เว่ยเซี่ยหายใจฟืดฟาดด้วยความตื้นเต้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูน่าเกลียดตรงมุมปาก จนฟางเหนียงมารดาบุญธรรมของมันต้องหรี่ตามมองพร้อมกล่าววาจาบางอย่างขึ้น “แม่รู้นะเ้าคิดอันใดอยู่ ถ้าไม่อยากโดนแม่จี้จุด จนขยับไปในไม่ได้ข้ามวันข้ามคืนล่ะก็ จนอย่าทำแบบนั้นเด็ดขาดเข้าใจไหม…” ราวกับฟางเหนียงมองเข้าไปหัว เห็นถึงความคิดสุดแสนทะลึ่งของบุตรชายนางได้ นางจึงได้พูดสกัดไว้ก่อน เว่ยเซี่ยถึงกับคอตกด้วยความผิดหวังทันที “ข้าขอโทษ..ขอรับท่านแม่ ข้าก็แค่คิดเล่น ๆ ตามประสาข้า ใครจะไปกล้าทำแบบนั้น..” ฟางเหนียงหรี่ตามองบุตรชายนิ่ง ๆ ราวกับจะสื่อว่า ใครจะไปเชื่อกัน เ้าเด็กทะลึ่ง แม่ไม่ได้โง่นะ ถึงจะได้ไม่รู้นิสัยเ้า…เว่ยเซี่ยคอตกอีกรอบก่อนที่มันจะลุกขึ้น และเดินห่อไหล่ตรงไปอาบน้ำ..
หลังจากผ่านไปม่นานเว่ยเซี่ยก็เดินกลับออกมาด้วยแววตาสดชื่น เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน “เสร็จ แล้วใช่ไหมงั้นแม่จะไปอาบบ้าง อย่าลืมที่แม่บอกนะถ้าเ้าทำทะลึ่งแบบนั้นละก็เ้าโดนดีแน่…” ฟางเหนียงแค่นเสียงกล่าวกับเว่ยเซี่ยอีกหนก่อนที่นางจะเดินหายวับเข้าไปยังบ่อน้ำด้านในถ้ำ เ้าเว่ยเซี่แต่อ้อนแต่ออกนั่งห่อเหี่ยวด้วยความผิดหวัง มันอยากดูตอนมารดาบุญธรรมเปลือยเปล่าอาบน้ำแท้ ๆ แล้วยิ่งยามนี้อยู่กันลำพังสองคนมิมีผู้ใดมาขัดคอด้วย โอกาสเช่นนี้จะหาได้จากที่ไหนอีก เว่ยเซี่ยนั่งถอดทอนหายใจ และเอากิ่งไม้เขี่ยก้อนดินเล่นไปมาฆ่าเวลา แต่ยิ่งทำก็ยิ่งเบื่อเวลาช่างผ่านไปเชื่องช้าเหลือเกิน บวกกับภาพของท่านแม่คนสวยของมันกำลังขัด หี เอ๊ย!! ขัดสีฉวีวรรณ ลูบไล้มือถูไปทั่วเรือนร่างขาวผุดผาด แค่คิดภาพตามเ้าัั์ตาเดียวก็แข็งโด่เร็วพลัน มิได้ ๆ ข้ามิได้ ตัวข้ามีเยื้องย่างไร้ตัวตนอยู่นี่ แม้จะไม่สูงส่งเท่ากับคนของพรรคมารราคะทั้งสี่ แต่ถ้านำมาใช้ดูท่านแม่อาบน้ำตอนนี้ก็คงได้..
เว่ยเซี่ยผุดลุกขึ้นเร็วพลันมันไม่สนใจคำเตือนของมารดาบุญธรรมอีกแล้ว ตัณหาราคะ ความอยากรู้ อยากเห็นบดบังสติจนหมดสิ้น เว่ยเซี่ยเร่งโคจรลมปราณก่อนจะใช้ เยื้องย่างไร้ตัวตนตามมาดูฟางเหนียงทันที
เมื่อมาถึงมันก็แอบซ่อนตัวอยู่หลังผนังถ้ำบริเวณทางเข้าไปยังบ่อน้ำ ก่อนจะค่อย ๆ โผล่หน้ามาดูช้า ๆ ภาพที่เห็นก็คือ ท่อนบนด้านหลังขาวเนียนของฟางเหนียงที่กำลังนั่งแช่น้ำอยู่ในบ่ออย่างสำราญใจ
เว่ยเซี่ยถึงกับมองตาค้าง เลียริมฝีปากแผล็บ ๆ ช่างขาวงดงามอะไรถึงเพียงนี้ท่านแม่ของข้า ข้าอยากจะลงไปในนั้นแล้วถูขัดหลังให้ท่านเสียจริง แต่ตอนนี้เห็นที่ข้าคงต้องถูขัดอย่างอื่นตรงหว่างขาไปก่อน
อูยยยย…ข้าไม่ไหวแล้ว เว่ยเซี่ยเอามือลูบคลึงเป้าที่แข็งโด่คับแน่นจนปวด และกำลังจะปลดสายรัดเอวเพื่อนำมันออกมาสู่โลกภายนอกแต่ทว่า….ก็มีวัตถุบางอย่างลอยพุ่งมาใส่จุดเคลื่อนไหวของมันอย่างรวดเร็วเสียงดัง ปึ่ก..!!
เว่ยเซี่ยถึงกับตัวแข็งค้างราวกับกลายเป็รูปปั่นหิน “ก็แม่เตือนเ้าแล้วนะ ว่าถ้ามาทำทะลึ่งลามกแอบดูแม่อาบน้ำผลมันจะเป็เช่นไร เ้าคงลืมไปแล้วกระมังว่า ทุกครั้งที่พ่อเ้าใช้วิชานี้หนีเที่ยวแม่ก็จับได้ทุกครั้ง แล้วอีกอย่างนะวิชานี้แม่เป็คนสอนพ่อเ้าเอง อย่าลืมสิว่ามันเป็วิชาของพรรคมารราคะ ที่แม่ร่ำเรียนมาั้แ่เด็ก..” ฟางเหนียงนั้นเองที่ซัดหินมา นางเอียงคอมากล่าวกับบุตรชายตัวแสบ และอาบน้ำต่ออีกนิดหน่อยจากนั้นก็เอาผ้ามาห่มกายปิดมิดชิด และขึ้นจากบ่อ ก่อนจะเดินมาหาเว่ยเซี่ยที่ยืนตัวแข็งอยู่ในท่าทางน่าเกลียดพิลึก มือหนึ่งกำลังจับเป้า อีกมือกำลังจะปลดสายรัดคาดเอว
“งั้นเ้าก็อยู่แบบนี้ไปสักคืนก็แล้วกันลูกแม่ เพื่อเป็การลงโทษ ตอนเช้าแม่จะมาคลายจุดให้นะ แม่ไปนอนก่อนล่ะฝันดี..” ฟางเหนียงส่งยิ้มบางให้เว่ยเซี่ยบุตรชายก่อนที่นางจะเดินจากไปอย่างไม่ไยดี และปล่อยให้มันยืนอยู่แบบนั้นจนถึงเช้า เว่ยเซี่ยนะเว่ยเซี่ย อยู่ดีไม่ว่าดี ทะลึ่งจนได้เื่สมน้ำหน้า ฮ่าๆๆๆๆๆ
แต่กระนั้นภายในใจของเว่ยเซี่ยมันก็อยากจะฝึกวิชาในคัมภีร์เก้าเอ็นมากขึ้นไปอีกหากทำได้ แค่โดนจี้สกัดจุดแต่นี้ก็คงคลายเองได้ไม่อยากเว่ยเซี่ยจึงตัดใจจะใช้แผนที่วางไว้ แม้จะรู้ว่าแผนนั้นอาจนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในครอบครัวที่ไม่อาจแก้ไขได้อีกก็ตาม..
ตลอดระยะเวลาหลายวันที่สองแม่ลูกใช้ชีวิตอยู่กันสองคนในถ้ำแห่งนี้ เว่ยเซี่ยมีความสุขมากมันก็ยังทำตัวเช่นเดิมพูดจาทะลึ่งตึงตัง กระเซ้าเย้าแหย่ หยอกเอิน มารดาคนงามของมันอย่าสนุกสนาน มันชอบแกล้งมาทำให้ฟางเหนียงใ โดยการย่องมาโอบเอว และหอมแก้มอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็มีหลายครั้งที่ทะเล้นทำเกินเลยไปอยู่เหมือนกัน เช่นเอามือไปโดนหน้าอกฟางเหนียง เอามือไปแตะก้นฟางเหนียงจนนางทำตาเขียวใส่ โดนหยิกมือจนเนื้อเขียว แต่นางก็ไม่ดุอะไรมากมาย แค่มุ่นคิ้วหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วก็อมยิ้มออกมา มันช่างเป็ภาพที่น่ารักเสียจริง ราวกับเป็คู่ผัวเมียหยอกล้อกันก็ไม่ปาน เว่ยเซี่ยไม่อยากจะออกจากถ้ำนี่เลย หากมันได้อยู่กับมารดาของมันที่นี่ตลอดไปก็คงดีไม่น้อย…แต่ฟางเหนียงคงไม่คิดเช่นนั้น นางห่วงเว่ยถังผู้เป็สามี และเป็บิดาบุญธรรมของเว่ยเซี่ยมาก นี้ก็เกินเวลาที่นัดกันมานานโข ถึงเวลาแล้วที่นางจะออกไปตามหาสามี
ในรุ่งเช้าของวันที่ห้า ฟางเหนียงพร้อมที่จะเดินทางออกจากถ้ำแล้ว หากแต่ใบหน้าของเว่ยเซี่ยนั้นดูเศร้าหมองจนผิดสังเกต ฟางเหนียงเกิดความประหลาดใจจึงกล่าวถามด้วยความเป็ห่วง “เ้าเป็อันใด ลูกแม่ ไม่สบายรึ หรือว่าพิษของธาตุไฟราคะกำเริบ ดูแล้วก็ไม่น่าจะใช่ แม่ตรวจชีพจรเ้าหลายครั้งแล้วก็ปรกติดีนี่..” เว่ยเซี่ยก้มหน้านิ่ง ก่อนที่มันจะทรุดเข่าลงกับพื้น และกล่าวบางอย่างออกมาจนฟางเหนียงประหลาดใจ
“พวกเราอยู่ที่นี่กันต่อเถอะท่านแม่..อย่าได้ออกตามหาท่านพ่ออีกเลย ปานนี้ท่านพ่อคง….คงมีความสุขอยู่กับคนอื่นไปแล้ว…” ดวงตาของฟางเหนียงเบิกกว้างด้วยความใ “เ้ากล่าววาจาใดออกมาเว่ยเซี่ยแม่ไม่เข้าใจ หมายความเช่นไร ที่ว่าพ่อเ้ามีความสุขอยู่กับคนอื่น บอกแม่มาเดี๋ยวนี้..” ท่าทางของฟางเหนียงดูโกรธจัดมาก เว่ยเซี่ยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสารภาพความจริงเื่ของ เว่ยถัง กับมินเอ๋อ ออกมา..
นี่คือแผนที่มันวางไว้ เว่ยเซี่ยรู้อยู่แก่ใจว่าหากพูดความจริงเื่นี้ออกมาแล้วล่ะก็ ครอบครัวของมันคงจะพังพินาศ แต่อันที่จริงมันก็พังั้แ่ที่เว่ยถังคบชู้กับมินเอ๋อแล้วมิใช่หรือ สู้ให้มารดาของมันรับรู้ความจริง และเ็ปตรงนี้ดีกว่า นางจะได้ยอมตัดใจ และไม่ไปตามหาเว่ยถัง ส่วนเว่ยถังก็ยกให้มินเอ๋อไป ทุกคนจะได้แยกไปใช้ชีวิตของตนเอง ดีกว่าปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปจนเนิ่นนาน
พอเว่ยเซี่ยบอกเล่าเื่ราวสุดฉาวโฉ่ของเว่ยถังให้ฟางเหนียงรีบรู้ นางก็แทบจะล้มทั้งยืน จริงอยู่ที่ เว่ยถังเป็คนเ้าชู้ เสเพลมาั้แ่วัยหนุ่ม และแอบหนีนางไปเที่ยวหอนางโลมอยู่บ่อย ๆ แต่ก็มิคาดคิดเลยว่า มันจะแอบนอกใจนางไปเล่นชู้กับ เด็กสาวคราวลูกในหมู่บ้าน ที่นางเห็นมาแต่อ้อนแต่ออก มิน่าเล่านางถึงเห็นมินเอ๋ออยู่ด้วยตอนที่ไปช่วยเว่ยเซี่ย ตอนนั้นนางก็มิได้ตะขิดตะขวงใจ คิดว่าพวกคนของพรรคมารราคะคงจะบังเอิญไปพบนางจึงจับมาขู่เว่ยถังเพื่อแลกกับคัมภีร์เก้าเอ็น ที่ไหนได้แท้จริงมินเอ๋อแอบมาหาสามีนางเพื่อพลอดรักกันนี่เอง..
หัวใจของฟางเหนียงแทบแหลกสลายนางก้มหน้าก้มตานั่งเงียบจนเว่ยเซี่ยต้องเข้าปลอบโยน มันเองก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย แต่เชื่อว่าตนทำถูกต้องแล้วที่บอกความจริงออกมา “ท่านแม่ไม่ต้องเสียใจไปนะ ท่านยังมีข้าอยู่ทั้งคน ข้าจะดูแลท่าน แทนท่านพ่อเอง” วาจาของเว่ยเซี่ยนั้นตีความได้สองความหมายคือหนึ่งดูแลแบบที่บุตรดูแลมารดา สองดูแลแบบที่ผัวดูแลเมีย…แน่นอนว่าฟางเหนียงย่อมเข้าใจเป็แบบแรก จริง ๆ เว่ยเซี่ยก็หมายความเช่นนั้นเหมือนกันในยามนี้นะน่ะ (ส่วนในอนาคตจะดูแลแบบที่สองหรือไม่ อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน)
ฟางเหนียงจับมือบุตรชายก่อนเงยหน้าขึ้นมา ส่งยิ้มบาง ๆ ดูเศร้า ๆ ให้ และกล่าวขึ้น “ขอบใจนะเว่ยเซี่ยลูกแม่ แต่ถึงอย่างไรแม่ก็ต้องออกไปตามหาพ่อเ้าอยู่ดี..” คำพูดที่เปล่งออกมาจากปากของฟางเหนียงทำเอาเว่ยเซี่ยประหลาดใจยิ่งนัก ก่อนที่นางจะกล่าวอธิบายต่อ “ยังไงเสีย แม่กับพ่อเ้าก็อยู่กินกันมานานนับสิบ ๆ ปี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแม่ก็ต้องพูดคุยกับพ่อของเ้าให้รู้เื่ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วพ่อเ้าจะเลือกแม่ หรือมินเอ๋อ ก็ตาม”
คำตอบของฟางเหนียงทำเอาเว่ยเซี่ยนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่ว่าจะทำเช่นไรก็มิอาจรั้งนางให้อยู่กับมันที่นี่ต่อได้จริงรึ….เว่ยเซี่ยมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันทีก่อนที่มันจะนึกอุบายที่สองออก หากเป็แผนนี้ต้องได้ผลแน่ แม้จะไม่ถาวร แต่ก็คงยืดเวลาออกไปได้อีกสักปี หรือปีครึ่ง เว่ยเซี่ยแปรเปลี่ยนจากสีหน้าสิ้นหวังกลายเป็จริงจัง ก่อนจะทรุดเข่าลงต่อหน้าฟางเหนียง จนนางใ
“ลูกแม่นี่เ้าจะทำอะไร.?”
“หากท่านแม่อยากจะไปตามหาท่านพ่อจริง ๆ ข้าก็จะไม่ขัดขวางเพียงแต่ ข้าเกรงว่าถ้าออกไปตอนนี้แล้วเจอเข้ากับพวกพรรคมารราคะอีกครั้ง พวกเราจะแย่..” ฟางเหนียงเลิกคิ้วเอียงคอเล็กน้อย และเห็นด้วยกับเว่ยเซี่ยในเื่นี้
“เช่นนั้นจะ้าให้แม่ทำเช่นใดเล่า” ฟางเหนียงเอ่ยถาม
“ข้าขอเวลาหนึ่งปี ไม่สิขอเวลาหนึ่งปีครึ่ง ท่านแม่ช่วยสอนวรยุทธ์ให้ข้าหน่อย และข้าอยากฝึกวิชาเก้าเอ็นขั้นสามด้วย เมื่ออายุข้าครบสิบหกปี..!!"
จบบทที่ 15