ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ เล่มที่2 ตอนที่42 การใช้ชีวิตในแต่ละวัน ภาค1 (1)

            หลายวันต่อมานับจากที่ทำการอัญเชิญในที่สุดโคฮาคุก็ถูกปล่อยตัวจากนรกที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงเนื่องจากโคฮาคุที่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว บอกว่าอยากเข้าไปในเมือง ผมก็เลยพามาด้วย

            ผมออกมาจากโรงแรมแล้วเดินไปบนถนนใหญ่ลองไปทางตลาดก่อนละกัน เพราะน่าจะมีคนอยู่เยอะ

            ที่ตลาดมีผู้คนเปิดแผงลอยหรือปูเสื่อขายของมากมายเรียงรายอยู่มีขายมากมายตั้งแต่ของกิน ของจิปาถะ ไปจนถึงเสื้อผ้า ถึงจะไม่มีของที่มาหาซื้อแต่ผมก็เดินไปท่ามกลางฝูงชนพลางมองสินค้าไปด้วย

            <คับคั่งน่าดูเลยนะครับ>

            <เพราะยังไงก็เป็นใจกลางของเมืองนี้นี่นาถ้าอยากได้ของถูกล่ะก็ ทุกคนก็ต้องมาที่นี่แหละ>

            โคฮาคุกับผมคุยกันด้วยเสียงที่คนอื่นไม่ได้ยินอสูรอัญเชิญกับผมที่เป็นผู้อัญเชิญนั้น สามารถสื่อความคิดในใจกันได้ซึ่งเรื่องนี้มันช่วยได้มากเลย เพราะถ้ามาเดินคุยกับเสือในเมืองล่ะก็คงโดนคิดว่าเป็นพวกสมองเพี้ยนแหง ๆ

            ถึงตัวจะเป็นลูกเสือ แต่โคฮาคุก็คือเสืออยู่ดียังไงก็ต้องเป็นจุดเด่นอยู่แล้ว แต่ทุกคนที่อยู่รอบข้างก็แค่มองประมาณว่า “เห็นของแปลก” เท่านั้น ไม่ได้มีปฏิกิริยาเกินเหตุแต่อย่างใดนาน ๆ ก็มีเด็กตัวน้อย ๆ หรือเด็กผู้หญิงมาลูบหัวอยู่เหมือนกัน

            เนื่องจากต้องทำตัวเป็นลูกเสือเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นพอโคฮาคุตอบกลับไปว่า “โฮกโฮก”พวกเด็กผู้หญิงจึงพากันลูบหัวของมันด้วยความดีใจสำหรับเรื่องนี้ โคฮาคุรู้สึกเอียนเต็มทนแล้ว อุตส่าห์โดนปลดปล่อยจากกลุ่มสาว ๆของพวกเราแล้วแท้ ๆ หายนะชัด ๆ......

            ว่าแต่ คนเยอะจังเลยแฮะ......หวังว่าคงจะไม่พลัดหลงกันนะ เอาเถอะ ต่อให้หลงทางก็สื่อสารทางความคิดคุยกันได้อยู่สามารถหากันเจอได้ทันที คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

            แต่ว่าโคฮาคุที่เดินตามผมซึ่งกำลังลัดเลาะไปท่ามกลางฝูงชนท่าทางจะลำบากอยู่เพราะมันต้องคอยหลบก่อนที่จะโดนคนเตะ ผมจึงยกมันขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนตอนแรกโคฮาคุก็เกรงใจ แต่สุดท้ายก็ยอมอยู่อย่างสงบ

            หลังเดินไปเรื่อย ๆ ในสภาพนั้น อยู่ ๆ โคฮาคุที่อยู่ในอ้อมกอดก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วหันหน้าไปทางฝูงชนที่อยู่ทางขวามือ

            เจ้านาย คนที่อยู่ตรงนั้นมันท่านยาเอะนี่

            <เอ๋?>

            หลังมองตามสายตาของโคฮาคุไปเมื่อได้รับการสื่อสารที่ถูกส่งมาอย่างกะทันหันผมก็เห็นยาเอะกำลังย่อตัวอยู่ตรงจุดที่ไม่เป็นการเกะกะคนที่สัญจรไปมาตรงหน้าของยาเอะคือเด็กผู้หญิงอายุประมาณสี่ขวบที่กำลังร้องไห้ดูเหมือนเธอกำลังพยายามทำให้เด็กคนนั้นหยุดร้องอย่างเต็มที่เลย

            “ทำอะไรอยู่น่ะ ยาเอะ?”

            “ท่านโทยะ? โคฮาคุเองก็อยู่ด้วยเหรอเจ้าคะ?”

            เมื่อเห็นหน้าพวกผมยาเอะจึงแสดงสีหน้าโล่งใจออกมาเล็กน้อย อะไรเนี่ย? หายากนะที่ยาเอะจะทำหน้าแบบนี้น่ะ

            “......เด็กคนนี้คือ?”

            “เรื่องนั้น ดูเหมือนจะเป็นเด็กหลงทางนะเจ้าคะ”

            เด็กหลงทางเหรอคนเยอะขนาดนี้ก็ต้องมีการพลัดหลงกันบ้างล่ะนะ ผมคิดแบบนั้นพลางกวาดตามองไปรอบ ๆแบบนี้การตามหาคุณผู้ปกครองคงลำบากน่าดูเลย

            “นี่เธอ ชื่ออะไรเหรอ?”

            “ฮึ่ก แงงง...... คุณแม่ขา......”

            ไม่ไหว ไม่ใช่แค่ชื่อเท่านั้นถ้าไม่ทำให้หยุดร้องไห้คงถามอะไรไม่ได้แหงเลยแฮะ

            “ข้าน้อยพยายามถามชื่อกับถามว่ามาจากไหนตั้งแต่เมื่อกี้แล้วแต่ก็ไม่ได้คำตอบกลับมาเลยเจ้าค่ะ”

            ยาเอะที่ทำหน้าลำบากใจถอนหายใจออกมา อืมยังไงก็ต้องถามข้อมูลให้ได้ล่ะนะ

            ผมยื่นโคฮาคุที่อยู่ในอ้อมกอดไปตรงหน้าเด็กผู้หญิงคนนั้นเด็กผู้หญิงจึงทำหน้าย่นเพราะความตกใจอยู่พริบตาหนึ่ง แล้วก็ทำท่าจะร้องไห้อีกรอบผมจึงออกคำสั่งโคฮาคุ

            ‘ชื่อของเจ้าคืออะไร?’

            โคฮาคุคุยกับเด็กผู้หญิงคนนั้นเด็กผู้หญิงที่ทำท่าจะร้องไห้ออกมาจึงกะพริบตาปริบ ๆมองลูกเสือที่กำลังพูดอยู่ตรงหน้า หลังกะพริบตาซ้ำไปซ้ำมาเธอก็ทำหน้าตกตะลึงในที่สุด

            ‘ชื่อของเจ้าล่ะ?’

            “............รีม......”

            ‘งั้นรึ ชื่อรีมสินะ’

            เด็กผู้หญิงพยักหน้าเล็กน้อยให้กับคำถามของโคฮาคุใช้โคฮาคุชวนคุยได้สำเร็จแล้ว ได้คุยกับลูกเสือเป็นครั้งแรกมันก็ต้องตะลึงอยู่แล้วล่ะนะเอาล่ะ ลองตรวจสอบดูหน่อยละกัน

            “【เซิร์จ : ครอบครัวของรีม】”

            ผมใช้งานเวทไร้ธาตุ【เซิร์จ】ถ้าหากเป้าหมายอยู่ในรัศมีห้าสิบเมตรก็น่าจะรู้ได้ทันที......ไม่มีปฏิกิริยา ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ นี้สินะ?

            “เป็นไงบ้างเจ้าคะ?”

            “ไม่ไหว อย่างน้อย ๆก็ในเขตรัศมีห้าสิบเมตรนี้ก็ไม่มีเลยล่ะ”

            อืม จะทำยังไงดีนะ ใช้งาน【เซิร์จ】พลางเดินไปด้วยงั้นเหรอ? 【เซิร์จ】มีข้อเสียอยู่ที่

            ขอบเขตการค้นหาแคบนี่ล่ะนะ

            อ้าว......เดี๋ยวก่อนนะ  เมื่อผมแค่เห็นว่าเป็นคนทั่ว ๆ ไป แบบนั้นก็ตัดสินไม่ได้น่ะสิว่าเป็น“ครอบครัวของรีม”บางทีที่ค้นหาไม่สำเร็จนี่อาจเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วก็ได้มั้ง?หาไม่สำเร็จหรือไม่มีอยู่จริง ๆการที่ไม่สามารถตัดสินในเรื่องพวกนั้นได้คือข้อเสียของเวทมนตร์นี้ล่ะนะไม่รู้มาตรฐานในการตัดสินด้วยสิ

            ตอนหาพิษนั่นสามารถค้นหาได้คิดว่าเป็นเพราะผมเข้าใจว่าสิ่งนั้นคือพิษ ถ้าเลียเข้าไปก็จะตาย นั่นคือพิษน่าจะเพราะเข้าใจแบบนั้นถึงได้สำเร็จสินะ? อย่างตอนหาวานิลลาก็ด้วยผมดมแล้วได้กลิ่นว่ามันคือวานิลลาเพราะแบบนั้นก็เลยสำเร็จ......ต้องอารมณ์ประมาณนั้นล่ะมั้ง

            สำหรับการค้นหาแบบเฉพาะเจาะจง ถ้าเจ้าตัวโกหกว่า“ไม่ใช่ครับ”ก็ไม่สามารถตัดสินได้อยู่ดี

            ลองหาข้อมูลเพิ่มอีกหน่อยละกัน

            ‘มาที่นี่กับใคร?’

            “......กับคุณแม่”

            ‘แม่......คุณแม่ของเจ้าใส่ชุดสีอะไร?’

            “เอ่อ......ชุดสีเขียว”

            พอโคฮาคุถามผมก็ได้ข้อมูลคุณแม่ของรีมมามากขึ้นเรื่อย ๆ ผมยาวสีชา สวมชุดสีเขียว สวมกำไลเงินตาสีฟ้า ตัวไม่อ้วน ดีล่ะ ผมลองจินตนาการในหัวดู ถ้าเจอคนที่มีเงื่อนไขตามนี้ล่ะก็

            อาจจะสามารถตัดสินว่าเป็น “คุณแม่ของรีม” จากลักษณะภายนอกได้ ลองอีกทีละกัน

            “【เซิร์จ : คุณแม่ของรีม】”

            ......ไม่มีปฏิกิริยา ไม่ได้เหรอเนี่ย

            “เป็นไงบ้างเจ้าคะ?”

            ผมส่ายหน้าให้กับคำถามของยาเอะติดตรงที่ขอบเขตการค้นหาแคบตามคาด ถ้าขอบเขตมันกว้างขนาดแอปฯแผนที่ของสมาร์ทโฟนล่ะก็คงช่วยได้มากเลยแต่แอปฯ【เซิร์จ】มันไม่ได้พัฒนามาไว้ให้ใช้หาคนนี่สิ

             ........................เดี๋ยวก่อนนะ

            แอปฯแผนที่กับ【เซิร์จ】บางทีอาจจะ......ลองทดสอบดูละกันผมหยิบสมาร์ทโฟนออกมา

            “【เอนแชนท์ : เซิร์จ】”

            ผม【เอนแชนท์】เวทมนตร์【เซิร์จ】ให้กับแอปฯแผนที่ของสมาร์ทโฟนแสงถูกปล่อยออกมาจากปลายนิ้วของผม แล้วหายเข้าไปบนหน้าจอของสมาร์ทโฟน เอาล่ะเป็นไงบ้าง?

            เมื่อผมเปิดแอปฯแผนที่บนหน้าจอก็แสดงแผนที่บริเวณรอบตัวผมขึ้นมา หลังจากที่ตั้งขอบเขตการค้นหา

            ให้เป็นทั่วบริเวณตลาดเมืองลีฟเล็ทแล้วป้อนข้อความว่า “คุณแม่ของรีม”เข้าไปก็มีเข็มเล่มหนึ่งปักลงบนหน้าจอ เป็นการแสดงว่าอยู่ตรงตำแหน่งนั้น

            “แจ๋ว! สำเร็จแล้ว!”

            พอผมตะโกนออกมาอย่างกะทันหันรีมที่กอดโคฮาคุอยู่จึงตกใจไปวูบหนึ่งอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีท่าทางว่าจะร้องไห้ออกมา

            ผมลุกขึ้นยืนแล้วลูบหัวของรีมเบา ๆ

            “ไปหาคุณแม่กันเถอะ”

            “คุณแม่ขา!”

            “รีม!”

            ผมมองภาพแม่ลูกกำลังกอดกันเมื่อได้พบกันอีกครั้งหลังพลัดหลงกันไปหลายชั่วโมงพร้อมกับความรู้สึกโล่งอกโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกไปสถานที่ที่แม่ของรีมอยู่คือที่ทำการของกองทหารยามในเมือง ก็เหมือนป้อมตำรวจน่ะแหละถ้าพามาที่นี่แล้วบอกว่า “เด็กหลงครับ” ตั้งแต่แรกก็หมดเรื่องแล้ว เอาเถอะถือซะว่าได้เก็บเกี่ยวผลผลิตที่คาดไม่ถึงไปละกัน


    คล้ายกับเรื่องไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni) ที่คุณอ่าน