เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น ชาวเมืองแซมบอร์ดทุกคนแทบจะหยุดหายใจ พวกเขาพลันรู้สึกโล่งใจอย่างมาก
เสียงระฆังในครั้งนี้ไม่ได้ดังเพราะมีข้าศึกรุกราน
แต่เป็นเพราะองค์ราชากลับมาแล้ว
ทุกคนเห็นอัศวินโกลด์เซนต์ของเมืองแซมบอร์ดและผู้นำทางการทหารทุกระดับรีบร้อนวิ่งไปทางพระราชวัง ทันใดนั้น บนท้องถนนก็เงียบสงบ บรรดาชาวเมืองที่อยู่ในบ้านก็พากันเดินออกมา พวกเขาเงยหน้าขึ้น มองพระราชวังที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศเหนือบนพื้นที่สูง ตอนนี้พวกเขาต่างรู้สึกชื่นชมและเคารพนับถือราชาหนุ่มของตัวเองตั้งแต่ตอนที่ทำให้กองทัพทหารเกราะดำแตกพ่าย และการต่อสู้กับกองทัพพันธมิตรทั้งเก้าอาณาจักร แม้จะเพียงเวลาระยะสั้นๆ ที่องค์ราชาเก็บตัวฝึกฝนชั่วคราว แต่ชาวเมืองทุกคนก็ยังรู้สึกได้ถึงอิทธิพลที่เหลืออยู่ขององค์ราชาอเล็กซานเดอร์
ในระยะที่ผ่านมานี้เกิดเรื่องมากมายขึ้นในเมืองแซมบอร์ด
เรื่องแรก ตามคำสั่งที่องค์ราชาอเล็กซานเดอร์ทิ้งไว้ให้ก่อนจะเก็บตัว นั่นก็คือการให้พัศดีโอเลเกร์นำคนไปจัดการกับกองขยะมหาศาลที่ถูกทิ้งไว้ในเขตที่ทิ้งขยะ มันเป็นวิธีจัดการขยะที่แปลกมาก ในตอนแรกหลายๆ คนก็ไม่เข้าใจนัก แต่ต่อมา เมื่อได้เห็นขั้นตอนการจัดการง่ายๆ ด้วยการนำขยะไปแช่ในน้ำจนมันหนาขึ้นและแปรสภาพกลายเป็นกระดาษแผ่นบางๆ เรื่องนี้ทำให้ทั้งเมืองแซมบอร์ดต่างพากันคึกคักขึ้นมาทันที
กองขยะเหล่านี้เป็นเหมือนก้อนเนื้อมะเร็งเล็กๆ ของเมืองแซมบอร์ดที่ถูกสะสมมาเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พอเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน บรรดาพวกแมลงวันและยุงก็จะพากันมาชุมนุมที่นี่จนกลายเป็นแหล่งเพาะโรคและความสกปรก เมื่อหลายเดือนก่อนมีบางคนเสนอให้ทำการจัดระเบียบพื้นที่การทำงานของเมืองแซมบอร์ดใหม่ และนำขยะโยนทิ้งลงไปในแม่น้ำจูลี่ แต่ตอนนั้นราชาเมืองแซมบอร์ดได้ห้ามปรามไว้ ใครจะไปคาดคิดว่ากองขยะเหม็นๆ ที่แม้แต่หมายังไม่กล้าเดินผ่านจะสามารถแปรรูปเป็นกระดาษได้
แผ่นดินอาเซรอทไม่ใช่ว่าไม่มีกระดาษ แต่สำหรับอาณาจักรเล็กๆ แถวชายแดนอย่างเมืองแซมบอร์ด กระดาษกลับเป็นของหายาก ปกติแล้วเวลาที่เชื้อพระวงศ์จะจดบันทึกหรือออกคำสั่งก็มักจะใช้หนังสัตว์หรือผ้านุ่มๆ แทน หากใช้กระดาษมาทำเรื่องพวกนี้จะถือว่าเป็นการสิ้นเปลือง แต่ปัจจุบัน หลังจากที่นำขยะจำนวนมหาศาลไปแช่น้ำให้มันหนาขึ้นและแปรรูปเป็นกระดาษ ก็ทำให้แม้แต่ชาวบ้านยากจนของเมืองแซมบอร์ดสามารถใช้กระดาษได้
สำหรับชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดแล้ว การที่ขยะหายไปแล้วมีกระดาษปรากฏขึ้นมาแทนถือเป็นประโยชน์สำหรับพวกเขามาก มีหลายคนยินดีที่จะไปช่วยงานใน ‘โรงงานผลิตกระดาษเมืองแซมบอร์ด’ และทุกๆ วันพวกเขาจะได้รับค่าตอบแทนเป็นสองเหรียญเงิน สำหรับหลายๆ คนแล้ว นี่คือโอกาสหาเงินที่หาได้ยาก ตอนนี้เข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ในที่สุดฤดูการเกษตรก็กำลังจะเข้ามา หากสามารถหารายได้ช่วงฤดูหนาวในตัวเมืองที่มีแต่ความปลอดภัย ใครบ้างจะไม่สนใจ จะมีใครยอมเสี่ยงอันตราย นำทางพวกทหารรับจ้างเข้าไปในส่วนลึกของภูเขาด้านหลังเมืองแซมบอร์ดที่ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไรในการล่าสัตว์อสูรที่ภูเขากัน?
เรื่องที่สอง ทุกครัวเรือนได้มีการเพิ่มท่อน้ำที่สร้างขึ้นแบบง่ายๆ และทุกคนก็พบว่าหลังจากที่มีระบบระบายน้ำนี้ มันทำให้ชีวิตของพวกเขาสะดวกสบายมากขึ้น ชาวเมืองทุกคนต่างมองเจ้าอ้วนโอเลเกร์ด้วยสายตาด้วยสนิทสนมขึ้นมาก ในอดีตชายคนนี้เป็นเหมือนตัวแทนความมืดและกฎหมายที่โหดร้าย แค่ชาวเมืองแซมบอร์ดได้ยินชื่อก็พากันหน้าเปลี่ยนสี แต่หลังจากผ่านสองเหตุการณ์สำคัญอย่างระบบระบายน้ำและโรงงานกระดาษ ทำให้ทุกคนคิดขึ้นมาได้ว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่เจ้าอ้วนโอเลเกร์ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างช้าๆ
เรื่องที่สาม กว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ในที่สุดชาวเมืองแซมบอร์ดก็เคยชินกับรูปปั้นประมวลกฎหมายทองสัมฤทธิ์ทั้งสิบสองรูป ไม่ได้มีเพียงพวกเขาที่ต้องปรับตัว แต่ยังรวมไปถึงบุคคลภายนอกที่พากันหลั่งไหลเข้ามาในเมืองแซมบอร์ดในช่วงนี้ พวกเขาก็ต้องปรับตัวกับประมวลกฎหมายนี้...ไม่สิ ต้องบอกว่าจำเป็นต้องปรับตัวต่างหาก ในช่วงแรกมีหลายคนที่สายตาสั้นทำตัวไม่เกรงใจและไม่สนกฎหมาย พวกเขาจงใจละเมิดกฎหมายซึ่งๆ หน้า ผลสุดท้ายก็ถูกอัศวินโกลด์เซนต์และเทศกิจล้อมจับตัวพวกเขาแล้วโยนเข้าไปใน 'ห้องมืด' เพื่อคุมขังสักสองสามวัน และในระหว่างที่ถูกคุมขัง พวกคนที่มาจากข้างนอกก็ถูกอบรมจนเชื่องไม่กล้าผยองอีก เมื่อมาถึงเมืองแซมบอร์ดแล้ว ที่แรกที่ต้องไปก็คือวัดอันเป็นที่ตั้งของรูปปั้นประมวลกฎหมายทองสัมฤทธิ์ทั้งสิบสองรูป หากไม่ระวังแล้วละเมิดกฎก็จะถูกพวกอสุรกายทุบตีเหมือนหมาตาย
ในระหว่างขั้นตอนพวกนี้ ทำให้ความสามัคคีในเมืองแซมบอร์ดแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทุกๆ ฤดูใบไม้ร่วง ในอดีตจะมีทหารรับจ้าง พ่อค้า นักรบตกอับ ขโมยและนักต้มตุ๋นหลั่งไหลเข้ามาเมืองแซมบอร์ด เพราะฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการล่าสัตว์ สัตว์อสูรหลายตัวจะพากันวางไข่หรือออกลูกในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับเหล่านักผจญภัยที่จะฉกฉวยความมั่งคั่ง ส่วนใหญ่บุคคลที่มาจากภายนอกจะทำตัวหยิ่งยโสและมักจะมีเรื่องกับชาวเมืองแซมบอร์ดอยู่เป็นประจำ แต่เนื่องด้วยสถานะและความแข็งแกร่งของเมืองแซมบอร์ด ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะปกป้องคนของตัวเอง สำหรับชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดแล้ว พวกคนที่มาจากภายนอกคือฝันร้ายสำหรับพวกเขา แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป ชื่อเสียงขององค์ราชาอเล็กซานเดอร์เริ่มขจรขจายโด่งดังไปไกล อีกทั้งยังมีสองอสุรกายอย่างอัศวินโกลด์เซนต์ นักรบอัศวินบรอนซ์เซนต์ และหน่วยเทศกิจทั้งสองร้อยนายที่ดุดันเหมือนพยัคฆ์ร้าย พวกเขาต่างใช้กำปั้นอันแข็งแกร่งอัดพวกคนนอกสมควรตายพวกนั้นจนเละ ผ่านไปเพียงสิบวันก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นอีก ชาวเมืองแซมบอร์ดจึงสามารถยืดอกเชิดหน้าเดินบนท้องถนนได้อย่างภาคภูมิ พวกเขาสนุกสนานกับดวงตาที่แฝงความหวาดกลัวของคนนอก แม้กระทั่งตอนเดินชนกัน พวกคนนอกที่เคยโอหัง ตอนนี้กลับกลัวหัวหดรีบเผ่นหนีไปทันที
ความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่และการได้รับการป้องกันอันยอดเยี่ยมนี้ ทำให้ทุกคนต่างรู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองแซมบอร์ด
ทุกคนต่างรู้กันดีอยู่ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะใคร
วันนี้ เขาคนนั้นได้กลับมาแล้ว
อีกครึ่งเดือนที่กำลังจะถึงนี้จะมีงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชอาณาจักรเซนิทเกิดขึ้น นั่นก็คือการซ้อมรบระดับอาณาจักร! ชาวเมืองแซมบอร์ดแทบทุกคนตั้งแต่แก่ยันเด็กต่างพากันเชื่อมั่นว่าการซ้อมรบระดับอาณาจักรที่เคยถูกเมืองแซมบอร์ดเรียกว่าเป็นวันหายนะครั้งยิ่งใหญ่ ตอนนี้มันได้กลายเป็นรากฐานที่จะนำพาเมืองแซมบอร์ดทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด!
ดวงตาของทุกคนเจิดจ้าขณะที่เร่งรีบเดินทางไปยังพระราชวังเมืองแซมบอร์ด
ที่นั่น มีเงาของคนผู้หนึ่งที่ทำให้ความเชื่อมั่นของพวกเขายังคงอยู่
ความศรัทธาของพวกเขายังคงอยู่
……
……
พระราชวังเมืองแซมบอร์ด
ห้องโถงราชา
บนบัลลังก์สีขาวที่มีรูปปั้นสิงโตปีศาจขนาบข้าง ซุนเฟยกวาดสายตามองเหล่าข้าราชบริพารอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศในห้องโถงทำให้ซุนเฟยรู้สึกพอใจ
ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาไม่มีใครเกียจคร้านเลยสักคน ด้วยความแข็งแกร่งของซุนเฟย ตอนนี้เพียงปรายตามองก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของทุกคนในห้องโถงที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ความแข็งแกร่งของดร็อกบาและเพียร์ซพัฒนาขึ้นจนมีพลังเทียบเท่ากับนักรบสองดาวระยะปลาย อีกเพียงนิดเดียวก็จะทะลวงผ่านเป็นนักรบระดับสามดาวแล้ว ยิ่งบวกกับดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์และหมวกเกราะทอรัสที่พวกเขาได้รับก่อนหน้านี้ ทำให้พวกเขาสามารถต่อสู้กับพวกนักรบสามดาวระยะปลายได้อย่างสูสี
ทว่าความแข็งแกร่งของผู้นำอัศวินบรอนซ์เซนต์แปเตอร์ แช็คยิ่งทำให้ซุนเฟยรู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะตอนนี้เขาได้ทะลวงผ่านขึ้นไปเป็นนักรบสามดาวระยะกลางแล้ว ในอดีตเขาเคยเป็นนักรบสองดาวระยะปลายที่ถูกเลขานุการบาร์เซิลทำลายคลื่นพลังจนกลายเป็นนักรบธรรมดาๆ แต่หลังจากได้รับ 'น้ำยาฮัลค์' ความเร็วในการฟื้นคืนพลังของเขาก็ทำให้ผู้คนต่างตกใจ ตอนนี้หากให้แช็คปะทะกับยอดฝีมืออันดับหนึ่งของกองทัพทหารเกราะดำอย่างแรนดุ๊กล่ะก็ มั่นใจเลยว่าแช็คสามารถสังหารแรนดุ๊กตายในพริบตาอย่างแน่นอน แต่สำหรับความสามารถในการต่อสู้ที่แท้จริงของแช็คนั้น ซุนเฟยเองก็ไม่อาจคาดเดาได้ เพราะมีการกล่าวกันว่าผู้นำอัศวินบรอนซ์เซนต์เป็นยอดฝีมือในด้านป้องกันอันดับหนึ่ง ในอดีตที่เขาเป็นเพียงนักรบรสองดาวระยะปลายสามารถป้องกันการโจมตีของยอดฝีมือสามดาวได้ นับได้ว่าเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในอาณาจักรบริวาร ตอนนี้แช็คกลายเป็นยอดฝีมือสามดาวระยะกลางแล้ว บวกกับหลังจากที่ดื่ม 'น้ำยาฮัลค์' เข้าไปก็ทำให้ระดับความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาเหนือกว่ายอดฝีมือในระดับเดียวหลายเท่า ความสามารถในการต่อสู้ของเขาจะเป็นอย่างไรนั้น คงคุ้มค่ากับการรอชมอย่างแน่นอน
ผู้บัญชาการสูงสุดของเมืองแซมบอร์ดอย่างเกอเทอ บรู๊ค ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาก็อยู่ในระดับสองดาวระยะกลาง แม้ความเร็วในการพัฒนาพลังจะไม่เทียบเท่าดร็อกบา เพียร์ซ หรือแช็ค แต่ก็เหนือกว่านักรบทั่วไปของอาเซรอท ซุนเฟยเองก็รู้ดีว่าสาเหตุที่แท้จริงของมันคืออะไร บรู๊คต้องคอยควบคุมกองกำลังอัศวินบรอนซ์เซนต์และหน่วยเทศกิจของเมืองแซมบอร์ด ในแต่ละวันต้องยุ่งวุ่นวายจนหัวหมุน อีกทั้งยังต้องยกระดับความแข็งแกร่งและสร้างระบบทหารของเมืองแซมบอร์ดตามที่ซุนเฟยออกแบบมาจนเลือดตาแทบกระเด็น ทำให้เวลาในการบ่มเพาะพลังมีน้อย เรียกได้ว่าความจงรักภักดีของบรู๊คไม่เป็นที่สงสัยเลยสักนิด อีกทั้งเขายังมีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดกว่าพวกที่ใช้กำลังอย่างดร็อกบาและเพียร์ซ หรือพวกที่บ้าการฝึกอย่างแช็ค คนที่แสนซื่อสัตย์แบบนี้ถือเป็นผู้ที่มีเกียรติยศและคุณสมบัติของอัศวินที่แท้จริง ไม่ว่าก่อนหน้าหรือหลังจากที่ซุนเฟยขึ้นครองราชย์ บรู๊คก็เป็นบุคคลที่ชาวเมืองแซมบอร์ดต่างรักใคร่ คนแบบนี้แม้ว่าจะไม่มีพลังที่แข็งแกร่ง แต่กลับสามารถโน้มน้าวใจผู้คนและมีเสน่ห์ที่จะทำให้คนอื่นคล้อยตาม นี่คือเหตุผลที่ทำให้ซุนเฟยแต่งตั้งบรู๊คเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของเมืองแซมบอร์ด
พลังของพัศดีโอเลเกร์ตอนนี้พัฒนาขึ้นมาก คลื่นพลังของเขาใกล้จะทะลวงขึ้นเป็นนักรบสองดาวระยะกลางแล้ว และดูเหมือนว่าเขาจะชื่นชอบการต่อสู้ระยะประชิดเช่นเดียวกับพวกดร็อกบาและเพียร์ซ ก่อนหน้านี้เขาทั้งอ้วนทั้งเตี้ย ส่วนสูงแค่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร แต่หลังจากที่ดื่ม 'น้ำยาฮัลค์' แล้ว ฤทธิ์ของน้ำยาก็ได้พัฒนาร่างกายของเขา ส่วนสูงของเขาเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร แต่ไขมันของเขายังคงอยู่ ซึ่งมันได้เสริมให้เขาดูดุร้ายยิ่งขึ้น บวกกับไม่มีท่าทางประจบประแจงเกินงามเหมือนก่อนหน้านี้ ทำให้เวลาคนมองเขาเกิดรู้สึกตื่นกลัว
แน่นอนว่าในบรรดาทุกคนนั้น คนที่ทำให้ซุนเฟยแปลกใจมากที่สุดก็คืออดีตยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองแซมบอร์ด แฟรงก์ แลมพาร์ด ด้านหลังของแลมพาร์ดยังคงแบกดาบยักษ์สีดำเอาไว้ คลื่นพลังธาตุน้ำในร่างของเขามีแนวโน้มว่าจะแตกสลายไปและแทนที่ด้วยคลื่นพลังธาตุสายฟ้าที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในร่างของเขา ซุนเฟยรู้สึกได้เลยว่า คลื่นพลังธาตุสายฟ้าของแลมพาร์ดอยู่ในระดับสี่ดาวระยะกลาง...เร็วมาก ตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แลมพาร์ดฝึกฝนคลื่นพลังธาตุสายฟ้าอย่างหนักจนสามารถยกระดับพลังขึ้นเป็นระดับสี่ดาวระยะกลาง เขาทำมันได้อย่างไร? แม้จะมีตัวช่วยอย่าง 'หมัดสายฟ้า' คัมภีร์คลื่นพลังที่ตัวเองสร้างขึ้นมา แต่แน่นอนว่ามันไม่สามารถทำได้ถึงขนาดนี้ เบื้องหลังของอดีตยอดฝีมืออันดับหนึ่งแอบซ่อนความลับอะไรบางอย่างไว้หรือเปล่านะ? ซุนเฟยรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
นอกจากยอดฝีมือเหล่านี้แล้ว ราชองครักษ์ของซุนเฟยอย่างเฟร์นันโด ตอร์เรสก็พัฒนาก้าวกระโดดไม่แพ้กัน หลังเด็กหนุ่มคนนี้ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง เขาก็มีจิตใจที่กล้าหาญมากยิ่งขึ้น ในที่สุดบนร่างของเขาก็มีกลิ่นอายกระหายฆ่าฟันเหมือนกับทหารทุกคน ทำให้เขาดูเป็นเด็กหนุ่มที่องอาจ พรสวรรค์ของเขาไม่เลวเลย ก่อนหน้านี้ซุนเฟยได้ให้แองเจล่ามอบคัมภีร์คลื่นพลังธาตุน้ำแข็งที่ชื่อว่า 'รัศมีแห่งการลงทัณฑ์' แก่ตอร์เรส คัมภีร์เล่มนี้เป็นคัมภีร์ระดับสามดาว มีเส้นทางคลื่นพลังยี่สิบห้าเส้นทาง ดูเหมือนว่ามันจะเหมาะกับตอร์เรสมาก ซุนเฟยรู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณอันเยือกเย็นที่น่าเกรงขามกำลังซุกซ่อนอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มคนนี้ ตอนนี้เด็กหนุ่มคนนี้ก็น่าจะมีพลังระดับสองดาวระยะต้นแล้ว
คนพวกนี้ต่างเป็นยอดฝีมือที่ซุนเฟยให้ความสำคัญ เมื่อได้เห็นความก้าวหน้าของพวกเขา ซุนเฟยก็รู้สึกพอใจมาก
นอกจากนี้ เหล่านักรบที่ได้เข้าร่วมทำศึกบนสะพานหินหลายคนก็มีการพัฒนาพลังได้อย่างน่าทึ่งเช่นกัน หลังจากที่พวกเขาได้ดื่ม 'น้ำยาฮัลค์' และได้รับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกาย ทำให้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของพวกเขาเทียบเท่าได้กับนักรบหนึ่งดาวระยะกลาง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีพรสวรรค์ที่สามารถบ่มเพาะคลื่นพลังได้ แม้เส้นทางคลื่นพลังจะถูกขยายออกกว้าง แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการฝึกฝนคลื่นพลัง พวกเขาสามารถพัฒนาได้สูงสุดแค่ระดับหนึ่งดาว หรือถ้าโชคร้ายก็คงไม่สามารถรวบรวมคลื่นพลังหรือรู้สึกถึงมันได้เลย
และนอกเหนือจากคนของเมืองแซมบอร์ดแล้ว ยังมียอดฝีมือจากโลก Daiblo ไม่ว่าจะเป็นเอเลน่า ชาร์ซี เคน อาคาร่า คาเชีย และคนอื่นๆ ต่างก็มาปรากฏตัวอยู่ในห้องโถงราชา เนื่องจากบุคคลเหล่านี้รับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนนักศึกษามหาวิทยาลัยในเขาวงกตใต้ดินที่ภูเขาด้านหลัง ดังนั้นทุกคนจึงคุ้นเคยกับการเดี๋ยวโผล่มาเดี๋ยวหายไปของพวกเขา
ฝ่ายขุนนางแม้ว่าเบสท์จะยุ่งวุ่นวายมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังคงแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า นั่นเป็นเพราะว่าซุนเฟยแอบให้แองเจล่าผสม 'น้ำยาฟื้นฟูความแข็งแกร่ง' ลงในอาหารและเครื่องดื่มของพ่อตา นี่สิที่เรียกว่าแก่แต่ยังมีไฟ น่าเสียดายที่พ่อตาไม่มีความสนใจที่จะบ่มเพาะความแข็งแกร่ง ดังนั้นเขาจึงยังไร้พลังเหมือนเดิม
นอกจากเบสท์แล้ว ขุนนางคนอื่นๆ ในเมืองแซมบอร์ดค่อนข้างอืดอาดมาก ผู้ช่วยที่ดีที่สุดก็คือพวกคุณปู่ที่ได้รับความเคารพจากชาวเมืองทุกคน แม้ว่าเขาจะผมหงอกเคราขาว แต่ก็ยังมีไฟไม่แพ้เบสท์เลย ปัจจุบันเบสท์ก็ยังเป็นอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายและขวา และผู้นำของหกกรมชั่วคราวก็คือคุณปู่พวกนี้ ซุนเฟยกำลังรอให้ผู้ที่มีพรสวรรค์ในด้านนี้ที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแซมบอร์ดจบออกมาก่อน แต่โชคดีที่เมืองแซมบอร์ดเป็นอาณาจักรเล็กๆ ขุนนางมีไม่มากทำให้บริหารได้ไม่ยาก บวกกับการต่อสู้บนยอดเขาตะวันออกก่อนหน้านี้ที่ซุนเฟยยืมมีดคนอื่นจัดการพวกขุนนางและพวกมีอำนาจในเมืองแซมบอร์ดทั้งหลายจนเกลี้ยง ทำให้การออกพระราชกฤษฎีกาเป็นไปได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหาในขณะนี้
ซุนเฟยกวาดสายตามองทุกคนในห้องโถงอย่างช้าๆ ด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ
เพียงระยะเวลาสั้นๆ แค่สี่เดือน ไม่มีใครคาดคิดว่าความแข็งแกร่งของเมืองแซมบอร์ดจะพัฒนาได้ก้าวกระโดดถึงขนาดนี้?
ด้วยความแข็งแกร่งของอาณาจักรตอนนี้ ต่อให้กองทัพทหารเกราะดำกลับมารุกรานอีกครั้ง ซุนเฟยมั่นใจว่าเมืองแซมบอร์ดไม่จำเป็นต้องอาศัยภูมิประเทศก็สามารถทำลายกองทัพทหารเกราะดำภายในเสี้ยววินาทีโดยอาศัยเพียงแค่เหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์ได้
“การซ้อมรบระดับอาณาจักรกำลังจะมาถึงแล้วสินะ ฮึๆ ข้าแทบจะอดใจรอไม่ไหวเลย...” ซุนเฟยหัวเราะออกมาเล็กน้อย น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจเอ่ยขึ้น ดังก้องหูของทุกคน “การซ้อมรบในครั้งนี้พวกเราจะใช้สองมือของตัวเองนำชื่อเสียงและเกียรติยศกลับคืนมาให้ได้!”
ซุนเฟยพูดจบพลางลุกขึ้นยืน “ถ่ายทอดคำสั่งข้าออกไป สามวันหลังจากนี้เตรียมทัพให้ดี พวกเราจะเดินทางไปที่เมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อเข้าร่วมการซ้อมรบ!”
----------------