จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

ตอนที่ 199 กระบี่วิถีเซียน

ตอนที่ 199 

กระบี่วิถีเซียน 

พลังวิญญาณเป็นประกายออกมาเปล่งสีทั้ง 5 แดง ทอง ฟ้า น้ำตาล เขียว ปกคลุมคมกระบี่สีดำแดงเอาไว้จนมองไม่เห็นสีเดิมของมัน 

พลังวิญญาณสีทั้งห้าเริ่มเพิ่มพูนขนาดของมันให้ใหญ่กว่าเดิมจนกลายเป็นคมกระบี่วิญญาณขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายแสงพลังวิญญาณทั้ง 5 สีที่เป็นสัญลักษณ์ของธาตุทั้ง 5 

กระบี่วิญญาณที่มีรากฐานมาจากกระบี่กลืนโลหิตในมือของหลิงเฉิน คมกระบี่ของมันมีขนาดใหญ่กว่ากระบี่ทั่วไปนับร้อยเท่า 

ดวงตาทั้งสองข้างที่พับปิดอยู่บนใบหน้าของหลิงเฉินเปิดขึ้นมา ตอนนี้ด้ามกระบี่ที่เขาถืออยู่มันหนักอึ้งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าเพราะพลังวิญญาณที่อัดแน่นกำเนิดเป็นคมกระบี่วิญญาณที่ปกคลุมทับซ้อนกระบี่กลืนโลหิตอีกชั้น 

“ กระบี่วิถีเซียน!!! ” หลิงเฉินกล่าวเสียงเข้มบอกมา

เขาใช้อักขระผนวกเข้ากับกระบี่กลืนโลหิตของเขา กระบี่กลืนโลหิตมันเป็นอาวุธวิญญาณชั้นยอดเพราะเช่นนั้นมันย่อมสามารถแบกรับพลังวิญญาณอันมหาศาลได้

ถ้าเป็นกระบี่ทั่วไปแบกรับพลังวิญญาณขนาดนี้เอาไว้มันต้องแตกสลายอย่างแน่นอน เพราะว่าพลังวิญญาณเหล่านี้มันคือพลังวิญญาณธาตุทั้ง 5 ภายในร่างกายของหลิงเฉินที่ถูกยกชูขึ้นมาจากแก่นพลังวิญญาณห้าธาตุสยบสวรรค์ที่เป็นแก่นพลังวิญญาณระดับสวรรค์ที่สามารถเพิ่มพูนคุณสมบัติเด่นของธาตุทั้ง 5 ภายในร่างกาย 

ในชีวิตก่อนตัวของเขาไม่สามารถใช้อักขระชนิดเพราะว่าเขาไม่ได้มีคุณสมบัติในการควบคุมธาตุทั้ง 5 ให้เด่นชัดเท่ากับชีวิตนี้จึงไม่สามารถสร้างวิถีกระบี่เซียนออกมาได้แม้จะสามารถคิดค้นขึ้นมาได้ก็ตาม 

ธาตุทั้ง 5 ภายในร่างกายเมื่อชีวิตก่อนแม้หลิงเฉินจะเป็นถึงจักรพรรดิแห่งอักขระแต่เขาก็ไม่สามารถก้าวข้ามสิ่งที่ตนเองไม่ได้มีตั้งแต่กำเนิดได้ การโจมตีชนิดนี้เขาคิดค้นเอาไว้ตั้งแต่ในชีวิตก่อนแล้วแต่ว่าไม่มีโอกาสได้ใช้มันไม่คิดเลยว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้ใช้มันสักครั้งจริงๆอย่างที่ตนเองนั้นตั้งหมายเอาไว้

กระบี่วิญญาณที่มีส่วนประกอบเป็นพลังวิญญาณทั้งห้าธาตุภายในร่างกาย การที่จะสร้างมันให้มีขนาดที่ใหญ่ได้ขนาดนี้มันต้องใช้พลังวิญญาณแทบจะทั้งหมดของร่างกาย 

ในสภาพร่างกายเช่นนี้มันไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไหร่กับการใช้การโจมตีที่ดูดกลืนพลังวิญญาณจำนวนมหาศาล ขาทั้งสองข้างของหลิงเฉินเริ่มสั่นเขารู้ว่าร่างกายกำลังรับภาระมหาศาลและเริ่มจะไม่ไหว 

แต่สมาธิทั้งหมดของเขาก็ยังจดจ่ออยู่กับกระบี่ในมือเพื่อพร้อมจะใช้มันเหวี่ยงใส่ร่างของเจ้าสัตว์อสูรวิญญาณที่มีชีวิตอยู่มาตั้งแต่บรรพกาลเบื้องหน้าของเขา

งูทมิฬเขี้ยวกระบี่ได้ใช้หางขนาดใหญ่ของมันตวัดเข้าโจมตีร่างของมนุษย์ที่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของมัน ชั่วพริบตาที่หางนั้นถูกตวัดใส่ร่างของตนเองตัวของหลิงเฉินเองก็เริ่มใช้กระบี่วิญญาณขนาดใหญ่ในมือฟาดฟันกับไป

กระบี่วิญญาณขนาดใหญ่ถูกตวัดตรงลงมาจากด้านบนอย่างรวดเร็วประหนึ่งเทพธิดาที่พุ่งลงมาจากสรวงสวรรค์ 

ตึง!!! กระบี่พลังวิญญาณห้าธาตุปะทะเข้ากับหางขนาดใหญ่ของงูทมิฬเขี้ยวกระบี่เกิดแรงปะทะอันมหาศาลกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

กระบี่มีพลังวิญญาณจำนวนมากอัดแน่นอยู่ต้านทานกับพลังโจมตีด้วยหางของเจ้างูทมิฬเขี้ยวกระบี่อยู่สักพักก่อนที่ตัวของหลิงเฉินจะออกแรงตวัดกระบี่เพิ่มมากขึ้นทำให้สามารถตัดหางมันขาดได้

ฉึบ!!! หางของเจ้างูทมิฬเขี้ยวกระบี่ที่โดนตัดขาดด้วยกระบี่วิญญาณขนาดใหญ่ทำให้มันส่งเสียงร้องโอดครวญออกมา 

ร่างดำยาวที่สงบนิ่งอยู่ด้วยท่าทางหยิ่งยโสมานานเริ่มขยับมันเคลื่อนไหวไปทางด้านขวาเพื่อหวังที่จะหนีเข้าสู่ความมืดที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยภายในบริเวณนี้ 

มันคงสามารถรับรู้ได้แล้วว่ากระบี่ของหลิงเฉินสามารถสร้างบาดแผลให้กับมันได้ งูทมิฬเขี้ยวกระบี่เป็นสัตว์อสูรวิญญาณที่มีนิสัยเจ้าเล่ห์มันมักจะเข้าโจมตีมาจากทางด้านหลังและใช้ความมืดให้เป็นประโยชน์ในการโจมตี

หลิงเฉินไม่ยอมปล่อยโอกาสอย่างแน่นอนตอนนี้พลังวิญญาณภายในร่างกายของเขามันเกือบแห้งจนร่างกายแทบจะไม่สามารถยืนได้แล้วแม้ว่าจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเพราะว่าพลังของเยี่ยหวนก็ตาม แต่ถ้าร่างกายนี้ถึงขีดจํากัดอย่างไรเสียมันก็ต้องล้มลงไปและไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกอยู่ดี 

เด็กหนุ่มที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬออกแรงกระโดดขึ้นไปด้านบนพร้อมกับกระบี่กลืนโลหิตที่ปกคลุมไปด้วยพลังวิญญาณธาตุทั้งห้า 

หลิงเฉินยกกระบี่ขึ้นมาพร้อมกับออกท่าออกทางจับลาออกไป ร่างกายนั้นบิดเล็กน้อยก่อนจะออกแรงกว้างกระบี่ของตนเองออกไปด้านหน้าด้วยแรงทั้งหมด 

ฟิ้ว!!! กระบี่วิญญาณพุ่งตรงเข้าไปปักลงที่กลางร่างสีดำยาวที่ตั้งใจจะเคลื่อนที่หายเข้าไปภายในความมืด 

ฉึก!!!! กระบี่วิญญาณนั้นปักลงเข้าที่กลางหลังของมัน งูทมิฬเขี้ยวกระบี่มันส่งเสียงร้องโอดครวญแห่งความเจ็บปวดออกมาเป็นภาษาของมัน 

หลิงเฉินรู้ดีว่าถึงแม้มันจะเป็นสัตว์อสูรที่อยู่มาตั้งแต่ในยุคบรรพกาลแต่ยังไงเสียมันก็ไม่สามารถละทิ้งเผ่าพันธุ์กำเนิดได้ ร่างกายและพลังวิญญาณอาจจะโดนขัดเกลามาจากพลังวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ภายในธรรมชาติจนทำให้ร่างกายและพลังวิญญาณนั้นแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรวิญญาณพวกเดียวกันแต่สุดท้ายเจ้างูทมิฬเขี้ยวกระบี่ตัวนี้มันก็คืองูทมิฬเขี้ยวกระบี่ไม่เปลี่ยน 

เจ้างูทมิฬเขี้ยวกระบี่มันล่วงรู้แล้วว่าตอนนี้พลังของมันไม่สามารถทำอันใดได้เลยเมื่ออยู่ตรงหน้าของกระบี่เล่มนั้น สัญชาตญาณของสัตว์เมื่อมันสัมผัสได้ถึงความตายมันก็จะพยายามหลบหนี 

ร่างของหลิงเฉินร่วงหล่นลงมายืนอยู่กับพื้นเช่นเดิม ดวงตาทั้งสองข้างของเขามองตรงไปที่มันร่างของงูทมิฬเขี้ยวโลหิตขนาดใหญ่ที่กำลังดิ้นทุรนทุรายหลังจากโดนกระบี่วิญญาณของเขาปักเข้าไปตรงกลางลำตัวของมัน 

แต่หลังจากที่เท้าทั้งสองกำลังหยั่งรากลึกยืนอยู่กับที่เริ่มก้าวเท้าจะเดินตรงเข้าไปหาร่างของงูทมิฬเขี้ยวกระบี่ ขาทั้งสองข้างก็หมดแรงทำให้ร่างของเขานั้นทรุดลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นทันที 

ใบหน้าของหลิงเฉินไม่ได้ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใดเขานั้นรู้อยู่แล้วว่าตอนนี้สภาพร่างกายเริ่มจะไม่ไหวแล้ว แม้ว่าทั้งสองข้างจะไม่สามารถก้าวเดินไปต่อได้แล้วแต่ว่าดวงตาทั้งสองก็มองตรงไปด้านหน้าเขายังคงหวังจะจบการต่อสู้ให้รวดเร็วที่สุด

อีกไม่นานสติของเขาคงจะหลุดลอยออกไปเพราะสภาพของร่างกาย เพราะฉะนั้นตอนนี้สิ่งที่เขาต้องกระทำก็คือการจบเรื่องนี้ให้รวดเร็วที่สุด 

“ หลงหลงช่วยข้าหน่อย ”

“ ขอรับ!!!! ” เสียงของเจ้ามังกรน้อยขานรับอยู่ภายในหัวของหลิงเฉินก่อนที่อักขระสีแดงจะปรากฏออกมาบริเวณหลังฝ่ามือข้างขวาของหลิงเฉิน 

ร่างสีดำยาวอันน่าเกรงขามพุ่งออกมาจากอักขระบนหลังฝ่ามือของหลิงเฉิน ร่างสีดำยาวของเจ้ามังกรน้อยพุ่งทะยานไปด้านหน้าตามคำสั่งของหลิงเฉิน 

มันลอยตัวขึ้นอยู่เหนือกระบี่กลืนโลหิตที่ถูกปกคลุมด้วยพลังวิญญาณทั้ง 5 ธาตุ ร่างสีดำอันน่าเกรงขามเรียกเร้นเปลวเพลิงสีดำทมิฬออกมาปกคลุมทั่วทั้งร่างกายของมันก่อนที่มันจะส่งผ่านพลังวิญญาณอันมหาศาลที่เรียกเร้นออกมาไปใส่กระบี่กลืนโลหิตที่กำลังปักอยู่กลางร่างของงูทมิฬเขี้ยวกระบี่ 

ความรุนแรงของกระบี่วิญญาณถูกเพิ่มพูนขึ้นอีกขั้น ก่อนที่ร่างของเจ้างูเขี้ยวกระบี่เริ่มถูกเปลวเพลิงสีดำของมังกรทมิฬที่ส่งผ่านไปถึงกระบี่แผดเผาร่างกายของมันให้ดิ้นทุรนทุรายจนมันกรีดร้องออกมาอย่างไม่เป็นภาษา

เมื่อเห็นสภาพเช่นนั้นหลิงเฉินเองก็เริ่มวางใจได้ต่อจากนี้เจ้าหลงหลงคงจะสามารถจัดการได้ไม่อยากเย็น เขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่เริ่มอ่อนแอลงของเจ้างูทมิฬเขี้ยวกระบี่ตัวนั้น 

ดวงตาทั้งสองข้างเริ่มพร่ามัวมันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายของเขากำลังจะทนไม่ไหวกับการแบกรับภาระอันหนักอึ้งที่สร้างขึ้นมาหลังจากการใช้พลังวิญญาณมหาศาล ร่างกายที่คุกเข่าอยู่กับพื้นเริ่มเซไปเซมาก่อนจะเอนล้มมาด้านหน้า ตู้บ!!! 

“ ไม่ไหวแล้ว..สินะ เห้อ!!! เจ้าเยี่ยหวนอุตส่าห์เตือนแล้วแท้ๆแต่ดันฝืนร่างกายมากไปหน่อย ”  หลิงเฉินพึมพำออกมาภายในลำคอก่อนที่เขานั้นจะหมดสติลงไป

ดวงจิตล่องลอยเข้าสู่ห้วงนิทราอันหอมหวาน ภาพฝันบางอย่างปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าของหลิงเฉิน มันเป็นภาพที่แสนคุ้นเคยหลิงเฉินเคยพบเห็นภาพเช่นนี้มาแล้วหนึ่งครั้งในยามที่เขาเผลอหลับอยู่ภายในห้องตำราหลายเดือนก่อน

ภาพของคฤหาสน์ที่คุ้นเคยสถานที่ที่คุ้นเคย และบรรยากาศรอบข้างที่คุ้นเคย ภาพของสตรีผู้หนึ่งที่ราวกลับมันสลักลึกอยู่ภายในความทรงจำแห่งความคิดถึงปรากฏขึ้นมาด้านหน้าของหลิงเฉิน นางกำลังแสดงรอยยิ้มที่ทำให้ภายในใจของหลิงเฉินรู้สึกสั่นๆแปลกๆ 

ใบหน้าของนางรอยยิ้มของนางหลิงเฉินไม่ได้รู้สึกเหมือนกับความเสน่หาแต่มันรู้สึกเหมือนกับความคิดถึงบางอย่างที่ราวกับมันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยอยู่ภายในจิตใจ

ภาพทั้งหมดมันราวกับหนังม้วนหนึ่งที่แสดงอยู่ด้านหน้าโดยมีหลิงเฉินเป็นผู้นั่งชมทุกอย่างมันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับการกระพริบตา สติของเขาที่เข้าไปอยู่ในห้วงนิทราอันแสนหอมหวานได้หลุดลอยออกมาห้วงนิทรานั้น 

ดวงตาทั้งสองข้างที่พับปิดอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาเป็นทุนเดิมได้เปิดขึ้น ร่างของหลิงเฉินที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นถ้ำอันเย็นเฉียบเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา 

เขาพยายามรวบรวมสติแล้วลุกขึ้นร่างกายที่มันเคยหนักอึ้งก่อนหน้านี้มันจางหายไป หลิงเฉินคิดว่าตนเองน่าจะหลับใหลไปประมาณสักสองชั่วยามร่างกายเลยสามารถฟื้นสภาพขึ้นมาเช่นนี้ได้ 

“ แย่แล้วขอรับ!!!! ” เสียงของเด็กน้อยที่หลิงเฉินคุ้นเคยดังแว่วมาจากด้านหลัง

หลิงเฉินหันไปมองด้านหลังก็พบเข้ากับร่างของเจ้ามังกรทมิฬที่พุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความตื่นตระหนก หลังจากที่เห็นว่าหลงหลงยังอยู่ดีย่อมแปลว่าการกำจัดจากงูทมิฬเขี้ยวกระบี่ตัวนั้นสำเร็จไปด้วยดีสินะ 

“ นายท่านหลับไปทั้งสามวันแล้ว!!! ข้าปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นรีบไปเถอะขอรับเดี๋ยวจะไม่ทันเวลาเอา ” หลงหลงน้อยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน 

เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของหลิงเฉินก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก 

“ ว่าอย่างไรนะ!!!! ”

จบตอน

คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิอักขระสยบฟ้า ที่คุณอ่าน