ราชันเวทเทพองเมียว

    56 ความลับของพลังเทพและจุดกำเนิดของปีศาจ (2)

            อาหารช่างเรียบง่ายราวกับกำลังอยู่ในเทศกาลถือศีลกินผักก็มิปาน

            ผัดเต้าหู้ใส่แครอทจานหนึ่ง ผัดกะหล่ำปลีใส่เห็ดอีกจานหนึ่ง พร้อมข้าวสวยหอมกรุ่นหนึ่งหม้อ

            ภายหลังรับประทานอาหารเรียบร้อยต้าหมินพยายามมองหาสตรีชุดขาวผู้นั้น ไม่รู้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน หลังเดินหาจนทั่วเขาพบว่าสถานที่นี้ช่างรกร้างผู้คน มีอาคารเพียงสองหลัง อาคารหลักด้านหน้าและโรงครัวด้านหลัง ห่างออกไปมีห้องน้ำทำเป็นเพิงพอกันแดดกันฝนเท่านั้น ชายขอบของเนินนี้มีแต่ต้นไผ่สูงชะลูด ราวกับเป็นกำแพงตามธรรมชาติ

            พื้นที่ก็มีแค่นี้คนผู้นั้นหายไปได้อย่างไร 

            ในใจเต็มไปด้วยความสงสัยแน่นอกจนอยากหาคนมาระบาย มองไปเห็นเด็กหญิงนั่งแกว่งเท้าอย่างสบายใจ มือหนึ่งใช้ตะเกียบคีบปลาตัวเล็ก ๆ เข้าปาก ไม่ทราบไปหามาจากไหน อีกมือเปิดหนังสืออ่านด้วยท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อน

            เด็กชายยิ่งเห็นก็ให้รู้สึกกรุ่นโกรธอยู่ลึก ๆ เขารีบกลับเข้าไปในโรงครัวที่เสมือนโรงอาหาร ทำเสียงปึงปังเรียกความสนใจ

            “มีคำถามอะไรล่ะ ถามข้าก่อนก็ได้นะ” เด็กหญิงวางมือจากอาหารตรงหน้า

            “อิ่มแล้ว?”

            “เห็นกระวนกระวายอย่างนี้แล้วข้าจะทานลงได้อย่างไร” 

            แหม! แม่หญิงใจดีศรีอโยธยา

            ต้าหมินนึกบ่นในใจ เมื่อโอกาสมาถึงเขาเริ่มคิดคำถาม ในเมื่อโนะฮิเมะเคยบอกก่อนหน้านี้แล้วว่าหากมาถึงสถานที่นี้เมื่อไรเธอพร้อมตอบคำถามทุกอย่าง ดังนั้นขอถามไม่อั้นแล้วกัน

            “อืม เริ่มจากเรื่องนี้ก็แล้วกัน ที่นี่ที่ไหน”

            “ด้านในวัดซูเซ็นจิ” เด็กหญิงตอบด้วยท่าทางสบาย ๆ

            “ภายในวัดมีศาลเจ้าเนี่ยนะ”

            “ใช่ เจ้ารู้ไหมสถานที่สร้างวัดนี้ใครเป็นผู้บริจาค”

            เด็กชายส่ายหน้า

            “เทพคาริบะและเทพนิอุ ยามนั้นปรมาจารย์คุไคกำลังมองหาสถานที่สร้างวัด แต่ไม่ถูกใจสักที เพราะวัดนี้สำคัญมากถือเป็นรากฐานของนิกายชินกง เทพทั้งสองเห็นดังนั้นจึงชี้ทางผ่านสุนัขสีขาวและดำคู่หนึ่ง จนมาถึงสถานที่แห่งนี้ เจ้าไม่เห็นรึ บริเวณนี้ร่มรื่นเพียงใด”

            “อ้อ ด้วยเหตุนี้จึงมีศาลเจ้าของเทพทั้งสองอยู่ในวัด”

            “อืม” เด็กหญิงพยักหน้าพร้อมกล่าว “ว่าแต่สงสัยอะไรอีกล่ะ ถ้าข้าตอบได้จะตอบให้”

            “ตอนแยกจากอาจารย์ที่เฮอัน เจ้าบอกว่าอาจารย์เสร็จธุระแล้วจะตามมา แต่สีหน้าของเจ้ากับอากัปกิริยาของพี่นกบ่งบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ยิ่งพี่นกสลายไปเจ้าก็เหมือนคนสติแตก เอาแต่เร่งให้เดินทางอยู่นั่นแหละ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

            นี่คือข้อสงสัยหนึ่งที่อัดอั้นในใจมานาน

            “ข้อนี้ข้าขอเก็บไว้ก่อน มีคำถามอื่นไหม”

            เด็กชายเริ่มรู้สึกไม่พอใจ มีขอเปลี่ยนคำถามด้วยเหรอ ว่าแล้วก็พรั่งพรูทุกข้อสงสัยออกมาทั้งหมด ราวกับว่าทำเช่นนี้จะบรรเทาความกังวลที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจได้

            “อ้อ เรื่องที่จะถามมีเท่านี้ใช่ไหม”

            เด็กหญิงกล่าวทบทวนทีละข้อด้วยเสียงดังฟังชัด คล้ายกำลังท่องตำราต่อหน้าอาจารย์

            หนึ่ง หนทางในการฝ่าทะลุขั้นทารก

            สอง ควันดำที่ออกมาจากหนังสุนัขป่าเกี่ยวกับวิญญาณตกค้างหรือไม่

                    สาม สี่ราชันปีศาจคือใคร

            สี่ วิธีผนึกไข่มุกของเทพมังกรทะเลตะวันออก

            ห้า วิธีกำจัดหนอนปรสิตของเผ่าทานูกิ

            หก ของรางวัลเขี้ยวเสือกับก้อนหินแห่งความโชคดี มันคุ้มหรือเปล่า

            เจ็ด หญิงสาวในชุดมิโกะคือใคร

            แปด หมึกของยันต์เบญจธาตุติดมือ

            “หือ! ข้อสุดท้ายหมายความว่าอย่างไร มันติดมือเจ้าจริงเหรอ”

            เด็กชายยกมือซ้ายให้ดู เห็นตัวอักษรเลือนรางฝังอยู่ในฝ่ามือ

            “อ้อ จริงด้วย” เด็กหญิงส่งเสียงหึ ๆ ในลำคอ ค่อยทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า

            “ข้าหิวน้ำน่ะ ขอน้ำหน่อยสิ”

             เด็กชายสูดลมหายใจเข้าลึก เอี้ยวตัวใช้กระบวยตักน้ำในตุ่มด้านข้าง ใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วยื่นส่งให้

            “เอ้า นี่ของเจ้า”

            “ฟู่ ชื่นใจ เสียดายไม่มีชาร้อน โอ้ ข้าไม่ได้ดื่มชามานานเท่าไรแล้วเนี่ย”

            “จะเอาอย่างนี้ใช่ไหม ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ” เด็กชายทำท่าฮึดฮัด

            “อ๊ะ อ๊ะ ข้าไม่แกล้งแล้ว พี่สาวออกมาเถอะ น้องคนนี้ไม่ขอตอบพี่ต้องมาตอบเองนะ”

            เด็กหญิงพูดไม่ทันขาดคำ หญิงสาวแต่งกายด้วยชุดสีขาวคาดสายรัดสีแดงเหมือนกับชุดของมิโกะ พลันปรากฏตัวขึ้นด้านหน้าโรงครัว คล้ายกับว่าเธอยืนอยู่ตรงนี้มาตลอด เพียงแต่เขาไม่เห็นเท่านั้น

            “ท่านจะให้ข้าลุกไปก่อนไหม เผื่อมีความลับอะไรที่ไม่อาจรับรู้” เด็กหญิงกล่าวหยอกล้อ

            หญิงสาวมองไปทางเด็กหญิงด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับต้องการบอกว่า ‘ตามใจเจ้าสิ อยู่ฟังก็ได้ไม่อยู่ก็ได้’

            “อ๊ะ อยู่ก็ได้ เผื่อมีอะไรให้ช่วยเสริม”

            ยามนี้เด็กชายค่อยเข้าใจ เขากับหญิงสาวคนนี้ไม่รู้จักกัน หากต้องมานั่งตรงข้ามแล้วถามคำถาม เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเขาอาจไม่ได้พูดสิ่งซึ่งติดอยู่ในใจออกมาทั้งหมด คำถามเกินครึ่งอาจเก็บไว้หรืออาจลืมถาม ดังนั้นเด็กหญิงตรงหน้านี้จึงถามแทน รอจนพูดข้อสงสัยออกมาทั้งหมดแล้ว เธอถึงค่อยแสดงตัว

            “เพิ่งทานข้าวนิ เดินเล่นสักหน่อยเถอะ”

            หญิงสาวกลับหลังหัน พาเด็กสองคนเดินอ้อมโรงครัว ผ่านกองฟืนและปล่องดินที่เหมือนเอาไว้เผาถ่าน ยังไม่ทันถึงดงไผ่ด้านหน้า ต้นไผ่กลับแหวกเป็นทางให้พวกเขาเดินผ่านเข้าไป 

            ภาพที่เห็นตรงหน้าเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่ง ด้านล่างเป็นเนินลาดเท ขวามือเป็นนาข้าวแบบขั้นบันได ซ้ายมือเป็นสระน้ำเต็มไปด้วยดอกบัวสีขาว ตรงกลางเป็นทางเดินทอดยาวไปสู่สวนต้นไม้ดอกไม้บานสะพรั่ง มีทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก เช่น ซากุระ ดอกอะจิไซสีน้ำเงิน ดอกบ๊วยสีชมพูแซมขาว ทั้งเป็นฤดูกาลของมันและไม่ใช่ ราวกับสวนนี้รวบรวมพันธุ์ดอกไม้ในดินแดนนี้มาไว้รวมกัน ไร้ระเบียบทว่าสวยงามตามธรรมชาติ

            แปลก! เส้นทางจากเสาโทริอิมาถึงศาลเจ้านี้แค่เนินเตี้ย ๆ ทำไมด้านหลังกลายเป็นเนินเขาไปได้ น่าแปลกอีกอย่างคือที่นี่่ไม่มีผู้คนแม้แต่คนเดียว

            “นี่คือแดนจิ้งจอก ข้าคือเซียนจิ้งจอกแดงบริวารท่านเทพอุกะโนะมิทามะ*”

            ต้าหมินอึ้งไปครู่หนึ่ง ขณะที่โนะฮิเมะแค่อมยิ้มเหมือนกับว่าเธอรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

            “เจ้าเรียกข้าว่าพี่สาวก็ได้” 

            ยามนี้ใบหน้านิ่งเฉยของหญิงสาวพลันเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง แฝงความเย้ายวนสองส่วน งดงามสามส่วน น่ารักน่าชิดใกล้สี่ส่วน อ่อนแอน่าทะนุถนอมหนึ่งส่วน เพียงพริบตาเธอกลายเป็นหญิงสาวหน้าตางดงามหาใดเปรียบ ไม่ว่ากิริยาท่าทางล้วนแฝงความน่ารักของสตรีวัยแรกรุ่นกับความมีมารยาของสตรีเต็มสาว ทั้งยังแฝงความนุ่มนวลเอาอกเอาใจของสตรีมีครอบครัว 

            ความงามของผู้หญิงเท่าที่ต้าหมินจะนึกได้พลันมารวมอยู่ที่ตัวหญิงสาวผู้นี้ 

            ไม่ใช่หญิงสาวสิ ต้องบอกว่าท่านเซียน

            “จะดีหรือครับ ท่านถึงขนาดเป็นเซียนจิ้งจอก กระผมเป็นแค่คนธรรมดาเอง”

            เซียนจิ้งจอกแดงหัวเราะคิกคักราวกับสาวแรกรุ่น

            “น้องชาย เจ้าน่ะรึคนธรรมดา อย่าล้อพี่สาวเล่นเลย”

            ต้าหมินอึ้งไปในทันใด แทบควบคุมตัวเองไม่ได้

            “หมายความว่าอย่างไรครับ”

            “พี่สาวพูดชัดแล้วไง เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา ไม่เคยและไม่มีวัน ขอให้จำคำนี้ไว้”

            น้ำเสียงหวานละมุนแทรกซึมอยู่ทุกอณูของอากาศ แทนที่เขาจะยินดีกลับรู้สึกเย็นเยือกไปถึงขั้วหัวใจ อันที่จริงเขาพอทราบคร่าว ๆ อยู่แล้วว่าร่างกายนี้ค่อนข้างประหลาด แน่นอน ผู้ใหญ่กลายเป็นเด็กจะไม่ให้ประหลาดได้อย่างไร 

            ข้อสำคัญคือการฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ 

            ดูอย่างการถูกโนะฮิเมะทุบศีรษะจนสลบ หากดูตามตำแหน่งและนิสัยของคนผู้นี้ที่ไม่รู้จักออมกำลัง คาดว่าคอของเขาคงหักไปแล้ว แต่กลายเป็นบวมนิดหน่อยเท่านั้น ภายหลังรับประทานอาหารเช้าอาการบวมหายเป็นปลิดทิ้ง ไวไปหรือเปล่า บาดแผลตอนเจาะเลือดเขียนยันต์สร้างชิกิงามิก็เช่นกัน ไม่ทันข้ามวันแผลก็ตกสะเก็ด วันรุ่งขึ้นไม่เหลือร่องรอยบาดแผล 

            ตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะอยู่ในร่างเด็ก เด็กย่อมฟื้นตัวเร็วกว่าผู้ใหญ่ ดูท่าคงไม่ใช่เหตุผลนี้เสียแล้ว

            “คำถามของเจ้า พี่สาวขอพูดอย่างนี้แล้วกัน” เซียนจิ้งจอกแดงทำท่าหวนรำลึก

            “ขอเล่าเรื่องนี้ก่อนนะ รู้ไหมปีศาจในแดนดินนี้แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ ประเภทแรกคือถือกำเนิดจากมัน และประเภทหลังคือไม่ได้เกิดจากมัน

            ‘มัน’ ที่ว่าก็คือ ‘ยามาตะ โนะ โอโรจิ พญามังกรแปดเศียร’ อสุรกายชั่วร้ายที่มีกำเนิดมาพร้อมกับดินแดนนี้ หลังจากมหาเทพสุซาโนะโอะสังหารมัน ซากศพของมันหาได้สลายไปตามกาลเวลาไม่ ขณะที่เวลาผันผ่านบางชิ้นส่วนกลับกลายเป็นอสูรและปีศาจหลากหลายชนิด

            เหล่าเทพซึ่งใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์หลังจากทราบเรื่องนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพียงแต่ว่าด้วยเหตุใดไม่ทราบเหล่าเทพทั้งแปดร้อยองค์ต่างทยอยคืนกลับ ‘ที่ราบฟ้าสูง’ หรือเจ้าจะเรียกว่าสวรรค์หรือดินแดนแห่งทวยเทพก็ได้ ทว่าด้วยความเป็นห่วงเป็นใยในเหล่ามนุษย์ผู้เป็นทายาท จึงใช้พลังบางอย่างคงเทพองค์สุดท้ายเอาไว้ ซึ่งก็คือท่านเทพอุกะโนะมิทามะ

            มอบหน้าที่ปกปักรักษาเผ่ามนุษย์จากเหล่าอสูรและปีศาจ ท่านทำหน้าที่นี้มานานหลายร้อยหลายพันปี จนกระทั่งถึงวันที่ท่านต้องกลับที่ราบฟ้าสูง ทว่าภารกิจของท่านที่ยังไม่ลุล่วงจำต้องหาคนมาสานต่อ ก่อนจากไปท่านได้เฟ้นหาผู้มีวาสนามารับหน้าที่สืบแทน คนผู้นี้ก็คือเจ้า”

     

            โคทาโร่ เจ้าคือคนผู้มีวาสนาคนนั้น 

     

            แต่สรรพสิ่งมีหยินและหยาง เจ้าไม่ใช่ผู้มีวาสนาคนเดียว**!?

     

            *อุกะโนะมิทามะ อีกชื่อหนึ่งของเทพอินาริ เทพแห่งกสิกรรมของชาวญี่ปุ่น

            **เบาะแสของคนที่สองปรากฏอยู่ในตอนพิเศษของหนังสือเล่ม 2

    คล้ายกับเรื่องราชันเวทเทพองเมียว ที่คุณอ่าน