“ เฮ้ย ! สามคนนี้ทำอะไรกันเนี่ย? รีบมาได้ละ เขาจะเล่นเกมกันแล้ว ! ” ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังอยู่ในห้วงบรรยากาศที่โรแมนติกพิลึกอยู่นั้นจู่ ๆ ว่านเซี่ยงก็มาพูดขัดจังหวะอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือซะได้
เมื่อหยางหลิวเห็นว่านเซี่ยงเข้ามาเขาก็ค่อย ๆ คลายมือที่โอบเอวไว้อย่างเป็นธรรมชาติก่อนที่หยางหลิวจะหันไปถามว่านเซี่ยงอย่างสงสัยว่า
“ เล่นเกมอะไร ? ”
“ ก็พวกเราคิดกันว่าจะจัดเกมแข่งกินเบียร์กันตอนนี้ทุกคนก็เห็นด้วยกันหมดแล้ว จะเหลือก็แค่พวกนายนี่แหละฉันเลยอาสามาเรียกให้ ” ว่านเซี่ยงตอบพลางมองทั้งสามคนที่นั่งใกล้กันแปลก ๆ
อย่างไรก็ตามว่านเซี่ยงก็ไม่ได้สนใจมากนักคงเป็นเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าทั้งสามคนมีความสัมพันธ์กันแบบนี้แต่แรกแม้จะไม่ได้เปิดเผยอย่างโจ่งแจ้ง แต่ในเมื่อทั้งสามคนชอบที่จะอยู่กันแบบนี้มันก็คงไม่มีปัญหาอะไรอย่างรักสามเส้าหรอกมั้ง
“ งั้นไม่เป็นไร พวกฉันไม่เล่นละกัน ฝากขอโทษเพื่อน ๆด้วยนะ ” เมื่อได้ฟังหยางหลิวก็ปฏิเสธอย่างรวดเร็ว เพราะเขาไม่ชอบเกมนี้อย่างมาก
“ ไม่ได้ ๆ พวกนั้นบอกว่านายต้องเข้าร่วมด้วยเพราะพวกนั้นก็อยากมีส่วนร่วมกับนาย ยังไงงานวันนี้ก็จัดมาเพื่อตอบแทนนายอยู่แล้วนี่ฉันได้ยินมาว่านายอุตส่าห์ไปติวให้พวกเขาตั้งหลายชั่วโมงดังนั้นถ้านายไม่เข้าร่วมมันก็ยังไง ๆ อยู่นะ ” ว่านเซี่ยงอ้างเหตุผลเพื่อโน้มน้าวใจให้หยางหลิวยอมตกลง
“ แต่... ” หยางหลิวยังพยายามจะปฏิเสธอีกครั้ง
ทว่าว่านเซี่ยงกลับพูดขึ้นมาในทันที
“ เอาแบบนี้ พวกเรามากัน 17 คน มันมีเศษอยู่แล้วคนหนึ่งทีมนายมีกันสามคนก็ได้ ส่วนเกมนี้ไม่จำเป็นต้องดื่มทุกคนขอแค่มีใครคนหนึ่งดื่มก็โอเคแล้ว นายจะรับผิดชอบแทนลู่เอินกับเหมยอี๋ก็ได้ ไม่มีปัญหาเลยขอแค่มาเข้าร่วมเล่นเกมสนุก ๆ กับพวกเราก็พอ ” เหมือนว่านเซี่ยงจะดูออกว่าหยางหลิวไม่อยากให้สองสาวต้องดื่มเบียร์เขาก็เลยเสนอไอเดียนี้ออกมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
“ อืม...งั้นก็โอเค ” ครั้งนี้หยางหลิวตอบตกลงเพราะหากพวกลู่เอินกับเหมยอี๋ไม่ได้ดื่ม เขาก็ไม่มีปัญหาอะไรนอกจากนี้ถ้าเขาดื่มไม่ไหวก็แค่เลิกดื่ม และออกจากการแข่งขันก็ได้
ถึงอย่างนั้นแม้หยางหลิวจะคิดอย่างถี่ถ้วนดีแล้วทว่าตัวหยางหลิวกลับไม่รู้เรื่องที่พวกเพื่อนของเขามีแผนการร้ายที่จะแกล้งพวกเขาทั้งสามซ่อนอยู่ด้วย
“ ฮ่า ๆๆ เยี่ยมไปเลย งั้นพวกเราไปกันเถอะ ” เมื่อหยางหลิวตอบตกลงว่านเซี่ยงก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายจนหยางหลิวรู้สึกเอะใจว่ามันต้องมีอะไรบางอย่าง
“ พวกเราหยางหลิวมาแล้ว ! มา ๆเริ่มเกมกันดีกว่า เอ้อ ! ขอทบทวนกติกานะว่าทีมไหนแพ้ต้องถูกลงโทษด้วยการสารภาพความรู้สึกที่มีต่อสมาชิกในทีมตัวเองดังนั้นถ้าใครแพ้ก่อนก็ต้องโดนลงโทษนะ ฮ่า ๆๆๆๆ ” ฉับพลันเมื่อหยางหลิวมาถึงหลัวโก่วที่รออยู่แล้วก็พูดขึ้นมาทันทีเหมือนกับนัดกันไว้
“ หา !? ” หยางหลิวถึงกับงงทีแรกเขานึกว่าจะแข่งกันดื่มธรรมดาซะอีก ที่ไหนได้ดันกลายเป็นการเล่นแบบนี้ไปซะนี่เห็นกันอย่างชัดเจนว่าคนพวกนี้ต้องการจะแกล้งพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
ยิ่งใช้เรื่องที่หากแพ้ต้องโดนลงโทษด้วยการสารภาพความรู้สึกที่มีต่อสมาชิกในทีมมาพูดกันแบบนี้อีกทั้งท่าทางมองมาที่เขาอย่างยิ้ม ๆ ก็บอกได้ชัดเจนแล้วว่าอะไรเป็นอะไร
“ เดี๋ยวก่อน ! พวกเราไม่แข่งนะ !” ลู่เอินปฏิเสธออกมาในทันที
“ ใช่ พวกเราไม่แข่ง ” ส่วนเหมยอี๋ก็พูดตามลู่เอินอย่างรวดเร็ว
ปฏิกิริยาตอบสนองของลู่เอินกับเหมยอี๋ย่อมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งแน่นอนว่าพวกเธอทั้งคู่เป็นคนที่ดื่มไม่เก่งเอามาก ๆถ้าหากต้องแข่งก็เหมือนให้หยางหลิวแข่งคนเดียว
แถมดูแล้วหยางหลิวก็ดื่มไม่เก่งอีกต่างหากก่อนหน้านี้หยางหลิวแค่ดื่มไปสามแก้วก็ออกอาการเมาเล็ก ๆ ให้เห็นแล้วด้วยไม่งั้นเขาคงไม่เอามือโอบเอวพวกเธอทั้งแบบนั้นหรอก
ซึ่งมันก็หมายความว่าพวกเธอมีโอกาสสูงมากที่จะต้องสารภาพความรู้สึกกับหยางหลิวอย่างเลี่ยงไม่ได้และในทำนองเดียวกันพวกเธอก็ต้องถูกหยางหลิวสารภาพความรู้สึกอีกด้วย !
“ พวกเธอไม่แข่งก็ไม่เป็นไรให้หยางหลิวแข่งแทนพวกเธอก็ได้นี่ ฮ่า ๆๆ ”ว่านเซี่ยงที่อยู่ข้าง ๆ พูดขึ้นพร้อมหัวเราะเสียงดัง
“ นี่... ” ลู่เอินพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ในทันทีทันใดเธอก็สังเกตถึงแววตาแปลก ๆ ของเพื่อนหยางหลิว
“ หยางหลิวคนเดียวก็เอาชนะสิบทิศได้แล้ว ! เธอไม่รู้เหรอหยางหลิวนี่มันมือหนึ่งของโลกเลยนะฝีมือของเขาไม่เป็นสองรองใครคนแบบนี้แหละเกิดมาเพื่อเป็นแชมป์...ถึงจะเป็นเรื่องเกมก็เถอะ ฮ่า ๆๆๆ ” ว่านเซี่ยงพูดคล้ายจะยกย่องหยางหลิว แต่จริง ๆแล้วเขาจงใจพูดเพื่อรอเยาะเย้ยในภายหลังต่างหาก
“ พวกเธอก็ไม่ต้องดื่มไง ให้หยางหลิวดื่มก็พอ ! ไม่ต้องคิดมากเรื่องจะดื่มมากจนกลับไม่ไหวหรอก อย่าห่วงเลย ฮ่า ๆๆๆๆ” หลัวโก่วเองก็หัวเราะอย่างสะใจ
หลังจากเห็นความหวานระหว่างหยางหลิวกับสาวสวยสองคนนี้บ่อยครั้งเข้ามันก็ทำให้หลัวโก่วเกิดรู้สึกอิจฉาเล็ก ๆ จนอยากแกล้งขึ้นมา
เมื่อลู่เอินได้ยินเธอก็อยากจะตอบกลับไปว่า
‘ ไม่ได้คิดมากเรื่องจะเมาหรือไม่เมาแต่คิดมากเรื่องแพ้ต่างหาก ! ’ ถึงอย่างนั้นลู่เอินก็ไม่กล้าพูดออกไปอยู่เพราะถ้าหากพูดไปจริง ๆ เธอก็คงต้องโดนแซวอย่างแน่นอน
“ เอาแบบนี้ในเมื่อพวกเธอไม่เห็นด้วยเราก็มาโหวตตัดสินกันดีกว่า เอ้า ! ทุกคนเห็นด้วยกันใช่ไหมพวกเรา? ” กู๋เจ๋อพลันหันไปถามเพื่อน ๆที่มาด้วยกันทันที
“ ใช่ ๆ”
“ เห็นด้วย ๆ ! ”
“ ฉันเห็นด้วย ! ”
“ ผมเห็นด้วย ! ”
“ ฉันด้วย ! ”
ซึ่งแน่นอนว่าเพื่อนที่นัดแนะกันไว้ก่อนก็ตอบสนองกันอย่างฉับไวเพราะภายในระยะเวลาสั้น ๆ ทุกคนนอกจากหยางหลิว ลู่เอินและเหมยอี๋ก็ยกมือเห็นด้วยกันทั้งหมด
ดูเหมือนว่าความหวานจนเลี่ยนของพวกหยางหลิวมันไปกระตุ้นต่อมอิจฉาของคนจำนวนไม่น้อยเลยจริง ๆ
“ ดูสิลู่เอิน เหมยอี๋ คนเห็นด้วยเกินครึ่งแล้วนะมีแค่พวกเธอกับหยางหลิวสามคนที่ไม่เห็นด้วย งั้นเอาเป็นว่ากติกานี้ก็ยังมีอยู่นะดังนั้นใครแพ้ก็ต้องไปสารภาพความรู้สึกกับสมาชิกในทีมซะล่ะ ส่วนถ้าพวกเธอไม่แข่งตั้งแต่แรกก็ให้ถือว่าแพ้เป็นทีมแรกละกันฮ่า ๆๆๆ ” กู๋เจ๋อพูดยึดเสียงส่วนมากแม้จะเห็นได้ชัดเจนว่ามันมีการโกงเกิดขึ้นก็ตาม
“ นี่พวกนาย ! พวกนายรวมหัวกันแบบนี้เลยเหรอ? ” ตอนนี้ลู่เอินจึงเข้าใจแล้วว่าพวกเพื่อน ๆจงใจแกล้งพวกเธอนี่เอง แม้แต่เพื่อนสนิทของลู่เอินก็ยังไม่เว้น หากพูดกันตามตรงเหมือนเพื่อนสนิทของลู่เอินเป็นคนแรกที่ยกมือด้วยซ้ำ
“ ลู่เอิน หยางหลิวจะทำยังไงดี !? ฉันดื่มไม่เก่งจริง ๆ นะ ถ้าหากแพ้ขึ้นมาจะทำยังไงดีล่ะ !!? ” ฝ่ายเหมยอี๋เริ่มหวั่นวิตกมากขึ้น เธอไม่อยากจินตนาการเลยจริง ๆว่าถ้าแพ้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ยิ่งต้องพูดความรู้สึกที่มีอยู่ติ่หยางหลิวและลู่เอินยิ่งยากเข้าไปใหญ่แม้เหมยอี๋จะแสดงออกให้หยางหลิวได้รับรู้อยู่บ่อยครั้งแล้วก็ตามยังไงซะการพูดเรื่องนี้มันก็ค่อนข้างเปราะบางมากเกินไป
“ ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าพวกเธอไม่อยากแพ้ผมจะพยายามเอาชนะให้ได้ ดังนั้นไม่ต้องเป็นกังวลนะ ” หยางหลิวเริ่มรู้สึกเห็นใจทั้งลู่เอินทั้งเหมยอี๋
พูดกันตามจริงหยางหลิวก็ไม่ใช่คนที่ดื่มเหล้าดื่มเบียร์มากนักว่ากันง่าย ๆ คือคอไม่แข็งเลย ถึงหยางหลิวจะเคยดื่มอยู่หลายครั้งจริง แต่ก็ไม่นับว่าเขาดื่มเก่งสักเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ
อย่างไรก็ตามหยางหลิวก็จะพยายามทำอย่างดีที่สุดเพื่อไม่ให้ลู่เอินกับเหมยอี๋ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบอย่างเด็ดขาด !
“ ฮ่า ๆๆๆ เอาล่ะเริ่มกันได้แล้ว ! แจกเบียร์เลย ! ” กู๋เจ๋อพูดเปิดการแข่งขันอย่างไม่รอช้า
ต่อจากนั้นพนักงานเสิร์ฟก็นำเบียร์มาให้คนละแก้วอย่างรวดเร็ว
“ เดี๋ยวก่อน !!! ทำให้พวกเราถึงได้สามแก้วล่ะ !?” ลู่เอินพูดอย่างไม่ยินยอมในทันที เห็นกันชัด ๆว่าพวกเธอกำลังถูกเอาเปรียบอีกครั้ง
“ พวกเราก็แจกเบียร์กันตามจำนวนคนไง ในเมื่อทีมของพวกเธอมีเยอะก็เลยได้เยอะกว่าฮิฮิ ”
“ ใช่ ๆ คนเยอะกว่าก็ต้องได้เยอะกว่าสิไม่งั้นพวกเราก็แพ้กันพอดี ”
“ ลู่เอินเนี่ยถามอะไรแปลก ๆ นะ ฮิฮิ ”
คราวนี้เป็นเพื่อน ๆ ลู่เอินพูดขึ้นบ้างพวกเธอจงใจแกล้งอย่างเปิดเผยไม่น้อยหน้าเพื่อนของหยางหลิวเลยเรียกได้ว่ารวมหัวกันแกล้งอย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้พวกลู่เอินได้ตอบโต้เลยสักนิด
ส่วนลู่เอินกับเหมยอี๋ได้แต่รู้สึกอึ้งอยู่อย่างพูดไม่ออกไม่รู้ว่าพวกเธอทั้งสองคนไปทำเวรกรรมอะไรไว้ แค่ชอบคนเดียวกันก็ลำบากใจจะแย่แต่ตอนนี้เพื่อน ๆ ดันมาแกล้งพวกเธออีก
หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนทุกคนก็ต่างดื่มเบียร์จนหมดแล้วเหลือก็แค่ทีมของหยางหลิวเท่านั้นที่ยังดื่มไม่หมด
“ อ้าว ! พวกเธอไม่ดื่มเหรอ ? ถ้าไม่ดื่มจนหมดในรอบนี้ถือว่าแพ้นะแล้วก็...ต้องไปสารภาพกับอีกฝ่ายด้วยล่ะ ฮ่า ๆๆๆ ” หลัวโก่วที่ดื่มเสร็จแล้วจึงหันมาแซวพวกลู่เอินกับเหมยอี๋อย่างอารมณ์ดี
เมื่อเป็นแบบนี้ลู่เอินกับเหมยอี๋เลยได้แต่อดทนและพยายามที่จะดื่มเบียร์อีกสองแก้วให้หมด พร้อมกันนั้นก็จดจำวันนี้อย่างขึ้นใจว่าถ้ามีโอกาสได้เอาคืนพวกเธอจะจัดให้สาสมใจเลยทีเดียว !
แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะดื่มเบียร์นั้นหยางหลิวกลับห้ามพวกเธอไว้อย่างฉับไว
“ พวกเธอไม่ต้องดื่มหรอก ให้ผมจัดการเองดีกว่า ”หยางหลิวคว้าแก้วเบียร์ทั้งสองแก้วไว้ในมือ และดื่มมันอย่างรวดเร็ว