หลังจากคืนเข้าหอที่เงียบงัน ซูซู ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความว้าเหว่และความมุ่งมั่น เมื่อสามีอย่าง เฉินหยาง เลือกที่จะแยกห้องไปนอนที่ห้องตำราด้วยเหตุผลเื่โรคประจำตัว ซูซูจึงตัดสินใจที่จะพิสูจน์ตนเองในฐานะสะใภ้ที่ดีของตระกูลเฉิน นางไม่้าให้ใครมองว่านางเป็เพียงหญิงสาวที่ถูกทอดทิ้ง นางจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด
ทุกเช้าตรู่ ซูซูจะตื่นแต่ไก่โห่ จัดการดูแลความเรียบร้อยภายในห้องหอของตนเอง ก่อนจะเดินไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมน้ำชาหอมกรุ่นด้วยสองมือของนางเอง นางเรียนรู้จาก เหมยลี่ สาวใช้ในจวนถึงความชอบส่วนตัวของ ราชครูเฉิน ผู้เป็พ่อสามี นางรู้ว่าราชครูชอบน้ำชาที่ชงด้วยใบชาชนิดใด และชอบดื่มในอุณหภูมิประมาณไหน
ซูซูมีรูปร่างที่บอบบางอ่อนช้อย ส่วนสูงปานกลางที่ดูสง่างาม เมื่อเดินจะมีท่าทางที่นุ่มนวลราวกับใบไผ่ที่โต้แต้มไปตามสายลม ใบหน้าของนางเป็รูปไข่ที่สมบูรณ์แบบ มีแก้มที่อิ่มเอิบเล็กน้อย ผิวพรรณขาวเนียนราวกับกลีบบัวที่เพิ่งบาน คิ้วของนางโค้งอ่อนๆ เหมือนใบหลิวที่ก้มลงมาแตะผิวน้ำ ขนตายาวหนาดกดำราวกับปีกของนกนางแอ่น
ดวงตาของซูซูเป็สิ่งที่โดดเด่นที่สุด เป็ดวงตาสีดำใสราวกับน้ำใสในลำธาร มีความลึกลับและความอ่อนโยนที่ทำให้ใครที่มองก็รู้สึกอบอุ่น จมูกของนางโด่งเล็กน้อยอย่างสง่างาม ริมฝีปากบางๆ เป็สีชมพูอ่อนเหมือนกลีบดอกท้อ เมื่อยิ้มจะมีลักยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากที่ดูน่ารักและมีเสน่ห์
เส้นผมของซูซูยาวไหลลื่นเป็สีดำขลับ มักจะเกล้าไว้อย่างเรียบร้อยด้วยกิ๊บทองคำเล็กๆ ที่เรียบง่าย ลำคอของนางยาวเรียวราวกับต้นคอหงส์ ไหล่ที่เอียงลาดอย่างนุ่มนวล แขนที่เรียวเล็กแต่มีสัดส่วนที่สวยงาม มือที่เล็กนุ่มนวลราวกับกลีบดอกไม้ นิ้วที่เรียวยาวเหมาะสำหรับการทำงานประณีต
เมื่อน้ำชาพร้อม ซูซูจะถือถาดน้ำชาเดินไปยังห้องทำงานส่วนตัวของราชครูเฉินด้วยความประหม่าทุกครั้ง ห้องทำงานของเขามักจะเงียบสงบ มีเพียงกลิ่นหมึกและกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่ ราชครูเฉินมักจะนั่งอ่านตำราหรือจัดการเอกสารสำคัญอยู่เสมอ เมื่อเห็นซูซูเดินเข้ามา เขาก็จะเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่ซับซ้อน
ราชครูเฉินมองซูซูด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันไปหมด ทุกครั้งที่เห็นนางเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่อ่อนช้อยนั้น หัวใจของเขาก็จะเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าของซูซูทำให้เขานึกถึง เหมยหัว ภรรยาของเจิ้นหาวที่เขาเคยรักมาก ความคล้ายคลึงนั้นมากจนน่าใ ไม่เพียงแต่ใบหน้าเท่านั้น แม้แต่ท่าทางการเดิน การก้มหน้า และรอยยิ้มอ่อนๆ ก็เหมือนกับเหมยหัวในวัยสาวที่เขาเคยพบเห็น
"ท่านพ่อเ้าคะ น้ำชามาแล้วเ้าค่ะ" ซูซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา พร้อมกับวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะข้างกายเขา
เสียงของซูซูก็เหมือนเหมยหัวเช่นกัน นุ่มนวลและไพเราะราวกับเสียงน้ำใสที่ไหลผ่านก้อนหิน ราชครูเฉินรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของคนที่เขารักจากอดีตกลับมาอีกครั้ง ความเ็ปและความคิดถึงที่เขาเก็บกดมายี่สิบปีก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
ราชครูเฉินจะรับถ้วยน้ำชาจากมือของซูซูช้าๆ สายตาของเขามักจะจ้องมองกิริยาที่อ่อนช้อยของนาง ความนิ่งลึกของเขาทำให้ซูซูรู้สึกประหม่าและวูบวาบทุกครั้งที่ปลายนิ้วของทั้งคู่บังเอิญัักันขณะส่งถ้วยน้ำชา
ในใจของราชครูเฉิน เขารู้สึกเอ็นดูซูซูมาก นางเป็ลูกสาวของเพื่อนรักที่เขาทิ้งไว้ข้างหลัง และเป็ลูกสาวของหญิงที่เขาเคยรัก การเห็นซูซูพยายามทำหน้าที่สะใภ้อย่างดีที่สุดแม้จะถูกทอดทิ้งจากสามี ทำให้เขารู้สึกสงสารและเจ็บใจ เขาเห็นความเหงาในดวงตาของนาง แม้นางจะพยายามซ่อนไว้
เขาสังเกตเห็นว่าซูซูผอมลงเล็กน้อยั้แ่มาอยู่ที่จวนนี้ แก้มที่เคยอิ่มเอิบก็ดูบุ๋มลงไป ดวงตาที่เคยใสใสก็มีเงาของความเศร้าโศก เขารู้ว่านางคงเหงาและเศร้าใจที่สามีไม่ให้ความสนใจ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรได้ เพราะเขาเองก็เป็คนที่บังคับให้หยางแต่งงานกับซูซู
ทุกครั้งที่เห็นซูซูก้มหน้าลงด้วยความเคารพ เขาก็อยากจะบอกให้นางเงยหน้าขึ้น เพราะเขาอยากเห็นใบหน้าที่สวยงามนั้น อยากเห็นดวงตาที่ใสใสเหมือนเหมยหัว แต่เขาก็ไม่กล้าพูด เพราะกลัวว่าจะทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ
เมื่อซูซูเดินออกจากห้องทำงานไปแล้ว ราชครูเฉินมักจะนั่งมองตามหลังนางด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขาเห็นท่าทางการเดินที่สง่างามของนาง เห็นแผ่นหลังที่เรียวเล็กและดูเปราะบาง เขารู้สึกอยากจะปกป้องนาง อยากจะดูแลนางให้ดีที่สุด
เขาเริ่มสั่งให้คนใช้ในจวนดูแลซูซูเป็พิเศษ ให้เตรียมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับนาง ให้เพิ่มถ่านไฟในห้องของนางเพื่อไม่ให้นางหนาว และให้เตรียมผ้าไหมที่นุ่มนวลสำหรับนางใช้
แต่สิ่งที่ทำให้ราชครูเฉินรู้สึกผิดมากที่สุดคือการที่เขาเริ่มรู้สึกดีใจที่ได้เห็นซูซูทุกวัน เขารู้ว่าความรู้สึกนี้ไม่ถูกต้อง เพราะนางเป็สะใภ้ของเขา เป็ภรรยาของลูกชาย แต่เขาก็ไม่อาจควบคุมความรู้สึกของตนเองได้
ทุกเช้าเขาจะรอคอยให้ซูซูมาส่งน้ำชา เขาจะตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ของนางเดินมาตามระเบียง และจะรู้สึกผิดหวังเมื่อนางเดินออกไป เขาเริ่มหาข้ออ้างต่างๆ เพื่อให้นางอยู่ในห้องทำงานนานขึ้น บางครั้งเขาจะถามเื่การดูแลสวน บางครั้งจะถามเื่การจัดการในครัว
ในคืนที่เงียบสงบ ราชครูเฉินมักจะนั่งมองดวงจันทร์และนึกถึงอดีต เขานึกถึงเหมยหัวที่เขาเคยรัก เขานึกถึงวันที่เขาสารภาพรักและถูกปฏิเสธ เขานึกถึงความเ็ปที่ทำให้เขาต้องหนีออกจากบ้านเกิด และตอนนี้ลูกสาวของเหมยหัวกลับมาอยู่ในชีวิตของเขาอีกครั้ง
เขารู้สึกเหมือนพระเ้าเล่นตลกกับเขา ทำไมต้องให้ซูซูมาเหมือนเหมยหัวขนาดนี้ ทำไมต้องให้นางมีท่าทางและเสียงพูดที่เหมือนกัน ทำไมต้องให้เขารู้สึกเหมือนได้เจอเหมยหัวอีกครั้งในร่างของลูกสาว
ความรู้สึกผิดและความปรารถนาที่ขัดแย้งกันทำให้เขาทรมานใจ เขารู้ว่าเขาไม่ควรมีความรู้สึกแบบนี้กับสะใภ้ แต่เขาก็ไม่อาจหยุดตัวเองได้ เขาเริ่มรู้สึกอิจฉาหยางลูกชายของตนเอง ที่ได้มีซูซูเป็ภรรยาแต่กลับไม่รู้จักเห็นคุณค่า
วันหนึ่งขณะที่ซูซูกำลังส่งน้ำชาให้เขาตามปกติ ฝนเริ่มตกลงมาอย่างแรง นางวิ่งเข้ามาในห้องทำงานด้วยความรีบร้อน ผมที่เปียกชื้นจากฝนทำให้ดูเซ็กซี่และน่าหลงใหลยิ่งขึ้น เสื้อผ้าที่เปียกเล็กน้อยทำให้เห็นรูปร่างที่บอบบางของนางชัดเจนขึ้น
"ขออภัยท่านพ่อเ้าค่ะ ฝนตกแรงเกินไป" ซูซูพูดด้วยความกระวนกระวาย พร้อมกับเช็ดผมที่เปียกด้วยผ้าเช็ดหน้า
ราชครูเฉินมองนางด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของเขาเต้นแรงมากจนเขาเกือบจะได้ยินเสียงของมันเอง เขาเห็นหยดน้ำฝนที่ไหลลงมาตามแก้มของนาง เห็นริมฝีปากที่เปียกชื้นและดูน่าจูบ เขารู้สึกเหมือนมีไฟลุกไหม้ในอกของเขา
"เ้า... เ้าเปียกฝนแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน อย่าให้ป่วย" เขาพูดด้วยเสียงที่แหบแห้งไปเล็กน้อย
"ขอบคุณท่านพ่อเ้าที่เป็ห่วงค่ะ" ซูซูยิ้มให้เขาด้วยความขอบคุณ รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงยิ่งขึ้น
เมื่อซูซูเดินออกไป ราชครูเฉินนั่งอยู่คนเดียวด้วยความรู้สึกที่วุ่นวายใจ เขาเริ่มรู้ตัวว่าความรู้สึกของเขาต่อซูซูไม่ใช่แค่ความเอ็นดูของพ่อสามีต่อสะใภ้ธรรมดาๆ แล้ว มันเป็ความรู้สึกของผู้ชายที่มีต่อผู้หญิงที่เขาปรารถนา
เขาเริ่มสังเกตทุกรายละเอียดของซูซูมากขึ้น สังเกตว่านางใส่ชุดสีไหนในแต่ละวัน สังเกตว่านางเกล้าผมแบบไหน สังเกตว่านางมีอารมณ์อย่างไร เขาเริ่มจำได้ว่านางชอบดอกไม้ชนิดไหน ชอบกิน อาหารอะไร
เขาเริ่มสั่งให้คนใช้ปลูกดอกไม้ที่ซูซูชอบในสวน เริ่มสั่งให้ครัวทำอาหารที่นางชอบ เริ่มหาหนังสือดีๆ มาให้นางอ่าน ทุกอย่างที่เขาทำล้วนมีซูซูเป็ศูนย์กลาง
ราชครูเฉินรู้ว่าสิ่งที่เขากำลังรู้สึกนั้นผิด เขาเป็พ่อสามีของนาง เขาควรจะดูแลนางในฐานะพ่อสามีที่ดี ไม่ใช่ในฐานะผู้ชายที่ปรารถนานาง แต่เขาก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้
เขาเริ่มหลีกเลี่ยงการอยู่ตัวต่อตัวกับซูซู เพราะกลัวว่าจะทำอะไรที่ไม่เหมาะสม แต่ในขณะเดียวกันเขาก็อยากเห็นนางทุกวัน เขาเริ่มรู้สึกอิจฉาคนใช้ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับซูซู อิจฉาแม้แต่หยางลูกชายของตนเองที่ได้เป็สามีของนาง
ในคืนที่เขานอนไม่หลับ เขาจะเดินไปยืนที่ระเบียงและมองไปยังห้องของซูซู เขาจะคิดว่านางกำลังทำอะไรอยู่ นางนอนหลับแล้วหรือยัง นางเหงาหรือไม่ เขาอยากจะเดินไปปลอบใจนาง แต่เขาก็รู้ว่าเขาไม่สามารถทำได้
ความรู้สึกที่ขัดแย้งนี้ทำให้เขาทรมานใจมาก เขารู้สึกผิดที่มีความรู้สึกแบบนี้กับสะใภ้ แต่เขาก็ไม่อาจหยุดตัวเองได้ เขาเริ่มเข้าใจว่าทำไมเขาถึงบังคับให้หยางแต่งงานกับซูซู มันไม่ใช่เพื่อทำตามคำสัญญาของบิดาเท่านั้น แต่เป็เพราะเขาอยากให้นางอยู่ใกล้ๆ เขา
เมื่อเวลาผ่านไป ราชครูเฉินเริ่มรู้สึกหวั่นไหวมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มสังเกตว่าตัวเองเปลี่ยนไป เขาเริ่มใส่ใจในการแต่งตัวมากขึ้น เริ่มใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นหอม เริ่มดูแลรูปร่างหน้าตาของตนเองมากขึ้น
เขาเริ่มรู้สึกอยากให้ซูซูสังเกตเห็นเขา อยากให้นางมองเขาในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่พ่อสามี เขาเริ่มหาข้ออ้างต่างๆ เพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดกับนางมากขึ้น
วันหนึ่งขณะที่ซูซูกำลังจัดดอกไม้ในแจกัน เขาเดินเข้าไปหาด้วยข้ออ้างว่าจะมาดูสวน เขายืนอยู่ข้างๆ นางและสูดกลิ่นหอมของนาง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของนางทำให้เขาเมาใจ
"ดอกไม้สวยมากเ้าค่ะ" ซูซูพูดด้วยความชื่นชม
"สวยเหมือนเ้า" เขาพูดออกไปโดยไม่ทันคิด
ซูซูหันมามองเขาด้วยความประหลาดใจ แก้มของนางแดงขึ้นเล็กน้อย "ท่านพ่อเ้าเล่นตลกค่ะ"
ราชครูเฉินตระหนักว่าเขาพูดอะไรไป เขารีบหาข้ออ้างเดินออกไป แต่ในใจเขารู้สึกดีใจที่เห็นแก้มแดงของซูซู นั่นหมายความว่านางไม่ได้รู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของเขา
ั้แ่วันนั้นมา ราชครูเฉินเริ่มรู้สึกหวั่นไหวมากขึ้นทุกครั้งที่เห็นซูซู เขาเริ่มสังเกตว่านางมองเขาอย่างไร เขาเริ่มหวังว่านางจะมีความรู้สึกต่อเขาบ้าง แม้เขาจะรู้ว่าสิ่งที่เขาหวังนั้นผิดและไม่ควรเกิดขึ้น
ความหวั่นไหวของเขาเริ่มแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ เขาเริ่มพูดจากับซูซูด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าเดิม เริ่มมองนางด้วยสายตาที่อบอุ่นกว่าเดิม เริ่มหาโอกาสััมือของนางเวลาส่งถ้วยน้ำชา
ซูซูเองก็เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของพ่อสามี นางรู้สึกประหลาดใจกับความเอาใจใส่ที่เพิ่มขึ้น แต่นางก็รู้สึกอบอุ่นใจที่มีคนเอาใจใส่ดูแล ในใจลึกๆ นางเริ่มรู้สึกผูกพันกับราชครูเฉินมากขึ้น แม้นางจะไม่เข้าใจความรู้สึกของตนเองเต็มที่
ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อสามีกับสะใภ้ในจวนแห่งนี้ เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ จากความเคารพและความเอ็นดู กลายเป็ความรู้สึกที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งขึ้น ราชครูเฉินรู้ว่าเขากำลังก้าวข้ามเส้นที่ไม่ควรข้าม แต่เขาก็ไม่อาจหยุดตัวเองได้แล้ว
ความหวั่นไหวในใจของเขาเริ่มแรงขึ้นทุกวัน และเขารู้ว่าไม่ช้าก็เร็ว ความรู้สึกนี้จะนำไปสู่สิ่งที่เขาไม่อาจควบคุมได้