ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 55 ผู้มาเยือนจากแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยน!

            ภายในตำหนักรับรองที่สง่างามโอ่อ่าแห่งหนึ่งมู่เยว่เหยาและชายชราชุดคลุมดำสองคนยืนเคียงข้างกันพลังอำนาจอันเร้นลับแต่เปี่ยมล้นแผ่พุ่งออกมาจากกายทั้งสองคนเป็นระลอกแท้จริงแล้วพวกเขาคือผู้ฝึกตนระดับสูงมากที่ยังไม่ทราบระดับที่แน่ชัด!

            “ฉัวะ!”

            เสียงแหวกอากาศสายหนึ่งพลันดังก้องร่างของมู่เสินฉวนก้าวเดินเข้ามาจากภายนอกตำหนัก

            “ท่านผู้นำตระกูล” นัยน์ตางามของมู่เยว่เหยาพลันเป็นประกายเผยแววแห่งความยินดี

            ชายชราชุดคลุมดำทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านข้างได้ยินเสียงจึงหันไปมองพลันเห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างามดุจมังกรพยัคฆ์ใบหน้าของเขาหล่อเหลาประดุจหยก สองคิ้วแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามกอปรกับบุคลิกที่โดดเด่นไม่ธรรมดา

            “ขอคารวะท่านผู้นำตระกูลมู่”

            ชายชราทั้งสองท่านก็ไม่กล้าแสดงท่าทางไม่ให้เกียรติแม้แต่น้อยเพราะอย่างไรเสีย นี่คือผู้นำตระกูลของธิดาศักดิ์สิทธิ์สถานะของเขาไม่ควรถูกมองข้าม

            “สหายทั้งสองจากแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนเกรงใจเกินไปแล้ว”มู่เสินฉวนเพียงเหลือบมองก็รู้ได้ว่าทั้งสองคนนี้คือผู้ฝึกตนระดับธรรมกายเขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความชื่นชมแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนสมแล้วที่เป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับสูงสุดแห่งแคว้นตงฮวงเพียงส่งคนผู้ใดผู้หนึ่งออกมาก็สามารถกวาดล้างราชวงศ์ใหญ่ๆ ทั้งหลายได้ช่างมีรากฐานอันมั่นคงลึกซึ้งโดยแท้

            แต่ทว่าบนใบหน้าของเขากลับไม่แสดงท่าทางใดๆออกมาแม้แต่น้อย ใบหน้าฉายเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น ผายมือเชิญให้พวกเขานั่งลง“เชิญนั่งเถิด”

            หลังจากทั้งที่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยทักทายกันอีกสองสามประโยคชายชราผู้หนึ่งก็กล่าวเข้าสู่ประเด็นหลักทันที “ธิดาศักดิ์สิทธิ์เยว่เหยาได้สร้างความตื่นตะลึงในการประลองร้อยแคว้นและถูกผู้อาวุโสสูงสุดท่านหนึ่งของแดนศักดิ์สิทธิ์เราให้ความสำคัญมากพร้อมทั้งรับไว้เป็นศิษย์เอกแล้ว การมาเยือนในครั้งนี้ข้าได้รับความไว้วางใจจากท่านผู้นั้นโดยเฉพาะ เพื่อมาแสดงน้ำใจเพียงเล็กน้อยแก่ตระกูลของท่าน!”

            เมื่อสิ้นเสียงกล่าว เขาพลันสะบัดแขนเสื้อพลังปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินภายในตำหนักพลันเข้มข้นขึ้นในพริบตากองทรัพยากรฝึกฝนจำนวนมากที่ละลานตาถูกวางอยู่ตรงหน้าจนทำให้ผู้คนตาลายไม่ว่าจะเป็นวิชาฝึกตนระดับราชา วิชาการต่อสู้ระดับราชายาเม็ดและสมุนไพรวิญญาณหลากหลายชนิดและสุดท้ายยังมีแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ถึงหนึ่งแสนจิน กองรวมกันเป็นกองเล็กๆดุจภูเขาขนาดย่อม

            “ท่านผู้นำตระกูลมู่นี่คือสิ่งของที่ท่านอาจารย์ตั้งใจมอบให้กับตระกูลของพวกเราเจ้าคะ” มู่เยว่เหยาเองก็แย้มยิ้ม พร้อมกับนัยน์ตาคู่งามที่เปล่งประกายผู้นำตระกูลปฏิบัติต่อนางประดุจปั๋วเล่อผู้รู้จักม้า มองเห็นคุณค่าในตัวนางก่อนหน้านี้ให้ความช่วยเหลือนางไว้มากมาย เมื่อมีโอกาสได้ตอบแทนบ้างย่อมนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง

            แต่มู่เสินฉวนกลับเพียงกวาดตามองแวบเดียวก็หันกลับมาและมองไปยังชายชราทั้งสองคนแล้วเอ่ยขึ้นว่า “สหายทั้งสองที่ติดตามเยว่เหยามาในครั้งนี้คาดว่าคงจะเป็นคนสายสนิทของผู้อาวุโสสูงสุดท่านนั้นแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์กระมัง”

            ทันทีที่คำกล่าวนี้เอ่ยออกไปอดไม่ได้ที่จะทำให้ผู้ฝึกตนระดับธรรมกายทั้งสองคน บังเกิดความเคลือบแคลงสงสัยแต่พวกเขาก็ยังคงตอบตามความเป็นจริงว่า “ถูกต้องแล้ว”

            “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นทรัพยากรฝึกฝนเหล่านี้ก็โปรดนำกลับไปเถิด” มู่เสินฉวนจิบชาเบาๆคำหนึ่งแล้วแย้มยิ้มกล่าว

            “อืม?”

            “ท่านผู้นำตระกูลมู่นี่หมายความว่าอย่างไรกัน?”

            การกระทำของมู่เสินฉวนทำให้พวกเขาไม่เข้าใจเป็นอย่างมากตามเหตุผลแล้ว ตระกูลของราชวงศ์เล็กๆแห่งหนึ่งย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะมีวิชาฝึกตนและวิชาการต่อสู้ระดับราชาแม้กระทั่งเหมืองแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ก็ยังไม่มีความสามารถในการขุดค้นมันทำได้เพียงใช้ศิลาวิญญาณคุณภาพต่ำเพื่อให้คนในตระกูลฝึกฝนเท่านั้นแต่แหล่งพลังงานบริสุทธิ์ถึงหนึ่งแสนจินวางอยู่ตรงหน้ามู่เสินฉวนกลับไม่สะทกสะท้าน แถมยังขอให้พวกเขานำกลับไปอีกช่างเป็นเรื่องที่ต่อให้คิดเป็นร้อยๆ ครั้งก็ยังไม่เข้าใจโดยแท้

            มู่เยว่เหยาที่อยู่ด้านข้างเมื่อได้ยินคำพูดนี้ของท่านผู้นำตระกูลนางก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแต่นางมักจะเชื่อฟังคำพูดของเขามาโดยตลอด จึงไม่กล้าเอ่ยปากถาม

            มู่เสินฉวนค่อยๆ วางถ้วยชาลงแล้วกล่าวอย่างมีความหมายแฝงว่า “เยว่เหยาสามารถเข้าร่วมแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนได้ย่อมนับเป็นเรื่องที่ดีแต่ระดับฝึกตนของนางยังคงห่างไกลจากตำแหน่งธิดาศักดิ์สิทธิ์อยู่ไม่น้อยการที่นางสามารถได้รับการแต่งตั้งเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ย่อมเป็นผลจากการได้รับความเมตตาของผู้อาวุโสสูงสุดท่านนั้นเป็นแน่”

            เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อไปว่า“คาดว่าสหายทั้งสองคงจะทราบดีว่าการต่อสู้แย่งชิงกันภายในของแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกท่านย่อมรุนแรงยิ่งกว่าในตระกูลมู่ของข้ามากนักไม่จำเป็นต้องส่งมอบทรัพยากรฝึกฝนเหล่านี้ให้พวกข้าแล้วต้องตกเป็นเป้าให้คนอื่นนินทาหรอก”

            ชายชราทั้งสองสามารถฝึกตนจนถึงระดับธรรมกายย่อมไม่ใช่คนที่โง่เขลาอยู่แล้วเพียงชั่วพริบตาพวกเขาก็เข้าใจความหมายของมู่เสินฉวนในทันทีอดไม่ได้ที่จะมองผู้นำตระกูลมู่ผู้นี้สูงขึ้นอีกหลายส่วน

            ถูกต้องแล้วผู้อาวุโสสูงสุดเพราะเรื่องนี้แท้จริงแล้วก็ได้รับการคัดค้านจากผู้อาวุโสระดับสูงคนอื่นๆมากมาย อีกทั้งยังก่อให้เกิดความไม่พอใจไม่น้อยแต่คำพูดนั้นคือคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ด้วยตนเองในเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ต่อหน้าผู้ทรงอิทธิพลกลุ่มอื่นๆ จำนวนไม่น้อย คำพูดเมื่อพูดออกไปย่อมไม่อาจคืนคำได้

            แต่หลังจากนี้หากมู่เยว่เหยาต้องการรักษาตำแหน่งธิดาศักดิ์สิทธิ์ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องต่อสู้แข่งขันกันกับเหล่าอัจฉริยะรุ่นราวคราวเดียวกันอีกมากมายแหล่งพลังงานบริสุทธ์หนึ่งแสนจินและทรัพยากรฝึกฝนมากมายขนาดนี้สำหรับแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยหากมีผู้ที่ประสงค์ร้ายล่วงรู้เข้าอาจจะถูกนำไปเป็นข้ออ้างเพื่อสร้างปัญหาในภายหลังเอาได้

            แม้จะเข้าใจถึงเหตุผลแล้วก็ตามแต่ชายชราทั้งสองท่านก็ยังคงกล่าวเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า“ความหวังดีของท่านผู้นำตระกูลมู่ข้าขอขอบคุณแทนผู้อาวุโสสูงสุดไว้ล่วงหน้า เพียงแต่ว่าทรัพยากรฝึกฝนเหล่านี้ก็ยังคงขอให้ท่านผู้นำตระกูลรับไว้เถิดเพราะมันสามารถช่วยในการยกระดับพลังของตระกูลมู่ในปัจจุบันได้ไม่น้อยเลย”

            มู่เสินฉวนส่ายหน้าถอนหายใจ แท้จริงแล้วเขาอยากจะบอกว่าตระกูลมู่ของเขาไม่ได้ขาดแคลนสิ่งเหล่านี้เลย แม้แต่น้อยทั้งวิชาการต่อสู้ระดับราชา วิชาการฝึกตนระดับราชาภายในหอเก็บคัมภีร์ของตระกูลก็มีมากกว่าสิบเล่มแล้ว แม้กระทั่งระดับเทพก็ยังมีและยังมีแหล่งพลังงานบริสุทธิ์อีกนับล้านจินอีกซึ่งเขาก็ยังไม่ได้นำมาใช้เลยแม้แต่น้อยแต่สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สามารถบอกกล่าวให้ผู้อื่นภายนอกรับรู้ได้

            ฉับพลัน นัยน์ตาของมู่เสินฉวนก็เป็นประกายราวกับอะไรที่ยอดเยี่ยมบางอย่างออก เขากล่าวขึ้นว่า “ในเมื่อสหายทั้งสองมีน้ำใจถึงเพียงนี้สู้ช่วยข้าอีกเรื่องหนึ่งไม่ดีกว่าหรือ? ตระกูลมู่ของข้ามีผู้เยาว์ที่โดดเด่นผู้หนึ่งในภายภาคหน้าย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะออกไปหาประสบการณ์ในแคว้นตงฮวงอันกว้างใหญ่หากอยู่ในความดูแลของแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนก็คงจะดีไม่น้อย”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน