บทที่72
บุกตระกูลหลี่[1]
“อย่างทำหน้าตาใสซื่อเช่นนั้นบิดามันเถอะ.. ส่งคนไปตามล่าข้าหลายต่อหลายครั้ง ทำเป็นไม่รู้เช่นนี้หน้าไม่อายไปหน่อยหรือไม่”หยุนโม่สบถด่าออกมาในทันที
นี่ทำให้พวกคนของตระกูลหลี่ใบหน้าบิดเบี้ยวมากขึ้นไปอีก
นั่นเป็นเพราะว่าในตอนนี้ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดทั่วทั้งบริเวณก็เริ่มมีสายตามากมายจับจ้องมาที่พวกมันแล้วอาจจะเป็นเพราะว่ามีข่าวลือว่ามนุษย์ผู้นั้นเดินทางมุ่งหน้าตรงมาที่ตระกูลหลี่
มันเลยทำให้พวกผู้ฝึกตนภายในเมืองอยากจะมาดูเรื่องพื้นๆในครั้งนี้พริบตาเดียวก็มารวมตัวกันอยู่บริเวณรอบนอกของสถานที่แห่งนี้
“เจ้าเป็นคนสังหารบุตรชายของข้าก่อน”หลี่หยางอี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
มุมปากของหยุนโม่ภายใต้หน้ากากเหล็กค่อยๆฉีดกว้างขึ้น “โอ้~ ถ้าจะพูดเช่นนั้น งั้นก็ไม่ต้องสนทนากันแล้ว”
เมื่อเห็นท่าทีของมนุษย์ที่อยู่เบื้องหน้าทำท่าเหิมเกริมเช่นนี้พวกคนตระกูลหลี่ก็แสดงใบหน้าเดือดดาลพร้อมกับเสียงตวาดกร้าวที่ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
“เป็นเพียงแค่มนุษย์แท้ๆก็ดีอย่างไรมาพูดเช่นนี้กับตระกูลหลี่ข้า”
“นั่นสิๆก่อนหน้านี้ก็เป็นเพียงแค่พวกชั้นต่ำภายในเมือง”
หลี่หยางอี้ได้ยินคำพูดของพวกคนภายในตระกูลที่ดังขึ้นตัวของมันยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมา
นั่นทำให้เสียงตวาดที่เกรี้ยวกราดของผู้คนภายในตระกูลนั้นค่อยๆเงียบเสียงลง
“อย่าคิดว่าแค่สังหารตัวตนขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดไปได้แล้วเจ้าจะสามารถทำอันใดก็ได้นะ” หลี่หยางอี้เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแฝงแรงกดดันเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมก่อนที่มันจะทิ้งประโยคสุดท้ายเอาไว้ว่า “สถานที่แห่งนี้คือเมืองอวี้หยาง”
หยุนโม่เห็นท่าทางของพวกมันเช่นนั้นมุมปากของเขาเองก็ค่อยๆปรากฏรอยยิ้มแล้วพวกมันทั้งหมดแม้ว่าท่าทางภายนอกเหมือนจะฮึกเหิมดุดันแต่ที่จริงแล้วพวกมันกำลังหวาดกลัวอยู่
หยุนโม่สัมผัสความหวาดกลัวได้โดยที่ผู้นำตระกูลหลี่ผู้นั้นตัวของมันพูดทิ้งประโยคสุดท้ายว่าสถานที่แห่งนี้คือเมืองอวี้หยาง
เหมือนกับว่าตัวของมันพยายามยกสถานที่แห่งนี้มาข่มเพื่อทำให้เขานั้นรู้ว่าสถานที่แห่งนี้คือเมืองภายในอาณาจักรอวี้เทียนมีกฎหมายคุ้มครองอยู่
แล้วการที่มันทำแบบนั้นเพราะอะไรกันเล่าเรื่องนั้นก็ง่ายมากมันกำลังกลัว
“ตาย…”
เสียงของหยุนโม่เปล่งออกมาเบา ๆแต่กลับหนักแน่นราวสายฟ้าที่ฟาดลงกลางอก
ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!
เสียงระเบิดที่ฉีกอากาศดังกึกก้องราวเสียงฟ้าร้องกลางเวหา
แสงวูบจากปากกระบอกพุ่งแหวกอากาศออกเป็นเส้นตรงคมกริบดั่งอัสนีบาต กระสุนแต่ละนัดเคลือบพลังปราณเฉียบคมกระแทกใส่กลุ่มผู้ฝึกตนของตระกูลหลี่ที่ยืนตั้งรับอยู่หน้าคฤหาสน์อย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
“ระวัง!”
“ถอย!!” เสียงตะโกนของหลี่หยางอี้ดังขึ้นพร้อมกับที่เขาโคจรปราณวิญญาณอย่างรวดเร็วร่างพุ่งถอยหลังออกไปอย่างว่องไว ทั้งยังฉุดร่างของผู้ฝึกตนอีกสองคนที่อยู่ใกล้ตัวผู้ซึ่งมีพลังยังไม่ถึงระดับหลอมกายา ให้รอดพ้นจากการถูกยิงในเสี้ยววินาทีสุดท้าย
ทว่าผู้ฝึกตนอีกสามถึงสี่คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากลับมิอาจหลบพ้นได้ทันร่างของพวกเขาสั่นสะท้านทันทีที่กระสุนปริศนาทะลวงเข้าสู่ร่างเนื้อหนังและกระดูกแตกกระจาย เลือดสดสาดกระเซ็นก่อนที่ร่างจะทรุดลงอย่างไร้ชีวิต
กระสุนที่ยิงออกจากอาวุธนั้นมิใช่เพียงเหล็กกล้า ทว่าแฝงไว้ด้วยปราณทำลายล้างชั้นสูงแม้ผู้ฝึกตนระดับปรับแต่งพลังหรือแม้แต่พวกที่เฉียดหลอมกายาจะมีปราณป้องกันตนอยู่บ้างแต่ก็ไม่ต่างอะไรกับกระดาษบาง ๆ ท่ามกลางพายุเพลิง
เมื่อเสียงสุดท้ายของกระสุนนัดท้ายสิ้นสุดลงกลิ่นคาวเลือดอันหนักอึ้งลอยอบอวลไปทั่วลานหน้า
หยุนโม่ลดแขนลงช้า ๆ ลำกล้องปืนนิ่งสนิทควันบางลอยกรุ่นดวงตาใต้หน้ากากเหล็กยังคงเฉยชา
เขาเงยหน้ามองตรงไปยังคฤหาสน์เบื้องหน้าอย่างไร้ความสะทกสะท้าน
ประตูใหญ่ของตระกูลหลี่ถูกปิดลงประตูด้านหน้าของพวกมันเป็นประตูไม้แต่ว่าไม่ใช่ประตูธรรมดาทั่วไปเพราะว่ามันมีการเสริมอักขระป้องกันทำให้เป็นประตูที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ
การทำลายมันเข้าไปถือว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นไม่น้อยแต่ว่าสำหรับหยุนโม่มันไม่ได้ยากขนาดนั้น
เขาล้วงมือของตนเองเข้าไปภายในเสื้อคลุมทำทีว่าเหมือนว่าตนเองจะหยิบบางอย่างแต่ที่จริงแล้วเขาใช้ความสามารถมิติล้วงระเบิดออกมาจากภายในช่องว่างมิติที่เก็บเอาไว้ถึงสามลูก
ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าบริเวณรอบๆมีผู้คนจับตามองมากเกินไป
ตัวของเขาเลยจำเป็นจะต้องทำการแสดงท่าทางเช่นนี้เช่นนี้ก็เพื่อตบตาไม่ให้ผู้ใดรู้ว่าเขามีความสามารถพิเศษแบบนี้
หลังจากที่นำเอาระเบิดออกมาแล้วสามลูกระเบิดพวกนี้มีความแข็งแกร่งแต่ละรูปเทียบเท่ากับการโจมตีของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นแปด
อัดเข้าไปสามลูกบริเวณด้านหน้าประตูหลังของพวกมันเขาไม่เชื่อหรอกว่าประตูของมันจะต้านทานได้
เขาใช้ปลายนิ้วเกี่ยวที่กลไกตรงหัวของแต่ละลูกทีละลูกเสียง แกร๊ก! ดังเบา ๆ ขณะที่สลักถูกแกะออก แล้วในชั่วพริบตานั้นเองหยุนโม่ก็ขว้างวัตถุทั้งสามลูกออกไปพร้อมกัน ด้วยแรงมือมั่นคงและแม่นยำ
ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง!
ระเบิดมือทั้งสามลูกกระทบพื้นอย่างแม่นยำล่วงหล่นลงที่เบื้องหน้าประตูจวนตระกูลหลี่ ที่ยังคงปิดสนิทและไร้เงาผู้คนสายลมในยามนั้นคล้ายหยุดเคลื่อนไหวในเสี้ยวลมหายใจ
แล้ว…
บึ้ม!!
เสียงระเบิดแรกดังสนั่นราวกับอสนีบาตจากฟากฟ้าฟาดลงตรงใจกลางจวน
บึ้ม!!
เสียงระเบิดที่สองกระแทกตามมาเปลวเพลิงและแรงสั่นสะเทือนโหมกระหน่ำ
บึ้ม!!
ระเบิดลูกสุดท้ายปะทุขึ้นแรงระเบิดกระแทกผืนดินแตกกระจายเศษหินและเปลวเพลิงทะยานขึ้นสู่อากาศเป็นแนวยาวหลายสิบจั้ง
เปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสูงราวเสาเพลิงแห่งทะลุผ่านฟ้ากลางวันจนเกิดเงาสะท้อนทาบลงบนกำแพงเมืองโดยรอบ
ละอองควันสีดำแดงแผ่กว้างออกไปหลายสิบจั้งปราณวิญญาณที่ถูกผนึกไว้ในระเบิดทั้งสามลูกนั้นระเบิดออกพร้อมกันคลื่นแรงกระแทกพุ่งกระจายไปรอบทิศ ราวกับแผ่นดินจะสั่นสะเทือนจนปฐพีหวั่นไหว
เสียงระเบิดยังไม่ทันสิ้นสุดเงาร่างของหยุนโม่ก็เคลื่อนไหวออกจากจุดนั้นอย่างรวดเร็วร่างของเขาเลือนหายไปในม่านหมอกควันก่อนที่ผู้ใดจะจับจ้องได้ถนัดตา
ณ ระยะห่างหลายร้อยก้าวบนดาดฟ้าหลังคาสูง หรือแม้แต่ตามมุมอับของตรอกซอยสายตานับสิบคู่ที่เฝ้าจับตาดูเหตุการณ์ต่างตกตะลึงจนเผลอกลั้นหายใจ
“นั่นมัน…อาวุธชนิดใดกันแน่…”“เปลวเพลิงนั่น…ปราณวิญญาณรุนแรงไปหรือไม่…”
ผู้คนที่ซุ่มดูอยู่ไกล ๆต่างเงียบงันราวกับถูกคลื่นพลังเมื่อครู่บดขยี้ความคิดจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยวาจาได้ทันที
และภาพเบื้องหน้าประตูจวนตระกูลหลี่บัดนี้ไม่หลงเหลือแม้แต่เงาความโอ่อ่าของจวนใหญ่เหลือไว้เพียงเพลิงไหม้ที่โหมกระหน่ำ และเศษซากที่ถูกแรงระเบิดบดขยี้อย่างไม่ปรานี