ไตรภพมองสีหน้ากนกพรด้วยความขำขันดูเหมือนอาจารย์สาวจะไม่ยินยอมพร้อมใจ กับการที่ถูกทำอะไรประหลาด ๆ พิสดาร เช่นนี้
“ไสหัวไป กิติ”
กนกพรเอ่ยอย่างไร้เยื่อใยปัดดอกไม้ช่อนั้นลงกับพื้น เดินผ่านหน้านักศึกษาคนนั้น พยายามแหวกวงล้อมบรรดาคนที่มุงล้อมอยู่
“อาจารย์กนกพร คุณทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ”
หลังจากถูกปฏิเสธต่อหน้าฝูงชนเขาได้ยืนขึ้นมา พุ่งตัวไปขวางหน้าอาจารย์สาวเอาไว้ไม่มีอะไรที่เขาต้องการแล้วไม่ได้
เขาเป็นใคร ‘กิติ’ ทายาทผู้สืบทอดช่องโทรทัศน์ของจังหวัด ครอบครัวของเขาร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองนับร้อยล้านบาท แถมยังมีอิทธิพลมาก ๆ ในวงการสื่อด้วยแม้แต่ภาครัฐยังต้องเกรงใจอยู่ส่วนหนึ่ง
“หลีกไป”
กนกพรไม่สนใจกิติที่ยืนขวางเธออยู่หญิงสาวเดินชนไหล่ของเขา แต่กิติกลับรวบไหล่ของเธอไว้ เธอดิ้นไปมา พยายามจะสลัดออก
“ปล่อยนะ เธอทำอะไร”
“ฉันอุส่าห์ลดตัวไปชอบเธออย่ามาเล่นตัวมากได้ไหม”
กิติพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสียเขามีหน้าตาดูดี ผลการเรียนสูง แถมบ้านยังร่ำรวย การที่ลดตัวไปชอบอาจารย์ธรรมดา ๆคนหนึ่ง ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว
เพี๊ยะ
กนกพรตบไปที่ใบหน้าของกิติพลางสลัดหลุดจากการยึดกุม กิติใช้มือกุมใบหน้าด้านที่กนกพรตบ คำรามด้วยความโมโห
“หนอย แก”
กิติง้างมือสุดกำลังจะตบหน้ากนกพรกลับแต่มือของเขาเหมือนถูกมือใครบางคนจับไว้ เขาหันไปมองใบหน้าผู้มาสอดทันที
“พวกคุณเป็นผู้ชายประสาอะไรอาจารย์ถูกคุกคามแบบนี้ ทำไมไม่เข้ามาช่วย อย่าบอกนะว่า สามัญสำนึก ไม่มี ?”
ไตรภพต่อว่าบรรดานักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์จำนวนคนที่มุงอยู่มากมายหลายสิบคน แต่กลับไม่มีใครช่วยอาจารย์เลยสักคน ทั้ง ๆที่เป็นการกระทำอุกอาจ
“ฉันไม่คิดว่ามันจะตบอาจารย์”
“ใช่ ๆ ไอเลว”
“หน้าด้าน จะตบผู้หญิง”
เสียงด่าพ่นออกมาจากบรรดานักศึกษามุ่งเป้าหมายไปที่กิติ เขารับฟังด้วยใบหน้าแดงฉาน ยกมือขวาชี้แต่ละคน
“หนอย พวกแกฉันจะจำเอาไว้แล้วตามไปจัดการพวกแกแน่นอน”
นักศึกษาที่มุงอยู่ต่างหน้าซีดเขาด่าทอจนหลงลืมไปว่ากิติ เป็นลูกชายของผู้บริหารช่องโทรทัศน์จังหวัดด้วยอิทธิพลของพ่อเขา สามารถแทรกแซงมหาวิทยาลัยได้ง่าย ๆ
“แกเป็นใครวะมายกอะไรด้วย”
กิติหันขวับมาทางไตรภพตอนนี้เขาไม่พอใจมาก ๆ ที่ชายหนุ่มมาขัดขวางเขาเมื่อครู่ มันต้องได้รับบทเรียนกับการกระทำแบบนี้
“ไตรภพ”
กนกพรมองไตรภพด้วยความดีใจเธอรู้สึกหวาดกลัวกับการกระทำของกิติมาก ทั้งยังผิดหวังต่อบรรดานักศึกษาที่ยืนมุงแต่ไม่ช่วยเหลือใดๆ
กิติตอนนี้ที่โมโหจนเลือดขึ้นหน้าจากความอับอายกำหมัดแน่น เหวี่ยงหมดไปบริเวณหน้าของไตรภพอย่างจัง
“เหอะ”
ไตรภพถอยหลังหลบหมัดด้วยความง่ายดายฝีมือแบบนี้เหมือนเด็กเตรียมอนุบาลไม่มีผิด กิติชกไม่โดนจึงล้มลง ใบหน้ากระแทกพื้น
กิติเงยหน้าที่พึ่งกระแทกกับพื้นขึ้นมามองหน้าไตรภพตาขวางพยายามจดจำใบหน้าของไตรภพเอาไว้เพื่อเอาคืน แต่ตอนนี้เขารู้สึกเจ็บปวดบริเวณใบหน้ายิ่งนัก
“ไปเถอะครับอาจารย์”
ไตรภพพูดขึ้นพลางดันกนกพรออกจากวงล้อม บรรดานักศึกษาที่มามุงอยู่ต่างหลีกทางให้เพียงครู่เดียวก็ได้เดินฝ่าวงล้อมออกมาสำเร็จ
“ต้องขอบใจเธอมากเลยนะไม่ได้เธอฉันต้องแย่แน่ ๆ”
“เรื่องเล็กน้อยครับ”
“เย็นนี้เจอกันนะอย่าลืมมาติวเหมือนเดิมหละ ฉันจะรอ”
กนกพรพูดเสร็จได้แยกย้ายไป ไตรภพเข้าไปเรียนในห้องเรียนปกติ วันนี้เรียนวิชาสังคมศึกษาเขารับฟังประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วยความสนใจใคร่รู้
“ไตรภพศุกร์นี้ไปปารีสสตาร์กันปะ”
วัศพลเอ่ยถามไตรภพขณะที่กำลังเล่นเกมส์ในโทรศัพท์มือถืออยู่ ไตรภพเหลือบสายตามามองเพื่อนของตนกล่าวออกมาอย่างเบื่อหน่าย
“อีกแล้ว ? ไม่บ้ากามสักวันไม่ได้หรอวะ”
ไตรภพส่ายหน้ากับพฤติกรรมแบบนี้ของวัศพลการนอนกับใครก็ได้เช่นนี้ไม่ถือเป็นวิสัยของเขา แม้ในอดีตเขาจะเคยดำรงตำแหน่งจักรพรรดิเทพมาก็ตามแต่ก็มีราชินีเพียงแค่คนเดียว ไม่ได้รับสนมคนใดเพิ่ม จึงจินตนาการไม่ออกว่าการมีภรรยาหลายคนจะรู้สึกอย่างไร
“เขาไม่ได้เรียกบ้ากามเขาเรียกแบ่งปันทุนการศึกษา นายเคยได้ยินโครงการ ‘น้ำเข้าท้อง น้องได้เรียนไหม’”
“โครงการอะไรของแกวะปัญญาอ่อน”
ทัดดนัยด่าทอวัศพลเพื่อนรักคนนี้ของเขาชอบคิดอะไรทะเล้นอยู่ตลอดเวลา ในหัวสมองไม่พ้นแต่เรื่องใต้สะดือ
ก๊อก ก๊อก
นักศึกษาทั้งห้องมองไปบริเวณประตูรวมถึงอาจารย์ที่กำลังบรรยายอยู่ด้วย ปรากฏร่างอาจารย์กฤษฎาเดินเข้ามาด้วยใบหน้าขึงขัง
“ไตรภพออกมากับฉัน”
เพื่อนในห้องต่างหันมาที่ไตรภพด้วยความสงสัยทำไมจู่ ๆ อาจารย์กฤษฎาถึงมาเรียกไตรภพกันทั้งยังออกไปกลางคันในขณะกำลังเรียนหนังสืออยู่ด้วย
“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม?”
วัศพลเอ่ยถาม จากประสบการณ์โชกโชนในพฤติกรรมที่โรงเรียนในอดีตเขารู้สึกว่าเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่น่าจะใช่เรื่องดี
“ไม่ต้อง ฉันจัดการเองได้เดี๋ยวฉันมา“
ไตรภพเดินออกไปหน้าห้องปิดประตูลง ในใจของเขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม
“ตามฉันมา ! แกซวยแล้ว ดันไปมีเรื่องกับลูกเจ้าของช่องโทรทัศน์แกโดนไล่ออกแน่ ฮ่า ๆ”
กฤษฎาหัวเราะอย่างชอบใจเขาเองหมั่นไส้ไตรภพมานานแล้วเมื่อได้รับการแจ้งจากฝ่ายบริหารเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนเช้า เขาจึงอาสาวิ่งร่ามาตามไตรภพทันทีเขาต้องการจะเห็นหายนะของชายหนุ่ม
“…”
ไตรภพนั่งรถรางพลังงานไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยเพียงห้านาทีก็ถึงตึกบริหาร ชายหนุ่มเดินตามกฤษฎาเข้าไปในห้องประชุมที่เขียนไว้หน้าห้องว่า ‘ห้องอธิการบดี’
“ผมพาเจ้าเด็กนี่มาแล้วครับ”
กฤษฎาพูดกับคนในห้องไตรภพเงยหน้ามอง เห็นชายอายุประมาณหกสิบ เขาจำได้ดีว่าคืออธิการบดี ส่วนข้าง ๆเป็นกิติ แต่ชายวัยห้าสิบกว่าอีกคนหนึ่ง เขาไม่รู้จักแม้แต่น้อย
“นั่งสิ”
อธิการบดีเชิญไตรภพนั่งลงเขามองใบหน้าชายหนุ่ม สลับกับใบหน้าพ่อของกิติ เรื่องราวแบบนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรกหากกิติไม่พอใจใครขึ้นมา มักจะให้พ่อมากดดันให้เขาไล่นักศึกษาออก ซึ่งที่ผ่านมา เขาก็ได้ทำตามหลายต่อหลายครั้งแล้ว
หากถามว่าทำไมเขาต้องทำตามเพราะอิทธิพลสื่อของ ‘ชาติชาย’ พ่อของกิติ เจ้าของช่องโทรทัศน์จังหวัด ด้วยคำสั่งเดียวสามารถพลิกเนื้อหาข่าวจากขาวเป็นดำดำเป็นขาว ทั้งยังมีคอนเนคชั่นมากมายกับเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัด
“ไอเด็กเวรแกหรอที่ทำร้ายลูกฉัน”
ชาติชายหันขวับมามองไตรภพเขากล่าวโพล่งด่าทอไตรภพเมื่อเจอหน้าทันที ในตอนเช้าเขาได้รับโทรศัพท์จากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจึงเรียบบึ่งรถมที่มหาวิทยาลัยทันที ยิ่งทราบว่าไตรภพทำร้ายลูกเขาให้อับอาย เขารู้สึกทนไม่ได้มันเป็นใครกัน ถึงกล้ามาทำร้ายลูกเขาแบบนี้
“ทำร้าย ?ถ้าการที่ลูกแกฉุดอาจารย์ ทั้งยังจะตบหน้าอาจารย์ต่อบรรดาฝูงชน แถมยังจะชกฉันพอชกไม่โดนก็ล้มหน้ากระแทกพื้นเอง เรียกว่าการทำร้ายหละก็ สมองของแกและลูกคงจะปัญญาอ่อนหละมั้ง”
“แก…”
ไตรภพเอ่ยด้วยเสียงเรียบเฉยเขามองสองพ่อลูกด้วยสายตาเย็นชา การเป็นลูกผู้มีอิทธิพลมันวิเศษวิโสหรืออย่างไรเกิดเรื่องอะไรขึ้นถึงทำตัวเป็นลูกแหง่ วิ่งตามพ่อแม่มาเช่นนี้
“กิติเธอตบอาจารย์ ? นี่มันเรื่องอะไรกัน”
อธิการบดีเอ่ยถามกิตินี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้ว เรื่องราวไม่ใช่อย่างที่กิติเล่าให้ฟังในตอนแรกหากถึงขั้นตบอาจารย์ต่อหน้านักศึกษาหลายคน เขาคงไม่อาจจะช่วยอะไรได้จริง ๆ
“พ่อช่วยผมด้วย นังนั่นมันสมควรโดนตบแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงลูกใครก็ทำร้ายลูกไม่ได้แน่นอน อธิการบดี คุณอย่าลืมนะ ว่าคุณติดหนี้บุญคุณผมอยู่ไล่มันออกซะ”
ชาติชายเอ่ยทวงบุญคุณที่เขาเคยนำเสนอข่าวเผยแพร่ชื่อเสียงของอธิการบดีจนสามารถคว้ารางวัลผู้บริหารดีเด่นเมื่อปีที่แล้ว
“แต่เรื่องนี้…”
“ไม่มีแต่คุณลืมไปแล้วหรอว่าผมเป็นใคร”
ชาติชายเอ่ยด้วยความท้าทายอธิการบดีคิดไม่ตก หากไล่ไตรภพออกเพราะเรื่องนี้ ถ้าถูกร้องเรียนขึ้นมาตำแหน่งเขาอาจจะสั่นคลอน
“ลุงไล่มันออกเลย พฤติกรรมของไอเด็กเวรนี่ก้าวร้าว ผลการเรียนยังแย่อันดับโหล่ของมหาวิทยาลัย”
กฤษฎาซึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์กล่าวเสริมชาติชายเขาต้องการให้ไตรภพถูกไล่ออก เด็กคนนี้ได้ล่วงเกินเขาหลายต่อหลายครั้งแล้ว
“ไตรภพฉันขอทำทัณฑ์บนเธอ ทั้งยังตัดคะแนนความประพฤติเธอห้าสิบคะแนนหากเหตุการณ์แบบนี้ยังเกิดขึ้นอีก ฉันไล่เธอออกแน่”
ในที่สุดอธิการบดีก็เอ่ยขึ้นวิธีนี้ถือว่าเป็นจุดกึ่งกลางสำหรับทางออกของเหตุการณ์นี้ เขาหยิบกระดาษขึ้นมา เขียนรายละเอียดพฤติการณ์และยื่นให้ชายหนุ่มเซ็น
“ทำไมคุณไม่ไล่มันออก”
“เรื่องนี้…”
อธิการบดีลุกขึ้นจากเก้าอี้ลากสองพ่อลูกและกฤษฎาไปคุยห้องข้าง ๆ เพื่ออธิบายเหตุผลให้ฟังเมื่อพวกเขาฟังแล้วจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“ได้ ถือว่าลูกผมพลาดเองคุณรีบไปเอาหลักฐานในกล้องวงจรปิดออกนะ แล้วหาเรื่องไล่มันออก”
“จริง ๆไม่ต้องหาเรื่องไล่เขาออกก็ได้ ผลการสอบเขาแย่ขนาดนั้น ยังไงก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยเฉพาะทางไม่ติดอยู่ดี”
“จริงสิ ฮ่า ๆ”
ทั้งสี่คนหัวเราะชอบใจเดินเข้ามาในห้องเดิม เหลือบตามองไตรภพที่ยังคงนั่งนิ่งสงบ กฤษฎาเดินไปหยิบกระดาษบนโต๊ะขึ้นมา
“ทำไมแกยังไม่เซ็น”
“ทำไมฉันต้องเซ็นด้วย?”
ไตรภพมองหน้าบุคคลในห้องพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย วิธีการแบบนี้มันสกปรก เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย หลังจากอ่านคำอธิบายพฤติการณ์ในกระดาษเขาได้แต่หัวเราะเบา ๆ กับการกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย
“ถ้าไม่มีอะไร ฉันไปแล้วละกัน”
ไตรภพลุกออกจากเก้าอี้ก้าวเดินไปตรงประตู ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับคนทั้งสี่ยืนอยู่ ไตรภพพูดออกมาเสียงดังก่อนปิดประตูใส่หน้าทั้งสี่
“ถ้าพวกแกมีปัญญาจริงก็ไล่ฉันออกซะ แต่ถ้าไล่ฉันออกไม่ได้ฉันจะเอาคืนพวกแกทั้งสี่คนให้สาสมกับการคิดทำร้ายคนอย่างฉัน!!!!!”