ตอนที่สี่สิบสาม สติปัญญาของกาเซี่ยง
กาเซี่ยงสงบจิตใจ
“นั่นคือผลลัพธ์เลวร้ายที่สุดอย่างหนึ่งหากข้าให้คำแนะนำนายท่านคือถอยไปตั้งหลักที่นครฉางอันอาศัยชัยภูมิที่แข็งแกร่งตั้งรับสะสมเสบียงเตรียมทำศึกระยะยาว รวมทั้ง-”
กาเซี่ยงอึ้งไปพักหนึ่งเพราะมีคำพูดบางอย่างยากจะกล่าว
“เผานครลั่วหยาง ทำลายเสบียงบ่อน้ำและเส้นทางเดินถนนเผามันให้หมดสิ้น?”
ตั๋งฮวงกล่าว
กาเซี่ยงผงกศีรษะรับ
“กองทัพขขนาดใหญ่ประดุนน้ำหลากยากจะต้านทานแต่ก็ทานเสบียงกรังจำนวนมากเช่นกันและแต่ละหัวเมืองจะไม่สามัคคีกัน หากขาดเสบียงย่อมไม่อาจจะสู้รบติดพันกันต่อไปมิเช่นนั้นอาจจะถึงขั้นสูญเสียแม่ทัพขุนพลจำต้องเลิกทัพกลับไป”
กาเวี่ยงสมกับเป็นยอดกุนซือแห่งยุคแค่เพียงสมมติปัญหาตุ๊กตาของเหตุการณ์ในอนาคตให้กับเขา
เขาก็สามารถคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าและวางแผนแก้ไขได้
แต่นี่เท่ากับว่าแผนการถอยทัพจากนครลั่วหยางของตั๋งโต๊ะมีอิทธิพลของกาเซี่ยงอยู่มากกว่าที่ผมคิด
ผมที่อาจจะติดนิสัยแนวคิดอุตสาหกรรมสมัยใหม่คงยากจะตัดใจจากนครลั่วหยางที่มีประชากรมหาศาลอันดับสองของโลกรองจากนครแบกแดดไม่ได้
เพราะมีกำลังคนและช่างฝีมือมหาศาลน่าเสียดายนักที่จะทิ้งไป
รวมไปถึงคำถามทางศีลธรรมในการที่จะทำให้คนพลัดที่นาคาที่อยู่ด้วย
ส่วนการขุดศพของราชวงศ์ฮั่นเอาทรัพย์สินนั้นช่างมันเถอะ
สมัยปฏิวัติวัฒนธรรมพวกเราก็ขุดศพทำลายแนวคิดศักดินาล้าหลังเป็นเรื่องปรกติ
และทรัพย์สินที่เอาฝังไว้กับผู้ตายเท่ากับว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่ได้มาหมุนเวียนในเศรษฐกิจ
เราถึงได้มีกฎหมายอาญาลงโทษอาญากับคนที่ทำลายเงินตราของประเทศ
และโนบิตะในโลกที่ไม่ต้องการเงินพยายามจะเอาเงินไปฝังก็โดนลงโทษให้รับเงินเพิ่มไปเช่นกันเป็นค่าปรับ
แต่เหตุการณ์นี้มันแสดงออกว่ากาเซี่ยงและยอดคนแห่งยุคนั้นเก่งกว่าผมในการมองชีวิตคนเป็นผักปลาเพื่อเอาตัวรอดได้ขนาดนี้
ตั๋งฮวงคารวะกาเซี่ยง
“ท่านกาสมกับเป็นปราชญ์แห่งยุคมีสติปัญญาเหนือล้ำใต้หล้าข้าโชคดียิ่งนักที่มีท่านเป็นที่ปรึกษา”
ผมอวยกาเซี่ยงเอาไว้ก่อน