โจวหยวนเฉิงนำยาน้ำลดไข้สำหรับเด็กและแผ่นเจลแปะหน้าผากลดไข้มาให้เจียวจิ้นจำนวนหนึ่ง โดยเขาได้วาดขวดกระเบื้องเคลือบขึ้นมาเพื่อใช้ใส่ยาน้ำ หากเขาใช้ขวดแก้วมันจะทำให้ยาดูมีราคาแพงจนเกินไป เขาไม่ลืมที่จะใช้พู่กันขนาดเล็กเขียนวิธีใช้กำกับไปกับของแต่ละชนิดด้วย
“เอ่อ...เ้าให้ของพวกนี้กับข้าจริงๆ หรือ” เจียวจิ้นถามอย่างไม่มั่นใจ
“ให้ทั้งหมดนี่ล่ะ ไม่เช่นนั้น” โจวหยวนเฉิงทำท่าคิด “เ้าพาข้าไปหาน้องชายเ้าก็ได้ ข้าจะสาธิตวิธีใช้ให้ดูก่อน คราวต่อไปเ้าจะได้ทำเป็”
เจียวจิ้นหันไปมองหน้าโจวหลี่เฉียงเพื่อขอความเห็นก่อน ถึงจะมียาดีอยู่ในมือ แต่เพราะเมื่อก่อนโจวหยวนเฉิงเป็คนเกเรที่ชอบแกล้งคนไปทั่ว ดังนั้นหากเจียวจิ้นจะยังระแวงในตัวเขาก็คงไม่แปลก
“เ้าพาพวกเราเข้าไปในบ้านก่อนเถอะ หยวนเฉิงใช้ของพวกนี้จนชำนาญแล้ว ให้เขาทำให้เ้าดู หลังจากนั้นเ้าจะได้ดูแลน้องชายต่อเองได้” โจวหลี่เฉียงพูดขึ้น
ภายในลานบ้านของสำนักคุ้มภัยสกุลเจียวมีลานฝึกยุทธ์พร้อมอุปกรณ์เรียกได้ว่าครบถ้วน นี่คือร่องรอยของความรุ่งเรืองในอดีต แต่เวลานี้ลานบ้านที่ดูกว้างใหญ่กลับเงียบเหงามาก โจวหยวนเฉิงได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เหตุใดสำนักคุ้มภัยที่เคยยิ่งใหญ่ถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้
เจียวจิ้นรับรู้ได้ถึงสายตาของโจวหยวนเฉิง เขาจึงพูดเสียงเศร้า “เวลานี้ไม่มีใครมาว่าจ้างสำนักคุ้มภัยของพวกเราอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ท่านอารองขอแยกบ้านออกไป ทั้งยังตัดสัมพันธ์กับครอบครัวข้าไปด้วย เขาพาคนของสำนักคุ้มภัยที่ฝีมือดีตามเขาออกไปด้วยจนเกือบหมด ทำให้สำนักคุ้มภัยของเขามีคนเหลืออยู่ไม่มาก”
“คนไม่มีก็ฝึกขึ้นมาใหม่สิไม่เห็นจะยาก” โจวหยวนเฉิงพูด
“ฐานะที่บ้านข้าเป็อย่างนี้แล้ว เ้ายังคิดว่าพวกข้าจะมีปัญญารับคนเข้ามาเลี้ยงดูได้อีกหรือ ดูอย่างท่านพ่อกับท่านแม่ข้าเวลานี้สิ พวกท่านถึงกับต้องขนเครื่องประดับที่เป็สินเดิมของท่านแม่ไปขายถึงเมืองหลวงแล้ว”
“แล้วทำไมพวกเ้าไม่เอาไปขายที่ร้านรับซื้อเครื่องประดับที่ฝั่งเหนือล่ะ” โจวหลี่เฉียงถามขึ้น
“พี่หลี่เฉียงไม่รู้อะไร ร้านรับซื้อเครื่องประดับแห่งนั้นเป็ญาติกับท่านอาสะใภ้ของข้า หากท่านแม่ข้าเอาเครื่องประดับไปขายที่นั่น ท่านคิดว่าพวกข้าจะได้เงินมาสักเท่าไหร่กัน”
“อีกสองวันใช่ไหมที่ท่านอาทั้งสองจะกลับมา” โจวหยวนเฉิงเปลี่ยนคำถาม ในขณะที่มือของเขาเริ่มแกะแผ่นเจลแปะหน้าผากวางไว้ที่หน้าผากของเด็กชาย หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเช็ดตัวให้เด็กชายอย่างชำนาญ ในชาติที่แล้วเขาเคยเห็นช่วยแม่เช็ดตัวให้ญาติตัวน้อยอยู่บ่อยๆ
เจียวจิ้นพยักหน้าตอบ พร้อมกับดูการเคลื่อนไหวของโจวหยวนเฉิงอย่างสนใจ
“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็มีแค่พวกเ้าสองพี่น้องอยู่ที่บ้านเท่านั้นน่ะสิ” โจวหยวนเฉิงถามต่อ
“ยังมีพี่เป่าอยู่อีกคนหนึ่ง แต่เขาออกไปรับจ้างที่ท่าเรือฝั่งตะวันออก ค่ำๆ ถึงจะกลับ”
‘เจียวเป่า’ เด็กหนุ่มอายุสิบหกปี เคยเป็ขอทานที่เ้าสำนักคุ้มภัยเจียวและภรรยาช่วยไว้หลังจากที่เขาถูกกลุ่มขอทานคนอื่นทำร้ายจนาเ็สาหัส ด้วยความสงสารเจียวฮูหยินจึงรับอาเป่าไว้ในความดูแล
“ฟังดูแล้วบ้านเ้าก็ลำบากอยู่เหมือนกันนะ ว่าแต่ตอนนี้เ้าอายุเท่าไหร่”
“สิบสาม”
“ข้าก็เป็พี่ชายเ้าน่ะสิ น้องชายต่อไปเ้าต้องเรียกข้าว่าพี่หยวนเฉิง ข้ารับรองว่าข้าจะดูแลเ้าให้เหมือนน้องชายแท้ๆ ของข้าเองเลย” โจวหยวนเฉิงพูดอย่างใจดี ครอบครัวที่จิตใจดีอย่างนี้ เขาอยากยื่นมือเข้าไปช่วยให้เต็มที่จริงๆ
“ไม่มีทาง เด็กเกเรอย่างเ้า ข้าไม่อยากนับถือ” เจียวจิ้นปฏิเสธเสียงแข็ง
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเอามันแล้วยาลดไข้ของน้องชายเ้าน่ะ แล้วก็นี่ด้วย” โจวหยวนเฉิงยื่นมือออกไปหวังจะดึงเอาแผ่นเจลแปะหน้าผากออกจากศีรษะของเด็กน้อย
“อย่า! ข้า...ข้าเรียกเ้าว่าพี่ก็ได้” เจียวจิ้นพูดเสียงเบา
“ข้าไม่ค่อยได้ยิน บังเอิญว่า่นี้เหมือนหูจะไม่ค่อยดี ไหนลองเรียกใหม่ซิ” โจวหยวนเฉิงแกล้งเอียงหูขึ้นฟัง
“พี่...พี่หยวนเฉิง ท่านอย่าดึงของสิ่งนั้นออกจากหน้าผากน้องชายข้าเลยนะ แล้วก็ยาพวกนี้ ท่านมอบมันให้ข้าเถอะ ท่านอย่าเอาคืนเลย” เจียงจิ้นเอ่ยขอร้อง
ยังไม่ทันที่โจวหยวนเฉิงจะแกล้งน้องชายคนใหม่ต่อ เขาก็ได้ยินเสียงดุๆ ดังขึ้นเสียก่อน
“เ้าช่างกล้านัก กล้าเข้ามารังแกน้องชายข้าถึงในบ้านเชียวหรือ เห็นทีวันนี้ข้าต้องลงมือกับเ้าบ้างแล้ว” เจียวเป่าทำท่าถลกแขนเสื้อขึ้นเตรียมที่จะจัดการกับโจวหยวนเฉิง
“อาเป่า เ้าใจเย็นๆ ก่อนเถอะ หยวนเฉิงแค่เข้ามาดูอาการให้น้องชายคนเล็ก เ้าดูดีๆ สิ เขากำลังเช็ดตัวแล้วก็ป้อนยาให้น้องชายคนเล็กอยู่” โจวหลี่เฉียงรีบห้าม
“พี่เป่า ยานี้พี่หยวนเฉิงนำมาให้น้องเล็กจริงๆ ท่านรีบเข้ามาดูสิ เวลานี้น้องเล็กตัวไม่ร้อนเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว” เจียวจิ้นรีบพูดเสริม
“เ้าเข้ามาทำดีกับน้องชายข้าเพราะเหตุใด ที่บ้านเราไม่มีใครให้เ้าแกล้งได้แล้ว อีกทั้งพวกเราก็ไม่มีของมีค่าอะไรที่จะมอบให้เ้าได้เหมือนกัน” เจียวเป่ายังพูดเสียงแข็ง
“ข้าไม่ได้อยากได้สิ่งของตอบแทนเสียหน่อย แค่เห็นว่าเราเป็เพื่อนบ้านกันก็เลยอยากช่วยเหลือก็แค่นั้น แต่ถ้าเ้าไม่อยากรับน้ำใจจากข้า ข้าก็ขอตัวกลับบ้านก่อนก็แล้วกัน ขออภัยที่เข้ามายุ่งไม่เข้าเื่” โจวหยวนเฉิงก็ี้เีจะพูดกับคนเ้าอารมณ์และไม่มีเหตุผลอย่างนี้แล้วเหมือนกัน
โจวหยวนเฉิงรีบดึงมือพี่ชายของตัวเองเดินกลับบ้านด้วยความหงุดหงิดไปตลอดทาง ‘ทำดีแล้วไม่ได้ดี หงุดหงิดโว้ย’
แต่ถึงจะไม่พอใจอย่างนั้น โจวหยวนเฉิงก็กลับเข้ามิติไปวาดข้าวสาร เนื้อสัตว์ ไข่ และอาหารแห้งต่างๆ ที่จำเป็ แล้วให้พี่ชายเอาไปมอบให้อาจิ้นแทนตัวเอง โจวหลี่เฉียงได้แต่อมยิ้ม ‘โมโหแต่ก็ยังเป็ห่วง ช่างเป็คนดีจริงๆ’