ตอนที่ 18 มารดากับน้องชาย (2)
อู่เย่ว์มองไปรอบห้องแล้วถึงได้ถามขึ้น“เฉินเอ๋อร์ล่ะเจ้าคะ”
คิ้วของหลี่เล่ออี๋ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยไม่พูดอะไรกลับกลายเป็นหลินหมอมอที่รีบตอบ “เมื่อครู่คุณชายน้อยยังอยู่ตรงนี้แต่พอได้ยินว่าคุณหนูใหญ่กลับมาแล้ว จึงออกไปรับคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ เห็นทีจะคลาดกันอีกเดี๋ยวบ่าวจะให้คนไปตามหานะเจ้าคะ”
อู่เย่ว์รู้สึกหนักใจ
น้องชายของนางน่าจะแค่ไม่อยากเจอนางอย่างไรเสียมีพี่สาวที่ชอบก่อเรื่องอย่างไร้เหตุผล อีกทั้งยังชอบสั่งสอนเขาเป็นประจำมีหรือที่เขาจะชอบได้ เมื่อก่อนแค่เจอหน้ากันก็จะทะเลาะกันใหญ่โตต่อหน้าท่านแม่ทุกครั้งนางจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่นางทำเขาโมโหรุนแรงจนผลักนางล้ม ทำให้ลุกลงจากเตียงไม่ได้ถึงสามวันด้วยเหตุนี้อู่เฉินจึงถูกท่านแม่ลงโทษให้คุกเข่าอยู่หนึ่งวันหนึ่งคืนนับแต่นั้นมาความขัดแย้งระหว่างสองพี่น้องก็มีมากยิ่งขึ้น
ตอนนี้อู่เย่ว์จัดระเบียบความคิดใหม่อีกครั้งกลับรู้สึกว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทว่าตอนนี้นางยังมีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำทันใดนั้นนางก็พูดกับหลี่เล่ออี๋ “ท่านแม่เจ้าคะลูกอยากขอให้ท่านแม่ช่วยเรื่องหนึ่ง”
หลี่เล่ออี๋กับหลินหมอมอมองหน้ากันเนื่องจากท่าทางของอู่เย่ว์ดูเคร่งเครียดมาก เช่นนั้นก็คงเป็นเรื่องที่สำคัญมากหลินหมอมอจึงให้พวกบ่าวรับใช้ออกไป หลี่เล่ออี๋ถึงได้พยักหน้า “เรื่องอะไรรึ”
กว่าจะออกมาจากเรือนเฉาหน่วนก็เป็นยามอิ๋น[1]แล้วท้องฟ้าค่อนข้างมืด อู่เย่ว์เพิ่งเดินพ้นประตูก็ชนเข้ากับใครคนหนึ่งเนื่องจากชนแรงมากนางจึงเซถอยไปสองก้าวจากนั้นก็ได้ยินคนตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ “เจ้ามายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร”
คนที่ชนก็คืออู่เฉินน้องชายของนาง
หากเป็นเมื่อก่อนนางคงไม่พูดพร่ำทำเพลงเริ่มด่าทันทีเขาเป็นคนเดินเข้ามาชนเองกลับทำเหมือนนางขวางทางเสียอย่างนั้นอย่างไรเสียก็เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดเมื่อก่อนมีนิสัยอารมณ์ร้อนไร้เหตุผลเหมือนกัน ลูกไฟสองลูกชนกันจะไม่ให้ระเบิดได้อย่างไร
หลินหมอมอที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงจึงออกมาดูพบว่าอู่เย่ว์กับอู่เฉินทะเลาะกันเพราะเรื่องเล็กน้อยในใจก็แอบตะโกนว่าแย่แล้ว
“ท่านแม่เพิ่งพักผ่อนเจ้าเบาเสียงหน่อย” อู่เย่ว์คิดขึ้นได้ว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งนางกับน้องชายมีความสัมพันธ์ที่ดีมากต่อกันต่อมากลับไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงได้เย็นชาใส่กันขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งท่านแม่เสียชีวิต จึงได้กลายเป็นเส้นกั้นที่ไม่อาจข้ามผ่านระหว่างทั้งสองไป
อู่เฉินอึ้งไปเล็กน้อยเขาถึงได้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้คืออู่เย่ว์พี่สาวของเขา อีกทั้งยังเห็นนางไม่ได้เอาเรื่องเขาจึงตกใจไปชั่วขณะ
“คุณชายน้อยเจ้าคะ กว่าคุณหนูจะกลับมาได้อย่างปลอดภัยไม่ใช่เรื่องง่ายฮูหยินกำลังดีใจ อย่าทะเลาะกันตรงนี้ให้ฮูหยินไม่สบายใจเลยนะเจ้าคะ”
อู่เฉินได้ฟังก็เบ้ปาก“คนที่ทำให้ท่านแม่ไม่สบายใจไม่ใช่ข้า เจ้าบอกให้นางอยู่เฉยๆ บ้างก็หมดเรื่องแล้ว”
“ไอ้หยาคุณชายของบ่าว พูดให้น้อยลงหน่อยเถอะเจ้าค่ะ”หลินหมอมออดเหลือบมองอู่เย่ว์ไม่ได้กลัวว่าอู่เย่ว์จะอาละวาดขึ้นมาทันทีแล้วเหตุการณ์จะจบยาก
“ข้าไม่ได้พูดผิดเสียหน่อยหากไม่ใช่เพราะนางดันทุรังจะลงจากเขาในวันฝนตกก็คงไม่มีทางเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้จนทำให้ท่านแม่นอนหลับไม่สนิทอยู่หลายคืนข้าวก็กินไม่ลง เดิมทีสุขภาพก็แย่อยู่แล้วพอมีเรื่องของนางอาการก็ยิ่งทรุดลงกว่าเดิม”
“คุณหนูเองก็เป็นห่วงฮูหยิน เจออุบัติเหตุใหญ่แต่รอดกลับมาได้ก็คือความโชคดีอย่างใหญ่หลวงช่วงที่ผ่านมานี้นางเองก็ลำบากไม่ใช่น้อย คุณชายน้อยอย่าโกรธคุณหนูเลยนะเจ้าคะ”หลินหมอมอคิ้วขมวดพลางพูด
“หลินหมอมอคุณชายน้อยของพวกเราก็เป็นห่วงฮูหยินเช่นกันถึงได้พูดเช่นนี้เจ้าตำหนิคุณชายน้อยของพวกเราอยู่ฝ่ายเดียว กลายเป็นความผิดของคุณชายน้อยอย่างนั้นรึ”เว่ยหมอมอที่อยู่ข้างอู่เฉินพูดขึ้น
เว่ยหมอมอเป็นแม่นมของอู่เฉิน เรื่องทุกอย่างทั้งนอกและในของเรือนอู่เฉินล้วนได้นางจัดการนางก็เป็นหมอมอที่มีหน้าที่ดูแลเรือนเฉาจวิ้นด้วยเช่นกัน
ภาพเหตุการณ์อันคุ้นเคย น้องชายที่ไม่ยอมคนหลินหมอมอที่เป็นคนกลาง ยังมีเว่ยหมอมอที่ดูเหมือนจะพูดปกป้องน้องชายของนางทุกอย่างทว่าแท้จริงแล้วกลับพูดยุยงให้แตกแยก
เป็นไปตามที่คิดทันใดนั้นอู่เฉินก็ทำท่าอวดดีขึ้นมา “ใช่ ข้าไม่ผิด”
อู่เย่ว์กวาดตามองเว่ยหมอมอเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น“อย่างไรเสียข้าก็เป็นพี่สาว ไม่มีทางคิดเล็กคิดน้อยกับเจ้า”
อู่เฉินมองอู่เย่ว์อย่างไม่เชื่อสายตาราวกับคิดว่าตัวเองฟังผิดผ่านไปสักพักหนึ่งถึงได้พูดขึ้น “ท่านกินยาผิดขนานมาหรือเปล่าหรือวางแผนไม่ดีอะไรอีก”
“ข้าวางแผนอะไรรึ ข้าทะเลาะกับเด็กอย่างเจ้าจะมีความหมายอะไรหากชนะจะมีประโยชน์อะไรรึ”
“ใครเป็นเด็ก ท่านก็แค่โตกว่าข้าสองปีเท่านั้น”ใบหน้าของเขาแดงขึ้นมาทันที
อู่เย่ว์กลับหัวเราะ “เจ้าก็รู้ว่าข้าโตกว่าเจ้าแล้วเหตุใดเจ้าถึงไม่เรียกข้าว่าพี่หญิงใหญ่สักคำ”
อย่างไรเสียอู่เฉินก็อายุยังน้อยได้ฟังคำพูดของอู่เย่ว์สีหน้าก็คล้ายกับเห็นผี “ใคร...ใครอยากจะเรียกท่านว่าพี่หญิงใหญ่กัน”ราวกับโมโหจนไปไม่ถูก เขาหันตัวหนี “ในเมื่อท่านแม่พักผ่อนแล้ว ข้าก็ไม่รบกวนท่านแม่แล้ว”
เดินไปได้ไม่กี่ก้าวเขาก็ชะงักพูดด้วยน้ำเสียงราวกับสั่งสอนอู่เย่ว์ “ถ้าไม่สบายหรือบาดเจ็บตรงไหนก็รีบไปรักษาอย่าทำให้ท่านแม่ต้องเป็นห่วงอีก”
ความอบอุ่นล้นเอ่อเข้ามาในหัวใจของอู่เย่ว์ถึงแม้น้องชายคนนี้จะตั้งแง่ใส่นาง ทว่าแท้จริงแล้วในใจก็เป็นห่วงนางเพียงแต่ในชาติที่แล้วนางไม่เข้าใจ ด้วยเหตุนี้ต่อมาเหตุการณ์ถึงได้ดำเนินไปถึงขั้นนั้น
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0bbbc3b1cc93fc7757bd93c032d45e97
[1] ช่วงเวลาตั้งแต่ตีสามถึงตีห้า