เมื่อแสงจันทร์นวลนั้นมลายไปแสงอรุณแรกแย้มของวันใหม่ ทออรุณสีทองบรรเจิดที่เปล่งประกายจากขอบฟ้าหลั่งไหลสู่ต้นไม้และใบหญ้า หยดน้ำค้างที่พร่างพราวกำลังผุดขึ้นตามใบสีเขียวอ่อนและแก่เสียงนกน้อยที่ร้องรำไรราวกับมองหาสหายในเช้าวันใหม่ ผีเสื้อนาๆนับประการต่างโบยบินสลับสีกับสหายผีเสื้อด้วยกัน บนดอกไม้หลากชนิด หลากสีในทุ่งหญ้าโล่งไม่มีดินแดนนี้อยู่บนโลกมนุษย์ หากแต่อยู่ในดินแดน์ส่วนที่ไกลออกไป
ไม่ใช่ดินแดน์ของพระเ้าไม่ใช่แผ่นดินของมนุษย์ เป็ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนโลกในเกาะแห่งหนึ่งที่ไม่มีมนุษย์ผู้ใดได้เดินทางมาถึง เว้นเพียงแต่สิ่งมีชีวิตที่นี่เท่านั้นที่จะเดินทางไปเยือนมนุษย์ ด้วยเหตุผลเดียว
“คำอวยพรและความสมปรารถนาแก่ผู้ที่โชคดีได้ถูกเลือกเท่านั้น”
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
อาณาจักรแฟร์รี่ มีต้นไม้และทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ท้องฟ้าสดใส มีาาแห่งแฟร์รี่ทั้งมวลซึ่งเขาจะมีผมสีขาวยาวจนถึงปลายเอว มีมงกุฎทองคำสวมอยู่ ดวงตาสีทองผิวขาวนวลผ่องจมูกคมสัน เรียวปากเหยียบตรง ใบหน้าได้รูปคมสันเลอโฉมและมีปีกใสเป็ประกายราวกับรุ้งกินน้ำ และส่องแสงสีทองออกมาอาภรณ์ที่สวมอยู่นั้นเป็เนื้อผ้าที่ถักทอด้วยเวทย์ งามสะอาดเป็ประกาย
และราชินีแฟร์รี่ผู้งดงาม ซึ่งมีผมสลวยสีทองมีมงคลดอกไม้ทองคำที่ถักเรียบร้อยเป็อย่างดีมีดวงตาสีเขียวมรกต จมูกสันเรียวโด่ง ริมฝีปากที่อิ่มเอิบสีชมพู รูปหน้าเรียวกลมและมีผิวพรรณนวลผ่อง นิ่มนวล มีปีกใสสีทองเป็ประกายอาภรณ์ที่สวมใส่ถักทอด้วยเวทย์ซึ่งเปล่งประกายโปร่งใสในสีขาว
ชาวแฟร์รี่ทุกตนอาศัยอยู่ในที่นี่ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน โบยบินพาร่างอันน้อยนิดที่มีความสูงไม่ถึง 4นิ้วเปล่งประกายแสงจากตัว โบยบินไปทั่วอาณาจักรที่เงียบงันแต่แสงที่พลิ้วไหวไปตามแรงแห่งปีกที่โปร่งใสนั้นเอง ที่วันหนึ่งอาจมีวันดับไปหากแฟร์รี่ตนนั้นมิได้อวยพรให้กับผู้โชคดี
ทำไมถึงต้องมีการอวยพรเพราะด้วยแรงแห่งอธิษฐานของผู้ที่มีความหวัง แฟร์รี่คือผู้บันดาลและแฟร์รี่เหล่านี้ได้ยินคำอธิษฐานจากทุกๆ แห่ง ไม่ว่าจะเป็สิ่งมีชีวิตใดก็ตามพวกเขาได้ยินเสมอหรือ แม้กระทั่ง “เสียงจากมนุษย์”
แฟร์รี่มีหน้าที่อวยพรแก่บุตรที่เกิดใหม่หรือ อวยพรแก่คู่บ่าวสาวในงานแต่งงาน หรือแม้กระทั่งชายหญิงผู้แก่ชราให้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข
หากแฟร์รี่อวยพรให้แก่มนุษย์ครบแค่100 คน ปีกของเขาจะเป็แสงสีขาวสว่างราวกับแสงสว่างหากเขาสามารถอวยพรให้กับมนุษย์ได้มากกว่า 1,000 คน ปีกของเขาจะเริ่มเป็สีทองและหากเขาสามารถอวยพรให้กับมนุษย์ได้มากกว่า 100,000 คน ปีกของเขาจะเป็สีรุ้งและฤทธานุภาพของเขาก็จะแกร่งขึ้น อายุยืนยาวขึ้น
แฟร์รี่สามารถจำแลงกายเป็มนุษย์ได้เช่นกันแต่หากแปลงกายได้เพียงไม่นานก็ต้องเข้าสู่สภาพเดิม
ซึ่งวันเวลาที่แฟร์รี่อยู่กันผู้ชายจะอยู่่กลางวัน และผู้หญิงจะอยู่่เวลากลางคืนซึ่งทั้งสองจะทำงานตาม่เวลาที่ตนอยู่เท่านั้นสามารถพบปะสังสรรค์ตามวันเวลาที่นัดหมาย
เวลาที่แฟร์รี่จะได้พบกันคือเวลาที่ เป็กลางวันและกลางคืน “ในเวลาเดียวกัน” หรือ สุริยะคลาส หรือ จันทร์คลาส เท่านั้น
ชาวแฟร์รี่ปกติจะมีอายุเพียงแค่1-2พันปีเท่านั้น แต่หากสามารถอวยพรให้มนุษย์มากกว่า 1ล้านคนได้ก่อนหมดอายุขัยแฟร์รี่ตนนั้นจะมีอายุถึงหมื่นปี และการให้อวยพรจะต้องไม่กลั่นแกล้งมนุษย์หากแฟร์รี่ตนใดกลั่นแกล้งมนุษย์ ก็จะหมดอายุขัยลงอย่างรวดเร็ว
และแล้ว สิ่งที่ผิดธรรมชาติก็ได้หวนมาเล่นงานชนเผ่าแฟร์รี่จนได้
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
ความรักของเ้าชายกับแฟร์รี่[ 1 ]
“ซารีน่า บาเรล ได้เวลาของเ้าต้องไปแล้วนะ”เสียงของแฟร์รี่หนุ่มน้อยผู้สวมหมวกสีเขียว และรองเท้าสีตองอ่อนใบหน้านั้นอ่อนเยาว์เหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสา ดวงตาสีเขียวมรกต ที่มีแก้มสีแดงและเรียวหูยาวตั้งสูงขึ้นไป ผิวพรรณนวลผุดผ่องข้างตัวมีแตรทองที่เขามีไว้เป่ายามราตรี เมื่อมีสัตว์ร้ายแตรทองนี่จะได้ช่วยชีวิตเขาเขาร้องเตือนสหายสาวที่กำลังจะลืมว่าวันนี้เธอจะต้องไปอวยพรให้กับมนุษย์แล้วเขากระพือปีกโปร่งใสสีขาวแสงเจิดจ้า
“ข้ากำลังไป ทอม เรนจี้”เสียงของแฟร์รี่สาวที่อวยพรไปแล้วกว่า 98 คนปีกของเธอยังเป็ความโปร่งใสที่ยังไม่มีแสงออกมาผมสีน้ำตาลที่ม้วนลอนั้แ่รากผมจนถึงปลาย ดวงตาสุกสกาวราวกับเพชรมรกตแก้มสีแดงสดราวกับแอปเปิ้ล จมูกนิดสันโด่ง เรียวหูยาวสูง รูปร่างนิ่มนวลแต่เธอมิได้สวมรองเท้าเพราะว่าเพิ่งจะทำหายไป จึงล้าช้ากับการออกไปอวยพรตามหน้าที่
ซารีน่าโผบินออกจากที่พักของตัวเองด้วยความเร่งรีบก่อนที่จะไปไม่ทันงานเลี้ยงฉลองของเ้าชายน้อยที่เพิ่งเกิดมาได้ไม่นานพระาาแห่งดินแดนอิลแลนด์เชื้อเชิญเธอไปร่วมงานเฉลิมฉลองยามราตรีในคืนนี้แล้วนี่ก็เกือบจะเข้าหนึ่งทุ่มแล้ว ที่ซารีน่ายังอยู่ที่นี่
“เร็วเข้าซารีน่าก่อนที่จะไปไม่ทันงานเลี้ยงคืนนี้”ทอมเร่งรีบอีกครั้งซึ่งเขาก็ต้องไปงานเลี้ยงการแต่งงานของเ้าชายแห่งดอชช์กับเ้าหญิงแห่งสแกร์ดิเวีย
“เ้าเองก็เช่นกันพบกันพรุ่งนี้นะ” ซารีน่าเอ่ยลาและรีบจากไปจนแสงที่รำไรนั้นริบหรี่มลายแสงสว่างจากปีกของทอมก็จางหายไปอีกทิศแยกทางกับซารีน่าซึ่งพวกเขากำลังทำหน้าที่ของตนอยู่
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
เสียงแตรดังกึกก้องทั่วราชอาณาจักรและงานเลี้ยงเฉลิมฉลองกับเ้าชายน้อยที่เพิ่งเกิดมาได้เพียงแค่3วันในห้องพิธีราชวังกลางพระาาเอ็ดมันน์กับพระราชินีแคโรไลกำลังรอการมาของแฟร์รี่เพื่ออวยพรในวันเกิดของเ้าชายเอ็ดมันน์ที่2 แห่งอิลแลนด์
แสงที่พวยพุ่งมาจากปลายปีกที่ร่วงหล่นลงมายังร่างของเด็กทารกน้อยนั้นสว่างสไวท่ามกลางแสงจันทร์ในราตรีแห่งนี้ แฟร์รี่ได้เริ่มร้องเพลงอวยพร
“โอ้..เ้าทารกน้อยผู้เยาว์วัย เ้าช่างใสซื่อบริสุทธิ์
จักแข็งแกร่งกล้าหาญเปรียญประดุจ ดั่งจอมยุธผู้อาจหาญในกาลหน้า
รูปโฉมงามระยับต้องจับจิต มีเหล่ามิตรที่เคารพนพน้อมหา
ออกรบศึกครั้งใดชัยทุกครา หญิงใฝ่หาอยากมาเคียงแนบกาย”
เมื่อร้องจบแล้วแสงที่ได้ร้องออกมาจากคำอวยพรของ ซารีน่า ได้ร่วงหล่นพลิ้วไหวราวกับสายลมที่นิ่มนวลอยู่รายรอบทารกน้อยนั้นดูเหมือนจะชอบซารีน่ามาก เ้าเด็กน้อยนี่เผลอยื่นสองมือขึ้นมาและจับปลายปีกของซารีน่าเข้า ทำให้ปีกของเธอยับไปเล็กน้อย
ครานั้นเองที่พระาาใเกือบจะลุกขึ้นและซารีน่าเริ่มหวาดผวาที่เด็กน้อยจับปลายปีกเธอ แย่แล้วสิ ถ้าเกิดบินกลับไปไม่ถึงบ้านที่ดินแดนแฟร์รี่เธออาจจะต้องกลายเป็มนุษย์อยู่ที่นี่
“ไม่เป็อะไรนะท่านแฟร์รี่ผู้งดงาม” พระาาไม่รู้นามจึงได้เอ่ยเรียกเป็แบบกลางๆด้วยท่าทางที่เป็ห่วง
“ข้าไม่เป็อะไรค่ะขอบพระทัยพระองค์ที่ทรงเป็ห่วงหม่อมฉัน ขอทูลกราบลาฯ”และซารีน่าต้องรีบกลับเพราะอยู่นานมากกว่านี้ อาจจะถูกเ้าชายน้อยนี่เล่นซนดึงปีกเธออีกแน่ๆ
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
กว่าซารีน่าจะบินกลับมาถึงที่พักของตัวเองได้ปีกของเธอมันบินได้อยู่ก็จริงแต่บังคับการบินกลับมาค่อนข้างลำบาก เธออาจจะต้องใช้เวทมนต์บางส่วนในการซ่อมปีกนี่เพราะมันเปราะบางและอีกอย่างเธอต้องอวยพรจนกว่าจะทำให้ตัวเองมีฤทธานุภาพมากกว่านี้
“ข้ากลับมาแล้ว”เสียงของทอมนั้นเองที่ดังขึ้น และพาสหายมาอีกคน
“มิลลี่ บาร์คเล่!!”ซารีน่าพบสหายเก่าที่จากกันไกล เธอคือสหายที่เดินทางอวยพรในดินแดนไกลและเพิ่งจะกลับมาพร้อมปีกแสงสีทอง
“ดีใจเหลือเกินที่ได้พบเธออีกครั้งซารีน่า” มิลลี่เอ่ยกล่าวพลางมองดูปีกของสหายที่มันยับและไม่สวยอย่างเก่า
“ข้าจะช่วยซ่อมปีกให้เ้านะ”และมิลลี่เริ่มร่ายคาถามือทั้งสองของมิลลี่เป็แสงสีขาวที่สว่าง จากนั้นเธอจึงลูบที่ปลายปีกของซารีน่าซักพักปีกของซารีน่าเริ่มเข้าสู่สภาพเดิม
“อ่า... มันหายยับแล้วขอบคุณมากนะ มิลลี่” ซารีน่าะโโผกอดมิลลี่อย่างดีใจจนลืมไปว่าทอมยังอยู่ที่นี่
“จะไม่ถามข้าหน่อยหรือว่ามิลลี่มากับข้าได้ยังไง”เป็น้ำเสียงที่ค่อนข้างน้อยใจ แต่มิลลี่กลับหัวเราะพร้อมๆ กับซารีน่า
มิลลี่มีผมสีทองแต่สั้นระบ่าตัดผมด้านหน้าเพื่อมิให้ปิดใบหน้า ดวงตาสีเขียวมรกตคู่งาม แก้มค่อนข้างออกสีชมพูเรียวหูยาวขึ้น แต่ใต้ติ่งหูของเธอมีเพชรสีเหลืองอย่างหนึ่งติดอยู่ที่หูซ้ายของเธอมันส่องแสงระยิบออกมาจนซารีน่าเห็นได้ชัด เสื้อผ้าออกโทนสีน้ำตาลและรองเท้าที่ซารีน่าไม่เคยเห็น
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
ทอมได้เล่าว่ามิลลี่เดินทางจะไปอวยพรให้กับเ้าชายแห่งดอชช์และเ้าหญิงแห่งสแกร์ดิเวียเช่นกันและเขาทั้งคู่ก็ได้พบกันจนกระทั่งทอมได้เชื้อเชิญให้มิลลี่กลับมายังดินแดนแห่งแฟร์รี่เพราะว่าเธอออกเดินทางมาเกือบ10ปีที่ไม่ได้บินกลับมาที่แห่งนี้นานแล้วจนใครหลายๆคนคิดว่า เธอเสียชีวิตเพราะโลกมนุษย์นั้นมีที่อยู่สำหรับแฟร์รี่ยากอีกทั่งสิ่งรบกวนหลายอย่างก็ทำให้แฟร์รี่อาศัยอยู่อย่างลำบาก
“เธออยู่บนโลกมนุษย์ได้อย่างไรมิลลี่ เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ”ซารีน่าอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกมนุษย์ เธอไม่เคยเดินทางไกลอย่างมิลลี่
“โลกมนุษย์น่ะมีสัตว์ร้ายและอันตรายหลายอย่างโชคดีที่ระหว่างเดินทางนั้นเองที่ฉันได้ไปพบกับต้นไม้ใหญ่ในป่าดิบเป็ที่ๆสงบมากและไม่มีมนุษย์คนไหนกล้าเข้าไป ฉันจึงอยู่ที่นั้นและได้ทำหน้าที่จนบรรลุผลหลายงาน” มิลลี่ได้เล่าอย่างง่ายๆแต่ยังไม่ได้เล่าส่วนที่เธอเคยท้อและเคยประสบปัญหา
“ดีจังเลยถ้าฉันมีปีกแสงสีขาวเมื่อไหร่ ฉันจะเดินทางกับมิลลี่บ้าง”ซารีน่าพูดอย่างสนุกสนานราวกับอยากผจญภัยในโลกกว้าง
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะรอเ้านะซารีน่า เพราะว่าข้าก็อยากไปด้วยเหมือนกัน”ทอมเอื้อนเอ่ยราวกับจะเริ่มทำสัญญาว่าหากซารีน่าทำปีกให้เป็แสงสีขาวได้
พวกเขาจะได้เดินทางเพื่ออวยพรกับให้สิ่งมีชีวิตเพื่อให้ปีกนี่เป็สีรุ้ง ตามที่แฟร์รี่ทุกตนหวังเวทมนต์จะกล้าแกร่งและอายุยืนกว่าเดิม
“ได้สิ อีกครั้งเดียวเท่านั้น”
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวกลับที่พักละนะ” มิลลี่เอ่ยลาเพราะว่าเธอต้องไปรายงานกับพระาาและพระราชินีผู้เลอโฉมเกี่ยวกับการกลับมาพร้อมอำนาจแห่งปีกสีทองนี้
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
ระหว่างที่ซารีน่ากำลังจะไปทำหน้าที่อวยพรในครั้งสุดท้ายนี่เองที่เธอต้องพลาดโอกาสถึงหลายครั้งเพราะว่ายังมีแฟร์รี่อีกหลายตนที่ทำหน้าที่อวยพรให้กับผู้ที่เหมาะสมรับพรจากพวกเขา
จนกระทั่งการอวยพรครั้งสุดท้ายของเธอต้องเป็หมันทุกคราไป
“เฮ้อ...”ซารีน่านั่งท้าวคางอย่างเศร้าใจอยู่ริมแม่น้ำที่เธอยังไม่สามารถอวยพรครั้งที่100ได้เสียที แล้วเมื่อไหร่จะได้เดินทางท่องโลกมนุษย์อย่างสนุกสนานกับทอม
ซารีน่าถอนหายใจอีกครั้ง
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
เวลาผ่านไปหลายปีเ้าชายน้อยที่ซารีน่าได้อวยพรเติบใหญ่เป็หนุ่มที่แข็งแกร่งกล้าหาญไปรบที่ใดก็ไม่เคยแพ้อย่างที่เคยได้รับพรจากซารีน่าเขาเป็เ้าชายที่ได้ถูกหมายตาจากหญิงงามทุกเมืองที่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเข้า“เ้าชายเอ็ดมันน์ที่2 แห่ง อิลแลนด์”แต่เขาไม่เคยจะตอบรับหรืออยากแต่งงานกับเ้าหญิงต่างเมืองซึ่งผู้เป็พระาาได้เอื้อนเอ่ยถามว่า
“ทำไมเ้าถึงไม่ออกเรือนเสียทีทั้งๆ ที่มีเ้าหญิงจากต่างเมืองมากมาย ทรัพย์สินมหาศาลและรูปโฉมงดงามดั่งดอกไม้แรกแย้ม”
“ท่านพ่อขอรับกระผมยังไม่เจอหญิงที่ถูกใจแม้แต่นางเดียว”พระาาได้สดับรับฟังเช่นนั้นถึงกับถามต่อว่า
“ถ้าเช่นนั้นเ้าคงจะมีนางในดวงใจอยู่แล้วนางคือใครกันหรือ?” เ้าชายผู้เลอโฉมได้ตอบราวกับหมดความหวัง
“ข้ายังไม่พบเลยขอรับ ท่านพ่อ”ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างปราสาท เยื้อย่างเท้าข้างขวาขึ้นไปเหยียบบันไดมือซ้ายจับด้ามดาบซึ่งผูกติดอยู่กับเอวซ้าย มือขวาพาดอยู่บนเข่าขวาที่สูงกว่าเ้าชายผู้เลอโฉมมองหาผู้ที่รู้ใจและเคียงข้างเขาผ่านเมฆฟ้านั้นแม้จะมาผ่านมานานถึง 24 ปีเขาก็ยังมิได้พบสตรีที่ต้องใจเสียที
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
เ้าชายเอ็ดมันน์ที่2ได้ออกเดินทางล่าสัตว์ยามราตรีเพื่อหาหนังเสือดำสวยๆสักอันไว้ห่มกาย่หน้าหนาวที่กำลังจะมาถึงเขาเดินทางไปเพียงลำพังเพราะไม่อยากไปกันมากคนแม้พระาาพร้อมทั้งทหารองครักษ์บอกว่าจะติดตามแต่เ้าชายเอ็ดมันน์ก็มิ้าผู้ใดติดตาม
ผู้เป็พระาาจึงมิได้ขัดใจลูกได้เพราะเห็นว่าแม้ไปรบในสมรภูมิใด อันตรายมากแค่ไหนก็กลับมาอย่างไร้ร่องรอยาแ
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
“ซารีน่าเ้าจะไปไหนรือ?” ทอมหนุ่มน้อยที่บินตามหลังเธอเอ่ยถามแม้ยามนี้จะไม่ใช่เวลาของเขาแต่ยังดีที่เขายังเป็แฟร์รี่ที่ยังไม่เติบใหญ่เต็มที่ หากเขาโตเต็มวัยยามราตรีคงมิใช่ของเขาอีกต่อไป
“ข้าจะออกไปดูเผื่อจะมีมนุษย์ที่อยากให้ข้าอวยพร ข้าจะได้ทำให้มันครบ 100 ครั้งเสียที”เธอเปรยราวกับหมดหวัง แต่ในความหมดหวังมีความหวังเพียงริบหรี่
“ให้ข้าตามไปเป็สหายไหม?”
“ไม่ต้องก็ได้ทอม ขอบใจเ้ามาก”
ซารีน่าบินสูงขึ้นออกจากเมืองแฟร์รี่ยามราตรีที่แสนสงบมุ่งหน้าสู่อิลแลนด์บินเข้าไปในป่าลึก เพราะว่าคืนนี้พระจันทร์ส่องแสงริบหรี่มากไม่ค่อยสว่างเหมือนวันเพ็ญมันเป็คืนจันทร์เสี้ยว
ดวงตาสีมรกตคู่งามนั้นมองไปยังท้องฟ้าราวกับว่าอยากให้คืนนี้มืดมน
“เฮ้อ... เมื่อไหร่นะข้าจะได้มีแสงสว่างที่ปีก แทนที่มันจะร่วงหล่นอยู่แบบนี้”ซารีน่าถอนใจ ขณะที่แสงจากปีกที่หยดลงสู่พื้นยามที่ได้กระพือปีก
และแล้วมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมีลูกธนูพุ่งมาจากที่ใดก็ไม่อาจบอกได้ ซารีน่าใรีบบินหนีไปหลังต้นไม้และเธอก็แอบมองว่าใครกันนะที่ยิงใส่เธอ
“หายไปแล้วนะ เร็วจริงๆ”เ้าชายเอ็ดมันน์ที่2มองหาแสงกะพริบเมื่อครู่เพราะเขาเปลี่ยนใจจากเสือดำเป็แสงที่กะพริบๆ และดูเหมือนจะเป็สิ่งที่เขาอยากรู้ว่ามันคืออะไร
“แย่ละ มนุษย์!!”ซารีน่าไม่รู้จะหาทางหนีอย่างไรดี กลัวว่าจะถูกยิงจนปีกพังบินกลับเมืองแฟร์รี่ไม่ได้
หัวใจของซารีน่าเต้นแรงเพราะความกลัวว่าจะถูกมนุษย์จับไปทำร้ายเธอจะต้องหาทางหนีไปจากเขาให้ได้ และเมื่อร่างของเ้าชายเอ็ดมันน์หันหลังและสองมือนั้นถือลูกธนูและคันศรนั้นเอง ที่ซารีน่าสบโอกาสรีบกระพือปีกหนี
แต่น่าเสียดายที่เขาเห็นแสงกะพริบจากหยดน้ำค้างบนต้นไม้เบื้องหน้าเขาว่าด้านหลังเขามีแสงกะพริบกำลังบินออกห่างไปจากจุดที่เขายืนเ้าชายเอ็ดมันน์จึงยิงธนูใส่ มันไปเฉียดกับกระโปรงสีชมพูของเธอและรั้งเข็มขัดของเธอ ดึงร่างนั้นไปชนกับต้นไม้ แม้ซารีน่าจะไม่าเ็แต่เธอก็มิอาจจะหนีไปจากคันศรที่รั้งเสื้อผ้าเธอติดกับต้นไม้ได้
ถ้าให้ถอดชุดแล้วหนีไปตัวเปล่าเธอคงทำไม่ได้
“นี่ เ้าเป็ตัวอะไรเทวดาหรือ?” เ้าชายเอ็ดมันน์ถามขณะที่ร่างเล็กนั้นกำลังหาทางพยายามหนีปีกนั้นยังคงกระพือมิหยุด แต่ร่างของซารีน่าก็มิอาจหนีไปได้
“ปล่อยข้าไปเถอะข้าทำอันตรายเ้าไม่ได้ อย่าทำอะไรข้าเลยนะ” ซารีน่าวิงวอนขอร้องเพราะนี่เป็การเผชิญหน้าของเธอกับมนุษย์ ไม่รู้ว่าเขาจะจับเธอหรือฆ่าเธอกันแน่มันทำให้ซารีน่ากลัวจับจิต
“เ้าเป็ตัวอะไรกันเนี่ย?” ซารีน่าก้มหน้าแล้วเอามือจับที่คันศรราวกับพยายามให้มันหลุดไปจากเสื้อผ้าเสียทีแต่ก็ยากนัก เ้าชายเอ็ดมันน์จึงยื่นมือทั้งสอง เพื่อปลดพันธนาการนี่ออกจนซารีน่าได้เป็อิสระ
“ข้าขอโทษที่ทำให้เ้าในะข้าไม่ทำอันตรายเ้าแล้ว บอกข้าเถอะ เ้าเป็ใคร” ดวงตาสีน้ำตาลของเ้าชายและผมสีน้ำตาลสลวยนั้น พลิ้วไปตามสายลม ชุดที่รัดกุมที่ดำ แขนยาว กับรูปร่างล้ำสันสูงประมาณเมตรกับอีกแปดนิ้ว ข้างกายมีดาบซึ่งด้ามดาบทำด้วยทอง ประดับยศอย่างสวยงามแต่ซารีน่าไม่ชอบเอาเสียเลย ที่เขาถูกตัวเธอ
“ข้าคือแฟร์รี่ นามของข้าคือซารีน่า บาเรล” ซารีน่าบินรอบๆ ใบหน้าเขามองเขาให้จำติดตา และเขาก็มองซารีน่าอย่างหลงใหล
“ข้าคือ เ้าชาย เอ็ดมันน์ที่2แห่ง อิลแลนด์ ยินดีที่ได้รู้จักกับซารีน่า บาเรล” เขาน้อมเคารพให้ซารีน่านึกย้อนเหมือนกับเคยได้ยินชื่อ อ่า... เธอจำได้แล้ว เ้าชายน้อยแสนซนนี่เองบัดนี้เติบใหญ่จนเป็หนุ่ม เธอหัวเราะถาม
“เ้าเองหรือ อ่อผ่านมาเร็วขนาดนี้ข้าคงลืมนับไปว่า โลกของเ้าเวลาเดินเร็วกว่าโลกของข้า”เ้าชายเอ็ดมันน์ฉงนว่าเคยเจอกันเมื่อไหร่ ซารีน่าบินรอบๆ กายเขาแล้วบอก
“ข้าเคยไปงานวันเกิดของเ้าและอวยพรให้เ้า วันนั้นเ้ายังจับข้าคล้ายๆ วันนี้เลย เ้านี่ร้ายไม่เปลี่ยน”ซารีน่าเรียกจนเขาเหมือนมนุษย์ธรรมดาที่ไม่ได้เป็ยศศักดิ์เ้าชาย
“ข้าคือเ้าชายนะ ซารีน่า”เ้าชายเอ็ดมันน์เอ่ยย้ำเตือนซารีน่าต้องร้องอุทานแล้วบอกต่อด้วยความประชดเล็กน้อย
“ขอพระองค์ทรงประทานอภัยให้หม่อมฉันเพคะหากเป็การขอขมาลาโทษ หม่อมฉันสามารถบันดาล พรที่พระองค์้าได้”อย่างน้อยการอวยพรครั้งที่ 100 ของเธอจะได้สัมฤทธิ์ผลเสียที
“ให้พรข้าได้จริงๆ หรือ”ซารีน่าบินตลบหลังไปสองรอบ แล้วบินย้อนรอบศีรษะเขาอีกรอบหนึ่ง
“ระหว่างที่เ้าเติบโตเ้าเคยพบกับสิ่งที่ผิดหวังหรือไม่ล่ะ? นั้นคือพรที่ข้าเคยให้เ้าเมื่อครั้งเ้าเยาว์วัย”เ้าชายเอ็ดมันน์จึงได้ขอพร เพราะเขาได้มาทุกสิ่งหากแต่ยังมีสิ่งเดียวที่เขายังไม่ได้
“ถ้าเป็เช่นนั้นข้าจะขอพรจากเ้าก็ได้”ซารีน่าเตรียมพร้อมที่จะร้องเพลงให้พรกับเ้าชายเอ็ดมันน์อีกครั้ง
“ข้า้าหญิงงามมาเป็คู่เชยชมผู้ที่จะอยู่ในจิตของข้า ทั้งยามหลับ และยามตื่น รู้ใจข้า อยู่ข้างกายข้าและมีเพียงข้า หญิงงามเมืองอื่นที่หมายตาข้า แบบนั้นข้าไม่เอาหรอก”ซารีน่าเข้าใจแล้ว เธอจึงร่ายร้องเพลงอีกครั้ง...
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]