ตอนที่ 1 สาวงามกับโจรป่า
แสงไฟสตูดิโอปรับเป็สีส้มอมแดง ราวกับแสงยามเย็นในภาพยนตร์จีนโบราณ ที่แห่งนี้ไม่ใช้กองถ่ายภาพยนตร์ธรรมดาแต่เป็ภาพยนตร์สำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะหรือก็คือ หนังโป๊นั้นเอง
นักแสดงหนุ่มยืนอยู่บนหลังคาจำลองที่สร้างจากไม้และโฟม เสื้อคลุมสีดำแหวกอก เผยแผงอกและหน้าท้องที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาอย่างหนักหน่วง หยดเหงื่อไหลซึมตามร่องกล้ามเนื้อ ก่อนหายลับเข้าไปใต้ขอบกางเกงผ้าสีเข้มที่คาดเอวต่ำ
“กล้องหนึ่งพร้อม!”
“กล้องสองจับใบหน้าอาซาน!”
“นางเอก…วิ่งเข้ามา กอดเขาจากด้านหลัง แล้วจ่อกระบี่ปลอมไว้ที่คอ!”
ผู้กำกับแผดเสียงสั่ง
อาซานพระเอกของเื่ถอนหายใจเบา ๆ พลันยกมุมปากยิ้มในแบบที่เขาใช้ถ่ายทำมาเป็ร้อยฉาก
เขารู้ดีว่ากล้องกำลังจับภาพความมั่นใจและเรือนร่างที่ถูกเจียระไนมาเพื่อให้คนดูระทวย
่หลังมานี้เขารับบทจอมยุทธ์ในหนังโป๊เป็หลัก ทักษะการซ้อมท่ากระบี่ ท่าะโ หรือแม้แต่ท่าถูกกดลงพื้นแล้วตอบโต้ ถูกสลักลึกลงในความจำของร่างกายโดยอัตโนมัติ
นางเอกวิ่งเข้ามาตามบท เรือนร่างบางในชุดฮั่นฟูสีแดงเข้มสวมกอดเขาจากด้านหลัง พร้อมกระบี่ปลอมวางพาดคอ อาซานคว้าข้อมือนางไว้หมุนตัวแล้วพลิกตัวกดนางลงบนหลังคาตามที่ซ้อมไว้
เลนส์กล้องเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าเขา แต่แล้วทุกอย่างก็พังทลาย เสียงดัง *ปัง!* สะท้อนมาจากเบื้องบน
โครงสร้างจำลองที่ผ่านการใช้งานมาเนิ่นนานรับน้ำหนักไม่ไหว คานเหล็กและแผ่นไม้ร่วงกราวลงมาทับร่างอาซานเข้าอย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลอัดเข้าที่อกและหัวไหล่ มวลอากาศหลุดออกจากปอดในพริบตา กระบี่ปลอมหลุดจากมือ เสียงนางเอกกรีดร้องลั่นสตูดิโอ
“อาซาน!”
“เรียกรถพยาบาลเร็ว!”
ร่างสูงใหญ่ถูกทับอยู่ใต้ซากโครงสร้าง ความเ็ปเสียดแทรกเข้ากลางอก ราวกับมีหมัดเหล็กกระแทกหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว เสียงะโวุ่นวายค่อย ๆ แว่วหายไป
ในเศษเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่ความมืดมิดจะกลืนกิน อาซานหวนคิดถึงชีวิตตัวเอง
เขาเกิดในครอบครัวธรรมดา เริ่มไต่เต้าจากนายแบบฟิตเนส แล้วขยับขึ้นมาเป็พระเอกหนังโป๊เต็มตัวภายในสามปี รูปร่างสูงโปร่ง กล้ามเนื้อแน่นหนั่น ใบหน้าคมคายแบบที่กล้องรัก
เขาเคยถูกเรียกว่า “พระเอกที่ทำให้สาว ๆ ใจสั่นระทวยั้แ่ยังไม่ทันถอดผ้า” ่หลังเขารับงานแนวจอมยุทธ์ถี่ขึ้น ฝึกการใช้ดาบประกอบฉาก การทรงตัวบนหลังคา การรับแรงกระแทกแล้วลุกขึ้นสู้ใหม่ เขามักจะได้รับบทจอมยุทธ์ในโลกที่ไม่เคยมีอยู่จริง
ทว่าตอนนี้…ดูเหมือนโลกใบนั้นกำลังกวักมือเรียกเขาเข้าไปเสียแล้ว
หัวใจเต้นรัวระสับก่อนจะค่อย ๆ ชะลอลง แสงไฟสตูดิโอค่อย ๆ ลิบหรี่
กระทั่งทุกอย่างดับสนิท
ความเงียบสงบเข้าครอบคลุม
ััแรกที่เขารับรู้คือกลิ่นดินชื้นและใบไม้
อาซานค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ท้องฟ้าเบื้องบนไม่ใช่เพดานสตูดิโออีกต่อไป แต่เป็ผืนฟ้าสีครามอ่อนที่มีเมฆขาวลอยผ่านเป็หย่อม ๆ ต้นไม้สูงใหญ่รายล้อม ใบไม้สีเขียวเข้มพัดไหวตามลมระลอกคลื่น
เขาพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง เรือนร่างยังคงเป็ร่างเดิม กล้ามเนื้อแน่นหนั่น และรอยถลอกจากอุบัติเหตุเมื่อครู่ยังคงอยู่
ทว่าเสื้อผ้าจากกองถ่ายกลับขาดวิ่น เหลือเพียงกางเกงผ้าสีเข้มขาดร่องแร่งกับผ้าบาง ๆ ที่พันรอบอกไว้อย่างหลวม ๆ
“ห้ะ…นี่มันที่ไหน?”
เสียงของเขาแหบพร่า
อาซานยกมือขึ้นััใบหน้า แล้วก้มมองลำตัว
ไม่มีคานเหล็กทับอก
ไม่มีเสียงไซเรนรถพยาบาล
มีเพียงเสียงนกและเสียงใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ
เขาลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง เท้าััพื้นดินเย็นชื้นและยอดหญ้า ร่างกายยังคงแข็งแรงทรงพลังเช่นเคย ทว่าบางสิ่งภายในอกกลับรู้สึกแปลกประหลาด คล้ายมีกระแสพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ใต้ิัอย่างแ่เบา
อาซานเหลียวมองไปรอบกาย เห็นแต่ป่าที่ไม่อาจระบุได้ว่าเป็ส่วนใดในโลก
เขาถอนหายใจยาว พลันพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ถ้าเป็ฝัน…ก็ดูเป็ฝันที่สมจริงมากเลย”
อาซานก้าวเดินไปเรื่อย ๆ ท่ามกลาต้นไม้สูงใหญ่ที่เรียงรายหนาแน่น สองเท้าเปล่าแสบแปลบจากกิ่งไม้และเศษหิน ทว่าเรือนร่างที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงกลับปรับตัวได้รวดเร็วผิดคาดราวกับมีพลังบางอย่างเคลือบฝ่าเท้าเขาเอาไว้
เขามองหาทิศทางของแสงแดด โดยหวังว่าจะหาทางออกจากป่าลึกแห่งนี้ให้ได้ก่อนอาทิตย์ตกดิน
“ที่นี่ดูไม่เหมือนกองถ่ายเลย”
เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่ายังไม่หายดีจากสภาวะหัวใจเกือบหยุดเต้นเมื่อครู่
พลันนั้น…เสียงหนึ่งก็แทรกผ่านความเงียบสงัดออกมา
“ช่วยด้วยยย!”
เสียงหญิงสาวร้องผสมโรงกับเสียงหัวเราะหยาบโลนของผู้ชาย ดังมาจากทางซ้ายมือห่างออกไปไม่ไกลนัก อาซานชะงักฝีเท้าทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน แม้ยังไม่รู้ว่าตัวเองหลุดมาอยู่ที่ใด แต่สัญชาตญาณบอกชัดว่าเสียงนั้นไม่ใช่เื่ดี
เขาย่องเข้าหาต้นเสียงอย่างเงียบเชียบ แอบหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แล้วกวาดสายตามองไปเบื้องหน้า ภาพที่ปรากฏทำให้ั์ตาของเขาเปลี่ยนไปในพริบตา
หญิงสาวนางหนึ่งกำลังถูกชายฉกรรจ์สองคนจับกดอยู่บนพื้นหญ้า ชุดผ้าบางสีฟ้าอ่อนยับเยิน ไหล่เสื้อหลุดลุ่ยลงมาข้างหนึ่ง เผยผิวเนียนขาวที่ขึ้นรอยแดงระเรื่อจากแรงบีบเค้น
ชายทั้งสองรูปร่างสูงใหญ่ เสื้อผ้าเก่าสกปรก ส่งกลิ่นกายฉุนกึกจนโชยมาถึงจุดที่เขายืนอยู่
“เ้าหนีไม่รอดหรอก”
ชายคนหนึ่งหัวเราะร่าด้วยน้ำเสียงหยาบคาย
“ยอมจำนนเสียเถิด จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวมาก”
อีกคนเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน
“ผิวพรรณผุดผ่องขนาดนี้ หากส่งขายเข้าซ่องคงได้ราคาดี…แต่ข้ากับพี่ชายขอลิ้มลองให้หนำใจก่อนแล้วกัน!”
อาซานขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม เขาฟังคำพูดของพวกมันออกทุกคำ
ทว่าสำนวนกลับฟังดูโบราณแปลกหู ราวกับกำลังฟังบทพูดจากภาพยนตร์ย้อนยุคที่เขาเคยร่วมแสดง
“เฮ้ย!”
เสียงของเขาหลุดออกจากปากโดยไม่ทันได้คิด
ชายฉกรรจ์ทั้งสองชะงัก หันขวับมามองพร้อมกัน
เพียงเสี้ยววินาทีแห่งความงงงัน หญิงสาวอาศัยจังหวะนั้นดันตัวลุกขึ้น แล้ววิ่งกระหืดกระหอบตรงมาทางอาซาน เรือนร่างเธอพุ่งเข้ามาแอบอยู่หลังแผ่นหลังกว้างของเขาทันที มือน้อย ๆ คว้าจับชายกางเกงผ้าที่เขาสวมไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“ท่าน…ได้โปรด…ช่วยข้าด้วย!”
เสียงของนางสั่นเครือ ทว่าน้ำเสียงกลับกังวานชัด อาซานเข้าใจความหมายทั้งหมด
เพียงแต่คำว่า “ท่าน” และ “ข้า” ฟังแล้วชวนให้รู้สึกแปลก ๆ
ชายทั้งสองลุกขึ้นยืน แววตาหื่นกระหายเปลี่ยนเป็อาฆาตมาดร้าย คนที่เป็หัวหน้าชี้นิ้วมาทางอาซานแล้วขู่ฟ่อ
“เ้าหนุ่มนี่…กล้ามายุ่งเื่ของพวกข้าสองพี่น้องหรือ?”
“ไสหัวไปเสีย ข้าไม่อยากให้เืหัวเ้าเปื้อนพื้นป่าแถวนี้!”
อาซานถอนหายใจพลันเบี่ยงตัวปัดมือเบา ๆ ส่งสัญญาณให้หญิงสาวถอยไปหลบด้านหลังอีกหน่อย
“สองต่อหนึ่งสินะ…”
เขายกยิ้มมุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน แล้วตอบกลับด้วยภาษาสมัยใหม่
“ในกองถ่ายเคยเจอหนักกว่านี้เยอะ”
โจรคนแรกฟังคำว่า “กองถ่าย” ไม่เข้าใจ แต่รับรู้ได้ถึงท่าทีท้าทาย มันพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกำปั้น
อาซานเอียงกายหลบตามสัญชาตญาณที่ถูกเคี่ยวกรำจากฉากต่อสู้ในหนัง ฝ่ามือของเขาตบเข้าที่ข้อมือฝ่ายตรงข้ามเพื่อเบี่ยงทิศทางอย่างแม่นยำ ก่อนจะสวนหมัดตรงเข้ากลางใบหน้าเต็มแรง
เสียงกระดูกจมูกหักดัง เป๊าะ! โจรคนนั้นล้มหงายหลังตึง เืทะลักออกจากจมูกทันที อีกคนเห็นดังนั้นก็โกรธจัด ชักมีดสั้นข้างเอวแล้วพุ่งเข้ามา
อาซานถอยหลังหนึ่งก้าว ใช้ท่อนแขนปัดคมมีดออกไปข้างลำตัว แล้วโถมกายเข้าประชิด เข่าหนากระแทกเข้ากลางลำตัวฝ่ายตรงข้าม ตามด้วยศอกสั้นที่สับลงกลางหลังคออย่างหนักหน่วง
ร่างของโจรคนที่สองทรุดกองลงกับพื้น ไร้ซึ่งแรงต้านทานใด ๆ ร่างของทั้งสองนอนนิ่งสนิท ไม่อาจทราบได้ว่าสลบหรือตาย…
แต่อาซานก็ไม่ได้ใส่ใจจะก้มลงตรวจดู เขายืนสูดลมหายใจเข้าปอดลึก สันหมัดยังคงร้อนผ่าวจากแรงกระแทก ความเงียบครอบคลุมป่าอีกครั้งก่อนจะมีเสียงสะอื้นไห้แ่เบาดังมาจากเื้ั

อาซานหันกลับไปมอง หญิงสาวยังคงตัวสั่นงันงกอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว อาภรณ์ที่ถูกฉีกขาดแทบไม่อาจปกปิดเรือนร่างได้ เนื้อผ้าบางเบาเปียกชุ่มเหงื่อและเศษดิน แนบสนิทไปกับทรวงอกอวบอิ่มและอกเอว
เส้นผมยาวสยายยุ่งเหยิง ใบหน้าขาวนวลยิ่งขับให้ดวงตากลมโตและริมฝีปากสีสดดูโดดเด่นน่ามอง นางงดงามมาก
งดงามชนิดที่ว่า…แม้ในกองถ่ายหนังโป๊ที่อาซานเคยผ่านงานมานับไม่ถ้วน ก็ยังหาหญิงสาวคนใดมาเปรียบเปรยได้ยาก
ผิวเนียนละเอียด โครงหน้าอ่อนหวานทว่าแฝงความน่าค้นหา และสภาพชุดที่ยับเยินหลุดลุ่ย ยิ่งส่งให้ภาพตรงหน้าดูยั่วยวนจนเขารู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่ม้วนตัวขึ้นใต้ท้องน้อย
หญิงสาวก้มศีรษะให้เขาอย่างแรงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ขอบพระคุณท่านมาก…หากไม่มีท่าน ข้าคง…คงไม่อาจรักษาพรหมจรรย์ไว้ได้แล้ว”
อาซานจ้องมองนางนิ่งไปชั่วครู่ เขาฟังเข้าใจทุกคำ ทว่าสำนวนภาษาโบราณที่นางใช้ กลับทำให้เขายกยิ้มมุมปากอย่างอดไม่ได้
“คุณรอดมาได้ก็ดีแล้ว…”
เขาตอบกลับด้วยภาษาพูดสมัยใหม่
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาฉายแววฉงนฉายชัดต่อคำพูดที่แสนแปลกประหลาด
ทว่านางกลับไม่ได้ถอยห่างออกไปแม้แต่น้อย
ในป่าอันเงียบสงัดหลังการต่อสู้จบลง อาซานและหญิงสาวแปลกหน้าต่างยืนจ้องตากัน เรือนร่างของเขาเปลือยเปล่าเกือบครึ่งจากเสื้อผ้าที่ขาดวิ่น ขณะที่เรือนร่างของนางก็วาบหวิวไม่ต่างกันมากนัก