Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 48 ไม่หาเรื่องแต่เรื่องมาหา

    ไตรภพมองสีหน้ากนกพรด้วยความขำขันดูเหมือนอาจารย์สาวจะไม่ยินยอมพร้อมใจ กับการที่ถูกทำอะไรประหลาด ๆ พิสดาร เช่นนี้

     

    “ไสหัวไป กิติ”

     

    กนกพรเอ่ยอย่างไร้เยื่อใยปัดดอกไม้ช่อนั้นลงกับพื้น เดินผ่านหน้านักศึกษาคนนั้น พยายามแหวกวงล้อมบรรดาคนที่มุงล้อมอยู่

     

    “อาจารย์กนกพร คุณทำแบบนี้กับผมไม่ได้นะ”

     

    หลังจากถูกปฏิเสธต่อหน้าฝูงชนเขาได้ยืนขึ้นมา พุ่งตัวไปขวางหน้าอาจารย์สาวเอาไว้ไม่มีอะไรที่เขาต้องการแล้วไม่ได้

     

    เขาเป็นใคร ‘กิติ’ ทายาทผู้สืบทอดช่องโทรทัศน์ของจังหวัด ครอบครัวของเขาร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองนับร้อยล้านบาท แถมยังมีอิทธิพลมาก ๆ ในวงการสื่อด้วยแม้แต่ภาครัฐยังต้องเกรงใจอยู่ส่วนหนึ่ง

     

    “หลีกไป”

     

    กนกพรไม่สนใจกิติที่ยืนขวางเธออยู่หญิงสาวเดินชนไหล่ของเขา แต่กิติกลับรวบไหล่ของเธอไว้ เธอดิ้นไปมา พยายามจะสลัดออก

     

    “ปล่อยนะ เธอทำอะไร”

     

    “ฉันอุส่าห์ลดตัวไปชอบเธออย่ามาเล่นตัวมากได้ไหม”

     

    กิติพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสียเขามีหน้าตาดูดี ผลการเรียนสูง แถมบ้านยังร่ำรวย การที่ลดตัวไปชอบอาจารย์ธรรมดา ๆคนหนึ่ง ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว

     

    เพี๊ยะ

     

    กนกพรตบไปที่ใบหน้าของกิติพลางสลัดหลุดจากการยึดกุม กิติใช้มือกุมใบหน้าด้านที่กนกพรตบ คำรามด้วยความโมโห

     

    “หนอย แก”

     

    กิติง้างมือสุดกำลังจะตบหน้ากนกพรกลับแต่มือของเขาเหมือนถูกมือใครบางคนจับไว้ เขาหันไปมองใบหน้าผู้มาสอดทันที

     

    “พวกคุณเป็นผู้ชายประสาอะไรอาจารย์ถูกคุกคามแบบนี้ ทำไมไม่เข้ามาช่วย  อย่าบอกนะว่า สามัญสำนึก ไม่มี ?”

     

    ไตรภพต่อว่าบรรดานักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์จำนวนคนที่มุงอยู่มากมายหลายสิบคน แต่กลับไม่มีใครช่วยอาจารย์เลยสักคน ทั้ง ๆที่เป็นการกระทำอุกอาจ

     

    “ฉันไม่คิดว่ามันจะตบอาจารย์”

     

    “ใช่ ๆ ไอเลว”

     

    “หน้าด้าน จะตบผู้หญิง”

     

    เสียงด่าพ่นออกมาจากบรรดานักศึกษามุ่งเป้าหมายไปที่กิติ เขารับฟังด้วยใบหน้าแดงฉาน ยกมือขวาชี้แต่ละคน

     

    “หนอย พวกแกฉันจะจำเอาไว้แล้วตามไปจัดการพวกแกแน่นอน”

     

    นักศึกษาที่มุงอยู่ต่างหน้าซีดเขาด่าทอจนหลงลืมไปว่ากิติ เป็นลูกชายของผู้บริหารช่องโทรทัศน์จังหวัดด้วยอิทธิพลของพ่อเขา สามารถแทรกแซงมหาวิทยาลัยได้ง่าย ๆ

     

    “แกเป็นใครวะมายกอะไรด้วย”

     

    กิติหันขวับมาทางไตรภพตอนนี้เขาไม่พอใจมาก ๆ ที่ชายหนุ่มมาขัดขวางเขาเมื่อครู่ มันต้องได้รับบทเรียนกับการกระทำแบบนี้

     

    “ไตรภพ”

     

    กนกพรมองไตรภพด้วยความดีใจเธอรู้สึกหวาดกลัวกับการกระทำของกิติมาก ทั้งยังผิดหวังต่อบรรดานักศึกษาที่ยืนมุงแต่ไม่ช่วยเหลือใดๆ

     

    กิติตอนนี้ที่โมโหจนเลือดขึ้นหน้าจากความอับอายกำหมัดแน่น เหวี่ยงหมดไปบริเวณหน้าของไตรภพอย่างจัง

     

    “เหอะ”

     

    ไตรภพถอยหลังหลบหมัดด้วยความง่ายดายฝีมือแบบนี้เหมือนเด็กเตรียมอนุบาลไม่มีผิด กิติชกไม่โดนจึงล้มลง ใบหน้ากระแทกพื้น

     

     

    กิติเงยหน้าที่พึ่งกระแทกกับพื้นขึ้นมามองหน้าไตรภพตาขวางพยายามจดจำใบหน้าของไตรภพเอาไว้เพื่อเอาคืน แต่ตอนนี้เขารู้สึกเจ็บปวดบริเวณใบหน้ายิ่งนัก

     

    “ไปเถอะครับอาจารย์”

     

    ไตรภพพูดขึ้นพลางดันกนกพรออกจากวงล้อม บรรดานักศึกษาที่มามุงอยู่ต่างหลีกทางให้เพียงครู่เดียวก็ได้เดินฝ่าวงล้อมออกมาสำเร็จ

     

    “ต้องขอบใจเธอมากเลยนะไม่ได้เธอฉันต้องแย่แน่ ๆ”

     

    “เรื่องเล็กน้อยครับ”

     

    “เย็นนี้เจอกันนะอย่าลืมมาติวเหมือนเดิมหละ ฉันจะรอ”

     

    กนกพรพูดเสร็จได้แยกย้ายไป ไตรภพเข้าไปเรียนในห้องเรียนปกติ วันนี้เรียนวิชาสังคมศึกษาเขารับฟังประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วยความสนใจใคร่รู้

     

    “ไตรภพศุกร์นี้ไปปารีสสตาร์กันปะ”

     

    วัศพลเอ่ยถามไตรภพขณะที่กำลังเล่นเกมส์ในโทรศัพท์มือถืออยู่ ไตรภพเหลือบสายตามามองเพื่อนของตนกล่าวออกมาอย่างเบื่อหน่าย

     

    “อีกแล้ว ? ไม่บ้ากามสักวันไม่ได้หรอวะ”

     

    ไตรภพส่ายหน้ากับพฤติกรรมแบบนี้ของวัศพลการนอนกับใครก็ได้เช่นนี้ไม่ถือเป็นวิสัยของเขา แม้ในอดีตเขาจะเคยดำรงตำแหน่งจักรพรรดิเทพมาก็ตามแต่ก็มีราชินีเพียงแค่คนเดียว ไม่ได้รับสนมคนใดเพิ่ม จึงจินตนาการไม่ออกว่าการมีภรรยาหลายคนจะรู้สึกอย่างไร

     

    “เขาไม่ได้เรียกบ้ากามเขาเรียกแบ่งปันทุนการศึกษา นายเคยได้ยินโครงการ ‘น้ำเข้าท้อง น้องได้เรียนไหม’”

     

    “โครงการอะไรของแกวะปัญญาอ่อน”

     

    ทัดดนัยด่าทอวัศพลเพื่อนรักคนนี้ของเขาชอบคิดอะไรทะเล้นอยู่ตลอดเวลา ในหัวสมองไม่พ้นแต่เรื่องใต้สะดือ

     

    ก๊อก ก๊อก

     

    นักศึกษาทั้งห้องมองไปบริเวณประตูรวมถึงอาจารย์ที่กำลังบรรยายอยู่ด้วย ปรากฏร่างอาจารย์กฤษฎาเดินเข้ามาด้วยใบหน้าขึงขัง

     

    “ไตรภพออกมากับฉัน”

     

    เพื่อนในห้องต่างหันมาที่ไตรภพด้วยความสงสัยทำไมจู่ ๆ อาจารย์กฤษฎาถึงมาเรียกไตรภพกันทั้งยังออกไปกลางคันในขณะกำลังเรียนหนังสืออยู่ด้วย

     

    “ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม?”

     

    วัศพลเอ่ยถาม จากประสบการณ์โชกโชนในพฤติกรรมที่โรงเรียนในอดีตเขารู้สึกว่าเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่น่าจะใช่เรื่องดี

     

    “ไม่ต้อง ฉันจัดการเองได้เดี๋ยวฉันมา“

     

    ไตรภพเดินออกไปหน้าห้องปิดประตูลง ในใจของเขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

     

    “ตามฉันมา ! แกซวยแล้ว ดันไปมีเรื่องกับลูกเจ้าของช่องโทรทัศน์แกโดนไล่ออกแน่ ฮ่า ๆ”

     

    กฤษฎาหัวเราะอย่างชอบใจเขาเองหมั่นไส้ไตรภพมานานแล้วเมื่อได้รับการแจ้งจากฝ่ายบริหารเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนเช้า เขาจึงอาสาวิ่งร่ามาตามไตรภพทันทีเขาต้องการจะเห็นหายนะของชายหนุ่ม

     

    “…”

     

    ไตรภพนั่งรถรางพลังงานไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยเพียงห้านาทีก็ถึงตึกบริหาร ชายหนุ่มเดินตามกฤษฎาเข้าไปในห้องประชุมที่เขียนไว้หน้าห้องว่า ‘ห้องอธิการบดี’

     

    “ผมพาเจ้าเด็กนี่มาแล้วครับ”

     

    กฤษฎาพูดกับคนในห้องไตรภพเงยหน้ามอง เห็นชายอายุประมาณหกสิบ เขาจำได้ดีว่าคืออธิการบดี ส่วนข้าง ๆเป็นกิติ แต่ชายวัยห้าสิบกว่าอีกคนหนึ่ง เขาไม่รู้จักแม้แต่น้อย

     

    “นั่งสิ”

     

    อธิการบดีเชิญไตรภพนั่งลงเขามองใบหน้าชายหนุ่ม สลับกับใบหน้าพ่อของกิติ เรื่องราวแบบนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรกหากกิติไม่พอใจใครขึ้นมา มักจะให้พ่อมากดดันให้เขาไล่นักศึกษาออก ซึ่งที่ผ่านมา เขาก็ได้ทำตามหลายต่อหลายครั้งแล้ว

     

     

    หากถามว่าทำไมเขาต้องทำตามเพราะอิทธิพลสื่อของ ‘ชาติชาย’ พ่อของกิติ เจ้าของช่องโทรทัศน์จังหวัด ด้วยคำสั่งเดียวสามารถพลิกเนื้อหาข่าวจากขาวเป็นดำดำเป็นขาว ทั้งยังมีคอนเนคชั่นมากมายกับเจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัด

     

    “ไอเด็กเวรแกหรอที่ทำร้ายลูกฉัน”

     

    ชาติชายหันขวับมามองไตรภพเขากล่าวโพล่งด่าทอไตรภพเมื่อเจอหน้าทันที ในตอนเช้าเขาได้รับโทรศัพท์จากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจึงเรียบบึ่งรถมที่มหาวิทยาลัยทันที ยิ่งทราบว่าไตรภพทำร้ายลูกเขาให้อับอาย เขารู้สึกทนไม่ได้มันเป็นใครกัน ถึงกล้ามาทำร้ายลูกเขาแบบนี้

     

    “ทำร้าย ?ถ้าการที่ลูกแกฉุดอาจารย์ ทั้งยังจะตบหน้าอาจารย์ต่อบรรดาฝูงชน แถมยังจะชกฉันพอชกไม่โดนก็ล้มหน้ากระแทกพื้นเอง เรียกว่าการทำร้ายหละก็ สมองของแกและลูกคงจะปัญญาอ่อนหละมั้ง”

     

    “แก…”

     

    ไตรภพเอ่ยด้วยเสียงเรียบเฉยเขามองสองพ่อลูกด้วยสายตาเย็นชา การเป็นลูกผู้มีอิทธิพลมันวิเศษวิโสหรืออย่างไรเกิดเรื่องอะไรขึ้นถึงทำตัวเป็นลูกแหง่ วิ่งตามพ่อแม่มาเช่นนี้

     

    “กิติเธอตบอาจารย์ ? นี่มันเรื่องอะไรกัน”

     

    อธิการบดีเอ่ยถามกิตินี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้ว เรื่องราวไม่ใช่อย่างที่กิติเล่าให้ฟังในตอนแรกหากถึงขั้นตบอาจารย์ต่อหน้านักศึกษาหลายคน เขาคงไม่อาจจะช่วยอะไรได้จริง ๆ

     

    “พ่อช่วยผมด้วย นังนั่นมันสมควรโดนตบแล้ว”

     

    “ไม่ต้องห่วงลูกใครก็ทำร้ายลูกไม่ได้แน่นอน อธิการบดี คุณอย่าลืมนะ ว่าคุณติดหนี้บุญคุณผมอยู่ไล่มันออกซะ”

     

    ชาติชายเอ่ยทวงบุญคุณที่เขาเคยนำเสนอข่าวเผยแพร่ชื่อเสียงของอธิการบดีจนสามารถคว้ารางวัลผู้บริหารดีเด่นเมื่อปีที่แล้ว

     

    “แต่เรื่องนี้…”

     

    “ไม่มีแต่คุณลืมไปแล้วหรอว่าผมเป็นใคร”

     

    ชาติชายเอ่ยด้วยความท้าทายอธิการบดีคิดไม่ตก หากไล่ไตรภพออกเพราะเรื่องนี้ ถ้าถูกร้องเรียนขึ้นมาตำแหน่งเขาอาจจะสั่นคลอน

     

    “ลุงไล่มันออกเลย พฤติกรรมของไอเด็กเวรนี่ก้าวร้าว ผลการเรียนยังแย่อันดับโหล่ของมหาวิทยาลัย”

     

    กฤษฎาซึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์กล่าวเสริมชาติชายเขาต้องการให้ไตรภพถูกไล่ออก เด็กคนนี้ได้ล่วงเกินเขาหลายต่อหลายครั้งแล้ว

     

    “ไตรภพฉันขอทำทัณฑ์บนเธอ ทั้งยังตัดคะแนนความประพฤติเธอห้าสิบคะแนนหากเหตุการณ์แบบนี้ยังเกิดขึ้นอีก ฉันไล่เธอออกแน่”

     

    ในที่สุดอธิการบดีก็เอ่ยขึ้นวิธีนี้ถือว่าเป็นจุดกึ่งกลางสำหรับทางออกของเหตุการณ์นี้ เขาหยิบกระดาษขึ้นมา เขียนรายละเอียดพฤติการณ์และยื่นให้ชายหนุ่มเซ็น

     

    “ทำไมคุณไม่ไล่มันออก”

     

    “เรื่องนี้…”

     

    อธิการบดีลุกขึ้นจากเก้าอี้ลากสองพ่อลูกและกฤษฎาไปคุยห้องข้าง ๆ เพื่ออธิบายเหตุผลให้ฟังเมื่อพวกเขาฟังแล้วจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

     

    “ได้ ถือว่าลูกผมพลาดเองคุณรีบไปเอาหลักฐานในกล้องวงจรปิดออกนะ แล้วหาเรื่องไล่มันออก”

     

    “จริง ๆไม่ต้องหาเรื่องไล่เขาออกก็ได้ ผลการสอบเขาแย่ขนาดนั้น ยังไงก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยเฉพาะทางไม่ติดอยู่ดี”

     

    “จริงสิ ฮ่า ๆ”

     

    ทั้งสี่คนหัวเราะชอบใจเดินเข้ามาในห้องเดิม เหลือบตามองไตรภพที่ยังคงนั่งนิ่งสงบ กฤษฎาเดินไปหยิบกระดาษบนโต๊ะขึ้นมา

     

    “ทำไมแกยังไม่เซ็น”

     

    “ทำไมฉันต้องเซ็นด้วย?”

     

    ไตรภพมองหน้าบุคคลในห้องพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย วิธีการแบบนี้มันสกปรก เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย หลังจากอ่านคำอธิบายพฤติการณ์ในกระดาษเขาได้แต่หัวเราะเบา ๆ กับการกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย

     

    “ถ้าไม่มีอะไร ฉันไปแล้วละกัน”

     

    ไตรภพลุกออกจากเก้าอี้ก้าวเดินไปตรงประตู ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับคนทั้งสี่ยืนอยู่ ไตรภพพูดออกมาเสียงดังก่อนปิดประตูใส่หน้าทั้งสี่

     

    “ถ้าพวกแกมีปัญญาจริงก็ไล่ฉันออกซะ แต่ถ้าไล่ฉันออกไม่ได้ฉันจะเอาคืนพวกแกทั้งสี่คนให้สาสมกับการคิดทำร้ายคนอย่างฉัน!!!!!”