเสินได้ทำให้ชายวัยกลางคนต้องสั่นสะท้าน แววตาของเขาได้แต่สั่นไหวราวกับว่าไม่รู้จะตอบโต้อะไรดี
การกระทำในตลอดหลายปีมานี้มีหรือที่มันจะไม่รู้ ถึงจะลบหลักฐานต่างๆไปยังไง
แต่ด้วยพลังอำนาจระดับเทพสงคราม
ชายวัยกลางคนก็ทราบได้เป็นอย่างดี
ลูกชายกับพักพวกของเขาได้ฉุดหญิงสาวมากมายไปข่มขื่นอยู่หลายสิบคน ใช้อิทธิพลอำนาจของคฤหาสน์เจ้าเมืองในการขู่เข็ญ
ด้วยการที่หญิงสาวพวกนั้นเป็นสาธารณชนคนธรรมดา พวกนางเองก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาร้องเรียนหรืออะไรทั้งสิ้น บางคนก็กลายมาเป็นผู้หญิงของลูกชายมัน กลายมาเป็นหญิงสาวที่หลงใหลไปกับอำนาจที่ได้รับ แต่มันก็มีบางคนที่ไม่ยินยอม
หญิงสาวที่ไม่ยินยอมพยายามจะมุ่งตรงเข้ามายังอาณาเขตเจ้าเมืองมังกร ทว่ามีหรือที่ลูกชายของมันอย่างเฟรมจะยอมเช่นนั้น แล้วไม่ต้องบอกเลยว่าหลังจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น
"ข้าเองก็พยายามจะสั่งสอนในตัวของเขา"
"แต่ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น!!"
"ถ้าเกิดว่าเขายังไม่ปรับตัวรวมถึงนิสัยของตนเอง ข้าเจ้าเมืองมังกรก็ไม่ปล่อยไปแน่ จะส่งเขาไปยังคุกทองคำที่อยู่ใต้เมืองมังกรซะ!!"
คำพูดอันเด็ดขาดของเจ้าเมืองมังกรได้ทำให้หลายคนต้องส่ายหัวออกมา โดยเฉพาะกับเอ่อหลางที่เป็นภูติวิญญาณประจำตัวของคริมสันเอช
(เฮอะ ข้าจะจำคำนี้่เอาไว้ละกันนะ)
(ถ้ามันยังไม่เปลี่ยนนิสัย...)
(ไม่ต้องส่งมันไปที่คุกทองคำหรอก)
(ตัวของข้าเอ่อหลาวเสินนี่แหละที่จะพิพากษามันเอง ต่อให้นั่นจะเป็นลูกชายของเจ้าก็ตาม)
เมื่อได้ยินว่าเอ่อหลางเสินจะเป็นผู้ลงมือ
ชายวัยกลางคนก็ได้แต่กำหมัดของตนเองแน่น ในใจเองก็กำลังสับสนอย่างถึงที่สุด
เพราะไม่ว่าลูกของตนเองจะทำอะไร ด้วยความรักของผู้เป็นพ่อ เขาก็จะไม่ได้สนใจถึงสิ่งที่ชายหนุ่มกระทำมันเลยซักนิด ไอ้คำว่าพ่อนี่แหละที่ทำให้ตัวของคริมสันเอชต้องคิดหนัก
ลูกชายที่กำเนิดขึ้นมาจากภรรยาคนโปรด ต้องดูแลให้ดี มันมากยิ่งกว่าพี่น้องคนอื่นๆเลยด้วยซ้ำ
แล้วด้วยอำนาจหรืออะไรนี่แหละ
ทำให้นิสัยของเขาเองก็ต้องแปรเปลี่ยนไป กลายมาเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้
"ขะ..เข้าใจแล้วคู่หู"
"ให้โอกาสเขาอีกครั้งนึงเถอะ ข้ารู้ดีว่าเจ้าเป็นแม่ทัพสวรรค์แล้วไม่ชอบเรื่องอะไรพวกนี้"
"แต่เห็นแก่หน้าข้าของเถอะ อีกสักครั้งนึงละกันนะ ถึงยังไงเขาก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของข้า!!"
"ไม่สามารถปฏิเสธมันได้"
หลังจากนั้นเอ่อหลางเสินรวมถึงเห่าฟ้าก็ได้กลับเข้าไปในร่างกายของเอช ทำให้ชายวัยกลางคนต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ขณะนั้นก็หันไปมองยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้าง ในหัวสมองนึกอะไรขึ้นได้จึงได้เอ่ยถามมันออกไป
"นี่ก็ใกล้ได้เวลาที่พวกเราจะทานอาหารช่วงค่ำแล้ว เจ้าอยากจะไปพบเจอภรรยาของอาจารย์ไหม?"
"ถ้าไปพบหน้าพวกเขาหน่อย"
"มันก็น่าจะเป็นผลดีต่อเจ้านะ"
คริมสันเอชเชิญชวนให้ลูกศิษย์ของตนไปยังคฤหาสน์เจ้าเมืองมังกรหลัก แต่ทว่าชายหนุ่มกลับส่ายหัวพลางปฏิเสธมันไปอยู่เล็กน้อย
"ไม่ดีกว่าครับ สถานะของผมในสายตาของครอบครัวอาจารย์คงจะแตกต่าง"
"ไม่ต้องไปพูดถึงท่านแม่ของพี่ชายเฟรม"
"ท่านตอนนี้คงจะโกรธแค้นผมมากแล้ว!!"
"ถ้าเกิดโผล่ออกไปกลางวงกินข้าว ผมคงไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอย่างแน่นอน?"
ชายวัยกลางคนเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับไปไม่เป็น เขาได้แต่ส่งเสียงกระแอมออกมาด้วยความรู้สึกอึดอัด แต่สิ่งที่เซียงหลินพูดมาก็เป็นเรื่องจริงทั้งหมด มันจริงอย่างที่เจ้าลูกศิษย์คนนี้ว่าไว้เลยซักนิด
การกระทำของเขาที่รับตัวของเซียงหลินมาเป็นลูกศิษย์ มันต้องทำให้ภรรยาทั้งสามคนย่อมไม่พอใจกันอย่างแน่นอน ยิ่งในบรรดาลูกๆเองก็ไม่ต้องพูดถึง ดูได้จากการกระทำของเฟรมก่อนหน้านี้
ทั้งสีหน้ารวมถึงแววตาเองก็แสดงออกมาอย่างชัดเจนเลยว่าไม่ยินยอม
"ขะ..เข้าใจแล้วลูกศิษย์ของข้า"
"งั้นเจ้าก็พักผ่อนตามสบายละกัน"
"เดียวพรุ่งนี้อาจารย์จะแวะมาหา"
เวลาต่อมาชายวัยกลางคนก็ได้กลับไปยังคฤหาสน์หลักของตนเอง โดยที่ปล่อยให้เซียงหลินอยู่กับพ่อบ้านเจียตามลำพัง
ทั้งสองจ้องมองไล่หลังชายวัยกลางคนที่ทะยานออกไปด้วยสีหน้าท่าทางที่แปลกประหลาด
"พวกเราเองก็ไปกินข้าวกันเถอะพ่อบ้านเจีย"
"ไอ้เรื่องในครอบครัวน่ะ ฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยแม้แต่นิดเดียว"
คำพูดของชายหนุ่มสร้างเสียงหัวเราะให้กับชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังเป็นอย่างมาก
"ฮ่าฮ่าฮ่า นั่นสินะครับนายน้อยเซียงหลิน"
"เรื่องในครอบครัวก็ปล่อยให้นายท่านจัดการมันเอง ส่วนพวกเราก็ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว"
"ขอเฝ้ามองอยู่ห่างๆละกันนะครับ"
ไม่นานเวลาก็ได้ผ่านพ้นไปถึงช่วงมืดค่ำ บรรยากาศของเมืองมังกรได้เข้าสู่ความเงียบสงัด
ทว่ามันก็ยังมีผู้ฝึกฝนวิญญาณที่กำลังปรากฏตัวออกมาด้วยความคึกคัก เพราะพวกเขาเองก็มีภารกิจที่จะออกไปล่าพวกภูติผีวิญญาณร้าย
ส่วนตัวของเซียงหลินตอนนี้น่ะหรอ
หลังจากที่ชายหนุ่มได้กินอาหารที่แม่บ้านยกมาเสริฟ์ให้แล้วนั่น ก็ได้ขึ้นไปยังห้องพักของตนเอง
ห้องแห่งนี้ดูหรูหราและกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันทั้งหมด
ใจกลางบริเวณห้องเองก็มีเตียงนอนขนาดใหญ่ถูกวางเอาไว้อย่างโดดเด่น
"นี่ระบบ.. ข้าว่าอยู่แบบนี้พวกเราจะรู้สึกอึดอัดไหม ถึงจะเห็นใจต่อท่านอาจารย์ก็เถอะ แต่ครอบครัวคริมสันตอนนี้สถานการณ์ไม่สู้ดีเลยซักนิด"
"การคงอยู่ของข้าที่เข้ามาแทรกแซงระหว่างกึ่งกลางได้ทำให้หลายสิ่งต้องแปรเปลี่ยนไป"
เซียงหลินที่กำลังนอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำก็เอ่ยถามขึ้น ในใจยังนึกย้อนไปถึงใบหน้าของคริสสันเฟรมที่จ้องมองเข้ามาด้วยความอาฆาต
[อืม.. เราเองก็รู้ว่าโฮสต์ตอนนี้กำลังลำบากใจเป็นอย่างมาก ถ้าไม่ติดที่ว่าเป็นลูกชายของอาจารย์ตนเอง โฮสต์คงตบหน้ามันตรงนั่นเลยใช่ไหมละ?]
[โฮสต์ก็เป็นพวกที่ไม่ยอมใคร ยิ่งมีจิตสังหารหลบซ่อนอยู่ในส่วนลึกอยู่แล้วด้วย!!]
ระบบเองก็กล่าวออกมาอยู่เล็กน้อย
ซึ่งประโยคของมันก็ทำให้ชายหนุ่มพยักหน้ารับ นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความเฉยชา
"ใช่ ตอนนั้นเจ้าคริสสันเฟรมมีจิตสังหารต่อฉันอย่างชัดเจนเลยทีเดียว"
"ถ้าไม่ใช่มีอาจารย์ยืนอยู่ใกล้ๆด้วยแล้ว เราคงจะจัดการกับมันไปแล้วละ ฉันเองก็ไม่ปล่อยให้ศัตรูของตนมีชีวิตอยู่ได้หรอก"
"ปล่อยไปก็มีแต่ปัญหาตามมาไม่รู้จบ!!"
ชายหนุ่มกล่าวจบก็นึกย้อนไปยังเรื่องราวในอดีต หลังจากที่เขาได้เข้าสู่โลกของวรยุทธ
การมีศัตรูก็ย่อมเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในอดีตเขาไม่กล้าที่จะสังหารพวกมันทิ้งเลยซักนิด ยิ่งรู้ว่าเป็นลูกหลานของผู้ทรงพลังก็ยังไม่กล้ามากเข้าไปใหญ่ ทว่าความใจอ่อนรวมถึงการปล่อยปัญหาให้ทิ้งเอาไว้ มันก็ได้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ตามมาอยู่มากมายอย่างไม่รู้จบ
ศัตรูของเขาส่วนใหญ่ที่ปล่อยให้มีชีวิต พวกมันได้กลับไปรายงานยังต้นสังกัดของตนเอง เป็นเหตุให้เขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างไม่รู้จบ เมื่อสังหารพวกมันทิ้งไปมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งไม่จบไม่สิ้นมากเท่านั้น ยกโขยงกันมายิ่งกว่าฝูงมดนับร้อยตนซะอีก
เมื่อรู้ว่าเป็นแบบนี้แล้ว เซียงหลินก็มีแต่ต้องถอนรากถอนโค่นให้หมดสิ้น กวาดล้างตระกูลผู้ฝึกฝนวรยุทธไปหลายสิบแห่ง
ทำให้ชื่อของมารสวรรค์ยิ่งเป็นที่หวาดกลัวต่อผู้ฝึกฝนวรยุทธเป็นอย่างมาก เมื่อมันไม่มีทางเลือก ชายหนุ่มก็มีแต่ต้องก้าวเดินไปยังเส้นทางของโลหิตสีเลือด
ระบบเมื่อได้ยินคำพูดของโฮสต์ตนก็เข้าใจได้เป็นอย่างดี
[แน่นอน ปล่อยศัตรูของตนเองเอาไว้ก็เหมือนกับปล่อยเสือเข้าป่า ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะกลับมาแว้งกัดขึ้นอีก ซึ่งนั้นก็รวมถึงเรื่องนี้ด้วย ระบบว่าเจ้าคริมสันเฟรมมันจะต้องไม่จบในเรื่องนี้อย่างแน่นอน]
[มันจะต้องเกิดขึ้นซักทางนึง ตัวของอาจจ้างคนมาสังหารโฮสต์ที่นอกเมืองหรืออะไรแบบนี้]
คำพูดของระบบยิ่งทำให้เซียงหลินต้องหรี่ตาลง นัยน์ตาเริ่มส่องประกายและมันก็เต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัว
"ใช่ คิดว่ามันไม่จบอย่างที่นายว่านั่นแหละ"
"การอยากได้ความรักจากผู้เป็นพ่อเหมือนเช่นเดิม? มันก็ต้องเขี่ยบางสิ่งให้พ้นทางไปซะก่อน!!"