บัลลังก์เสน่หา

    พันไว้ด้วยไฟเสน่หา 5


    โรงเตี๊ยมทุกแห่งบ้านเกือบทุกหลัง ไม่เว้นแม้กระทั่งวัดหรือศาลเจ้าต่างได้รับการสอบถามจากทหารแห่งค่ายเจิ้งถงถึงบุคคลหนึ่งโดยไม่มีที่ใดเล็ดลอดสายพระเนตรไปได้

            องค์ชายฝานจิ้งทรงพบว่าพระองค์ทรงมาถูกทางแล้วทหารผู้ติดตามได้พบเด็กชายคนหนึ่งขณะกำลังตากเครื่องแบบทหารอยู่ที่เพิงข้างศาลเจ้าเล็กๆซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลผู้คนเมื่อสอบถามรายละเอียดก็ได้ความจากแม่เฒ่าสูงวัยว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งมาขอพักค้างแรมด้วยแต่ยังไม่ทันจะรุ่งสางดี นางก็รีบนำม้าออกเดินทางต่อแถมยังทิ้งเงินไว้ให้นางและหลานจำนวนหนึ่งอีกด้วย

            “ข้าห่วงก็แต่ว่านางจะล้มเจ็บเอากลางทางเพราะเมื่อคืนตัวนางทั้งมีไข้ทั้งไอ หยูกยาที่ตัวข้าพอหาได้อาจจะพอทำให้ไข้แค่ทุเลาลงเท่านั้น”

            เป็นครั้งแรกที่องค์ชายฝานจิ้งทรงยินดีกับการเจ็บป่วยของนางเจ้าเด็กดื้อของพระองค์คงจะพาตัวเองไปได้ไม่ไกลจากนี้มากนัก หากเร่งตามสุดแรงม้าคงจะได้ตัวนางก่อนค่ำเป็นแน่ที่ต้องคิดจากนี้ก็คงเหลือแค่ว่าจะลงโทษแม่สาวน้อยแสนดื้อรั้นนางนี้อย่างไรเท่านั้น

            หยางเสีย...หากข้าได้เจ้ากลับมาแนบเคียงแล้วไซร้ทัณฑ์ปรารถนาจากหัวใจข้าจะพันผูกเจ้าไว้ตราบจนชีวานี้จะหาไม่ แต่เพียงแค่หนึ่งชั่วชีวิตนี้ยังสั้นไป

            รักของข้าที่มีต่อเจ้าจะต้องยาวนานกว่านั้น

            เพราะรักของข้าจะไม่หยุดเพียงคำว่านิรันดร์...     

            ยามอาทิตย์อัสดง ท่ามกลางละอองหมอกสลัวที่โรยตัวอยู่บนหนทางเปล่าเปลี่ยวร้างไร้ผู้คนสัญจรไปมาเงาร่างบอบบางบนหลังม้าก็ปรากฏแก่สายพระเนตร นับว่าหยางเสียเรียนรู้จากกองทัพได้ดีจึงพาตัวหนีพระองค์มาได้ไกลถึงเพียงนี้ถ้าไม่ติดว่านางกำลังป่วย นางคงจะไปได้ไกลกว่านี้มากแล้ว

            แรงกายเฮือกสุดท้ายซึ่งฝืนทนมานานเกือบจะหมดลงได้พอๆกับแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าไปหยางเสียจึงค่อยบังคับม้าให้ย่างก้าวไปทีละน้อยแต่ในทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังสนั่นกึกก้องราวพื้นพสุธาจะถล่มจากเบื้องหลัง

            ท่านแม่ทัพ! เพียงได้สบพระเนตรคมสีนิลของพระองค์ที่กำลังควบม้าทรงตรงมาจนห่างกันแค่ไม่กี่ช่วงตัวหัวใจหยางเสียก็กระตุกเย็นวูบ สองมือของนางกุมบังเหียนแน่นก่อนจะลงแรงฟาดขาข้างตัวม้าซึ่งอ่อนล้าพอกันให้ออกตัววิ่ง

            แต่กว่าหยางเสียจะออกตัวได้ก็ช้าเกินไปอุ้งพระหัตถ์ใหญ่ยื่นมากระชากบังเหียนให้สะบัดกลับไปอีกทางเสียก่อนม้าของนางเสียหลักและนางที่เสียการทรงตัวจากการเปลี่ยนทิศทางกะทันหันก็โอนเอนไปมาใกล้จะตกจากม้าเต็มทีองค์ชายฝานจิ้งทรงกระโดดลงจากม้าแล้วรีบพุ่งเข้ารับเอาเจ้าของร่างบางที่กำลังหล่นลงจากหลังม้าไว้ได้ทันท่วงที

            พระองค์ยังไม่มีถ้อยดำรัสใดจะเอื้อนเอ่ยกับหญิงสาวเวลานี้ขอเพียงได้ทรงกอดรั้งนางไว้อย่างนี้ขอเพียงพระวรกายนี้สัมผัสได้ถึงความอุ่นนุ่มของร่างในอ้อมพระกรก็เพียงพอแล้ว...

            ขอเพียงให้หัวใจข้านี้รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเจ้ายอดรักลาภยศสิ่งอื่นใด ข้าฝานจิ้งไม่ต้องการ!

            “ปล่อย...ได้โปรดปล่อยข้าไปนะขอรับ ได้โปรด” เจ้าร่างน้อยดิ้นฮึดฮัดไม่ยอมหยุดแม้เหนื่อยหอบปานใด

            “อยากไปจากชีวิตข้ามากเลยหรือไรถึงได้หนีออกมาทั้งที่ไม่สบายถึงขนาดนี้”กายอุ่นร้อนด้วยพิษไข้ของหญิงสาวเสียดสีกับพระอุระกว้าง อาการแข็งขืนจากนางเริ่มอ่อนลงทุกที

            “ข้าผิดเองน่ะขอรับ...ข้าผิดเองได้โปรดให้ข้าจากไป หรือจะทรงฆ่าข้าให้ตายตรงนี้เลยก็ได้แต่ได้โปรดอย่าทำอย่างนี้” ยิ่งนางฝืนกายดิ้นรนมากเท่าไรอ้อมพระพาหาของท่านแม่ทัพก็ยิ่งรัดรึงนางให้อยู่นิ่งจนไม่อาจกระดิกกายได้

            เมื่อสุดที่หัวใจนั้นจะทานทนหยางเสียปล่อยโฮออกมาดังลั่น หัวใจที่อ่อนแอดวงนี้ไม่อาจทนกลั้นน้ำตาได้อีกแล้วเพราะไม่อยากจะอยู่รอจนเห็นสายพระเนตรของพระองค์มองนางอย่างผิดหวังเมื่อความจริงเปิดเผยจึงได้ตัดสินใจละทิ้งคำมั่นว่าจะอยู่กับพระองค์และชิงหนีจากมาเสียก่อน

            เมื่อเห็นเจ้ายอดดวงใจร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจองค์ชายฝานจิ้งจึงได้ทรงคลายท่อนพระกรซึ่งกอดรัดนางลงแต่ดูเหมือนลูกแมวน้อยของพระองค์ยังไม่หมดฤทธิ์เสียทีเดียวเมื่อเห็นว่าพระพาหาคลายแรงกอดลงแล้วนางก็รีบผละกายวิ่งออกห่าง

            “ข้าเป็นผู้หญิง! เป็นผู้หญิง!ไม่ใช่ผู้ชายอย่างที่พระองค์เข้าใจ!” ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของสายลมหยางเสียตะโกนออกมาสุดเสียงก่อนจะทรุดตัวลงสะอื้นจนตัวโยนกอดตัวเองอย่างเจ็บปวดที่สุด...

            เจ็บที่สุด! ที่ตัวเองไม่สามารถเป็นอย่างที่ท่านแม่ทัพต้องการได้

            องค์ชายฝานจิ้งทรงปล่อยให้หญิงสาวระบายความอัดอั้นออกมาจนหมดจึงค่อยก้าวพระบาทเข้าไปหา พระองค์ทอดพระเนตรดวงหน้าที่เปื้อนน้ำตาเป็นทางทรงรู้แล้วว่าดวงใจของพระองค์หนีมาด้วยเหตุใด

            “รู้แล้ว...ข้ารู้แล้วว่าเจ้าเป็นสตรี”พระสุรเสียงนั้นราบเรียบ ไม่มีแววโกรธเคืองแต่อย่างใด จะโกรธนางได้อย่างไรที่นางเจ็บปวดทรมานจนต้องหนีมานี่ก็ไม่ใช่เพราะคิดถึงความรู้สึกของพระองค์เป็นที่ตั้งหรอกหรือ        

            หยางเสียตะลึงงันกับสิ่งที่ได้ยิน

            “คืนที่เจ้าถูกแมลงกัด...หน้ากระจกเงาในห้องสรงคืนนั้นที่ข้าได้รู้ความจริงทั้งหมด” ยิ่งตรัสหญิงสาวก็ยิ่งก้าวถอยห่าง

            “ข้าไม่เคยคิดที่จะไล่เจ้าไป...ไม่เคยคิดเลยเจ้าเองก็สัญญาว่าจะอยู่กับข้าไม่ใช่หรือไร”

            “ข้ามันเป็นคนโกหก หลอกลวงความเมตตาของพระองค์”สายตาหม่นเศร้าของหญิงสาวที่ส่งมานั้นชวนให้องค์ชายฝานจิ้งทรงระทดท้อในพระทัยยิ่ง“ข้าไม่อาจทนเห็นพระองค์ทรงผิดหวังในตัวข้าได้”

            “ไยไม่รอฟังความจริงจากใจข้าก่อน”หากวันนั้นนางเพียงแค่รอให้พระองค์กลับถึงกระโจมเสียก่อนพระองค์ก็จะทรงบอกถึงความรู้สึกที่มีต่อนางทั้งหมด นางก็คงไม่ต้องร้องไห้มากมายถึงขนาดนี้แต่จะโทษนางทั้งหมดก็คงไม่ได้ เป็นเพราะพระองค์ด้วยที่ไม่ทรงยับยั้งความปรารถนาที่มีและเข้ากอดจูบนางโดยง่ายหยางเสียในร่างชายย่อมต้องตกใจเป็นอย่างมากเช่นกัน

            ตำหนักแสงจันทร์นั้นเป็นบ้านหลังแรกตำหนักถงเหมิงและด่านเจิ้งถงเป็นเหมือนบ้านอีกหลังบ้านทุกหลังจะไม่มีความหมายในชีวิตอีกต่อไป หากไร้นางข้างกาย...

            “กลับบ้าน...กับข้านะเสียเอ๋อร์” พระสุรเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนทว่าหนักแน่นมั่นคงดั่งขุนเขาเข้าโอบกอดหัวใจหยางเสียองค์ชายฝานจิ้งทรงยื่นพระหัตถ์ออกไป อุ้งหัตถ์นี้จะเป็นสัญญาว่าต่อให้ภูผาถล่มแม้แผ่นดินล่มสลายหรือกระทั่งผืนฟ้าทลายลง พระองค์ก็จะไม่ทรงปล่อยมือจากนาง

            เพราะนับแต่นี้ไป หยางเสีย...นางคือบ้านของหัวใจ

            สายลมหนาวสะบัดพัดพลิ้วหยางเสียยืนมองพระหัตถาใหญ่ที่ยื่นมาน้ำตาอันเริ่มแห้งเหือดนั้นปริ่มรื้นขึ้นมาอีกครา ก่อนจะไหลอาบแก้มเป็นทาง

            บ้านอย่างนั้นหรือ...ข้ามีบ้านให้กลับแล้วอย่างนั้นหรือ

            น้ำตาที่ไหลออกมาในหนนี้ไม่ใช่น้ำตาแห่งความรวดร้าวทุกข์ทรมานอีกต่อไปหากแต่เป็นน้ำตาแห่งความสุขเมื่อรู้ว่าตัวตนแท้จริงของนางได้รับการยอมรับจากคนที่นางรักที่สุดนางสามารถวางหัวใจให้อยู่ในความดูแลของท่านแม่ทัพผู้เป็นเจ้าของพระหัตถ์นี้ได้ทุกหยาดหยดของน้ำตาของ  หยางเสียในเวลานี้จึงถือกำเนิดจากความปิติและความรักซึ่งเอ่อล้นเต็มหัวใจ

            หยางเสียยื่นมือออกไปอย่างไม่หลงเหลือความลังเลใดๆในใจอีก แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัสยังปลายหัตถาอุ่นความสุขก็แผ่ซ่านเข้าไปในหัวใจจนรู้สึกเต็มตื้นตอนนี้มือของนางอยู่ในอุ้งพระหัตถ์ที่แข็งแกร่งมั่นคงและแสนอบอุ่นที่สุด นางกุมพระหัตถ์ไว้แน่นนับจากนี้ นางจะเป็นคนของพระองค์ตลอดกาล ต่อให้ร่างกายนี้ดับสิ้นไปวิญญาณดวงนี้ก็จะยังคงเป็นของพระองค์...

            แม่จ๋า...เสี่ยวเสียของแม่ทั้งสองมีบ้านแล้วนะ

            องค์ชายฝานจิ้งทรงกุมมือน้อยไว้อย่างมั่นคงก่อนดึงร่างนั้นเข้าแนบพระอุระ สองพระกรทรงกอดหยางเสียอย่างรักใคร่หวงแหนและหวังว่าอ้อมกอดนี้จะช่วยถ่ายทอดความรักทั้งหมดของพระองค์ไปสู่ร่างกายและหัวใจดวงน้อย

            หิมะแรกแห่งเหมันตกาลได้ทิ้งตัวโปรยปรายลงแล้วความหนาวเหน็บเสียดแทรกเข้าสู่ทุกอณูของชั้นบรรยากาศแม้เหมันต์อันแสนโหดร้ายได้เข้ามาเยือนอย่างเต็มตัว แต่หัวใจทั้งสองดวงไม่ต้องเหน็บหนาวเปลี่ยวเหงาอีกต่อไปแล้ว

            เพราะสองหัวใจนั้นต่างจะเป็นบ้านของกันและกันนับจากวันนี้ไป...


             

    คล้ายกับเรื่องบัลลังก์เสน่หา ที่คุณอ่าน

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405