“มันจะน่ากลัวเกินไปแล้วมั้ง!”
หลินหานยืนอึ้งงัน ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองอุกกาบาตั์บนชั้นฟ้าที่กำลังพุ่งดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูงยิ่ง เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง!
แม้จะรู้ว่าหลังผ่านการขยายพลังหมื่นเท่า อานุภาพของมหาเวทต้องห้ามย่อมต้องบรรลุถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง แต่พอมาได้เห็นด้วยตาตัวเองแบบนี้ มันกลับเหนือชั้นไปอีกระดับเลยจริง ๆ ทั่วทั้งผืนฟ้าถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ใครได้มาเห็นภาพนี้ก็คงคิดว่าวันสิ้นโลกมาเยือนแล้วแน่ ๆ !
เปลวไฟจากการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศลุกท่วมโอบล้อมรอบอุกกาบาตั์ พุ่งดิ่งตรงไปยังทิศทางเกาะบุกเบิกอันเป็สนามล่าของหลินหาน แรงกดดันมหาศาลค่อย ๆ บีบอัดลงมายังดินแดนแห่งนี้!
แผนกตรวจจับเมืองฮุยเยว่
“หัวหน้าครับ แย่แล้ว! ค่าความผันผวนของพลังเวทมนตร์ทั่วทั้งเมืองฮุยเยว่ดีดพุ่งทะลุเพดานจนแจ้งเตือนระดับสีแดงเข้มแล้วครับ!”
สิ้นเสียงคำกล่าวนี้ ภายในห้องทำงานของแผนกตรวจจับพลันเงียบสงัดไร้เสียง ทุกคนนิ่งอึ้งไปด้วยความตื่นตระหนก
ซุนหู่ที่กำลังนั่งจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ถึงกับดีดตัวลุกจากเก้าอี้ทันที เขาโยนแก้วมัคในมือทิ้งไปด้านข้างแล้วรีบเดินไปดูหน้าหน้าจออุปกรณ์ตรวจจับทันที ตัวเขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกตรวจจับเมืองฮุยเยว่มานานกว่าสิบปี นี่นับเป็ครั้งแรกในชีวิตที่ได้พบเจอสถานการณ์วิกฤตแบบนี้
“ให้ตายสิ! นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกันแน่!”
ซุนหู่จ้องตัวเลขบนหน้าจอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เวลานี้ทั่วทั้งแผนกตรวจจับก้าวเข้าสู่สภาวะเตือนภัยขั้นสูงสุด เพราะค่าพลังงานดีดตัวขึ้นไปถึงจุดสูงสุด
ข้าง ๆ มีเ้าหน้าที่หนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พูดเสียงสั่นเทาว่า “หัวหน้าครับ หรือจะเป็ศัตรูบุกโจมตี? พลังงานผันผวนขนาดนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้วนะครับ”
ซุนหู่สวนหมัดใส่ไปทีหนึ่ง ตวาดเสียงด่า “หัดทำตัวให้มันมีอนาคตหน่อยได้ไหม! เมืองฮุยเยว่ของพวกเราตั้งอยู่ตรงใจกลางแนวชายฝั่งทะเล รอบ ๆ ก็มีเมืองขนาดใหญ่ที่มีระดับผู้เชี่ยวชาญคอยปกปักษ์รักษาอยู่นับไม่ถ้วน ถ้าศัตรูสามารถบุกทะลวงมาถึงที่นี่ได้จริง ป่านนี้นายคงไม่มีชีวิตเหลือให้วิ่งหนีแล้วโว้ย รีบต่อสายตรงถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงเดี๋ยวนี้ สถานการณ์ตอนนี้อันตรายมาก”
ไม่นาน ปลายสายก็ถูกเชื่อมต่อ “ฮัลโหล ฉันหลิวฉางหลง เมืองฮุยเยว่เกิดเื่อะไรขึ้น”
“เรียนผู้บังคับบัญชาหลิว ผมซุนหู่ หัวหน้าแผนกตรวจจับเมืองฮุยเยว่ครับ ตอนนี้ทางหน่วยงานตรวจพบคลื่นพลังเวทมนตร์ที่รุนแรงมหาศาลอุบัติขึ้นในพื้นที่ครับ! ค่าพลังงานรุนแรงเทียบเท่ากับมหาเวทต้องห้าม!”
“ดังนั้นผมจึงอยากเรียนถามท่านว่า เวลานี้มียอดฝีมือระดับที่สามารถร่ายมหาเวทต้องห้ามได้ เดินทางมาทำธุระแถวเมืองฮุยเยว่ของพวกเราบ้างหรือเปล่าครับ” ซุนหู่แย่งโทรศัพท์มาคุยพลางเอ่ยถามด้วยความร้อนรนใจ
“มหาเวทต้องห้ามงั้นเหรอ?” ปลายสายชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำกล่าวของซุนหู่ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกตะลึงกับข้อมูลที่ได้รับ
“ครับ! ค่าความผันผวนของพลังเวทในเมืองฮุยเยว่พุ่งทะยานสูงที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วครับ! ค่าพลังงานระดับนี้มีเพียงมหาเวทต้องห้ามเท่านั้นที่ทำได้ ในเมืองฮุยเยว่เวลานี้จะต้องมียอดฝีมือสายเวทมนตร์ที่สามารถร่ายมหาเวทต้องห้ามซ่อนตัวอยู่แน่นอนครับ!” ซุนหู่เอ่ยยืนยันซ้ำ
“หัวหน้าซุน! นายต้องรับผิดชอบในคำพูดของตัวเองด้วยนะ! มหาเวทต้องห้ามอย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็จอมเวทระดับสูงสุดเลเวล 70 ถึงจะปลดปล่อยออกมาได้! และจอมเวทระดับสูงสุดในโลกนี้ก็มีจำนวนน้อยมากจนนับนิ้วได้เลยด้วยซ้ำ!”
เมื่อเผชิญแรงกดดันจากผู้บังคับบัญชา ซุนหู่ก็กัดฟันเอ่ยตอบ “ผมยินดีรับผิดชอบคำพูดครับ และจากการตรวจสอบของผม ค่าพลังเวทในครั้งนี้มันรุนแรงมากจริง ๆ ดีไม่ดีอาจจะก้าวข้ามขอบเขตเลเวล 70 ระดับสูงสุดไปแล้วด้วยซ้ำ มีความเป็ไปได้สูงมากว่าจะอยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์เลเวล 80 ครับ”
“หัวหน้าซุน ฉันรับทราบข้อมูลของนายแล้ว ตอนนี้ฉันขอประกาศให้เมืองฮุยเยว่ทั้งหมดเข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อมรบฉุกเฉิน รีบระบุตำแหน่งที่มาของพลังเวทให้เร็วที่สุด แล้วรอคำสั่งขั้นต่อไป” หลังจากปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อใช้ความคิด ก็เอ่ยสั่งการกลับมา
“รับทราบครับ!” ซุนหู่้าผลลัพธ์นี้อยู่พอดี เขาจำเป็ต้องรีบเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุเพื่อดูให้เห็นกับตาว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
หากยอดฝีมือลึกลับท่านนั้นอยู่ฝั่งเดียวกับพวกเขาและไม่ได้มีเจตนาร้าย เื่ราวก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่หากเป็ศัตรูขึ้นมา ในฐานะหัวหน้าประจำพื้นที่แห่งนี้ เขาก็ต้องยอมพลีกายทำหน้าที่เพื่อปกป้องประชาชนแล้ว!
...
ตูม!
อุกกาบาตั์กระแทกเข้าใส่ผืนดินอย่างรุนแรง!
แสงสว่างเจิดจ้าปะทุออก กลืนกินทั่วทั้งเกาะบุกเบิกทันที หลินหานยกมือขึ้นบังดวงตาตามสัญชาตญาณ เปลวเพลิงอันร้อนระอุม้วนตัวกวาดล้างไปทั่วเกาะ!
สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนถูกเผาจนกลายเป็เถ้าถ่านในพริบตา และเมื่อเสียงะเิดังกึกก้องรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เกาะทั้งเกาะก็เริ่มแตกออกและพังทลายลงเป็เสี่ยง ๆ !
มิติลี้ลับและดันเจี้ยนมากมายบนเกาะแห่งนี้ต่างพังพินาศลงเพราะการร่วงหล่นของอุกกาบาตั์ ต่อให้เป็ดันเจี้ยนหรือมิติลี้ลับระดับทองคำขาวที่แข็งแกร่งที่สุดบนเกาะ ก็ไม่อาจรอดพ้นจากหายนะแห่งการทำลายล้างครั้งนี้ไปได้!
อย่างไรก็ตาม สัญญาณการกวาดล้างทั้งหมดนี้ สำหรับหลินหานแล้ว มันกลับเป็เพียงเื่ราวที่เกิดขึ้นจากการยกมือตวัดไม้เท้าเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
เมื่อหลินหานค่อย ๆ ลดมือลง ภาพที่ปรากฏในสายตาก็คือ ค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาลที่กำลังพุ่งทะยานเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง!
กระพริบตาครั้งเดียว เลเวลของเขาก็พุ่งพรวดมาถึงทางแยกเลเวล 10 แล้ว!
และหลังจากแตะเลเวล 10 แล้ว ค่าประสบการณ์ก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับเพิ่มขึ้นอีกเลย
“เป็อย่างที่คิด พอถึงเลเวล 10 แล้ว ค่าประสบการณ์ก็จะไม่เพิ่มขึ้นอีก น่าจะต้องเสร็จสิ้นการเปลี่ยนอาชีพคลาส 2 ก่อน ถึงจะสามารถทะลวงเพดานเลเวลนี้ไปได้”
หลินหานยืนยันความรู้ที่เคยเรียนมาจากในหนังสือได้สำเร็จ
ในฐานะที่เขาเคยเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของระดับชั้น ทฤษฎีความรู้พวกนี้สำหรับเขาแล้วถือเป็เื่ที่เข้าใจง่ายอย่างยิ่ง ตอนนี้มันก็แค่การนำมาปฏิบัติและยืนยันด้วยตัวเองเท่านั้น
ตอนนี้หลินหานี้เีจะไปสนใจเื่อัปเลเวลแล้ว เพราะตรงหน้าของเขานั้นมีอุปกรณ์สวมใส่และหนังสือทักษะจำนวนมหาศาลกองกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด
โลกนี้มีกฎเกณฑ์ร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือเมื่อสังหารมอนสเตอร์ อุปกรณ์และหนังสือทักษะที่ดรอปจะมารวมกันอยู่ตรงหน้าผู้สังหารโดยอัตโนมัติ เื่นี้ช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากให้หลินหานได้มากทีเดียว!
ไม่อย่างนั้น หลังจากเกาะแห่งนี้พังทลายลง ลำพังแค่ต้องงมหาอุปกรณ์ท่ามกลางซากปรักหักพังก็คงเป็งานที่ชวนปวดหัวสุด ๆ
หลินหานไม่ได้เลือกเฟ้น เขาเพียงจัดแจงกวาดอุปกรณ์สวมใส่ที่มีจำนวนนับไม่ถ้วนเข้ากระเป๋าไปทั้งหมด ทว่าในนั้นกลับมีหนังสือทักษะเล่มหนึ่งปนอยู่ด้วย
เื่นี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจ!
เดิมทีคิดว่าดรอปอุปกรณ์ออกมาได้ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว คาดไม่ถึงเลยว่าจะส้มหล่นได้หนังสือทักษะมาด้วย ต้องรู้ว่า หนังสือทักษะนั้นถือเป็ของที่หาได้ยากยิ่ง!
ในตลาดการค้า มันมีมูลค่าสูงลิ่วจนไม่อาจประเมินราคาได้ กระทั่งหนังสือทักษะระดับต่ำที่สุด ก็ยังสามารถนำไปแลกเป็เงินได้หลายล้านเหรียญัดารา!
หลินหานมองดูคุณสมบัติบนแผงหน้าต่างของหนังสือทักษะ ข้อมูลรายละเอียดพลันปรากฏขึ้นมา
[ชื่อ] : ร่ายเวทไร้เสียง
[ประเภท] : หนังสือทักษะ
[ระดับ] : ระดับกลาง
[คำอธิบาย] : หลังจากผู้ใช้งานเรียนรู้แล้ว เมื่อปลดปล่อยทักษะใด ๆ จะสามารถร่ายเวทภายในใจได้โดยตรง ไม่จำเป็ต้องส่งเสียงออกมา
“ไม่จำเป็ต้องส่งเสียงร่ายเวทงั้นเหรอ?” หลินหานรู้สึกพึงพอใจมาก
หนังสือทักษะสายสนับสนุนแบบนี้ ลำพังตัวมันเองก็ถือเป็ของที่ยอดเยี่ยมและใช้งานได้ดีมากอยู่แล้ว แถมราคาในตลาดก็ยังสูงลิ่วอีกด้วย!
ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับพวกนักรบ แต่สำหรับพวกนักเวทหรือนักฆ่าแล้ว มันถือเป็ทักษะที่สำคัญและชี้เป็ชี้ตายได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะทักษะบางอย่างของพวกนักฆ่าที่จำเป็ต้องมีการร่ายคำสั่ง แต่หากเรียนรู้ทักษะนี้สำเร็จ ก็สามารถกลบจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดไปได้ทันที!
อัตราความสำเร็จในการลอบสังหารย่อมเพิ่มขึ้นมหาศาล!
“ระบบ ช่วยขยายพลังให้มันที!”
[ติ๊ง! ขยายพลังหมื่นเท่าให้หนังสือทักษะเสร็จสิ้น โปรดตรวจสอบโดยเร็ว!]
หลินหานเบนสายตากลับไปตรวจสอบคุณสมบัติของหนังสือทักษะอีกครั้ง
[ชื่อ] : พรแห่งทวยเทพ (ไม่ต้องร่ายเวท)
[ประเภท] : หนังสือทักษะ
[ระดับ] : ระดับมหาเวทต้องห้าม
[คำอธิบาย] : เมื่อผู้ใช้งานปลดปล่อยทักษะใด ๆ ที่จำเป็ต้องมีการร่ายเวท จะสามารถยกเลิกท่าทางเตรียมพร้อมทั้งหมดและปลดปล่อยได้ทันที เป็พรที่ทวยเทพประทานให้ ไม่จำเป็ต้องมีความภักดีต่อผู้ใดทั้งสิ้น!
“นี่มัน... โคตรหยิ่งผยองเลยแฮะ!”
หลังจากผ่านการขยายพลังหมื่นเท่า อานุภาพของหนังสือทักษะเล่มนี้ก็ทำเอาหลินหานถึงกับตกตะลึง แค่ดูรายละเอียดคำอธิบาย ก็พิสูจน์ได้ถึงความพิเศษที่ไม่เหมือนใครของหนังสือทักษะเล่มนี้แล้ว!