ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์]

    ตอนที่125 จูบพิษ (2)

    70 1-2

    ตอนที่125 จูบพิษ (2)

    “เจอแล้วนี่แหละใบหญ้าเงิน!”

    เซียถงดึงหญ้าสีเงินสว่างขนาดเล็กออกมาต้นหนึ่งจากใต้หินแผ่นยักษ์ใกล้แม่น้ำลำธารสายยาวพร้อมหันไปยื่นให้ชายที่อยู่ด้านหลัง

    ชายผู้นั้นใช้สองมือรับใบหญ้าเงินเอาไว้ด้วยความระมัดระวังอย่างมากแววตาของเขาเปี่ยมล้นความสุขเกินจะควบคุมพินิจมองใบหญ้าเงินบนมืออยู่ชั่วครู่หนึ่ง เขาค่อยยกมือขึ้นพร้อมดีดนิ้วเบาๆทีหนึ่ง ทันใดนั้นพลันปรากฏเงาดำกลุ่มหนึ่งกระโจนออกมาจากเบื้องหลังป่าลึก ลุกเข่าลงต่อหน้าเขากล่าวน้ำเสียงสุภาพว่า

    “โปรดบัญชานายท่าน!”

    “เจ้านำใบหญ้าเงินต้นนี้กลับไปก่อน”

    กล่าวจบชายผู้นั้นก็ยิ่นใบหญ้าเงินส่งมอบให้แก่เงาดำกลุ่มนั้น

    เงาดำร่างหนึ่งรับมอบด้วยสองมืออย่างระมัดระวังสุดขีดค่อยๆ นำมาเก็บรักษาในอ้อมแขน เพียงชั่วขณะพริบตา เงาดำกลุ่มนั้นพลันอันตรธานหายวับลับสายตาภายใต้แสงจันทร์อย่างรวดเร็วหนึ่งในเงาดำกลุ่มนี้คล้ายกับว่ามีคนหนึ่งเคลื่อนสายตาเหลือบมองทางเซียถงอยู่ครึ่งจังหวะลึกลงไปในแววตาที่เล็ดลอดออกมาจากหน้ากากสีดำทมิฬสั่นไสวเล็กน้อย ก่อนหายตัวจากไป

    ปรากฏว่าชายผู้นี้มีลูกน้องคอยติดตามอย่างลับๆมาโดยตลอด ทั้งยังเป็นจำนวนที่มากพอตัวทว่าเซียถงกลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของคนพวกนี้ได้เลยทำเอานางอดประหลาดใจมิได้

    ชายคนนั้นเหลือบมองนางทีหนึ่งพลางส่ายหัวอย่างอดมิได้ ไฉนหญิงสาวนางถึงได้ระแวงไปเสียทุกอย่างราวกับผู้คนรอบข้างเป็นศัตรูไปหมด?

    “เจ้าจะให้ข้าช่วยตามหาสิ่งของที่ใด?”

    เงียบไปสักระยะหนึ่งชายผู้นั้นก็หันมาเองถามกับเซียถง

    เซียถงได้แต่หันขวับสบตากับอีกฝ่ายโดยไม่พูดไม่จาอันใดลึกลงในแววตาสั่นไสวอยู่ตลอดเพราะนางไม่สามารถคาดเดาหรืออ่านความคิดของอีกฝ่ายได้เลย ว่าต่อไปจะเคลื่อนไหวในทิศทางใดอีกตั้งแต่ที่นางรู้ว่า อีกฝ่ายจงใจกลืนพิษเพื่อแลกกับจูบ ก็กล่าวได้ว่าแทบจะหมดความเชื่อมั่นต่ออีกฝ่ายแล้ว

    “ระแวงว่าข้าจะฉกชิงของสิ่งนั้นไปจากเจ้ากระมัง?”

    ชายผู้นี้เสมือนกับมองผ่านอ่านความคิดของเซียถงได้อย่างทะลุปรุโปร่งจริงๆเขายกมือขึ้นกอดอก กล่าวต่อพร้อมวาจาแสนเย่อหยิ่งว่า

    “ไม่ว่าของสิ่งใดที่เจ้าต้องการทั้งหมดล้วนแล้วแต่ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะกระตุ้นความสนใจจากข้าได้”

    ‘แต่เจ้าสิ่งนี้ดันเป็นถึงยุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ข้าเองก็เกรงว่า เจ้าจะน้ำลายสอทันทีหากทราบเข้า’ เซียถงคิดกับตัวเองในใจ

    “นายท่านหากมิได้รับความช่วยเหลือจากเขาผู้นี้เกรงว่าโอกาสที่ท่านจะได้ครอบครองยุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ชิ้นดังกล่าวจะน้อยลงไปทุกทีหากเย่หลีเทียนเป็นฝ่ายพบก่อน นี่กลับเป็นเรื่องไม่ดีเลยสักนิด”

    เสี่ยวฮั่วเอ่ยเตือนสติเซียถงผ่านห้วงความคิด

    ใช่แล้ว สิ่งที่เสี่ยวฮั่วกล่าวไปยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เซียถงค่อนข้างกังวลมาก

    ปัจจุบันเย่หลีเทียนก็แกร่งกล้าเกินต้านทานอยู่แล้วหากได้รับยุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์ช่วยเสริมอีกแรง เกรงว่าในอนาคตต่อไปมันจะยิ่งต่อกรได้ด้วยยาก

    สรุปสุดท้ายเซียถงได้แต่ยิ้มเยาะกับตัวเอง กล่าวน้ำเสียงเย็นกับอีกฝ่ายขึ้นว่า

    “ที่เจ้ากลืนลงไปก่อนหน้าคือโอสถพิษทะลวงไส้ หากไม่ได้รับโอสถถอนพิษจากข้าเกินหกชั่วยามอวัยวะภายในของเจ้าจะเริ่มเน่าเปื่อย และค่อยๆ ตายลงอย่างทรมาน”

    “ข้าช่วยเจ้าหาสิ่งที่ต้องการถึงตอนนั้นเจ้าก็จงมอบโอสถถอนพิษชนิดนี้มาเสีย”

    พอได้ยินว่า เจ้าสิ่งที่กลืนลงไปเป็นโอสถพิษหาใช่ยาพิษธรรมดาทั่วไป ชายผู้นั้นก็เริ่มหน้าเสียกล่าวขึ้นเจือน้ำเสียงหวาดหวั่นอยู่หลายส่วน

    ซึ่งปฏิกิริยาการแสดงออกเช่นนี้ของชายคนนั้นทำให้เซียถงรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายยังพอมีความกลัวตายอยู่บ้าง นางจึงพยักหน้ารับคำ

    “แน่นอนตราบเท่าที่เจ้ามิได้หยิบใช้เล่ห์เหลี่ยมกลอุบายใดหลังจากที่ข้าได้รับสิ่งของที่ต้องการแล้ว ย่อมมอบโอสถถอนพิษแก่เจ้าโดยเร็วที่สุด”

    กล่าวจบเซียถงก็สาวเท้าเดินหน้าเข้าไปในส่วนลึกของป่าสนทันที

    เหม่อมองร่างอรชรเพรียวบางส่ายไปมาอยู่ตรงหน้ารอยยิ้มบางพลันปรากฏขึ้นบนมุมปากของชายผู้นั้นเกรงว่าต้องแสดงท่าทีหวาดกลัวให้เห็นก่อน นางถึงจะสบายใจได้ จะอย่างไรต่อให้เป็นโอสถพิษ แต่ก็ไม่น่าจะใช้โอสถระดับสูงเกินไปอาศัยขุมพลังชั้นสูงสุดของเขา ย่อมแก้ไขปัญหาได้แน่นอน คิดได้เช่นนั้นเขาส่ายหัวอานไปมาอย่างช่วยมิได้ ก่อนจะยกเท้าเดินติดตามนางไป

    ไม่นานหลังจากนั้นทั้งคู่ก็มาถึงหน้าปากถ้ำลึกลับเนื่องจากเป็นทางแคบจำเป็นต้องเรียงแถวเข้าไปทีละคนเซียถงเป็นฝ่ายเดินนำหน้าตามมาด้วยชายผู้นั้นเป็นลำดับถัดมา

    “เข้ามาเลย”

    พอได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่อยู่ด้านหลังช้าลงจนผิดปกติเซียถงจึงเหลียวหลังหันไปกระตุ้นอีกฝ่ายสักสองสามคำ

    ชายผู้นั้นสะดุ้งเล็กน้อยกวาดสายตาสำรวจทั่วบริเวณรอบถ้ำอยู่สักครู่จึงค่อยพยักหน้ากล่าวตอบกลับไป

    “เข้าใจแล้ว!”

    จะเห็นได้ว่ารอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของชายคนนี้ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก

    ระหว่างเดินสำรวจลึกภายในถ้ำทั้งคู่ต่างคนต่างปิดปากเงียบกันตลอดทาง ยกเว้นแต่เสียงน้ำหยดก็ได้ยินเพียงสุ้มเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นต่อเนื่องเท่านั้นจนท้ายที่สุดก็เดินทางมาถึงสะพานหินทางแคบทอดยาว โดยมีสองข้างทางเป็นเหวลึกไร้ก้นเซียถงเริ่มเดินนำไปก่อน แต่พอไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินติดตามมานางก็อดสงสัยมิได้และเหลียวหลังกลับไปมอง ก็เห็นชายผู้นั้นเอาแต่ยืนนิ่งดวงตาทั้งสองข้างจับจ้องลงไปยังหุบเหวลึกไม่เสื่อมคลาย

    “มีสิ่งใดผิดปกติรึ?”

    “ข้า...ข้ากลัวความสูง”

    ชายผู้นั้นยืนนิ่งอยู่ตรงพื้นหินไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหนเอาแต่มองเหวลึกอยู่แบบนั้นพลางปาดเหงื่ออยู่หลายที

    “เจ้าล้อเล่นแล้วกระมัง?”

    เซียถงมุ่นคิ้วขมวดแน่นด้วยความสงสัยเป็นถึงปรมาจารย์ขอบเขตราชันย์ม่วงผู้ไร้เทียมทาน แต่ดันกลัวความสูง? นี่ข้าหูฟาดไปรึเปล่า?

    “ข้ากลัวความสูงจริงๆข้าไม่ไป...ไม่ไปเด็ดขาด…”

    พูดจบชายผู้นั้นถอยหลังออกไปสองก้าวโดยตรงสีหน้าเริ่มซีดเผือดเห็นได้ชัดว่า เขากำลังกลัวจริงๆ

    เอ่อ...ดูท่าจะไม่ได้โกหก...

    เซียถงเฝ้าสังเกตอาการหวาดกลัวของอีกฝ่ายอีกสักครู่ชั่วขณะอึดใจแทบอยากจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังๆ สักชุดใหญ่บุรุษผู้ทรงพลังแกร่งกล้าและสง่าราศีเฉกเช่นนี้ ดันกลัวอะไรไม่กลัวมากลัวความสูงเฉยเลย! ใครได้ยินก็อดระเบิดหัวเราะมิได้จริงๆ! แต่จะอย่างไรภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ นางยังต้องการอีกฝ่ายพยายามข่มกลั้นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะลงคอเดินย้อนกลับมาและยื่นมือขวาส่งให้ต่อหน้าชายผู้นั้น ยิ้มกล่าวขึ้นว่า

    “เพียงหลับตาและเดินตามข้ามาเป็นพอ”

    ยังไม่ทันสิ้นเสียงดีชายผู้นั้นรีบยกมือขึ้นจับอุ้งมือน้อยๆ สีขาวผ่องของนางโดยไวพยักหน้ากล่าวตอบทันทีว่า

    “ตกลง”

    เหลือบมองมือไม้ของชายผู้นั้นสีหน้าการแสดงออกของเซียถงฉายแววฉงนใจ สรุปแล้ว หมอนี่กลัวความสูงจริงๆ ใช่ไหม? ถึงแม้จะมีข้อสงสัยอยู่ในใจแต่สุดท้ายนางก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมาจับมือชายผู้นั้นแน่นและพาขึ้นมาเดินบนสะพานหินอย่างรวดเร็ว

    ชายผู้นั้นเดินติดตามเซียถงกุมมือหญิงสาวไว้แน่นไม่มีคลายอ่อน พอสัมผัสได้ถึงฝ่ามืออันแสนนุ่มนวลของอีกฝ่ายเขาก็อดยิ้มทั้งที่หลับตาอยู่มิได้คู่เท้าก้าวดังฉับต่อเนื่องบนสะพานหินอย่างมั่นคงราวกับว่าตัวเขากำลังเดินเล่นอยู่ที่สวนหลังตำหนักอยู่ก็มิปาน

    หลังจากเดินไปได้สักพักเซียถงก็อดใจหันไปมองย้อนกลับมิได้ ก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเดินหลับตายิ้มอยู่คนเดียวเสมือนคนบ้านางปริปากถามขึ้นอย่างช่วยมิได้ว่า

    “นี่เจ้าหลับตาเดินตลอดทางจริงๆงั้นรึ? ไม่กลัวก้าวพลาดตกเหวเลย?”

    “ก็เจ้าบอกให้ข้าหลับตาข้าก็หลับตาตามที่เจ้าสั่ง หากตกลงเหวไป อย่างน้อยพวกเราทั้งคู่ก็ตายด้วยกัน”

    ชายผู้นั้นเปิดเปลือกตามองไปที่เซียถงแววตาเป็นประกายเร้าร้อน

    เอ่อ...ดูท่าจะมีบางอย่างผิดปกติจริงๆนั่นแหละผิดปกติกับสมองชายผู้นี้!

    พอเห็นอีกฝ่ายจับจ้องภายใต้แววตาแสนร้อนแรงปานนั้นเซียถงถึงขั้นขนลุกซู่วชูชันไปทั่วร่างได้แต่เหลือบแลมองอีกฝ่ายเป็นระยะแต่พูดไม่ออก ท้ายที่สุดนี้ นางหันศีรษะกลับไปตั้งมั่นกับเส้นทางเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่อีกคราจากนั้นค่อยเดินหน้าต่อไป

    หลังจากที่ผ่านพ้นสะพานหินมาก่อนเซียถงก็รีบชักมือดึงกลับมาจากชายผู้นั้นทันที เพราะในยามนี้ฝ่ามือของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ ต้องยกมือมาเช็ดถูไถกับชายเสื้ออยู่สองสามครา

    ทุกการเคลื่อนไหวของเซียถงไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดล้วนอยู่ภายใต้สายตาของชายผู้นั้นทั้งสิ้นเพียงว่าเขามิได้เอ่ยกล่าวอันใดออกมาก็เท่านั้น เขากวาดสายตาสำรวจโดยรอบและในที่สุดก็หยุดลงตรงบ่อน้ำตกใสสะอาดเปล่งแสงระยิบระยับตรงหน้าธารน้ำตกที่ตกกระทบจากบนสู่ล่างสาดกระเซ็นเป็นหยาดพิสุทธิ์ใส

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง[จบบริบูรณ์] ที่คุณอ่าน