ตอนที่ 55 ข่าวบนเฟสบุ๊ค
ตอนที่ 55นี่ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วหลังจากที่เริ่มมีเคสผ่าตัดฉุกเฉินเข้ามาบ่อยๆตอนแรกดนัยนึกว่ามันจะมีแค่ไม่กี่เคสแต่ทว่ายิ่งเวลาผ่านไปเคสผ่าตัดฉุกเฉินยิ่งมาเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆซึ่งมันประกอบกับเป็นเวลาใกล้ช่วงสิ้นปีและประกอบกับมีโรงพยาบาลหลายโรงพยาบาลที่เครื่องมือและหมอมีไม่พร้อมทำให้ต้องส่งเคสผ่าตัดฉุกเฉินพวกนั้นมาที่โรงพยาบาลที่พร้อมอย่างโรงพยาบาลทาเคนากะซึ่งหมอนากิสะก็คอยส่งเคสพวกนั้นให้หมอในแผนกตามที่เธอคิดว่าเหมาะสม“เฮ้อ...เหนื่อยชะมัดเลยแฮะช่วงนี้” ดนัยถอนหายใจออกมาขณะที่กำลังจะเดินไปที่สวนเพื่อไปนั่งกินข้าวและคุยกับหมอยูมิถึงอาการของฮิคาริเพราะช่วงนี้ดนัยเลิกงานดึกมากเพราะเคสผ่าตัดค่อนข้างเยอะขนาดพักกลางวันยังต้องรีบกินข้าวในห้องพักแพทย์เลยจึงไม่มีเวลาไปคุยกับหมอยูมิมือถือก็แทบจะไม่ได้ใช้เพราะอยู่แต่ห้องผ่าตัดเลิกงานก็ดึกฮิคาริที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงนักก็ต้องนอนไวเพื่อพักฟื้นให้เร็วที่สุดเลยไม่มีโอกาสโทรไปหาเธอ“นี่ๆเธอได้ยินข่าวเกี่ยวกับที่นี่ในเฟสบุ๊คหรือเปล่าเรื่องการรักษาผิดพลาดน่ะ!!”“ฉันเองก็ได้ยินเหมือนกันเห็นว่ามีหมอผ่าตัดแล้วคนไข้อาการทรุด”“นั่นสิน่ากลัวเนอะดีนะฉันไม่ได้เป็นอะไรหนักเลยไม่ต้องผ่าตัด”“ใช่ๆถ้าจะผ่าตัดฉันขอไปที่อื่นดีกว่า”กึก !! ระหว่างที่ดนัยกำลังเดินผ่านห้องโถงที่มีคนไข้มานั่งรออยู่หูเขาก็ดันไปได้ยินสิ่งที่คนไข้คุยกันดนัยชะงักเท้าไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินต่อไปทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรผ่าตัดผิดพลาดงั้นเหรอมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลเราด้วยเหรอข่าวมาจากเฟสบุ๊คงั้นเหรอเราไม่ได้เข้ามาพักใหญ่แล้วด้วยสิตั้งแต่มาทำงานเกิดอะไรขึ้นเนี่ยดนัยคิดในใจเขานั้นไม่ได้ยินข่าวอะไรแบบนี้เลยนี่เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลเขางั้นเหรอเนี่ยนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ซึ่งแน่นอนดนัยนั้นไม่ได้ยินข่าวนี้หรอกเพราะเขานั้นค่อนข้างจะยุ่งในช่วงนี้แต่ถ้าเขามีเวลาและได้เล่นอินเตอร์เน็ตเพื่อดูข่าวบ้างล่ะก็เขาจะเห็นเลยว่ามันมีข่าวเกี่ยวกับการรักษาผิดพลาดของโรงพยาบาลเขาออกมาจริงๆที่สวน“ช่วงนี้แผนกศัลยกรรมยุ่งขนาดนั้นเลยเหรอคะหมอดนัย” หมอยูมิถามหลังจากไม่ได้เจอดนัยมาเกือบสัปดาห์“เรียกว่ายุ่งยังไม่พอเลยครับต้องบอกว่าโคตรยุ่ง” ดนัยพูด“ขนาดนั้นเลยเหรอคะเนี่ย” หมอยูมิพูดอย่างแปลกใจ“ใช่ครับปกติหมออย่างพวกเราจะมีการผ่าตัดตามตารางอย่างมากก็สองเคสแต่ช่วงนี้มีเคสผ่าตัดฉุกเฉินส่งมาจากโรงพยาบาลอื่นเยอะมากทำให้วันนึงเราต้องผ่าตัดไม่ต่ำกว่าสามเคสบางวันห้าเคสยังมีเลยครับ” ดนัยพูด“ห้างั้นเหรอคะนี่พวกคุณบ้าไปแล้วรึเปล่าคะเนี่ยการผ่าตัดของแผนกศัลยกรรมแต่ละเคสนั้นไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมงนะคะ” หมอยูมิอุทานอย่างตกใจ“เฮ้อ...นั่นสินะครับอาจจะบ้าไปแล้วจริงๆก็ได้แต่ทำไงได้ล่ะครับแต่ละเคสที่ถูกส่งมาเป็นผู้ป่วยที่รอไม่ได้ทั้งนั้นเลย” ดนัยถอนหายใจออกมา“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่รู้สึกมันผิดปกติยังไงก็ไม่รู้สิคะ” หมอยูมิพูด“อืมผมเองก็รู้สึกแบบนั้นเพราะเคสฉุกเฉินแต่ละเคสยากๆทั้งนั้นเลยดูอย่างผมสิหลายวันมานี้ผ่าตัดแต่เคสเกี่ยวกับสมองตลอดเลยนี่ถ้าก่อนหน้านี้ไม่ได้ผ่าตัดฮิคาริแล้วเธอไม่ได้ติวให้ผมล่ะก็มีหวังผมทำพลาดไปนานแล้ว...ว่าแต่ช่วงนี้ฮิคาริเป็นยังไงบ้างครับ” ดนัยถามถึงฮิคาริ“ก็กายภาพบำบัดอยู่ค่ะอาการดีขึ้นเรื่อยๆ” หมอยูมิตอบ“อย่างนั้นเหรอครับว่าแต่หมอยูมิพอจะได้ยินข่าวของโรงพยาบาลเราบ้างมั้ยครับระหว่างที่ผมกำลังเดินมาพอได้ไปได้ยินพวกคนไข้คุยกันเข้าเห็นว่ามีข่าวในเฟสบุ๊คน่ะ” ดนัยพูดพลางเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้หมอยูมิฟัง“เอ๋...ไม่เคยได้ยินนะคะคงเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าเน็ตด้วยล่ะมั้งคะ” หมอยูมิบอกก่อนเธอจะหยิบมือถือออกมาและลองเสิร์ชหาข้อมูลในเน็ตดูไม่นานหมอยูมิก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่“เป็นไงบ้างครับหมอยูมิ !!” ดนัยที่กำลังกินข้าวอยู่วางตะเกียบลงพลางรีบถาม“มะ มะ มีข่าวเกี่ยวกับโรงพยาบาลเราจริงด้วยค่ะ” หมอยูมิพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่“แย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็เริ่มเป็นกังวล“ค่ะมีข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าคนไข้ที่เป็นเนื้องอกในมดลูกอาการแย่ลงเพราะให้หมอที่ไม่เชี่ยวชาญมาผ่าตัดจนตอนนี้อาการคนไข้คนนั้นยังไม่ดีขึ้นเลยค่ะแต่ข่าวมันหลุดออกมาเพราะหลานของคนไข้ไปโพสแสดงความคิดเห็นไว้ในเฟสบุ๊คดูสิคะมีคนแชร์เพียบเลย” หมอยูมิพูดพลางยื่นให้ดนัยดูผิดหวังกับโรงพยาบาลทาเคนากะมากค่ะหลายวันก่อนป้าของฉันพึ่งตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกในมดลูกต้องผ่าตัดด่วนแต่ทว่าโรงพยาบาลที่เคยอยู่นั้นไม่พร้อมผ่าตัดจึงถูกส่งตัวมาผ่าตัดที่โรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโตเกียวแต่พอหลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วป้าฉันกับอาการไม่ดีขึ้นภายหลังพึ่งมารู้ว่าหมอที่ลงมีดผ่าตัดนั้นเป็นศัลยแพทย์ทั่วไปไม่เชี่ยวชาญด้านนี้ทั้งที่เป็นโรงพยาบาลใหญ่แท้ๆไม่น่าจะเอาหมอที่ไม่เชี่ยวชาญมาผ่าให้ป้าฉันเลยถึงแม้ว่าทางหัวหน้าแผนกศัลยกรรมจะมาขอโทษและจ่ายเงินชดเชยให้แล้วแต่ฉันยังไม่พอใจอยากทราบว่าพอมีทางไหนจะฟ้องร้องหมอคนนี้ได้บ้างคะดนัยอ่านข้อความบนเฟสบุ๊คที่หมอยูมิเอามาให้ดูนั่นที่ด้านล่างมีคอมเม้นต์มากมายของผู้คนที่มาแสดงความคิดเห็นยาวเหยียดเคสนั้นมันเป็นเคสที่หมอมิโฮะผ่าตัดนี่หมอมิโฮะผ่าตัดพลางั้นเหรอเราไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย !! ดนัยนึกถึงเคสฉุกเฉินที่หมอนากิสะเป็นคนให้หมอมิโฮะผ่าตัดทันที“แถมยังไม่หมดเท่านั้นนะคะ” หมอยูมิที่เห็นดนัยเงียบไปพูดต่ออีก“ยังไม่หมดอีกเหรอครับอย่าบอกนะว่ามีหมอคนอื่นในโรงพยาบาลเราผ่าตัดพลาดอีก !!” ดนัยอุทานออกมา“ค่ะมีผ่าตัดพลาดจริงๆแต่ไม่ใช่โรงพยาบาลทาเคนากะสาขาเราแต่เป็นสาขาอื่นเกียวโต โอซาก้า อิวาเตะ ฮิโรชิม่า ฟุกุโอกะ แทบจะทุกสาขาทั่วประเทศเลยค่ะ” หมอยูมิบอก“บ้าน่าแทบจะทุกสาขางั้นเหรอครับเกิดอะไรขึ้นเนี่ย !!” ดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็ตกใจมากเขารีบหยิบมือถือออกมาก่อนจะเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลทาเคนากะบนเฟสบุ๊คทันทีเขานั้นไม่ได้เล่นเฟสบุ๊คมาพักใหญ่แล้วตั้งแต่มาทำงานที่ญี่ปุ่นและเมื่อเขาลองเสิร์ชดูก็ค้นพบข้อมูลข่าวมากมายเกี่ยวกับโรงพยาบาลทาเคนากะในช่วงสัปดาห์นี้“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับโรงพยาบาลทาเคนากะกันอย่าบอกนะว่าโรงพยาบาลอื่นๆก็เจอเคสผ่าตัดฉุกเฉินพวกนี้เหมือนกันน่ะ !!” ดนัยตกใจมากที่เห็นข่าวพวกนั้น“ไม่รู้ค่ะแต่ดูเหมือนมันจะเป็นข่าวแค่ในอินเตอร์เน็ตตามพวกบล็อกส่วนตัวในเฟสบุ๊คเท่านั้นยังไม่มีสำนักข่าวไหนเอาข่าวพวกนี้ไปเล่นสงสัยกำลังสืบหาข้อมูลจริงกันอยู่” หมอยูมิพยายามหาข่าวจากแหล่งอื่นแต่ก็ไม่พบ“มีโอกาสมั้ยครับที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่โพสพวกนี้จะเป็นบัญชีที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อดิสเครดิตโรงพยาบาลเรา” ดนัยถามเพราะในไทยนั้นมีพวกเฟสบุ๊คปลอมเป็นจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นมาเอาไว้สร้างข่าวปลอมไว้ปั่นกระแส“จากที่ดูคร่าวๆเฟสบุ๊คพวกนี้ไม่ใช่บัญชีที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อสร้างข่าวโจมตีเราแน่นอนค่ะเพราะบัญชีถูกใช้มานานแล้วแถมยังมีอัพเดทตลอด” หมอยูมิลองเช็คดูคร่าวๆ“ข่าวบนเฟสบุ๊คยังเยอะขนาดนี้แล้วถ้าเป็นแพลตฟอร์มอื่นล่ะครับ !!” ดนัยนึกถึงแพลตฟอร์มอื่นจำพวกทวิสเตอร์หรือไอจี“ยังไงเรามาลองดูกันก่อนนะคะ” หมอยูมิได้ยินดังนั้นก็ลองไปดูที่แพลตฟอร์มอื่นดูบ้างอีกด้านหนึ่งวันนี้นั้นเป็นวันหยุดของหมอมิโฮะเธอกำลังพักผ่อนอยู่บ้านหลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยมาหลายวันเธอนั้นกำลังกินข้าวและกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่นตอนนั้นเองจู่ๆก็มีเสียงกริ่งประตูดังขึ้นติ๊งต่อง !! เสียงกริ่งดังขึ้นทำให้หมอมิโฮะต้องวางตะเกียบและเดินไปที่หน้าประตูเธอมองลอดตาแมวออกไปก่อนจะเห็นว่าเป็นพนักงานไปรษณีย์นั่นเองแกร๊ก !! หมอมิโฮะเปิดประตูออกไป“มีจดหมายด่วนมาส่งครับช่วยเซ็นรับด้วยครับ” พนักงานบอกกับหมอมิโฮะ“ได้ค่ะ” หมอมิโฮะพยักหน้าก่อนจะเซ็นรับจดหมายและเอามันกลับเข้าไปในบ้านเพื่อดูว่าเป็นจดหมายอะไรเพราะตอนรับนั้นเธอไม่ได้ดูว่าจดหมายถูกส่งมาจากไหนพรึ่บ !! หมอมิโฮะพลิกและอ่านจดหมายดูว่าถูกส่งมาจากที่ไหน“มะ มะ หมายศาล !!” หมอมิโฮะอุทานออกมาหลังจากรู้ว่าจดหมายมันถูกส่งมาจากไหนเธอรีบแกะและเปิดมันออกอ่านดูทันทีและเมื่ออ่านจบเธอถึงกับหมดเรี่ยวแรงตุ่บ !! ร่างของหมอมิโฮะล้มลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้นห้องเธอมองดูหมายศาลในมือก่อนจะหลับตาลงและสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อตั้งสติ“ฟ้องอย่างนั้นเหรอเราถูกฟ้องสินะ” หมอมิโฮะพูดออกมาเบาๆใช่แล้วหมายศาลในมือเธอนั้นคือจดหมายฟ้องร้องเธอที่เธอผ่าตัดพลาดเมื่อไม่กี่วันก่อนจบ...