EP.8 — คนที่อยู่ในไฟ
ไฟเริ่มไต่อย่างมีทิศทาง เหมือนมันรู้ว่าใครอยู่ตรงไหน มันบีบทางหนีให้เหลือแค่บันไดแคบ ๆ ที่ร้อนจนโลหะบนราวเริ่มแดง
ศศิชารับรู้ได้ทันที
ไม่ใช่แค่ไฟกำลัง “ลุก”
แต่ไฟกำลัง “ไล่”
ผีผู้หญิงที่ยืนข้างหลังเธอไม่หันมามอง ไม่เตือน ไม่ขู่ เธอยืนอยู่ที่ชั้นสามเหมือนกำลังเห็นอะไรบางอย่างในเงามืดที่มนุษย์ไม่เห็นกัน
อริณยืนข้างศศิชา
หน้าซีดกว่าแสงไฟที่สะท้อนบนแก้ม
เสียงหัวเราะของชายหน้าไหม้ดังร่วงลงมาอีกรอบ เหมือนไม่ได้ออกมาจากปอด…แต่มาจากเปลวไฟโดยตรง
“สารวัตร…” เขาลากเสียงยาว
“ถ้าแกไม่อยากให้ฉันจุดไฟอีก…แกควรพูดความจริงั้แ่คืนนั้น”
อริณกำมือแน่นจนเส้นเอ็นบนหลังมือเกร็ง
ศศิชาเห็น—สารวัตรไม่ได้กลัวไฟ
เขากลัว “คืนที่สามปีก่อน” ต่างหาก
ผีผู้หญิงเอียงหน้าเล็กน้อย
ดวงตาของเธอวาวขึ้นเหมือนเพิ่งฟื้นความทรงจำบางอย่าง
เธอพูดช้า ๆ
ประโยคเดียวที่ทำให้ศศิชาเผลอกลั้นหายใจ
“เขาโกหกทั้งสองฝั่ง…ทั้งคนเป็ และคนตาย”
อริณสะดุ้งเหมือนถูกตบหน้า
ศศิชารู้ทันที—มีบางอย่างในคำพูดนั้นที่อริณไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนได้ยิน…โดยเฉพาะคนที่ตายไปแล้ว
เสียงเท้าของชายหน้าไหม้เดินอยู่บนชั้นสาม
ไม่รีบร้อน
ไม่วิ่ง
เป็จังหวะเหมือนคนที่กำลังเดินเล่นบนพื้นที่ของตัวเอง
ตึง…
ตึง…
ตึง…
เสียงหยุดตรงข้างบนศีรษะพอดี
แล้วเงาใหญ่ก็พาดผ่านช่องบันไดเหมือนสัตว์ที่กำลังเกาะอยู่บนเพดาน
ไฟขยายวงรอบตัวศศิชา อุณหภูมิสูงจนผิวแขนเริ่มแสบ
แต่จู่ ๆ ไฟกลับ “หุบ” ลงเหมือนถูกสั่ง
เหมือนมันกำลังรอให้มนุษย์พูดบางสิ่ง
ชายหน้าไหม้พูดลงมาอีกครั้ง
แต่คราวนี้เสียงเขาไม่หัวเราะ
เสียงเหมือนคนที่กำลังระงับความโกรธให้แน่นที่สุด
“สารวัตรอริณ…บอกเขาไปสิ”
ศศิชาหันไปหาอริณทันที
“เขาหมายถึงอะไร?”
อริณเม้มปากแน่น
เหงื่อไหลตามขมับแม้อากาศจะแห้งร้อนเหมือนเตาเผา
เขามองศศิชา แล้วมองไปทางผีผู้หญิง ศศิชารู้แล้วว่า เขาก็มองเห็น และได้ยินเสียงผีผู้หญิง
หลังจากนั้น…เขาพูดประโยคที่เขาหนีมาสามปี
“คืนนั้น…เด็กไม่ได้ตายเพราะไฟ”
เสียงกรีดร้องของผีผู้หญิงดังแหลมพร่า
เสียงของเปลวไฟพุ่งสูงขึ้นพร้อมกัน ราวกับไฟเข้าใจความหมายของประโยคทุกคำ
ชายหน้าไหม้หัวเราะลั่น
คราวนี้เป็เสียงหัวเราะของคนที่เห็นศัตรูเปิดอกยอมรับความผิด
“ใช่! ทีนี้ก็พูดต่อสิ!”
ศศิชาถอยไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าไม่ตายเพราะไฟ…แล้วเด็กตายเพราะอะไร?”
อริณหลับตาแค่หนึ่งวินาที
ก่อนที่เขาจะพูดคำที่ทำให้ผีผู้หญิงเงียบลงเหมือนถูกตัดเสียง
“เด็กถูกฆ่า…ก่อนบ้านจะถูกจุดไฟเผา”
เงียบ
เงียบจนได้ยินเสียงไม้ไหม้แตกทีละเส้น
ศศิชาตะลึง
ผีผู้หญิงหันมามองอริณช้า ๆ …ดวงตาขยายเหมือนกำลังเข้าใจความจริงที่เธอเองก็ไม่อยากรับรู้
ชายหน้าไหม้บนชั้นสามหัวเราะจนเริ่มสำลักลมหายใจของตัวเอง
แล้วเขาะโสุดเสียง
“และสารวัตร…รู้ว่าใครฆ่าเด็กั้แ่วันแรก!!!”
ไม้ที่ชั้นสามะเิแตก เสาเพดานหักครึ่ง
อะไรบางอย่าง—หนัก ร้อน และเต็มไปด้วยแค้น—กำลังจะทะลุลงมาบนบันไดที่ทั้งสามคนยืนอยู่
ตรงนั้นเอง
ผีผู้หญิงยื่นมือมาจับแขนศศิชาไว้แน่น
เธอไม่สั่น
ไม่ร้อง
แต่พูดด้วยเสียงที่เหมือนเป็ทั้งคำขอร้องและคำเตือน
“เขาไม่ได้จุดไฟเพราะฆ่าใคร…”
“…เขาจุดไฟเพื่อลบตัวคนฆ่าออกจากโลก”
และนั่นคือประโยคที่ทำให้ศศิชารู้ว่า
คดีนี้ไม่ใช่แค่ฆาตกรหนึ่งคน
แต่เป็าระหว่าง “ผู้รอดจากไฟ”
กับ “คนที่ฆ่าก่อนไฟจะเริ่มลุก”
และสารวัตรอริณ—
ไม่ใช่ฝ่ายไหนเลย
แต่เขาเป็ “พยานคนเดียวของความจริงทั้งหมด”
ไฟบนเพดานเริ่มพังลงมา—
*โปรดติดตามตอนต่อไป*