หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
บทที่ 11 เดินทาง
ณ จวนเสนาบดีจิ้น
"อาจง เหตุใดอาจารย์ฮุ่ยถึงส่งจดหมายมาให้ข้า แทนที่จะฝากคำพูดผ่านเ้ามา!?!"
"ข้าน้อยไม่ทราบจริงๆ ขอรับ ท่านอาจารย์ปฏิเสธข้าเหมือนทุกที ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเพิ่มเติมจริงๆ นะขอรับ"
เสนาบดีจิ้นขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด หรือว่าอาจารย์ฮุ่ยจะเพิ่งเปลี่ยนใจกะทันหันจริงๆ ถึงไม่ได้ฝากคำพูดใดๆ มากับอาจง แล้วเหตุใดอาจารย์ฮุ่ยถึงเปลี่ยนใจกันล่ะ แม้จะสงสัยแต่สิ่งที่เขียนมาในจดหมายก็เป็ข่าวดีไม่ใช่ข่าวร้าย ทำให้เขามองข้ามเื่เหล่านี้ออกไป ก่อนจะให้คนไปเรียกบุตรชายของเขามา
สาเหตุที่ทำให้เขาอยากได้อาจารย์ฮุ่ยมาเป็อาจารย์ของบุตรชาย ไม่ใช่เพราะอาจารย์ฮุ่ยเป็คนเก่งที่สุดในสำนักศึกษา แต่เพราะอาจารย์ฮุ่ยเป็คนที่วางตัวเป็กลางมากที่สุด
ในราชสำนักตอนนี้มีคลื่นใต้น้ำที่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ หากบุตรชายได้อาจารย์ผิดแล้วชักจูงไปในทางหนึ่งทางใด อาจทำให้ตระกูลถึงคราวเคราะห์ ดังนั้นเขาจึงมุ่งมั่นขอให้อาจารย์ฮุ่ยเป็อาจารย์ของบุตรชายดั่งคำที่ว่าอาจารย์เป็เช่นไรศิษย์ย่อมเป็เช่นนั้น
เขาไม่ได้หวังลาภยศเงินทอง ขอเพียงครอบครัวอยู่รอดปลอดภัยและบุตรชายของเขาได้มีชีวิตในแบบที่อยากเป็ก็เพียงพอแล้ว
จวนตระกูลจิ้นมีคนอยู่ไม่มาก เพราะบรรพบุรุษแต่ละรุ่นล้วนมีคู่ครองเพียงหนึ่งเดียว ทำให้ตระกูลของเขามีลูกหลานไม่มากนักเมื่อเทียบกับตระกูลอื่นๆ ตัวของเสนาบดีจิ้นเองในตอนนี้ก็มีบุตรชายเพียงคนเดียว คือจิ้นอัน
"คารวะท่านพ่อขอรับ"
เด็กชายอายุราวๆ สิบปี หน้าตาหวานละมุน รูปร่างผอมบาง ผิวค่อนไปทางขาว สวมชุดสีเขียวมรกตปักด้ายสีทองที่ชายเสื้อ เอ่ยขึ้น เขาคือบุตรชายเพียงคนเดียวของเสนาบดีจิ้นสิง มีนามว่า จิ้นอัน
"จิ้นอัน นั่งลงก่อน พ่อมีเื่อยากคุยกับเ้า"
"ขอรับ"
เด็กชายนั่งลงอย่างว่าง่าย แม้เขาจะเป็บุตรชายเพียงหนึ่งเดียวของเสนาบดีและเป็หลานชายเพียงคนเดียวของอดีตราชครู แต่กลับไม่มีท่าทางหยิ่งผยองหรือวางท่าเหมือนคุณชายตระกูลใหญ่คนอื่น
"อาจารย์ฮุ่ยตอบรับเ้าเป็ศิษย์แล้ว แต่เ้าต้องไปอาศัยอยู่กับท่านอาจารย์ที่เมืองทังโจว ตลอดระยะเวลาการเรียนการสอน เ้าคิดว่าอย่างไร?"
จิ้นอันขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
"เหตุใดท่านอาจารย์ถึงไม่มาอยู่ที่นี่ล่ะขอรับ?"
"พ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่เป็ข้อเสนอที่อาจารย์ฮุ่ยส่งมาบอก พ่อให้เ้าตัดสินใจเอาเองก็แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยมาให้คำตอบ"
"ขอรับ"
หลังออกจากห้องของบิดา จิ้นอันก็ครุ่นคิดถึงข้อเสนอที่เขาได้รับ ตอนนี้เขาเรียนหนังสืออยู่กับท่านปู่ ซึ่งท่านปู่อายุมากแล้ว และสุขภาพไม่ค่อยดีนัก ทำให้เขาอยากให้ท่านปู่ได้พักผ่อน บิดาเองก็คิดเช่นกันกับเขา
แต่ท่านปู่ผู้ดื้อรั้นกลับไม่ยอมให้เขาไปเรียนกับคนอื่นยกเว้นอาจารย์ฮุ่ย ทำให้ตอนนี้บิดาต้องส่งคนไปเจรจากับอาจารย์ฮุ่ยทุกๆ สามวันเจ็ดวันมาเป็เวลากว่าสองปีแล้ว
แม้จิ้นอันจะเป็บุรุษ แต่เขาก็ยังมีอายุเพียงสิบปีเท่านั้น การจากบ้านไปในที่ไกลๆ ย่อมเป็การตัดสินใจที่ยากลำบาก ดังนั้นเขาจึงเดินไปเรื่อยๆ จนพบเข้ากับท่านปู่ของเขา
"นี่ เ้าหลานชายดูท่าทางแปลกๆ เป็อะไรไป ถูกพ่อเ้าดุมาหรืออย่างไร"
"ไม่ใช่ขอรับ ข้าแค่มีเื่ต้องคิดนิดหน่อย"
"งั้นรึ มีอะไรให้ปู่ช่วยไหมล่ะ"
"หากท่านปู่มีโอกาสได้ไปเรียนรู้ในที่ไกลบ้านคนเดียว ท่านปู่จะไปหรือไม่ขอรับ"
จิ้นฝูผู้เป็ปู่ที่ได้ยินคำถาม ก็เอ่ยตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดว่า
"ไปแน่นอน เ้ารู้ได้อย่างไรว่านั่นคือความฝันของปู่ล่ะ"
"...??"
จิ้นอันที่ได้ฟังคำตอบของผู้เป็ปู่ก็รู้สึกงุนงง จิ้นฝูไม่ได้ปล่อยให้หลานชายสงสัยได้นาน เขามองซ้ายมองขวาก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ๆ หลานชายและกระซิบขึ้นว่า
"ข้าอยากออกไปเรียนรู้ประสบการณ์นอกบ้านคนเดียวมาตั้งนานแล้ว ติดอยู่ที่ย่าของเ้า..."
"อะแฮ่ม"
เสียงกระแอมดังขึ้นที่ด้านหลัง
"ข้าอยากอยู่กับย่าเ้าใจจะขาด และไม่เคยคิดอยากออกไปไหนคนเดียวเลย"
จิ้นอันหันไปมองบุคคลที่มาใหม่ทางด้านหลังก่อนจะเอ่ยเรียกขึ้นว่า
"ท่านย่า"
"อ้าว เ้ามาอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่ ข้าไม่เห็นรู้เื่เลย"
สายตาค้อนขวางของฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นตวัดมองไปทางสามีนิดหนึ่งก่อนจะหันไปคุยกับหลานชายของนาง
"หลานรัก เ้าอย่าไปฟังปู่ของเ้าให้มากนักเลย หลานอยากทำสิ่งใดก็ทำตามใจตัวเองเถอะ"
"หลานน้อมรับคำสอนของท่านย่าขอรับ"
จิ้นฝูผู้เป็ปู่มองไปทางซ้ายทีขวาทีด้วยความสงสัย พวกเขาย่าหลานกำลังพูดถึงเื่อะไรกัน ยังไม่ทันได้ถามออกไป เสียงภรรยาของเขาก็ดังขึ้น
"เมื่อครู่ได้ยินว่าใครอยากไปออกไปนอกบ้านคนเดียว?"
"ใครพูด ไม่มี๊ไม่มี จิ้นอัน ต้องเป็หลานชายของเ้าแน่ๆ ที่พูดแบบนั้น"
"เฮอะ พูดเท็จหนึ่งครั้ง ลดเบี้ยรายเดือนครึ่งเดือน"
กล่าวจบฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นก็หมุนตัวจากไป ปล่อยให้ผู้เฒ่าจิ้นนิ่งค้างไปพักหนึ่งก่อนจะตั้งสติได้วิ่งตามพร้ะโกนขึ้นว่า
"เฮ้ย ก่อนหน้านี้ถูกหักไปแล้วครึ่งเดือน โดนหักอีกครั้งข้าจะเอาอะไรกิน รอข้าด้วยยยยยย"
จิ้นอันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาไม่อยากจากบ้านหลังนี้ไปจริงๆ แต่หากไม่ไป ท่านปู่ที่สุขภาพไม่ค่อยดีต้องทนมานั่งสอนหนังสือให้เขา จนอาจจะล้มป่วยลง ดังนั้นในวันรุ่งขึ้น เขาจึงตัดสินใจตอบรับการเป็ศิษย์ของอาจารย์ฮุ่ย
"เ้าแน่ใจแล้วงั้นหรือ?"
"ข้าแน่ใจขอรับ"
เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่มีความมุ่งมั่นของบุตรชาย เสนาบดีจิ้นก็พยักหน้ารับ ใจจริงเขาเองก็กังวลใจที่จะส่งบุตรชายไปต่างเมือง แต่นี่เพื่ออนาคตของบุตรชาย ดังนั้นเขาจึงให้บุตรชายเป็คนตัดสินใจด้วยตัวเอง
หลังจิ้นอันตอบรับการไปอยู่ที่เมืองทังโจว เสนาบดีจิ้นผู้เป็พ่อได้ส่งคนไปเตรียมความพร้อมให้กับลูกชายล่วงหน้า ก่อนจะให้ลูกชายเตรียมตัวเดินทางในอีกสามวัน
ฮูหยินจิ้นเคารพการตัดสินใจของสามีและบุตรชาย เมื่อรู้ว่าบุตรชายตัดสินใจออกเดินทางไปเรียนที่ต่างเมือง ก็นำทัพสาวใช้จัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็ขึ้นเกวียนรวมๆ ได้เกือบสิบคันรถ ทั้งโต๊ะ เตียง ตู้ แม้แต่ฟูกที่นอน ทำให้ผู้เป็สามีต้องรีบห้ามปราม
"น้องหญิง ลูกเราไปเรียนนะ ไม่ได้ย้ายบ้าน"
"ไม่ย้ายก็เหมือนย้าย เราจะไปรู้ได้อย่างไรว่าที่นั่นมีอะไรบ้าง ท่านเป็คนบอกข้าเองมิใช่หรือ ว่าเหลือดีกว่าขาด"
"เอ่อ ก็ใช่ แต่มัน..."
"ไม่รู้แหละ หากท่านไม่ให้ข้าเอาของพวกนี้ไป ข้าจะเดินทางไปพร้อมลูกด้วย"
"เข้าใจแล้วๆ ว่าแต่เหตุใดถึงให้ลูกพาเ้าตัวนี้ไปด้วย?"
"ท่านจะไปรู้อะไร ลูกเราต้องไปอยู่ต่างเมืองตามลำพัง หากพาเ้าเมี่ยนเปาไปด้วยย่อมช่วยแก้เหงาได้ไม่มากก็น้อย"
เสนาบดีจิ้นได้แต่จนใจ ยอมทำตามที่ภรรยา้า จิ้นอันผู้เป็บุตรชายได้แต่อมยิ้มในท่าทางของบิดามารดาของตัวเอง
สุดท้ายแล้วเสนาบดีจิ้นก็ยอมแพ้ให้กับภรรยาสุดที่รัก ปล่อยให้นางจัดของให้บุตรชายเป็เกวียนและรถม้ารวมกันกว่าสิบคัน จนชาวบ้านที่เห็นต่างเข้าใจผิด คิดว่าจวนเสนาบดีจะมีการย้ายจวนเสียอีก
"รักษาตัวดีๆ นะลูก ไว้แม่จะแวะไปหาลูกที่เมืองทังโจว"
"ขอรับ"
ขณะที่จิ้นอันกำลังเตรียมตัวออกเดินทาง บิดามารดารวมทั้งท่านย่าต่างอวยพรขอให้เขาโชคดี ยกเว้นจิ้นฝูผู้เป็ปู่ที่ไม่รู้ตอนนี้ไปอยู่ที่ใด
เมื่อทุกอย่างถูกเตรียมพร้อม จิ้นอันได้บอกลาทุกคนด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ แต่แล้วเสียงดังจากกล่องใบหนึ่งได้ดึงดูดสายตาของทุกคนในบ้าน
กุกกักๆ ~ "โอ๊ย"
เมื่อกล่องถูกเปิดออกก็พบเข้ากับจิ้นฝูผู้เป็ปู่นั่งหลับตาปี๋อยู่ภายใน ก่อนจะลืมตาลุกขึ้นยืนเดินออกจากกล่องแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"เอ๊ะ ข้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"
ทุกคนต่างยืนนิ่งงัน ยกเว้นฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นที่เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็นว่า
"หลานรัก เ้ารอย่าตรงนี้ก่อน เดี๋ยวย่ามา"
"ขอรับ"
ผู้คนที่ได้ยินคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นก็รู้สึกงุนงง จิ้นฝูผู้เป็สามีเองก็งุนงงไม่แพ้กัน แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีเพราะไม่ถูกคาดโทษ เขาคิดจะแอบหนีไปเที่ยวต่างเมืองพร้อมกับหลานชาย แต่พอนั่งอยู่ในกล่องเป็เวลานาน มันทำให้ขาเขาเป็เหน็บชา ต้องขยับขาออก จนกระทบกับข้างกล่องและกล่องก็ถูกเปิดออกมา
ฮูหยินผู้เฒ่าจิ้นหายไปเพียงครู่เดียวก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมกล่องไม้เล็กๆ ใบหนึ่ง
"นี่คือเงินเบี้ยรายเดือนของท่านปู่ของเ้า มอบให้เ้าติดตัวไว้ใช้"
จิ้นฝูผู้เป็ปู่รีบยื่นมือไปดึงกล่องใบนั้นไว้ในอ้อมอกก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นว่า
"เฮ้ย ใครบอกว่าข้า..."
"หืม..."
"อ่ะแฮ่ม!! จริงๆ แล้วปู่มอบให้เ้าเพียงครึ่งปี อีกครึ่งปีปู่ขอ..."
เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นสีหน้าของภรรยาก็รีบเปลี่ยนคำพูดขึ้นทันที
"อีกครึ่งปีปู่ขอให้หลานช่วยซื้อของกลับมาฝากปู่ด้วยก็แล้วกัน"
กล่าวจบก็ได้แต่น้ำตาตกในไปตามระเบียบ ไม่น่าหาเื่ใส่ตัวเลยเรา เฮ้ออออ...
และแล้วการเดินทางของจิ้นอันก็ได้เริ่มต้นขึ้น...