หลังจากเสร็จสิ้นการบ่มไวน์และสร้างโกดังใหม่แล้ว จางเฉินและโสมแดงก็ออกจากมิติแล้วเดินทางไปูเาลูกอื่นเพราะกลัวลิงทั้งหลายจะมาเอาคืน ซึ่งเป็ูเาลึกเขาไปในป่าอีก ถ้านับระยะห่างจากหมู่บ้านก็เดินทางเกือบสองเดือน ระหว่างทางจางเฉินก็เก็บกิ่งไม้ที่ไม่สายพันธุ์ที่ไม่คุ้นเคยไว้เสียบยอด จดบันทึก และหาสมุนไพร เพียงเดินทางไม่นานก็ได้ยินเสียงดัง โครมคราม จากูเาทางด้านหน้าทำให้จางเฉินกับโสมแดงต่างมองตากัน
“เกิดอะไรขึ้น” จางเฉินถามโสมแดง
“อะไร เ้าก็อยู่กับข้า ข้าจะรู้ได้ไง คิดสิ คิด เ้าโง่” โสมแดงบ่น
“อ่าว โดนด่าอีก”
“ไปดูกัน” โสมแดงเดินนำหน้า
จางเฉินและโสมแดงต่างเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ไม่นานก็ได้พบกับพื้นที่สนามรบ ต้นไม้หักโค่น มีกลิ่นไฟไหม้และกลิ่นคาวเืรุนแรง ด้านในหุบเขามีหน้าผากว้างใหญ่ ใกล้หน้าผามีต้นไม้ที่ลำต้นใหญ่ และสูงเสียดฟ้า ไม่ไกลมีทะเลสาบสีเขียวเหมือนหยก แต่ตอนนี้ทะเลสาบส่วนหนึ่งเต็มไปด้วยเื หลังจากมองอยู่นานจึงพบศพของสัตว์อสูรจำนวนหนึ่ง
“วานรราชสีห์ มันมาทำอะไรที่นี่” จางเฉินขมวดคิ้วและครุ่นคิด
“เ้าดูตรงนั้น นกอินทรีเหล็ก ข้าคิดว่าพวกลิงคงหาเราไม่เจอก็เลยหาที่ระบายอารมณ์พวกมัน แต่ดูท่าพวกมันจะคิดผิด เท่าที่ดูเหลือแค่สัตว์อสูรระดับสูง 2 ตัว คือวานรราชสีห์ตัวสีทอง กับนกอินทรีเหล็กที่สีดำเข้มกว่าตัวอื่นมาก ”
“เรารอตีตัวสุดท้ายกัน เล่นเป็ชาวประมง” โสมแดงชวนจางเฉินนั้นนั่งดูสัตว์อสูรทั้งสองตัวสู้กัน หลังจากจางเฉินและโสมแดงตรวจสอบด้วยพลังจิติญญาแล้ว ไม่พบสัตว์อื่นอีกในบริเวณโดยรอบ คิดว่าคงไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนกล้ามา ในอาณาเขตของสัตว์อสูรระดับหัวหน้า
จางเฉินรู้สึกกดดันอย่างมาก การต่อสู้ของสัตว์อสูรระดับสูงนั้นมันดูผิดธรรมชาติมากเกินไป นกอินทรีเหล็กดำ กรงเล็บของมันค่อนข้างแหลมคม จากที่ดูมันกระแทกกับก้อนหิน หรือต้นไม้ คล้ายกับเพียงจับเต้าหู้ การโจมตีของวานรราชสีห์ร์เองก็ไม่แพ้กันิัของสัตว์อสูรทั้งคู่นั้นคล้ายจะเป็เหล็กมากกว่าจะเป็ิัธรรมดา จางเฉินรู้สึกได้เลยว่าดาบที่เขามีไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีทักษะที่น่ากลัว อินทรีย์ขนเหล็กสามารถปล่อยพลังงานใบมีดลมได้ และสามารถใช้ขนเหมือนมีดพุ่งเข้าโจมตี ส่วนเ้าลิงก็ไม่น้อยหน้า มันมีพลังสีแดงปกคลุมคล้ายจะเป็ไฟ เวลาที่มันใช้หมัดโจมตีนั้นเหมือนจะเป็การโจมตีด้วยพลังไฟ
“นกอินทรีเหล็กดำนี่ตัวใหญ่มาก เหมาะเป็สัตว์ขี่” โสมแดงหันหน้ามาบอกจางเฉิน
“มันไม่ฆ่าเราตายก่อนได้ขี่สิ”
ข้อดีของวานรราชสีห์ คือ ความคล่องตัวที่สูงมากเพราะมันตัวเล็กกว่านกอินทรีเหล็กหลายเท่า หลายครั้งมันสามารถเข้าด้านหลังของนก เพื่อต่อยหมัดไฟของมันส่วนคอของนกอินทรีเหล็กดำ แต่นกอินทรีเหล็กดำด้วยความที่บินได้ มันก็แค่พลิกตัวบินขึ้นเมื่อถูกโจมตี
ตูม ตูม
พื้นดินสั่นะเื ต้นไม้ล้มระเนระนาด การสู้รบของสัตว์อสูรทั้งสองตัวดำเนินต่อเนื่องอย่างยาวนาน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน
จางเฉินกับโสมแดง ซ่อนตัวดูการต่อสู้ของสัตว์อสูรทั้งสองจนแทบลืมหายใจ จางเฉินแอบคิดในใจว่าถ้าเจอพวกมันโจมตีเพียงนิดเดียวเขาก็คงจะตายในทันทีเป็ปุ๋ยให้กับต้นไม้ในป่าแห่งนี้ ก่อนหน้านี้ถ้าไม่ใช่โสมแดงล่อมันออกไปเพื่อปล้นบ่อน้ำพุิญญาก็คงจะหมดหวังที่จะได้มา ถ้าเขาไม่มีโสมแดงแล้วบังเอิญพบวานรราชสีห์เขาคงตายไปแล้ว
“เ้าว่าใครจะชนะ”
“เราชนะสิ เ้าโง่ เดี๋ยวมันก็ตายทั้งคู่ข้าเรียนมา” โสมแดงพูดเบา ๆ กับจางเฉิน
ตูม
สุดท้าย วานรราชสีห์ ราชสีห์ชนะ มันยิงหมัดลูกไฟเข้าที่คอของอินทรีเหล็กดำ ได้ยินเสียงกระแทกพื้นดินดังลั่น ผสมกับเสียงกระดูกแตกหัก วานรราชสีห์เนื่องจากเสียเืมาก ตาแดงก่ำ เดินโซเซ มันกู่ร้องเสียงดังประกาศชัยชนะ
“เ้าไป ส่วนที่อ่อนแอที่สุดของมันน่าจะเหมือนมนุษย์ ตา หลังหู รักแร้ ขาหนีบ พวกนี้เป็จุดบอดของมนุษย์ พยายามใช้ดาบแทงบริเวณพวกนั้น”
จางเฉินใช้ท่าเท้าท่องเมฆาออกไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากเผชิญหน้ากับมันจึงเข้าด้านหลัง
จางเฉินเลือกแทงเข้าไปที่บริเวณหลังหู ปลายดาบแทงเข้าไปเพียงครึ่งฝ่ามือ ความรู้สึกอันตรายทำให้จางเฉินรีบดึงดาบออกมา แล้วะโหลบถอยหลัง
ตูม
วานรราชสีห์สะบัดแขนกระแทกมาทางด้านหลัง ชนกับดาบอย่างแรง โชคดีที่จางเฉินะโออกมาก่อน แต่ก็ยังช้าไปนิดหนึ่ง กำปั้นของวานรราชสีห์ยังคงโดนดาบ แรงลมจากกำปั้นทำให้จางเฉินกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ด้านหลังเบาๆ จางเฉินวิ่งเข้าหามันอีกครั้งแล้วพยายามแทงไปที่ตาของวานรราชสีห์
วานรราชสีห์นั้นไม่มีแรงตอบโต้อีกแล้ว เืที่ไหลไม่หยุด ทั้งแผลเก่า และแผลใหม่ รวมทั้งพลังเวทย์ก็ใช้จนหมดเกลี้ยง มันได้แต่รับชะตากรรม ตาบอดทีละข้าง กรีดร้องโหยหวน ชกลมไปทั่วไปสามารถโดนตัวจางเฉินได้
จางเฉินพยายามแทงจุดต่างๆ ตามคำแนะนำของโสมแดง แต่พบว่าบางจุดก็แข็งเหมือนเหล็กตามปกติ จางเฉินจึงลองหลบและแทงไปทั่วร่างของมัน เมื่อมีแผลเก่าแล้วจางเฉินก็พยายามหลบหลีกและโจมตีช้ำ ๆ ที่แผลเก่า
ต่อสู้กับวานรราชสีห์อยู่พักหนึ่ง ไม่ว่าวานรราชสีห์จะดิ้นรนอย่างไรก็ไร้ประโยชน์แล้ว
“ถ้าจะเข้าป่าลึกกว่านี้คงต้องมีอาวุธดีๆ นี่แทบไม่ขีดข่วนเลย” จางเฉินบ่น
“เ้าอ่อนแอเกินไป ยังต้องฝึกอีกมาก อย่าแม้แต่จะคิดสู้กับสัตว์อสูรระดับสูงอีก แล้วอาวุธที่เ้าว่าจะไปหาไหนทวีปนี้ไม่มีให้เ้าหรอก จำไว้สู้ได้ก็สู้ สู้ไม่ได้ก็หนี แก้แค้นสิบปียังไม่สาย” โสมแดงเทศนาจางเฉินอีกครั้ง