บทที่ 77สิ่งที่ยังค้างคาใจ
หลังจากโชอี้และน้องสาวถูกพาตัวออกไปเฮนรี่ก็ดูหัวเสียอย่างมากหากไม่ใช่เพราะมีขุนนางอย่างเวอร์โก้อยู่ด้วยเขาคงโวยวายไปแล้ว
ด้วยอารมณ์บูดจนถึงขีดสุดเขาจึงตะโกนเรียกทหารลูกน้องให้มาจัดการพวกเราต่อส่วนตัวเขากับเวอร์โก้ก็เดินจากไปทันที
ฟินเนแกนหันมาทางผม และทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่เมื่อเห็นพวกทหารเริ่มเข้ามาคุมตัวพวกเรา เขาก็ทำเพียงแค่ชี้มาที่ผมพูดบางอย่างที่ไม่ได้ยินเสียง ก่อนจะโบกมือลาแล้วเดินจากไป
ผมพอจะอ่านปากเขาได้ เขาคงเตือนให้ระวังเรื่องสายตาของผมสินะไม่รู้ทุกคนเป็นอะไรกับสายตานี้หนักหนานะ แต่เอาเถอะไว้ว่างๆ ผมจะลองถามเทสดูแต่จะว่าไปยัยนั่นก็ไม่ได้ปกติเท่าไหร่ ไม่รู้จะได้คำตอบไหม
พวกทหารแบ่งพวกเราออกเป็นสองกลุ่มกลุ่มผู้หญิงถูกคุมตัวแยกไปด้วยทหารหญิงในชุดเกราะหนัง ส่วนกลุ่มผู้ชายถูกต้อนไปยังบ่อน้ำหลังอาคาร
พวกทหารตักน้ำสาดใส่พวกเราไม่ต่างจากปศุสัตว์ก่อนจะโยนเสื้อผ้าสีพื้นแบบที่ชาวบ้านใช้มาให้พวกเราใส่
หลังจากล้างตัวเสร็จพวกเราก็ถูกต้อนมารวมกันที่ห้องโถง ซึ่งมีมายาและเทสนั่งรออยู่ก่อนแล้วทั้งคู่สวมชุดสีพื้นไม่ต่างจากผม
ไม่นานนัก ถาดไม้ที่ใส่ขนมปัง เนื้อแห้งและน้ำดื่ม ก็ถูกยกมาวางไว้ที่โต๊ะกลางห้อง
“รีบกินซะ!”
ทหารคนหนึ่งตวาดสั่ง
ผมไม่ชอบให้ใครมาขึ้นเสียงใส่หรอกนะแต่ตอนนี้หิวจนตาลายเกินกว่าจะสนเรื่องนั้นแล้ว
พวกเรารีบแย่งอาหารบนโต๊ะมากินอย่างตะกละตะกรามความหิวโหยของพวกเราเอาชนะได้แม้กระทั่งสัญชาตญาณของเจ้าบิสกิต
รยางค์มานาของมันยื่นไล่ตามมือพวกเราไม่ทันเลยด้วยซ้ำหากผมกับเทสไม่แบ่งอาหารให้ เจ้าหมาน้อยคงได้อดตายแน่ๆ
หลังจากสงครามแย่งอาหารจบลง พวกเราก็ถูกพาไปยังที่พักมายากับเทสถูกพาไปพักในตัวอาคาร ส่วนพวกผู้ชายถูกพาไปยังกระท่อมด้านหลังอาคาร
โดยผม แฮดวินและเจ้าบิสกิตถูกจัดให้พักห้องเดียวกัน ส่วนฝาแฝด ลีออน และคิมพักรวมกันในกระท่อมอีกหลังที่ใหญ่กว่า
ภายในกระท่อมมีเพียงเตียงไม้สองเตียงโต๊ะไม้เรียบง่ายตรงกลางห้อง และมีเพียงเชิงเทียนบนผนังหินคอยให้แสงสว่าง
สำหรับผมสภาพโดยรวมค่อนข้างดีเลย แม้จะมีกลิ่นอับอยู่บ้างก็เถอะแต่ถ้าเทียบกับการนอนในถ้ำหรือกลางแจ้งตอนอยู่ชั้นแรก ที่นี่ก็ถือว่าดีมากแล้ว
ผมล้มตัวลงบนเตียงผ้าที่บุฟางแห้งพลางถอนหายใจยาวด้วยความผ่อนคลาย
เจ้าบิสกิตใช้รยางค์มานาช่วยปีนขึ้นมานอนซุกบนเตียงด้วยเช่นกันผมลูบหัวมันเบาๆ ขณะที่มันนอนขดตัวอย่างสงบ
พอนึกย้อนกลับไปมองความยากลำบากในชั้นที่หนึ่งมันก็เหมือนความฝันไม่มีผิด
แต่ผมรู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่ฉากหน้าบททดสอบของชั้นนี้คงไม่ยอมให้พวกเราผ่านไปได้ง่ายๆ แน่เพียงแต่อาจจะมาในรูปแบบที่ต่างออกไป
ระหว่างที่กำลังจมอยู่กับความคิดผมก็รับรู้ได้ถึงสายตาของแฮดวินที่จ้องมองมาผมลอบยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่เพิ่งก้าวข้ามประตูมายังชั้นที่สอง
“เฮ้ ลุง...ผมว่าเรามีเรื่องต้องเคลียร์กันหน่อยนะ”
เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นผมจะปล่อยผ่านไปไม่ได้เด็ดขาดการที่พวกเขารวมหัวกันรุมจัดการผมในตอนที่ไม่มีทางสู้มันน่าหงุดหงิดชะมัด
และสิ่งสำคัญที่สุดคือตาลุงแฮดวินคนนี้มีเจตนาจะฆ่าผมจริงๆหากปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไร สักวันผมคงต้องเสียใจแน่ๆ
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่คิดจะฆ่าเขาหรอกเพราะลุงนี่ยังมีประโยชน์และเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้ดีอยู่แต่ถ้าจะยอมปล่อยไปเฉยๆ ก็คงไม่หลาบจำ... คงต้องสั่งสอนให้หนักมือหน่อยแล้ว
ผมตบหลังเจ้าบิสกิตเบาๆก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วจ้องตรงไปยังแฮดวินพร้อมรอยยิ้ม
"ฉันรู้อยู่แล้วว่าต้องเสียใจทีหลังที่ไม่ฆ่าแกทิ้งซะตั้งแต่ตอนนั้น แกมันบ้า... ถ้าเรากลับไปที่โลกได้คนแบบแกก็คงถูกจับส่งโรงพยาบาลบ้าไปแล้ว"
แฮดวินเอ่ยขึ้นพร้อมกับกระแสมานารอบตัวที่เริ่มปะทุออกมา
“พร่ามไปก็เสียเวลานะลุง!”
ผมพูดพร้อมแสยะยิ้มก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วจนตาลุงนั่นตั้งตัวไม่ติด
ผมประเคนหมัดตรงเข้าใบหน้าของเขาจังๆทว่าแรงกระแทกกลับสะท้อนกลับออกมา
สัมผัสมานาของผมบอกว่าร่างกายของเขามีม่านพลังบางๆคอยห่อหุ้มเอาไว้อยู่
แฮดวินดีดตัวลุกขึ้นทันทีและพยายามจะคว้าข้อมือของผม
วินาทีต่อมากระแสมานาในร่างกายของผมก็เริ่มปั่นป่วนผมรู้สึกได้เลยว่าเขากำลังใช้ทักษะขัดขวางการทำงานของวงจรมานา
ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงต้องระแวงทักษะนี้พอสมควรแต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว
[สมาธิ (สมาธิคู่ขนาน) เลเวล 10]
ผมเปิดใช้งานสมาธิคู่ขนานทันทีสติถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกใช้ควบคุมการต่อสู้และอีกส่วนใช้สำหรับวิเคราะห์เพื่อตั้งรับทักษะของแฮดวิน
ด้วยประสบการณ์ที่เพิ่งได้จากการประลองมานากับเฮนรี่ทำให้ผมสร้างกลไกป้องกันทักษะของแฮดวินได้ไม่ยากนัก ซึ่งทำให้การโจมตีระลอกแรกของเขาไม่ได้ผล
ผมใช้การเสริมมานาบวกกับการเคลื่อนไหวเฉพาะตัวโยกหลบมือที่พยายามจะคว้าจับแขน ก่อนจะสวนกลับด้วยหมัดตรงอีกครั้งจนเขาเซถอยไป แต่ทว่าเขากลับไร้ร่องรอยการบาดเจ็บ
ค่าความทนทานของตาลุงนี่สูงจนน่าประหลาดใจยิ่งประกอบกับม่านพลังบางๆ นั่น มันยิ่งช่วยเสริมการป้องกันของเขาให้สูงขึ้นไปอีก
แทนที่จะรู้สึกกดดันผมกลับรู้สึกสนุกเสียมากกว่า ความสามารถแบบนี้มันกระสอบทรายชั้นดี ชัดๆ
ผมกระตุ้นวงจรมานาให้ไหลเวียนเร็วยิ่งขึ้นและด้วยการควบคุมมานาเลเวล 10ทำให้ผมสามารถส่งผ่านมานาเสริมพลังกล้ามเนื้อในระดับที่ละเอียดอ่อนได้มากกว่าเดิมซึ่งส่งผลให้พละกำลังและความเร็วของผมเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ผมรัวหมัดที่อัดแน่นไปด้วยมานาเข้าใส่แฮดวินอย่างไม่ยั้ง
ในตอนแรกแรงกระแทกถูกสะท้อนกลับด้วยม่านพลังประหลาดนั่นแต่เมื่อผ่านไปสักพัก ม่านพลังก็เริ่มแปรปรวนและมีจังหวะที่หมัดของผมทะลวงผ่านเข้าไปกระแทกเข้าใบหน้าของเขาจังๆจนเลือดเริ่มไหลซึมออกจากจมูก
แฮดวินพยายามจะโต้ตอบด้วยการเหวี่ยงหมัดสวนกลับมาแต่อย่าเรียกว่าหมัดเลย มันเหมือนคนกำลังว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์ซะมากกว่า
ผมโยกหลบแล้วประเคนหมัดสวนกลับไปอย่างง่ายดายจนเขาเริ่มครางในคอ
“ไอ้บัดซบ!”
แฮดวินคำราม มุมปากของเขาเริ่มมีเลือดไหลแถมใบหน้าตอนนี้ยังแดงก่ำราวกับเพิ่งไปซดเหล้ามาเลยทีเดียว
เจ้าบิสกิตที่ตื่นขึ้นเพราะเสียงต่อสู้ได้แต่นั่งมองพวกเราด้วยความสับสน
“กระจอกสิ้นดี”
ผมพูดพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้า
“แก...!”
แฮดวินเปลี่ยนแผน เขาพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับตั้งท่าเหมือนพวกนักมวยปล้ำเพื่อหวังจะรวบผมลงไปนอนบนพื้น
ดูเหมือนชายคนนี้ก็ไม่ได้โง่จนเกินไปหากเขาลากผมลงไปฟัดบนพื้นได้ผมคงเสียเปรียบ เพราะเขามีทั้งน้ำหนักตัวและค่าความทนทานที่มากกว่าแถมยังมีแขนครบสองข้าง
แต่ก็นั่นแหละ...ผมจะโง่ปล่อยให้เขาทำตามใจชอบทำไมล่ะ?
ผมเปิดใช้งานทักษะการจัดสรรพลังงานจลน์ทันทีเพื่อดูดซับพลังงานจากการเคลื่อนที่ของแฮดวินส่งผลให้ความเร็วของเขาดิ่งฮวบจนช้าลงราวกับกำลังดิ้นรนฝ่ามวลน้ำเชื่อมเหนียวหนืด
เอาเข้าจริงเทคนิคนี้ผมได้แรงบันดาลใจมาจากเจ้าก๊อบลินชาแมนที่เจอในชั้นแรกนั่นแหละ
ถึงมันจะไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้ระดับสูงแต่สำหรับการจัดการกับแฮดวินที่แทบไม่มีทักษะการต่อสู้ระยะประชิดเลยมันช่างเหมาะเจาะจริงๆ
ดูหน้าตาลุงตอนนี้สิตกใจจนหน้าซีดเผือกไปแล้ว
ในจังหวะที่สติส่วนแรกกำลังควบคุมร่างกายให้เตะแฮดวินจนลงไปนอนกลิ้งกับพื้นสติส่วนที่สองของผมก็ประสบความสำเร็จในการวิเคราะห์ระบบการทำงานของทักษะรบกวนมานาของเขาได้พอดี
ผมพบว่าทักษะของเขามีความคล้ายคลึงกับการควบคุมมานาของเฮนรี่ทว่ามันกลับซับซ้อนและแนบเนียนกว่ามาก
หากเปรียบมานาของเฮนรี่เป็นหนวดมานาที่บุกทะลวงเข้ามาตรงๆทักษะของแฮดวินก็เหมือนเส้นใยของเชื้อราที่ค่อยๆ ชอนไชเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
มันจะเข้าไปอุดกั้นตามจุดเชื่อมต่อของการไหลเวียนมานาทำให้การทำงานของทักษะสะดุด และหากปล่อยให้มันทำงานต่อไปเรื่อยๆมันก็จะแทรกซึมเข้าไปบล็อกการไหลเวียนมานาจนสมบูรณ์
การที่ผมสามารถวิเคราะห์ทักษะของแฮดวินได้แตกฉานขนาดนี้ไม่ใช่เพราะผมฉลาดเป็นอัจฉริยะอะไรหรอก
แต่เป็นเพราะร่างกายของผมเคยเผชิญหน้าและจดจำมันได้ตั้งแต่ตอนที่ทักษะนั้นยังเลเวลต่ำการถอดรหัสในครั้งนี้จึงทำได้ง่ายขึ้นมาก
[คุณได้รับทักษะใหม่: การสลายเวท]
เสียงแจ้งเตือนทักษะใหม่ดังขึ้นในหัวผมเผยรอยยิ้มออกมา พลางนึกอยากทดลองของใหม่ทันที
ผมเริ่มควบคุมมานาและสร้างเส้นใยพลังงานสำหรับใช้งานทักษะสลายเวทออกมาทว่าทันทีที่เส้นใยเหล่านั้นหลุดพ้นจากร่างกาย มันกลับแตกสลายหายไปในพริบตา
ห่วยแตกสิ้นดี...
ผมสบถในใจ แต่ก็นะจะไปคาดหวังอะไรมากกับทักษะเลเวล 1 กันล่ะ
ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่คิดจะยอมแพ้เพราะในหัวดันมีไอเดียดีๆ ผุดขึ้นมาพอดี
ผมตัดสินใจเปิดใช้งานอีกหนึ่งทักษะใหม่ที่ยังไม่เคยแตะต้องมาก่อนทันที
[มานาปะทุ]
ฉับพลันที่ทักษะทำงานมานาในร่างกายของผมก็ลุกโชนขึ้นมาราวกับเครื่องยนต์ที่ถูกจุดระเบิด กระแสมานาทะลักออกมามหาศาลจนร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน
ความรู้สึกแบบนี้ผมไม่ได้รับรู้อีกเลยนับตั้งแต่การควบคุมมานาเลื่อนเป็นเลเวล10 มันเจ็บปวดนะ... แต่ก็ชวนให้ตื่นเต้นชะมัด!
ผมอัดกระแสมานาอันบ้าคลั่งเข้าไปยังทักษะการสลายเวทเพื่อควบแน่นเส้นใยขึ้นมาใหม่แม้จะพังทลายลงไปอีกรอบแต่คราวนี้ด้วยพลังงานที่หนุนเสริมเข้ามาไม่ขาดสายทำให้เส้นใยถูกสร้างทดแทนขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง
[การสลายเวท เลเวล 1> เลเวล 2]
เมื่อเสียงแจ้งเตือนเลเวลทักษะดังขึ้นเส้นใยมานาที่เคยแตกสลายก็เริ่มคงสภาพอย่างมั่นคง และพร้อมที่จะจู่โจมเป้าหมายแล้ว
“ลุง... ลองชิมทักษะของตัวเองหน่อยเป็นไง?”
ผมกล่าวพร้อมรอยยิ้มก่อนจะซัดทักษะการสลายเวทเข้าใส่แฮดวินที่นอนกองอยู่บนพื้นทันที!
แฮดวินแสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยทว่าเพียงไม่นานเมื่อกระแสมานาของเขาถูกรบกวนจนม่านพลังที่ห่อหุ้มร่างกายสลายหายไปใบหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวทันที
ผมไม่รอช้าหวดแข้งเตะเข้าลำตัวของเขาที่ไร้ซึ่งการป้องกันทันควัน
แฮดวินร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะทรุดลงไปนอนคุดคู้ใช้มือทั้งสองข้างกุมท้องแน่น
“ฉันจำได้นะว่าแกเคยบอกเทสว่าอะไร...แกบอกว่าไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้ว ใช่ไหม?”
ผมพูดพลางขยับเข้าไปนั่งคร่อมร่างของแฮดวินที่นอนกลิ้งอยู่บนพื้น
“รู้ไหม... แกพูดถูกเป๊ะเลยเพราะฉันมันบ้าของจริงนั่นแหละ!”
สิ้นคำพูดผมก็ประเคนหมัดที่เสริมมานาเอาไว้เล็กน้อยเข้าใส่ใบหน้าของตาลุงแฮดวินอย่างไม่ยั้งมือ
ใบหน้าของเขาเริ่มอาบไปด้วยเลือด คิ้วแตกโหนกแก้มบวมเป่ง เลือดกบปาก แต่ผมก็ยังไม่คิดจะหยุดคนแบบหมอนี่ถ้าไม่สั่งสอนให้หนักคงไม่มีวันเข็ดหรอก
หลังจากรัวหมัดไปชุดใหญ่จนหน้าของแฮดวินชุ่มไปด้วยเลือดผมก็ยันตัวลุกขึ้นก่อนจะเหยียบลงไปบนแขนข้างหนึ่งของเขาแรงๆ
“หวังว่าแกจะจำมันขึ้นใจนะว่าอย่ามาลอบกัดฉันอีก”
เขาใช้เรี่ยวแรงเท่าที่เหลืออยู่เค้นเสียงพูดออกมาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ
“ฉันขอโทษ...”
ผมยิ้มให้เขาก่อนจะกระทืบเท้าที่เสริมพลังมานาลงไปบนแขนข้างนั้นเต็มแรงจนเกิดเสียงกระดูกหักเปราะ
“อ๊าก...! ไอ้สัตว์ประหลาด!”
แฮดวินครวญครางลั่นพลางกุมแขนข้างที่หักไว้แน่น
“รู้แล้วใช่ไหมว่าฉันเป็นสัตว์ประหลาด?ทีนี้ก็ทำตัวดีๆ ซะ ไม่งั้นรอบหน้าแกได้โดนฆ่าทิ้งจริงๆ แน่”
กล่าวจบผมก็เตะซ้ำเข้าไปอีกทีจนเขานอนงอตัวเป็นกุ้งอยู่บนพื้น
ด้วยค่าความทนทานที่สูงลิ่วของตาลุงนี่แผลแค่นี้ไม่ทำให้ถึงตายหรอกดีไม่ดีพรุ่งนี้เช้าก็คงลุกขึ้นมาเดินปร๋อได้แล้วด้วยซ้ำ
แต่ก็นะ...ถึงมันจะไม่ถึงขั้นสาหัสปางตายแต่ผมเชื่อสนิทใจเลยว่าเขาคงไม่มีวันลืมรสชาติของวันนี้ไปตลอดชีวิต
“ถ้าไม่อยากให้ฉันหักแขนอีกข้างพรุ่งนี้แกต้องเล่าเรื่องทักษะกับอาชีพของแกให้ฉันฟังทั้งหมด... เข้าใจไหม?"
ผมจ้องมองลงไปทว่าเขายังคงนอนนิ่งเงียบไม่ยอมขยับตัว
“ว่าไง?”
ผมกดเสียงต่ำถามซ้ำ
แฮดวินที่นอนหมอบอยู่กับพื้นค่อยๆพยักหน้าตอบรับอย่างช้าๆ
เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงพยักหน้ากลับด้วยความพึงพอใจก่อนจะเดินกลับไปล้มตัวลงนอนบนเตียงของตัวเอง นี้คือบทลงโทษที่เหมาะสมกับเขาแล้ว