หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 63

    สินตื่นขึ้นมาภายในห้องที่แปลกประหูแปลกตาอีกครั้งหนึ่ง มันเป็นห้องสีขาวๆเหมือนกับที่เขาพึ่งจะจากมา มือของเขารู้สึกหนักเป็นอย่างมาก และคนที่นอนทับแขนของเขาอยู่ก็คือ หมวยนั่นเอง เขาสะกิดหมวยในทันที เพราะไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นมาเลยหลังจากนั้น และอีกอย่างเขาปวดฉี่เป็นอย่างมากในตอนนี้  และมันทำให้ส่วนนั้นของเขามันยืนตัวตรงเคารพธงชาติ ทั้งๆที่มันน่าจะเป็นเวลาเที่ยงคืน และสิ่งนี้เขาไม่อยากให้หมวยเห็นเป็นอย่างยิ่ง แต่โชคดีที่ดูเหมือนว่าหมวยจะยังไม่รู้สึกตัว เขาค่อยๆแกะมือของหมวยออก จากนั้นก็เดินไปเข้าห้องน้ำ และจากที่ดูเหมือนเขาจะมาอยู่ที่โรงพยาบาลที่ไหนสักแห่ง สินรีบทำธุระส่วนตัวอย่างสบายอกสบายใจ ก่อนที่จะกดชักโครกลงไปเพื่อทำความชำระล้างสิ่งสกปรก แต่ดูเหมือนว่าเสียงนั้นแหละ ที่ทำให้หมวยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็ไม่พบพี่สินของเธอที่ต้องนอนอยู่บนเตียง เธอจึงหันกลับไปมองที่ต้นเสียง และเตรียมพร้อมเผื่อจะเป็นศัตรูที่สามารถตามหาพวกเขาเจอแล้ว เธอค่อยๆย่องๆเดินเข้าไปใกล้ๆกับประตูห้องน้ำที่ไม่ได้ปิดไว้ แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง สินเองก็เดินออกมาด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่าฉากในละครไทยมันกลับมาอีกครั้ง เมื่อทั้งสองตกใจกันและกัน จนเผลอสะดุดลื่นผ้าเช็ดเท้าที่อยู่ตรงนั้น สินที่คว้าตัวของหมวยเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่จะพลิกตัวกลับมาเป็นฝ่ายที่อยู่ด้านล่างแทน สินล้มลงไปในขณะที่หมวยร้องกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจเล็กน้อย และใบหน้าของเธอก็ถูกซบไปที่อกแน่นๆของสินในทันที สินลูบหัวของหมวยเพื่อให้เธอหายตกใจ หลังจากที่เหตุการณ์ทุกอย่างมันเริ่มที่จะสงบนิ่ง หมวยที่ตกใจแต่ก็รีบตั้งสติขึ้นมาก่อนที่จะรู้ว่าตัวเองกำลังซบอกของชายผู้เป็นที่รักของเธอ สินเองก็พึ่งรู้ว่าน้องสาวคนที่เขาคิดว่าเป็นน้องสาวตัวน้อยอยู่เสมอๆ บัดนี้กลับตัวโตขึ้นมากแล้ว และยิ่งกับหน้าอกที่กระทบอยู่กับท้องของเขานั้นมันพิสูจน์ได้แล้วว่า เธอเป็นสาวแล้วอย่างแน่นอน
    บรรยากาศของหนังรักมันก็ปรากฏขึ้นในหัวของทั้งสองทันที สินที่เคยมองหมวยว่าเป็นแต่น้องสาวตอนนี้มันกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หมวยเงยหน้าขึ้นมามองไปยังสินด้วยความจริงจัง แววตาของเธอบ่งบอกว่าเธอต้องการริมฝีปากนั้น เธอค่อยถูตัวให้ใบหน้ามาใกล้กับสินเรื่อยๆ จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึง 5 นิ้วมือ สินเองก็ไม่ได้ขัดขืนแต่ประการใด เหมือนว่าเขากำลังไหลไปตามอารมณ์ที่มนุษย์ทุกคนจะต้องมี หมวยไม่รอช้า เธอหลับตาลง และเตรียมจะทำอยากที่เธอต้องการตลอดมา แต่แล้ว...“คนไข้เป็นยังไงบ้างคะ.. เกิดอะไรขึ้น?... ตายแล้ว เป็นยังไงบ้างคะ” พยาบาลที่ได้ยินเสียงกรี๊ดของหมวยเธอก็รีบเดินมาดู และเปิดประตูเข้ามาอย่างถูกจังหวะ มันทำให้สินจะต้องตื่นตัว และรีบลงขึ้นมานั่งในทันที ส่วนหมวยที่กำลังเซ็งๆก็นั่งอยู่ตรงนั้น หลังจากที่พยาบาลเข้ามาช่วยเหลือเธอ หมวยมองไปยังที่หน้าของพยาบาลคนนั้นอย่างเคืองๆ แล้วก็คิดภายในใจว่า‘ทำไมมันต้องรีบมาตอนนี้ด้วยนะ.. เจ้ามารความรัก ชิ’ หน้าของหมวยมันแสดงออกมาย่างชัดเจนเลยว่าเธอกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง ส่วนพยาบาลก็ไม่ได้ติดใจอะไรรีบเข้าไปช่วยพยุงสิน เพื่อที่จะได้ให้คนไข้ของเธอเดินกลับเตียง ตามหน้าที่ของเธอ“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่าผ้ามันลื่นน่ะครับ” สินเอ่ยกล่าวขอโทษกับพยาบาลในทันทีที่ทำให้เรื่องมันใหญ่ขนาดนี้ และอีกอย่างสินก็รู้สึกเกรงใจห้องข้างเคียงอีกด้วย ที่เสียงของพวกเขาดังไปเสียหน่อย แต่พยาบาลก็ตอบกลับมาว่าไม่เป็นไรมันเป็นหน้าที่ ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไร หรือถ้าทำอะไรไม่ไหวก็ให้กดปุ่มเรียกเธอได้เสมอ ก่อนที่เธอจะออกจากห้องไป สินและหมวยก็เหมือนว่าจะมองหน้ากันไม่ติด เพราะทั้งคู่กำลังรู้สึกอะไรบางอย่างจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ จนพวกเขานั่งเผลอนอนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ จนถึงเช้า แต่ก็ต้องย้อนกลับไปสักเล็กน้อย เกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เฮียเฮ้งที่ต้องรอต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองถึงสามองค์ด้วยกัน และแน่นอนว่าแกจะต้องหาเรื่องราวที่จะให้ทุกคนในที่นี่เชื่อ“สวัสดีเถ้าแก่เฮ้ง.. ไม่เจอกันเสียนาน สุดท้ายแล้วฟ้าก็กำหนดมาให้เราได้พบเจอกันอีกครั้งนะขอรับ” ผู้ฝึกปราณ สำนักมังกรฟ้า ตัวแทนสูงสุดสาขาภาคเหนือเอ่ยกล่าวทักทายเฮียแกเล็กน้อยพร้อมกับก้มคำนับตามฉบับชาวจีนโบราณ เฮียก็รับคำนับก่อนจะเชิญเขาเข้ามายังตัวบ้าน“สวัสดี เรามาจากองค์กรวิทยาศาสตร์ และแน่นอนว่าท่านน่าจะรู้ว่าเรามาทำอะไรกัน ไม่ทราบว่าท่านจะยินดีให้เราเข้าไปพูดคุยข้อตกลงกับท่านปัญญาหรือไม่” ชายหัวล้านคนหนึ่งกล่าวออกมา พร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนที่เฮียแกจะตอบกลับไปว่า“ยังไงก็เชิญเข้ามาก่อน อั๊วจะค่อยอธิบายให้ฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง...  คุณพ่อเองก็เชิญ” เฮียผายมือไปภายในบ้านเพื่อให้ทั้งสองคนเข้ามาก่อน เพื่อที่จะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างปลอมๆให้ฟัง และเมื่อทุกคนเข้ามาแล้ว เฮียแกก็เชิญทั้งสามมานั่งที่ห้องรับแขกอีกห้องหนึ่งที่ไม่มีพวกเด็กๆอยู่ จากนั้นเขาก็เริ่มเอ่ยกล่าวขึ้นว่า“พวกท่านคงจะสัมผัสพลังของท่านปัญญาได้เช่นกันซินะ อั๊วเองก็สัมผัสได้ และมันก็ใกล้อั๊วมาก... ก่อนอื่นเลย อั๊วจะบอกเรื่องหนึ่งให้ฟัง ตระกูลหลักของอั๊วที่ประเทศจีนนั้นครั้งหนึ่งเคยรับใช้ท่านปัญญาอยู่ช่วงหนึ่ง... และท่านปัญญาได้ฝากให้ตระกูลของอั๊วเก็บหนังสือเอาไว้หนึ่งเล่ม.. ตามตำนานที่อั๊วรู้ๆมาก็คือ หนังสือเล่มนั้นคือเรื่องราวประวัติของท่านแห่งปัญญา และมันถูกเขียนขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง ประกอบไปด้วยกัน สามเล่ม .. ตระกูลอั๊วมีมันเพียงหนึ่งเล่มเพียงเท่านั้น.. เตี่ยของอั๊วบอกกล่าวไว้ว่า เมื่อถึงเวลา ท่านปัญญารุ่นใหม่จะมารับมันไปเอง และเราก็เชื่ออย่างนั้นมาโดยตลอดมา” เฮียเล่าประวัติของหนังสือเล่มนั้นออกมาด้วยย่อๆ เฮียเริ่มจิบๆน้ำชา เพื่อดับกระหายท่ามกลางการตั้งใจฟังของทั้งสามคน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเอ่ยถามทีเดียว และอยากจะฟังให้จบก่อน จากนั้นเฮียก็เล่าต่อไปว่า“แต่อั๊วก็ไม่คิดเลยว่าท่านปัญญารุ่นใหม่จะมารับของที่รุ่นแรกฝากไว้ในลักษณะอย่างนี้... เชิญทุกท่านเชิญทางนี้” จากนั้นเอียก็พาทั้งสามไปดูที่เกิดเหตุ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อเขาเปิดห้องลับออกมาเท่านั้นแหละ ทั่วทั้งห้องก็พบแต่เศษแก้วที่เฮียแกพึ่งจะลงมือทำลายลงไปทั้งน้ำตาเพื่อช่วยเหลือสินในครั้งนี้“อั๊วเห็นทีไรก็ทำใจไม่ได้เสียที ของที่อั๊วสะสมมาทั้งชีวิตกลับถูกทำลายลงในพริบตาเดียว ถ้าไม่ติดว่าท่านปัญญารุ่นแรกมีบุญคุณต่อตระกูลอั๊ว อั๊วคงจุดธูปสาปแช่งไปนานแล้ว...” และเหมือนว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เฮียแกจะรอดมาได้อย่างงงๆ เพราะเฮียมีพยานเป็นเด็กๆที่มาขอทำรายการที่บ้านและเหตุการณ์ทั้งหมดมันก็เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ไม่มีทางเลยที่เฮียคนนี้จะทำลายของรักของห่วงของตัวเองได้ลงคอ เพียงเพื่อจะช่วยท่านปัญญาอย่างแน่นอน และทั้งหมดก็ไม่น่าจะทันได้เห็นหน้าของท่านปัญญาเลยสักคนเดียว มันเหมือนกับการแสดงพลังของท่านปัญญามากกว่าว่าฉันมีพลังเพิ่มขึ้นแล้วนะเลิกตามหากันได้แล้ว ถ้าพร้อมเดี๋ยวจะไปหาเองอะไรอย่างนั้น แล้วท่านปัญญาก็หนีไป
    แต่พวกเขาทั้งสามองค์กรก็ไม่ได้ไว้ใจเฮียแกมากเท่าไหร่ แต่ละฝ่ายก็สั่งให้จับตามองเฮียเฮ้งอย่างใกล้ชิดต่อไป....
    error loadedเตรียมตัวกินข้าวเที่ยงได้เเน้วว

    คล้ายกับเรื่องหนังสือเปลี่ยนชะตา ที่คุณอ่าน