โลกหมื่นมิติ

    62.ลงมือ

       “เจ้านี่คืออสรพิษเขาเดียวมันแข็งแกร่งมากอย่างน้อยก็อยู่ในระดับตะวันอย่างแน่นอน”ชายชราระดับดาราคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

       “อะไรนะอสรพิษเขาเดียวอย่างนั้นหรอ จบสิ้นแล้ว”

       “แล้วแบบนี้เราจะเอาชนะมันได้ยังไงกัน”

       “จำนวนพวกมันมีเยอะเกินไปเราจะทำยังไงดี”

       “ข้าไม่อยากคิดเลยว่าถ้าพวกมันเข้าเมืองมาได้จะเกิดอะไรขึ้น”

       บางคนเริ่มพูดอย่างหวาดกลัวและสิ้นหวังซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ปลุกพลังที่ไม่แข็งแกร่งมากนัก ไม่แปลกที่พวกเขาจะเป็นแบบนั้นเพราะว่าพวกเขายังไม่เคยเจอการต่อสู้แบบนี้

       “ทำไมอยู่ดีดีพวกสัตว์อสูรทะเลจำนวนมากถึงได้บุกเมืองของเรากัน”

       คำพูดนี้ทำให้ทั่วบริเวณเงียบลง ถ้าไม่ใช่พวกตระกูลใหญ่พวกเขาไม่มีทางรู้ต้นเหตุของเรื่องนี้ได้เลย

       “มนุษย์พวกเจ้าบังอาจสังหารลูกหลานของข้าวันนี้ข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องชดใช้ ฆ่ามนุษย์ทุกคนในเมืองให้หมดอย่าให้ใครรอดไปได้แม้แต่คนเดียว”เสียงของสัตว์อสูรอสรพิษเขาเดียวดังก้องไปทั่วทั้งเมืองสร้างความหวาดกลัวให้กับทุกคนอย่างมาก

       สิ้นคำพูดของอสรพิษเขาเดียวสัตว์อสูรทะเลทั้งหมดก็บุกโจมตีเมืองทันที

       คลื่นสัตว์อสูรโถมเข้าหาเมืองอย่างหนาแน่นมีทั้งสัตว์อสูรที่รูปร่างที่แตกต่างกันบางตัวเหมือนกุ้ง ปู หอย หรือจะพูดก็คือพวกมันคือสัตว์อสูรที่วิวัฒนาการมาจากสัตว์ทะเลนั้นเอง

       ในสายตาของไผ่ที่มองจากบนกำแพงสัตว์อสูรที่บุกเข้ามาไม่ได้แข็งแกร่งมากนะระดับของพวกมันไม่เกินระดับทองเลย แต่จำนวนของพวกมันไม่มีสิ้นสุด

       เมื่อสัตว์อสูรเข้ามาใกล้ทุกคนบนกำแพงเริ่มโจมตีทำให้ทักษะวิชามากมายโถมลงใส่สัตว์อสูรไม่หยุด

       ไผ่และผู้ติดตามของเขายืนกอดอกมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าเรียบเฉยโดยไม่ลงมือเนื่องจากสัตว์อสูรเหล่านี้อ่อนแอเกินไป

       ไม่ได้มีเพียงแค่กลุ่มของไผ่เท่านั้นที่ไม่ลงมือขุมกำลังใหญ่อื่น ๆ เองก็ไม่ได้ลงมือเช่นกัน

       เวลาผ่านไปช้า ๆ สัตว์อสูรที่บุกขึ้นมาเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ 

       ผ่านไปกว่าสองชั่วโมงตอนนี้สัตว์อสูรที่บุกขึ้นมาไม่มีตัวไหนระดับต่ำกว่าระดับเงินแล้วและเริ่มมีระดับทองคำขาวปรากฎขึ้นมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ 

       การบุกของสัตว์อสูรแบบนี้ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์เพราะมันไม่สามารถสร้างความเสียหายอะไรได้ แต่ความจริงแล้วแม้ว่ามันจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเมือง แต่มันก็สร้างความเหนื่อยล้าให้กับผู้ปลุกพลังได้

       แม้ว่าพวกเขาจะสามารถใช้หินพลังงานหรือโอสถในการฟื้นฟูความเหนื่อยล้าได้ แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะฟื้นฟูได้ทัน

       “ถึงเวลาแล้ว”ไผ่พูดออกมาเบา ๆ ก่อนจะกลืนโอสถเร่งการฝึกฝนระดับSลงไป จากนั้นไผ่ได้ย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วออกแรงกระโดดขึ้นไปบนฟ้า ด้วยพละกำลังอันมหาศาลที่มีทำให้ไผ่กระโดดไปไกลหลายร้อยเมตร

       ตู้ม

       ไผ่กำหมัดแน่นแล้วทิ้งตัวลงมาจากท้องฟ้าต่อยใส่สัตว์อสูรทะเลระดับทองคำม่วงตัวหนึ่งจนร่างกายแหลกละเอียด ไม่เพียงแค่นั้นรัศมีหลายสิบเมตรรอบ ๆ ตัวของไผ่กลายเป็นหลุมที่ลึกเกือบสิบเมตรจากแรงหมัด

       ตอนนี้ยังไม่มีใครที่ลงจากกำแพงลงไปต่อสู้ด้านล่างเลยแม้แต่คนเดียว ทำให้การกระทำของไผ่กลายเป็นจุดสนใจขึ้นมาทันที

       “ใครกันทำไมถึงได้ลงสู้ข้างล่างแบบนั้นคนเดียว”

       “เพียงแค่คนโง่เท่านั้นแหละหรือไม่ก็แค่อยากฆ่าตัวตาย”

       คำพูดเยาะเย้ยดังขึ้นเมื่อเห็นการกระทำของไผ่

       ไผ่ที่พึ่งกระโดดขึ้นมาจากหลุมก็โดนสัตว์อสูรทะเลกลุ่มใหญ่ล้อมเข้ามาจากทุกทิศทางทันที

       “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เข้ามาวันนี้พวกเจ้าคือตัวช่วยในการทะลวงระดับของข้า”ไผ่พูดพร้อมหัวเราะเสียงดังก่อนจะพุ่งเข้าทางกลุ่มที่มีสัตว์อสูรมากที่สุด

       ด้วยพละกำลังอันมหาศาลที่มีทำให้ทุก ๆ หมัดที่ต่อยออกไปจะมีสัตว์อสูรทะเลระดับทองหนึ่งตัวที่ต้องตาย

       ยิ่งได้สู้ไผ่ยิ่งสนุกเขาหัวเราะอย่างมีความสุขตลอดเวลาทุกครั้งที่ต่อยออกไป ในขณะเดียวกันไผ่ก็ไม่สนใจเลยว่าจะถูกโจมตีจากทางไหนเพราะว่าสัตว์อสูรทะเลระดับทองไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับไผ่ได้

       ผ่านไปเพียงสิบนาทีรอบตัวของไผ่เต็มไปด้วยซากของสัตว์อสูรทะเล จากที่ดูก็ไม่ต่ำกว่าร้อยตัวแล้ว

       “พวกคุณมีใครเคยเห็นนายน้อยลงมือไหม”เพชรเอยถามคนอื่น ๆ 

       “ไม่เคยเลยครับ”มงคลตอบขณะมองการต่อสู้ของไผ่อย่างชื่นชม

       “ผมเองก็ไม่เคยเห็นเหมือนกันแม้จะคิดอยู่เสมอว่านายน้อยแข็งแกร่งมากแต่ไม่คิดเลยว่าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ในระดับเดียวกันผมยังไม่เคยเห็นใครมีความแข็งแกร่งทางร่างกายขนาดนี้มาก่อนเลย”เพชรอดที่จะชมไม่ได้เมื่อเห็นความแข็งแกร่งของไผ่

       “ผมไม่เคยคิดเลยว่าเวลาต่อสู้นายน้อยจะกลายเป็นคนละคนแบบนี้ ดูไม่ออกเลยนะครับว่าจะเป็นคนคนเดียวกับที่มักจะแสดงรอยยิ้มสุภาพตลอดเวลา”พงษ์อดที่จะพูดไม่ได้ ตั้งแต่ติดตามไผ่มาเข้ายังไม่เคยเห็นไผ่ลงมือเลยสักครั้งแต่พอได้เห็นเขาไม่สามารถนึกออกเลยว่าคนตรงหน้าจะเป็นคนที่มักจะยิ้มแย้มและสุภาพคนนั้น

       “พวกนายควรจะหุบปากกันได้แล้วนะ พวกนายมีสิทธิ์อะไรพูดลับหลังนายน้อยหรือพวกนายไม่รู้ว่านายน้อยเป็นคนยังไง”

       คำพูดอันเย็นชาของพลอยทำให้ทุกคนเงียบทันที นอกจากไผ่แล้วก็มีพลอยนี่แหละที่พวกเขากลัวเพราะพวกเขาทุกคนมักจะโดนซ้อมอย่างหนักทุกครั้งเวลาทำอะไรผิดพลาด

       “พวกนายก็ลงไปเถอะและอย่าให้ใครเข้าไปรบกวนการต่อสู้ของนายน้อยเด็ดขาด”พลอยหันไปสั่งระดับเพชรทั้ง16คนด้านหลัง

       “ครับ”พวกเขาทั้งหมดขานรับพร้อมกันแล้วกระโดดลงจากกำแพงพุ่งไปในทิศทางที่ไผ่อยู่ทันที.