The Lost Swordsman

    บทที่ 46 ภาพสลักหิน

    “อึกก..!!!”
    ชายหนุ่มรับรู้ถึงความหนักอึ้งจากภายในร่างทรุดลงกับพื้นไม่ต่างไปจากคนอื่นๆ เขาในยามนี้ไม่ทราบมาก่อนเลยว่านี่คือผลกระทบเล็กๆ ที่ผู้ใช้พลังแสดงอำนาจวาสนาจะต้องตอบแทน กำลังกายที่สูญเสียไปเป็นจำนวนมากในเวลาอันสั้นส่งผลให้เหมาเว่ยมีสภาพเช่นนี้
    ‘รู้สึกคล้ายกับพละกำลังถูกสูบออกไปเลย รึว่าจะมาจากสิ่งที่อยู่ในตัวข้า’เหมาเว่ยคาดเดาเล็กๆ ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นยามนี้”แฮ่กก แฮ่กกกกกก!!”
    โครกกก.....ครากกกกก!!!
    ‘คงต้องรีบหาอะไรกินก่อนซะแล้ว เรื่องการฝึกไว้เป็นหลังจากนี้ก็แล้วกัน ส่วนเจ้าพวกนี้ก็ปล่อยเอาไว้เช่นนี้แหละ’เหมาเว่ยพยายามสูดลมหายใจลึกๆ เร่งพยุงร่างขึ้นพาตัวเองค่อยๆก้าวออกไปเพียงลำพัง
    .
    .
    .
    ไม่นานนัก เหมาเว่ยก็พาตนเองเดินมาจนถึงอาคารไม้หลังใหญ่ เป็นสถานที่ซึ่งพบเห็นศิษย์นิกายนั่งดื่มกินคล้ายกับร้านอาหารที่พบเห็นโดยทั่วไป มีเพียงผู้อาวุโสและตำแหน่งที่สูงขึ้นไปจะได้รับอาหารจากห้องครัวในนิกาย
    นอกนั้นศิษย์ทุกคนจำเป็นต้องอาศัยความสามารถของตนหาอาหาร หรือใช้วิธีอื่นอย่างเช่นการนำสิ่งแลกเปลี่ยนมาหาซื้ออาหารได้ในสถานที่เหล่านี้
    ‘ตรงนั้นว่างสินะ’เหมาเว่ยมุ่งยังไปโต๊ะที่ว่างตั้งอยู่บริเวณตรงกลางโถงพอดี
    ภายใต้การมาของเขากลับกลายเป็นจุดสนแก่เหล่าศิษย์จำนวนหนึ่ง เมื่อนับเป็นศิษย์ใหม่ก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นคนแปลกหน้าในสถานที่แห่งนี้ การที่ยังไม่เข้าร่วมกับกองทัพใดย่อมถูกจับตาเป็นเป้าหมายในการเชิญชวนเป็นธรรมดา
    “เจ้านั่นศิษย์ใหม่นิ่”
    “เข้าไปชวนมันมาร่วมกับพวกเราดีไหม?”
    เหมาเว่ยนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะบอกถึงจุดประสงค์ให้แก่ผู้ที่แต่งกายคล้ายเสี่ยวเอ้อ”ขออาหารอะไรก็ได้ง่ายๆให้ข้าหน่อย”
    “โปรดรอสักครู่”
    ต่อมาอาหารอย่างง่ายๆก็ถูกยกออกมาโดยเป็นก้อนสีขาวหรือก็คือหมั่นโถว และเนื้อย่างจานเล็กพร้อมชาร้อนๆอีกหนึ่งกาส่งกลิ่นหอมฉุย
    “อาหารมาแล้วขอรับ”
    “ขอบคุณ”เหมาเว่ยกล่าวขอบคุณก่อนจะรีบนำหมั่นโถวยัดเข้ามา และเริ่มเคี้ยวกินอย่างตะกละตะกลามด้วยความหิวโหย
    “ค่าอาหารทั้งหมดหนึ่งแกนปีศาจขอรับ”เสี่ยวเอ้อบอกถึงราคาที่ต้องจ่าย
    ‘หนึ่งแกนปีศาจ’เหมาเว่ยหยุดคิดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยกลับไปว่า”พี่ชาย ข้าเป็นศิษย์ใหม่ไม่มีแกนปีศาจที่ว่านั่นหรอก ขอจ่ายเป็นเงินได้ไหม?”
    “ไม่ได้ ที่นี่รับแต่แกนปีศาจเท่านั้น หรือท่านคิดจะกินฟรีกันล่ะ..ห๊าา?”
    “โธ่...พี่ชาย ข้าไม่ได้จะทำเช่นนั้นเลยนะ เอาแบบนี้เป็นไง ข้าจ่ายให้หนึ่งตำลึงทองเลยก็ได้”
    “ไม่ หากท่านไม่มีแกนปีศาจ ก็เตรียมตัวทำงานอย่างอื่นชดใช้ได้เลย”เสี่ยวเอ้อส่ายหัวเบาๆ
    ‘สงสัยวันนี้ข้าได้ล้างจานแน่’
    “นี่หนึ่งแกนปีศาจ”
    สุ้มเสียงเล็กๆจากด้านข้างมาพร้อมมือเรียวงามที่กำลังหยิบยื่นสิ่งที่เรียกว่าแกนปีศาจให้แก่เสี่ยวเอ้อ มันเป็นก้อนกลมๆขนาดเล็กดูคล้ายลูกแก้วใสๆมีจุดสีแดงกระจายอยู่ทั่วทั้งภายใน
    และเมื่อเหมาเว่ยหันไปทางเจ้าของมือก็ได้พบกับสตรีผู้ที่ช่วยเหลอจ่ายค่าอาหารแทน
    “เยว่ฉาน! เป็นเจ้าเองหรอ ช่วยข้าไว้อีกแล้ว แหะ แหะ!”เหมาเว่ยหัวเราะแห้งๆโดยที่ภายในหัวใจกลับรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้พบนางอีกครั้ง’งดงามนัก แค่นางมาอยู่ใกล้ๆก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้อ่อนๆ เห็นทีข้าคงชอบนางเข้าให้จริงๆซะแล้ว’
    “เหมาเว่ย ข้าขอนั่งด้วยได้ไหม?”เยว่ฉานมีท่าทีแข็งๆไม่ต่างจากในอดีต’ข้าต้องชวนเขาเข้าร่วมกับเรา’
    “ได้สิ เชิญเลย”
    “เยว่ฉาน ทำไมเจ้าต้องขอ จะนั่งก็นั่ง ดูข้าเป็นตัวอย่าง”ชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งและเป็นคนเดียวกับที่อยู่กับนางในตอนนั้นนั่งลงทันที
    “คุณชายตู้นั่นเอง”
    “ศิษย์พี่ตู้!!!”
    “ครับ ศิษย์พี่ตู้”เว่ยยิ้มแห้งๆ’เจ้านี่ก็ยังเสียมารยาทเช่นเดิม เจ้าตู้...!!’
    “คิก คิก ฉานเอ๋อ จะชวนคุณชายเหมาเข้าร่วมทัพก็รีบชวนซะสิ”
    “แม่นางจู”
    “ก็ใช่น่ะสิ นับว่าเจ้าความจำยังดี ข้างกายฉานเอ๋อไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นใคร หรือจะให้เป็นเจ้า? คิก คิก คิก”จูเหยียบถงมีท่าทีซุกซนคำพูดของนางแฝงถึงความในบางอย่าง’ฉานเอ๋อยังไม่เคยมีความรัก เห็นทีข้าคงต้องออกโรงช่วยเองเสียแล้ว ดูทั้งคู่คงมีใจให้กันไม่น้อยเลย’
    “เชิญนั่ง แม่นางจู”
    ท้ายที่สุดเหมาเว่ยก็ได้พบกับคนรู้จัก จึงเป็นโอกาสดีให้เขาถามไถ่ถึงสิ่งที่ต้องทราบในนิกายโดยละเอียด ทั้งเรื่องที่ได้ยินมาเช่นว่ากองทัพ แกนปีศาจหรือกระทั่งเรื่องราวกับการใช้ดาววาสนาให้มากยิ่งขึ้นไปอีก
    “ก็ประมาณนี้แหละ ภายในนิกายจะใช้แกนปีศาจเพื่อแลกเปลี่ยนแทนเงิน”จูเหยียนถงเป็นผู้ตอบคำถามให้แก่เหมาเว่ยที่กำลังสงสัย
    “แล้วมันเอาไปทำอะไรได้ล่ะ แกนปีศาจที่ว่า และหามาได้จากไหน? แล้วก็...”
    “พอเลยค่อยๆถามทีละคำถามสิ ก่อนอื่นเจ้าต้องฟังที่ฉานเอ๋อพูดเสียก่อน”จูเหยียนถงหันไปเยว่ฉานที่ยังคงนั่งนิ่งตัวแข็งแกร็ง
    “ขะ...เข้า...ร่วม...กะ..กับ..ข้าได้ไหม?”เยว่ฉานมีเผยอาการพูดจาติดๆขัดๆ ริมฝีปากสีแดงอ่อนที่กำลังขยับสามารถสั่นคลอนหัวใจบุรุษเพศได้อย่างไม่ยากเย็น
    “เจ้าหมายถึงเรื่องกองทัพใช่ไหม..เยว่ฉาน ได้สิ ข้าตกลง”เหมาเว่ยตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดไร้ซึ่งความลังเล’อยู่ร่วมกับสาวงามมีอะไรไม่ดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!’
    “สำเร็จแล้วนะฉานเอ๋อ ในที่สุดเราก็ได้สมาชิกคนที่สี่ คิก คิก คิก!!”จูเหยียนถงหัวเราะอย่างขบขันที่เห็นสหายของตนทำสำเร็จ
    “........”
    ท้ายที่สุดเหมาเว่ยก็ได้ตอบรับเข้ากองทัพร่วมกับสตรีในดวงใจ ทั้งยังได้ทราบข้อมูลต่างๆจากปากจูเหยียยถงตั้งมากมาย แม้ระหว่างนั้นจะถูกก่อกวนเล็กๆจากตู้เฉวินที่ดูจะไม่ค่อยถูกชะตากับเขาก็ตามที
    หลักๆแล้วเป็นเรื่องกองทัพ นิกายนักบุญเป็นสถานที่ซึ่งรวมตัวของเหล่าผู้ฝึกตนชั้นยอดเพื่อเข้าปราบสัตว์ปีศาจที่มารุกราน จึงจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อออกล่า ทั้งเรื่องการทำสงครามแย่งชิงแกนปีศาจภายในพื้นที่วิหารภาพสลัก ก็นับว่าการจัดตั้งกองทัพถือเป็นสิ่งจำเป็น
    นอกจากเหมาเว่ยจะได้ทราบว่าแกนปีศาจสามารถนำมาเพิ่มพูนการเติบโตของดาววาสนาได้แล้ว ยังทราบถึงที่มาของมันซึ่งในยามนี้ถูกแบ่งเป็นสองที่มาหลักๆ แกนปีศาจสามารถหาได้จากการล่าสัตว์ปีศาจ เป็นลูกแก้วสีใสที่อยู่ตรงตำแหน่งเดียวกับหัวใจของสิ่งมีชีวิตโดยทั่วไป
    หากนำมาเปรียบแกนปีศาจก็คือหัวใจของสัตว์ปีศาจนั่นเอง
    “แต่ตอนนี้กองทัพเรามีสมาขิกแค่สี่คน ผลลัพธ์การยึดครองพื้นที่ในภาพสลักก็คงไม่ต่าง”จูเหยียนถงส่ายหน้าเล็กๆ’ต่อให้เหมาเว่ยเข้าร่วมกองทัพแล้วยังไง นอกจากจะทำให้ฉานเอ๋อมีความสุข ก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น’
    “ว่าแต่การทำสงครามในภาพสลักเป็นอย่างไร แม่นางจูเล่าให้ข้าฟังที ไม่สิ ศิษย์พี่จู”
    “ได้.........”
    จากนั้นเหมาเว่ยก็ได้ทราบถึงความน่ามหัศจรรย์ของภาพสลับที่พูดถึง ภายในวิหารภาพสลักจะปรากฏภาพสลักหินอยู่บนพื้นทั้งหมดถึงหกภาพด้วยกัน มันเป็นดั่งประตูเชื่อมไปยังมิติอื่นหรือศิษย์ในนิกายเรียกว่ามิติภาพสลัก
    ว่ากันว่าภาพสลักหินดังกล่าวมีมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล รวมเอาพลังฟ้าดินจนเกิดเป็นมิติที่พิเศษกว่าบนแผ่นดินที่อาศัยอยู่ ภายในนั้นเป็นสถานที่ซึ่งมีต้นศิลาปีศาจเจริญเติบโต และออกผลเป็นแกนปีศาจจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของสงครามการแย่งชิงพื้นที่ในภาพสลักหินดังกล่าว
    แต่ทว่า ที่พิเศษไปกว่านั้นเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อสำหรับเหมาเว่ยเป็นอย่างมาก เพราะหากถูกสังหารตายในมิติภาพสลักจะไม่ถือตายจริงๆ ผู้ที่ถูกฆ่าภายในมิติจะถูกส่งออกมาสู่ภายนอกอย่างไร้รอบขีดข่วนเท่านั้น ซึ่งทุกๆสองเดือนมิติภาพสลักจะเปิดออกและมีเวลาเพียงหนึ่งวันเต็มที่จะสามารถเข้าไปยังภายในภาพได้
    “ยอดเลย มีสถานที่แบบนี้อยู่จริงๆหรอ?”
    “จริงสิ แล้วก็นะ จำนวนแกนปีศาจที่ได้หลังจากแย่งชิงสำเร็จมีมากมายมหาศาล ปกติแล้วแกนปีศาจที่ได้จากการสังหารสัตว์ปีศาจความอันตรายระดับหนึ่ง จะได้เพียงหนึ่งชิ้นใช่ไหมล่ะ แต่เจ้าลองคิดดูนะเหมาเว่ย หากชนะยึดครองพื้นที่ด้านในได้สำเร็จ อย่างต่ำคงได้รับแกนปีศาจหนึ่งหมื่นชิ้นล่ะมั้ง ข้าว่า”
    “หมื่นเลยหรอ? แล้วเรื่องระดับความอันตรายสัตว์ปีศาจนั่นล่ะ หมายถึงยังไง?”
    “เจ้านี่มันไม่รู้อะไรซะบ้างเลย โดยปกติแล้วสัตว์ปีศาจจะถูกแบ่งระดับเอาไว้ ตามความอันตรายของมัน ข้าว่าเจ้าควรไปเยือนหอเก็บบันทึกดูซะบ้าง ทีนั่นมีตำราที่บันทึกลักษณะและจัดแบ่งความอันตรายของสัตว์ปีศาจอย่างครบถ้วน แต่จริงๆจะโทษเจ้าก็ไม่ได้สิ เพราะเจ้ายังเป็นแค่ศิษย์ใหม่”

    คล้ายกับเรื่องThe Lost Swordsman ที่คุณอ่าน