ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 164 เส้นทางที่โง่เขลา

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 164  เส้นทางที่โง่เขลา



        ร่างของชายในชุดสีม่วงกระเด็นลอยออกไปด้านหลัง


         “ฮึก! แค่กๆ” เมื่อถูกกระแทกอย่างรุนแรงที่ช่วงอก จึงทำให้มันหายใจไม่ทันและสำลักออกมา 


        ก่อนหน้านี้มันตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หมัดของจินขัดขวางมันเอาไว้ เขาไม่ต้องการจะเสวนาอะไรกับศัตรู


        แม้ว่าหมัดของจินจะรุนแรงมาก แต่จริงๆ แล้วสำหรับอีโวลระดับหนึ่งด้วยกันมันไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสด้วยซ้ำ อย่างมากสุดก็เพียงสร้างอาการบอบช้ำภายในเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากนัก


        ต้องเข้าใจว่าจินเป็นอีโวลที่พัฒนาด้วยการยกระดับวิญญาณจนถึงขีดสุด การที่เขามีกำลังกายมากขนาดนี้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว ต้องขอบคุณความพิเศษของกายวิสุทธิ์ที่มอบพลังโจมตีที่เหนือกว่าร่างกายปกติมาให้ จึงทำให้พลังกายของจินไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าอีโวลระดับหนึ่งที่ฝึกฝนมุ่งเน้นไปที่กายเนื้อ


        แต่แน่นอน นั่นทำให้จินไม่สามารถชี้ขาดการต่อสู้ได้ในทันที ซึ่งในไม่ช้า เมื่ออีกฝ่ายตั้งตัวได้ พลังกายของจินจะไม่ได้เปรียบอีกต่อไป


        ร่างของชายชุดม่วงหยุดยั้งตนเองไว้ได้กลางทางก่อน จึงไม่ได้ชนเข้ากับปลายยอดของหอคอยสีทอง


        หลังจากมันปรับสภาพร่างกายได้ ความปั่นป่วนของพลังงานภายในค่อยๆ กลับมาสงบ ดูเหมือนว่าการโจมตีเมื่อครู่จะไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด แม้อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งกว่าตนเอง แต่ก็ไม่ได้เหนือไปกว่าอีโวลระดับที่หนึ่ง...นี่เป็นข่าวดีสำหรับชายชุดม่วง


        ร่างที่เพิ่งถูกโจมตีจนกระเด็นลอยออกไป เงยหน้าขึ้นมองดูศัตรูของตนเองก่อนที่จะคลายความตึงเครียดลง อีกฝ่ายยังคงเป็นอีโวลระดับที่หนึ่ง อย่างน้อยๆ มันก็มีโอกาสรอดจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่


        ชายในชุดเครื่องแบบสีม่วงเผยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก กำหมัดแน่น เกร็งพลังไปทั่วทั้งร่างเตรียมพร้อมรับการโจมตีในครั้งต่อไป


        แต่การโจมตีระลอกถัดไปไม่เกิดขึ้น ร่างของจินยังยืนนิ่งอยู่กลางอากาศ จ้องมองกลับมาด้วยสายตาที่เย็นชา ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีความกังวลอยู่เลย...นั่นเป็นเพราะเขาเตรียมการเอาไว้แล้ว


        สำหรับจิน หลังจากทดสอบกำลังเบื้องต้นไปแล้ว ก็พอจะทราบว่าพลังของชายชุดม่วงไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะปราบปรามได้ในทันทีเช่นกัน หากต้องการจัดการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจำเป็นต้องใช้อุบายเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเขาก็ได้เตรียมพร้อมสิ่งนั้นไว้หมดแล้ว


        ร่างของชายหนุ่มในชุดสีฟ้าไม่ได้ขยับ แต่หมอกควันสีดำด้านหลังกลับพวยพุ่งออกมามากมาย พวกมันคืออสูรควันทั้งหมดที่อยู่ภายในมิติประดิษฐ์ลำดับที่แปด แม้พวกมันแต่ละตัวจะไม่แข็งแกร่งเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าตัวตนทรงพลังระดับอีโวล แต่เมื่อรวมตัวกันเป็นจำนวนมหาศาล ก็เพียงพอแล้วที่จะขัดขวางไม่ให้อีโวลเคลื่อนไหวได้สะดวก


        รอยยิ้มมุมปากบนใบหน้าของชายวัยกลางคนที่ผุดขึ้นพลันหายไปอย่างรวดเร็ว อสูรควันจำนวนมหาศาลที่โผล่ออกมาจากด้านหลังของจินมีจำนวนมากเกินไป มากจนน่าตกใจ จำนวนที่มากขนาดนี้แม้จะเป็นอีโวลก็ยังรู้สึกรำคาญ


        นี่ยังไม่นับโกเลมหินทั้งสองตน และซากศพที่มีพลังครึ่งก้าวเข้าสู่อีโวลที่ติดตามมาไม่ห่าง เมื่อรวมเข้ากับความจริงที่ว่าศัตรูหลักของตัวมันก็คือชายหนุ่มในชุดเกราะสีเงินที่อยู่ตรงหน้า นี่ยิ่งกลายเป็นเรื่องยุ่งยากเข้าไปใหญ่ กำลังเสริมของอีกฝ่ายทดแทนความแข็งแกร่งที่ขาดไปได้พอดี


        หากเป็นการสู้ตัวต่อตัว ชายชุดม่วงเชื่อมั่นว่าตนเองน่าจะหาทางรอดชีวิตไปได้ และเมื่อใดก็ตามที่ระบบของมิติประดิษฐ์ฟื้นตัวกลับมา นั่นจะเป็นเวลาโต้กลับของมัน!


        เพียงแต่ว่าชายวัยกลางคนไม่ได้รู้อะไรเลย ไพ่ลับในมือของจินนั้นมีอยู่มากมาย เพียงแค่สิทธิ์ในการเข้าถึงระดับสูงสุดของมิติประดิษฐ์ลำดับที่แปดก็เพียงพอแล้วที่จะแทรกแซงมิติประดิษฐ์ของอีกฝ่ายได้เป็นปีโดยที่ไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติม ปิดเส้นทางที่ชายวัยกลางคนจะหนีออกจากมิตินี้ไปได้เลย


        ไหนจะกองกำลังทั้งหมดที่เขาเตรียมมา มันสามารถป้องกันการวิ่งพล่านไปรอบมิติของอีกฝ่ายได้ชะงัดนัก ไม่ว่าจะหลบหนีไปที่ใด กลุ่มทาสรับใช้ของจินก็จะต้อนชายชุดม่วงให้กลับเข้ามาหา และรับการประเคนหมัดของจินจนกว่ามันจะหมดสิ้นเรี่ยวแรง


        ชายในชุดม่วงพยายามจะหลบหนี แต่แรงกดดันจากจิตวิญญาณของจินตรึงร่างมันเอาไว้ นั่นทำให้กลุ่มอสูรควันและข้ารับใช้ของจินเข้าประชิดตัวมันได้อย่างรวดเร็ว


        “อั่ก... บ้าอะไรกัน!” ชายในเครื่องแบบสีม่วงมองฝูงศัตรูด้วยสายตาตื่นตระหนก ไหนจะพลังงานที่มองไม่เห็นซึ่งคอยรั้งร่างของมันไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหน ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ล้วนทำให้ผู้คนสิ้นหวัง


        ร่างของจินยืนนิ่ง รอคอยให้ข้ารับใช้รุมล้อมร่างของอีกฝ่ายเอาไว้ ก่อนที่จะปลดแรงกดดันออก


        เนื่องจากการใช้พลังงานทางจิตวิญญาณต้องใช้ความตั้งใจอย่างมาก จินจึงไม่สามารถควบคุมแรงกดดันไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวทางกายได้ อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ 


        ในอนาคตตอนที่จิตวิญญาณของจินแข็งแกร่งขึ้น หรือมีวิธีการลับบางอย่าง เขาอาจจะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระขณะใช้การโจมตีทางจิตก็เป็นได้


        ร่างของชายหนุ่มไม่ปล่อยให้ศัตรูคอยนาน เร่งความเร็วพุ่งตัวเข้าหาอีกฝ่ายทันที


        ปัง ปัง ปัง


        หมัดตรงกระแทกซ้ำๆ เข้าปะทะร่างของอีกฝ่าย กลุ่มก้อนอสูรควันรุมล้อมร่างของชายชุดม่วงเอาไว้ตลอด แม้มันพยายามโจมตีเพื่อเปิดทาง ขับไล่อสูรควันออกไป แต่ก็จะมีกลุ่มอสูรควันกลุ่มใหม่มาคอยขัดแข้งขัดขาอยู่ตลอดไม่จบไม่สิ้น ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่อาจหลบเลี่ยงหมัดเหล่านั้นได้


        หลังจากเป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้ง มันก็รู้สึกได้ว่าอาการบาดเจ็บของตนรุนแรงขึ้น หากไม่รีบทำอะไร ฝ่ายที่พ่ายแพ้จะเป็นตนเอง


        “บัดซบ!” ยิ่งถูกพัวพันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งหงุดหงิด ชายวัยกลางคนจ้องมองไปที่ศัตรูตรงหน้าด้วยสายตาขุ่นเคือง มันพยายามพุ่งตัวฝ่าออกมาหมายโจมตีเข้าใส่ชายหนุ่มชุดฟ้า


        ปึก ปึก


        แต่ทุกกระบวนท่าที่ใช้โจมตีกลับถูกเบี่ยงออกด้วยฝีมือของซากศพชุดทองและโกเลมหินที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว แม้จะไม่ได้ทำให้การโจมตีอันรุนแรงของอีโวลระดับหนึ่งหายไป แต่ก็ทำให้พลาดจังหวะที่ดีที่สุด ส่งผลให้จินมีโอกาสสวนกลับเข้าที่เบ้าหน้า


        ปัง


        เนื่องจากเป็นอีกฝ่ายที่เสนอตัวเข้ามาเอง หมัดนี้ของจินจึงกระแทกหน้าของมันเต็มๆ โดยไม่อาจหลบเลี่ยง ก่อนที่จะตามไปด้วยหมัดรัวอีกหลายชุด


        เหตุการณ์เช่นนี้ยังดำเนินต่อไปนานนับชั่วโมง ไม่ว่าจะหลบหนีหรือพยายามโต้กลับ อีกฝ่ายจะถูกขัดขวางตลอดเวลา สุดท้ายก็ถูกต้อนกลับมารับการโจมตีจากชายหนุ่มโดยไม่ได้หยุดพัก ถึงร่างกายของอีโวลจะแข็งแกร่งมาก แต่มันก็ต้องมีขีดจำกัด ตอนนี้สภาพร่างกายของมันเริ่มบอบช้ำเต็มที หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่แน่ว่ามันอาจจะทนไม่ไหวอีกแล้วก็เป็นได้


        เมื่อความสิ้นหวังมาจนถึงขีดสุด แววตาของชายชุดม่วงก็เริ่มเปลี่ยนไป ในตอนแรกมันยังคิดว่าตนเองคงจะพอมีหนทางรอด แต่ทุกเส้นทางก็ถูกทำลายลงทีละทางๆ จนสุดท้ายมันแทบไม่เหลือความหวัง


        “เจ้าบังคับข้าเองนะ!” ชายชุดม่วงคำรามเสียงดัง สภาพของมันตอนนี้เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำทั่วร่าง จมูกหักและมีเลือดไหลออกมา เบ้าตาบวมโปนไม่น่าดู ยิ่งส่งเสียงข่มขู่ออกมาเช่นนั้นยิ่งไม่ต่างไปจากหมาที่จนตรอก


        คนเราหากถูกผลักจนไปถึงทางตัน ความมีเหตุผลต่างๆ ก็จะเริ่มสูญสลาย สุดท้ายจะเหลือแต่สัญชาตญาณที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ และความต้องการของชายวัยกลางคนตอนนี้ก็คือต้องลากศัตรูให้ตกตายไปตามมัน โดยไม่สนใจว่าตนเองจะมีสภาพเช่นไรหลังจากนี้


        มันต้องการจะเผาแก่นแท้ภายในร่างของตนเองเพื่อดึงพลังออกมา สิ่งนี้คล้ายกับเคล็ดเผาโลหิตที่จินครอบครอง วิชาลับพวกนี้มักจะสร้างความเสียหายให้ร่างกายในระยะยาว หรืออาจทำให้ถึงตายถ้าไม่ระวัง เช่นนั้นคนทั่วไปจึงไม่กล้าใช้มันเท่าไหร่นักหากไม่จวนตัวจริงๆ


        ซึ่งชายชุดม่วงตรงตามเงื่อนไขในการใช้งานสิ่งนี้ทุกประการ มันไม่เห็นหนทางรอดอื่นแล้ว การจะเอาชนะอีกฝ่ายที่มีกองหนุนคอยป่วนเช่นนี้มีแต่จะต้องแลกเลือดแลกชีวิตเท่านั้น 


        ขอเพียงโอกาสอันน้อยนิดที่จะสังหารอีกฝ่ายได้ มันก็พร้อมเสี่ยงแล้ว และด้วยความแข็งแกร่งของอีโวลระดับที่หนึ่ง นี่ไม่อาจนึกได้เลยว่าพลังที่ระเบิดออกมาหลังจากใช้วิชาลับทำร้ายตนเองแล้ว มันจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน


        “ฮ่าาา!” พลังงานภายในร่างของมันเคลื่อนตัวอย่างรุนแรง มุ่งตรงเข้าสู่ศูนย์กลางของร่างกาย รัศมีพลังของมันค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น


        จินขมวดคิ้วจ้องมองการกระทำของอีกฝ่าย ด้วยจิตวิญญาณอันแข็งแกร่ง เขาสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของพลังในร่างอีกฝ่ายได้ไม่ยาก โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เช่นนี้ จินสามารถมองเห็นทิศทางของพลังได้อย่างชัดเจน


        พลังงานทั่วร่างรวมตัวกันและพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง พวกมันพยายามแย่งกันพุ่งให้หาแกนหลักของร่างด้วยความรวดเร็ว เมื่อประกอบกับพลังที่เพิ่มขึ้นของอีกฝ่าย จินเข้าใจได้ทันทีว่านี่คิดเคล็ดลับก้นหีบเพื่อเพิ่มพลังขึ้นชั่วคราว เพียงแต่ในสายตาของจิน วิธีการเช่นนี้ดูโง่เง่าไปเสียหน่อย


        หากเป็นเหมือนเคล็ดเผาโลหิตที่คาลอสได้มอบมันให้กับตระกูล จินอาจจะทำอะไรไม่ได้มากนักและปล่อยให้ศัตรูทำในสิ่งที่ตนต้องการ แต่กับวิธีการของคนตรงหน้า มันดูดิบเถื่อนเกินไป เป็นการรีดเค้นพลังออกมาด้วยวิธีง่ายๆ แต่รวดเร็ว


        แน่นอนว่าหากเป็นผู้อื่น วิธีการนี้อาจไม่มีปัญหาอะไร แต่ต่อหน้าจิน วิธีการนี้มีจุดอ่อนใหญ่มากๆ นั่นคือมันพยายามรวมพลังเข้าสู่แกนกลางของร่างกาย โดยดึงพลังมาจากทั่วทุกที่ เรียบง่ายดี แต่ต้องเข้าใจว่าเส้นทางการเดินพลังของมนุษย์นั้นมีจำกัดและไม่ได้ทนทานมากขนาดนั้น


        การที่อีกฝ่ายดึงพลังจากทั่วร่างเข้ามาในคราวเดียวทำให้เส้นพลังงานถูกใช้งานอย่างหนักและแทบจะทนต่อพลังของอีโวลระดับหนึ่งไม่ไหว...แล้วถ้าเพิ่มพลังไปให้มากกว่านั้นอีกเล่า?


        นั่นคือสิ่งที่จินต้องการจะทำ ร่างในชุดเกราะสีเงินลอยนิ่ง ปลดปล่อยพลังงานทางจิตวิญญาณออกมาอย่างเต็มที่ ใช้แรงกดดันพุ่งเป้าไปที่เส้นสายพลังงานที่อยู่ใกล้กับแกนหลักมากที่สุด 


        หากเป็นในช่วงปกติ จินอาจจะมองไม่เห็นการเคลื่อนที่ของพลังเหล่านี้ แต่ในช่วงเวลาที่อีกฝ่ายรวบรวมพลังเข้าสู่ศูนย์กลาง มวลพลังงานมหาศาลพุ่งไปในทิศทางเดียว ชี้เป้าให้กับจินอย่างชัดเจน


        จินไม่รอช้ากระแทกแรงกดดันทางจิตเข้าใส่กระแสพลังทั้งหมดของอีกฝ่ายทันที เขาใช้พลังงานเต็มที่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ


        บูม!


        เสียงระเบิดดังออกมาจากภายในร่างของชายชุดม่วง ตัวของมันสั่นกระตุกก่อนจะพ่นเลือดออกมา


        พรวด


        น้ำเลือดและน้ำลายไหลยืดออกมาหมด ร่างของมันห่อเหี่ยวลงไปในทันที ไอพลังที่พวยพุ่งค่อยๆ ลดลง


        สายตาของมันมองมาที่จินด้วยความไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่าตนเองจะต้องมาพบกับสถานการณ์แบบนี้ ไม่เชื่อว่าจุดจบของตนเองจะน่าอนาถเช่นนี้


        ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงค่อยๆ ร่วงลงสู่พื้นดิน ใบหน้ากระแทกลงกับพื้น ตามมาด้วยลำตัว แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจะประคองตัวอีกต่อไป


        นี่เป็นผลมาจากการตีกลับของพลังงานภายใน รวมถึงความเสียหายของแกนกลางอันเนื่องมาจากการระเบิดของเส้นสายพลังงานโดยรอบ


        เส้นทางแห่งความหวัง กลับกลายเป็นเพียงความคิดที่โง่เขลา ส่งผลให้มันพ่ายแพ้ต่อศัตรูเร็วยิ่งกว่าเดิม

คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน