ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 35 โค่นแก๊งเฮยหลง

    ตอนนี้ตำรวจหลายนายพอรู้ข่าวการเสียชีวิตของคนไข้ก็เข้ามาสอบถามข้อมูลที่แพทย์รู้ทันที อัสนีเลยพูดออกไปว่า

    “ ผ่าหัวใจเทียมออกมาแล้วตรวจสอบไปที่ผู้ผลิต ก็จะรู้ประวัติของผู้ตายเอง เพราะหัวใจเทียมรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ทันสมัยที่สุด และมีราคาที่แพง คนไทยทั่วไป ยากจะมีโอกาสได้ใช้  ต้องเป็นคนมีเงินและเป็นคนต่างชาติอย่างแน่นอน”

    อัสนีเอ่ยออกไป ทุกๆคนก็พยักหน้า แล้วเขาก็กลับมาที่ห้องพักแพทย์ เขาหลับตาลงนึกถึงภาพความจำของผู้ตายที่เขาได้ทำการดูดความทรงจำก่อนตายของเธอมาพบว่าเธอชื่อหลิวซี เป็นคนจีน มาเรียนหนังสือที่ประเทศไทย พร้อมกับหลิวซาน้องชายของเธอทั้งสองคนมีฐานะคนข้างดี จึงได้ถูกคนร้ายลักพาตัวมาเรียกค่าไถ่ โดยมีเพื่อสนิทของพวกเธอคือ ก้วนจงเป็นผู้ชี้เบาะแสของเธอให้กับ แก๊งเฮยหลง ซึ่งเป็นแก๊งจีนเทาที่เข้ามาหากินในประเทศไทย หลังจากถูกทางการจีนกวาดล้างจากแผ่นดินใหญ่

    พวกแก๊งเฮยหลงมันสั่งให้พ่อกับแม่ของหลิวซีและ หลิวซา โอนเงินดิจิตัลเข้าบัญชีของพวกมันแต่พ่อกับแม่ของหลิวซี ไม่ยอม ขอเจอหน้าแล้วแลกเปลี่ยนกันต่อหน้าแต่พวกแก๊งเฮยหลงไม่ยอม และยังถ่ายวิดีโอ ข่มขืนหลิวซี อย่างทารุณโหดร้าย แล้วทำการผ่าตัดเอาไตทั้งสองข้างของเธอเอาไปขาย แล้วตัดแขนตัดขาของเธอส่งไปให้ตระกูลหลิว และบอกว่าให้เวลาไม่เกินสามวัน ต้องโอนเงินดิจิตัล เข้าบัญชีพวกมันมูลค่า 10ล้านดอลล่าร์สหรัฐ มิเช่นนั้น หลิวซาจะต้องตายเป็นคนต่อไป

    พวกมันคิดว่าหลิวซีเป็นผู้หญิง ดังนั้นครบครัวคงไม่ให้ความสนใจมากนัก ไม่เหมือนหลิวซา ดังนั้นพวกมันจึงได้เชือดหลิวซีทิ้ง เพื่อให้เห็นว่า พวกมันเอาจริง

    อัสนีนั้นเคยได้ยินชื่อแก๊งเฮยหลงมาก่อนมันเป็นพวกเดียวกันกับ คนของตระกูลหาญเทวัญ และ หมอสันทัดพวกมันเป็นหนึ่งในผู้จัดหาอวัยวะ ตามใบสั่งของตระกูลหาญเทวัญ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรเขาจะต้องกวาดล้างแก๊งนี้ให้จงได้

    อัสนีรักษาคนไข้จนหมดเขาก็เข้าไปพบกับ ผอ.อีริค และได้บอกว่า

    “ผมอยากซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีก รู้สึกว่าคนไข้ของเราเพิ่มขึ้นมากไม่ทราบว่าพอจะมีพื้นที่ใกล้เคียงต้องการขายบ้างหรือไม่”

    “ ตั้งแต่คุณหมอรักษาคนไข้ตอนนี้ปริมาณคนไข้ต่อวันของเราเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมสองเท่าและยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าทางเราก็ทำได้เพียงจำกัด การรักษาต่อวัน

    ตอนนี้มีคนจองคิวเข้ามารับการรักษายาวไปจนถึงปีหน้าแล้ว เรื่องที่ดิน ผมก็คิดอยู่ตลอด แต่ว่ามีปัญหาเรื่องเงินที่จะซื้อ เพราะพื้นที่ติดกันก็คิดราคาเพิ่มขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะแปลงที่ติดทางทิศตะวันออก มีอยู่สิบไร่  เคยมีตัวแทนมาเสนอขายให้ผมในราคาไร่ละ 12 ล้านตอนนั้นผมเพิ่งจะเปิดโรงพยาบาลเลยไม่คิดว่าจะขยาย แต่ตอนนี้พอไปสอบถามพวกเขาคิดราคาถึงไร่ละ 50 ล้าน ผมเองก็จนปัญญาจริงๆ”

    “ สิบไร่ก็เท่ากับ500 ล้าน ก็ไม่ถือว่าแพง ผมจะโอนให้ก่อน 1 พันล้าน นอกจากนี้ ผมอยากจะให้สร้างอาคารสำหรับตรวจสุขภาพของคนไข้โดยเฉพาะ ท่านผอ.จัดหาผู้รับเหมา และ ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งหมดได้เลยหากไม่พอก็บอกผมได้เลยครับ”

    อัสนีเอ่ยจบก็ทำการโอนเงินของเขาที่ได้เปลี่ยนทองคำมาเป็นเงินสดเรียบร้อยแล้วมีอยู่ทั้งหมด5พันล้านบาท โอนเข้าบัญชีมูลนิธิซานตาคลอส เป็นจำนวน1พันล้านบาทเรียบร้อย

    ผอ.อีริคเห็นยอดเงินโอนเข้าบัญชี ก็ถึงกับอึ้งมองหน้า อัสนีแบบไม่ค่อยเชื่อสายตา

    “ คุณหมอมีเงินเยอะขนาดนี้เลยหรือครับ”

    “ ท่านผอ. ไม่ต้องห่วงเงินพวกนี้ได้มาจากการรักษาคนไข้ มีที่มาที่ไปตรวจสอบได้อย่างแน่นอน”

    อัสนีเอ่ยจบก็เดินออกไปพอไปถึงลานจอดรถ ก็พบกับ สตรีสาวสวยคนหนึ่งยืนรออยู่ที่รถของเขา

    “ คุณหนูมินตรา”

    “ อีกเจ็ดวันฉันจะไปที่ประเทศเชียงฟ้า กับ เจ้าหญิงเมธิกา เพื่อร่วมประมูลเหมืองแร่ทองคำฉันต้องการจ้างคุณเพื่อไปคุ้มครอง”

    อัสนีถอนหายใจออกมา

    “ คุณหนูก็รู้ผมเป็นหมอ มีคนไข้ของผมมากมายเหลือเกินที่รอการตรวจรักษากับผม ต้องขออภัยผมไม่สามารถรับงานนี้ได้”

    “ฉันก็แค่มาตามที่เจ้าหญิงเมธิกาขอร้อง ฉันรู้อยู่แล้ว ว่าคุณจะไม่ช่วยพวกเราแน่”

    “ คุณหนูก็มีบอดี้การ์ดอยู่แล้วยิ่งเจ้าหญิงเมธิกา ย่อมต้องมีองครักษ์มือดีกว่าผมอย่างแน่นอนผมไม่มีความสำคัญขนาดนั้นหรอกครับ”

    “ ตามใจฉันแค่มาทำหน้าที่แทนเจ้าหญิงเท่านั้น อ้อ..ฉันจะขอเตือนตอนนี้คุณพ่อได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และ คนที่อยู่ในห้องจัดงานประมูลทุกๆ คน พบว่ามีคุณคนเดียวไม่อยู่ในห้องประมูล แต่มี หน้ากากมัจจุราชปรากฏตัวขึ้นมาแทน คุณพ่อเริ่มสงสัยคุณไม่ว่าคุณจะเป็นหน้ากากมัจจุราชหรือไม่ ก็ระวังตัวเอาไว้ มิใช่เพียงพ่อของฉันที่ต้องการสืบเรื่องคุณคนของตระกูลหาญเทวัญ และคนของตระกูลกิเลนทอง ต่างก็กำลังสืบเรื่องของคุณเช่นกัน”

    “คุณหนูเป็นห่วงผมหรือครับ” อัสนีกลับไม่สนใจเรื่องอื่น แต่กลับถามคำนี้ออกไป

    “ ฮึใครเป็นห่วงคุณกัน คนที่ทำร้ายผู้หญิงที่รักได้อย่างเลือดเย็นอย่างคุณฉันไม่มีวันเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ที่ฉันช่วย ก็เพราะเห็นแก่ที่คุณเคยช่วยชีวิตของฉันเท่านั้น”

    “ เช่นนั้น ก็ดีแล้วไม่ว่าพ่อของคุณ หรือ สองตระกูลใหญ่นั่น หากจะมาหาผม ก็เชิญได้เสมอผมไม่คิดหนีไปไหนอยู่แล้ว”

    อัสนีเอ่ยจบก็ขึ้นรถของเขา ขับออกมาทันที

    “ คนบ้าฉันอุตส่าห์มาบอกข่าว ด้วยความเป็นห่วง กลับแสดงท่าทีแบบนี้กับฉันอีก”มินตราถึงกับขยี้เท้า แล้วเดินสับๆ ไปด้วยความโมโห

    ณ คอนโดของอัสนี เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ตอนนี้อัสนีเปลี่ยนเป็นชุดสีดำ ใบหน้าเป็นชายหน้าบากแต่สวมหน้ากากมัจจุราช และยังใส่ผ้าคลุมสีดำปลิวไสว เขายืนอยู่บนระเบียงบนชั้นที่10 มองไปที่เบื้องล่าง แสงไฟจากเมืองหลวง เริ่มส่องไสวไปทั่ว การจราจรยังคงติดขัดร้านค้ามีทั้งเริ่มเปิด บางร้านก็เพิ่งจะปิด

    ร่างของเขากระโดดลอยตัวออกจากตัวตึก กางผ้าคลุม ออก ภาพที่เห็นคือ ร่างของอัสนีเหมือนดังนก กำลังขยายปีกบินไปบนท้องฟ้า เขาลอยตัวกลางอากาศแค่หนึ่งลมหายใจ ร่างก็ค่อยๆ ร่วงหล่นสู่พื้นเพื่อสูดลมหายใจอีกครั้ง ร่างของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นฟ้าไปอีกรอบราวกับเหยี่ยวถลาร่อนไปตามแรงลม

    จนกระทั่งเขาบินมายืนอยู่ตึกสูงแห่งหนึ่งเขามองไปทางด้านหน้ามีตึกแถวสูงสี่ชั้น จำนวน8 ตึกด้านหลังต่อยื่นออกไปเป็นโกดังขนาดใหญ่ ด้านหน้าเขียนป้ายเป็นภาษาจีน  ว่า บริษัท เฮยหลงกรุ๊ป และมีตัวอักษรเขียนว่าเป็นบริษัท จัดหางาน

    บริษัทรักษาความปลอดภัยและ บริษัทนำเที่ยว ด้านหน้ามีทางเข้าออกทางเดียว ส่วนห้องแถวอื่นๆ ล้วนถูกปิดตาย มีเจ้าหน้าที่เฝ้าประตูอยู่สองคนมีเพียงกระบองไฟฟ้าเป็นอาวุธ แต่ อัสนีมองผ่านเข้าไปอีกประตู ก็พบว่า มีเจ้าหน้าที่ถือปืนคอยป้องกันประตูที่สองอีกสี่คน และหากมองไปที่ห้องพัก ที่อยู่บนตึกทั้งหกชั้นที่ 4 ก็พบว่ามี

    คนอยู่เกือบร้อยคนซึ่งดูจากลักษณะ พวกเขาน่าจะถูกจับมาเพื่อเรียกค่าไถ่หรือไม่ก็เพื่อเตรียมตัวเพื่อผ่าตัดอวัยวะ

    ส่วนชั้นที่ 3มีพนักงานอีกเกือบร้อยคน มีมือถือถูกจัดวางเรียงกันอยู่นับร้อยๆมีอุปกรณ์สื่อสารที่คนทั่วไปไม่ใช้กัน แค่เห็นก็เดาได้ไม่ยากว่ามันคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างแน่นอน

    ชั้นที่สองก็เป็นห้องที่จัดเอาไว้สำหรับผ่าตัด มีเครื่องมือแพทย์มากมาย เตรียมรอรับการผ่าตัดตามที่มีออเดอร์เข้ามา

    ชั้นแรกก็จะเป็นออฟฟิตที่คอยบังหน้า ว่าทำบริษัททัวร์ จัดหางาน และ รักษาความปลอดภัย มองไปทางโกดังขนาดใหญ่พวกมันมีของเก็บเอาไว้มากมาย มีทหารรับจ้างต่างชาติอีกประมาณห้าสิบคนอัสนีเพ่งมองเข้าไปในกล่องสินค้าของพวกมัน ก็พบว่า ด้านในเป็นยาบ้า ยาอี ยาเสียสาวทุกอย่างล้วนเป็นยาเสพติดทั้งนั้น

    “ ชั่วช้าสิ้นดีวันนี้ฉันจะเป็นคนพิพากษาชีวิตของพวกแกเอง”

    อัสนีพุ่งตัวลอยเข้าไปที่ประตูแรกอัดใส่ยามสองคน และถีบประตูแรกจนแตกกระจาย ผู้เฝ้าประตูสี่คนถือปืนกลครบมือยกปืนขึ้น แต่ว่ามันช้าไป ถูกเข็มมัจจุราชสังหารปักทะลุคอ ร่างหงายหลังตายไปในทันที

    อัสนีถีบประตูเหล็กบานที่สองจนกระเด็นพุ่งออกไป เขาพุ่งตัวเข้าไปยืนอยู่กลางโกดังด้านหลัง ทหารรับจ้างห้าสิบคน กระจายตัวไปโดยรอบ ล้อมเขาไว้

    “ แกเป็นใครเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร”

    หัวหน้าทหารรับจ้างชื่อไรอัน ถือปืนสั้นจ่อมาที่อัสนี

    “ พวกแกคิดว่าได้ค่าจ้างเพียงเล็กน้อย แล้วมาทำผิดที่ประเทศของคนอื่นเขาเนี่ยมันคุ้มค่ากับชีวิตของพวกแกแล้วหรือไง”

    “ แกเพียงคนเดียวจะทำอะไรพวกเราได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    ไรอันพูดจบก็ลั่นไกใส่อัสนีเข้าหัวของเขาทันทีแต่ว่ากระสุนดันพลาดพุ่งเข้าใส่ลูกน้องของมันจนล้มลงไปตายทันที

    ไรอันกำลังจะอ้าปากแต่อัสนีที่หลบกระสุนปืนได้ เข้ามาถึงระยะประชิด แล้วใช้มีดสั้นมฤตยูตัดเข้าคอหอยของมัน จนหัวขาด ตายไปต่อหน้าต่อตาลูกน้อง

    จากนั้นกระสุนปืนหลายสิบกระบอกก็พุ่งเข้าใส่ร่างของอัสนี เป็นจุดเดียว

    อัสนีไม่หลบกลับเหวี่ยงเข็มมัจจุราชออกไปนับสิบเช่นกัน

    กระสุนไม่อาจผ่านร่างของเขากระเด็นกระดอนออกไปจนหมด แต่เหล่าทหารรับจ้าง ต่างหาก ที่ค่อยๆ ล้มลงไปทีละคนเพราะพวกมัน ถูกเข็มมัจจุราชสังหารเสียบทะลุลำคอ ตายคาที่ไปในทันที แค่พริบตาพวกมันก็ตายไปจนหมดสิ้น

    อัสนีหยิบระเบิดที่พกติดตัวทหารรับจ้างออกมาสิบลูกแล้วโยนเข้าไปในคลังเก็บสินค้า ที่มีแต่ยาเสพติดทั้งนั้น

    ตูม ๆ ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ !!!!!!!!!

    ยาเสพติดที่อยู่เต็มคลังถึงกับถูกทำลายไปจนสิ้น

    อัสนีขึ้นไปบนชั้นสองเห็นคนของแก๊งเฮยหลง ถือดาบวิ่งลงมาประมาณยี่สิบคน

    เพื่อจัดการกับเขา อัสนีก็หาได้ถอยไม่ มือซ้ายของเขากำเข็มมัจจุราชมือขวาถือมีดสั้นมฤตยู  แล้วเหวี่ยงเข็มออกไปก่อนแล้ว เข้าปะทะกับคนทั้งยี่สิบอย่างไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว..........