อวี๋จื่ออวี๋หัวเราะคิกคักปลดปล่อยความกดดันในใจสะสม กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
สายตาของเขาพลันเหลือบไปมองปีศาจกระทิงดำเขาเสี้ยวจันทร์โดดเด่นที่อยู่ไม่ไกลนัก
พรสวรรค์ของเจ้าตัวนี้ก็ไม่เลวสมควรได้รับชื่ออันทรงเกียรติประดับเช่นกัน
ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจอวี๋จื่ออวี๋ก็ครุ่นคิดอย่างหนัก
ทว่าเขาคิดอยู่นานก็ยังตัดสินใจเลือกไม่ได้เสียที
เขาอยากมอบชื่อที่ยิ่งใหญ่ทัดเทียมกับ 'เก้าหาง' ให้กับปีศาจกระทิงตัวนี้ ทว่าจะคิดเท่าไรเขาก็หาชื่อที่เหมาะสมไม่ได้เลย
“หรือจะเรียกว่าราชาปีศาจกระทิงดีนะ”
อวี๋จื่ออวี๋พึมพำขึ้นมาอย่างลังเลพลางนึกถึงอสูรยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงตามตำนานตนหนึ่ง
แต่คิดทบทวนอีกครั้งชื่อนี้ฟังดูแปลกประหลาดพิกล
“ตัดคำว่า 'ราชา'ออกไป เหลือเพียง 'ปีศาจกระทิง' ก็พอแล้วมั้ง”
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งอวี๋จื่ออวี๋ก็ตัดสินใจได้
ปีศาจกระทิง ปีศาจกระทิง... อืม...
นอกจากชื่อนี้จะแฝงไว้ด้วยความคาดหวังของอวี๋จื่ออวี๋ยังไพเราะกว่า 'ราชาปีศาจกระทิง' มากนักอย่างน้อยก็ไม่ขัดหูจนเกินไป
เมื่อคิดได้ดังนั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็กวักกิ่งหลิวเรียกปีศาจกระทิงให้เข้ามาใกล้
“มอออ...”
เสียงขานรับของมันดังขึ้นปีศาจกระทิงดำย่ำเท้าเดินเข้ามาหาอวี๋จื่ออวี๋อย่างไม่เร่งรีบ
“ขอสลักอักษรชื่อให้เจ้าหน่อยสิ”
ด้วยความนึกสนุกของตนอวี๋จื่ออวี๋แปรเปลี่ยนกิ่งหลิวให้เป็นดาบอ่อนพลางจรดปลายกิ่งลงบนเขาเสี้ยวจันทร์ของปีศาจกระทิงดำอย่างแผ่วเบา
แต่ละเส้น ล้วนคมเข้มและทรงพลัง
ต้องยอมรับว่าไม่ได้เขียนหนังสือมานานค่อนข้างลำบากเอาการ
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้บั่นทอนความงดงามของตัวอักษรเลยแม้แต่น้อย
เขามองผลงานปลายเขาเสี้ยวจันทร์ทั้งสองของปีศาจกระทิงดำปรากฏอักษรที่เขียนด้วยลายเส้นพลิ้วไหวราวกับมังกรทะยานและหงส์ร่ายรำอย่างชัดเจน
อักษรตัวแรกคือ 'ปีศาจ' อีกตัวอักษรหนึ่งคือ 'กระทิง'
และยังเป็นอักษรจีนตัวเต็มอีกด้วยเมื่อมองแวบเดียว เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันเร้นลับที่ยากจะอธิบาย!
“ดูดีไม่เบาเลยนะเนี่ย”
อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มบางๆพลางมองอักษรบนเขากระทิงด้วยความพึงพอใจ
ในภายภาคหน้าหากมนุษย์เหล่านั้นค้นพบอักษรบนเขากระทิงของมันพวกเขาจะต้องจินตนาการถึงเรื่องเหลือเชื่อมากมายเป็นแน่
ด้วยความคาดหวังเช่นนี้อวี๋จื่ออวี๋ถึงกับอยากจะทิ้งร่องรอยของตนไว้บนอสูรกลายพันธุ์ตนอื่นๆ บ้าง
ทว่าเมื่อมองไปรอบๆ ยกเว้นปีศาจกระทิงดำแล้วมีอสูรกลายพันธุ์เพียงไม่กี่ตัวที่สะดวกต่อการทิ้งร่องรอยไว้
อย่างกรงเล็บแหลมคมของเก้าหางแม้จะสามารถสลักอักษรได้ แต่ก็ยากที่จะค้นพบจึงยากที่จะสนองความต้องการจากความคึกคะนองของอวี๋จื่ออวี๋
นี่ถือเป็นการเอาคืนมนุษย์เล็กๆ น้อยๆหรือเปล่า?
หลังจากครุ่นคิดอวี๋จื่ออวี๋ก็มองไปยังเขากระทิงอีกครั้ง พลางนึกพึงพอใจกับผลงานชิ้นเอกของตนเอง
มนุษย์เหล่านั้นทำให้เขาต้องหวาดผวามาหลายวันการได้แกล้งปั่นหัวคืนบ้างก็คงไม่ผิดอะไรนักหรอก
ส่วนการสลักอักษรบนเขากระทิงนั้นถือว่าเป็นวิธีการเอาคืนได้อย่างไรนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากจะเข้าใจแต่อย่างใด
ในอนาคตเมื่อปีศาจกระทิงดำตัวนี้มีพลังอันเหนือล้ำอวี๋จื่ออวี๋จะส่งมันออกไปท่องเที่ยวยามค่ำคืน
เมื่อถึงเวลานั้นมนุษย์ก็จะค้นพบอักษรบนเขากระทิงของมัน
ไม่ต้องถึงกับหวาดผวาแต่ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องคาดเดาไปต่างๆ นานา
เช่นอสูรกลายพันธุ์เรียนรู้วัฒนธรรมของมนุษย์? หรือปีศาจกระทิงตัวนี้อาจเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้เหนือธรรมชาติที่เป็นมนุษย์?
ไม่ว่าจะเป็นการคาดเดาแบบไหนเรื่องมากมายเหล่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาปวดหัวไปพักหนึ่งแล้ว
อย่างที่รู้กันนั่นแหละมนุษย์นั้น...ช่างสงสัยและคิดลึกซึ้งที่สุดแล้ว
.....
หมอกขาวลอยฟุ้งไปทั่วป่าราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังเคลื่อนไหว มันล่องลอยไปตามพื้นดินอย่างน่าอัศจรรย์
มองจากระยะไกลราวกับปีศาจหมอกขนาดมหึมากำลังกลืนกินทุกสิ่ง
และในป่าที่เต็มไปด้วยหมอกนั้น...
“ฟึ่บ!”
ประกายแสงสีแดงดุจสายฟ้าฟาดพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าราวกับลูกศรจากคันธนู
จากนั้น ราวกับว่าแสงสีแดงค้นพบบางสิ่งมันหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหักเหทิศทาง พุ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง
ไม่นาน ทะเลสาบก็ปรากฏขึ้นในสายตา
ทะเลสาบไม่ใหญ่มากแต่ใสสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งนัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามนี้ที่หมอกควันลอยฟุ้งพาดผ่านเหนือทะเลสาบราวกับผ้าคลุมบางเบายิ่งเพิ่มความลึกลับซับซ้อนให้แก่ทัศนียภาพ
และในยามนี้แสงสีแดงที่พุ่งมาถึงทะเลสาบก็ได้ค่อยๆ เผยร่างแท้จริงออกมา
ร่างกายขนาดเท่าลูกวัวขนสีแดงเพลิงสดใสเป็นประกาย
และหางที่แกว่งไกวอยู่ด้านหลังคล้ายเปลวเพลิงสีแดงพลิ้วไหวสะบัดไปตามลมอย่างอ่อนโยนจนจรดพื้นดิน
เก้าหางอสูรจิ้งจอกกลายพันธุ์อันน่าเกรงขามตัวหนึ่งที่อยู่ภายใต้อำนาจของอวี๋จื่ออวี๋
ด้วยพลังอันแข็งแกร่งของมันเพียงพอที่จะเป็นจ้าวแห่งป่าผืนหนึ่งได้แล้ว
และในตอนนี้ เก้าหางมีท่าทางดั่งราชันย์กำลังยืนอยู่ริมฝั่งหินที่อยู่ไม่ไกล ดวงตาสีเพลิงจ้องมองไปยังริมทะเลสาบไม่วางตา
ตรงนั้นมีหมูป่าตัวหนึ่งกำลังดื่มน้ำอยู่
เก้าหางเลียริมฝีปากอย่างกระหาย
ร่างของมันเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันขนอันนุ่มนวลพลิ้วไหวไปตามสายลม ในพริบตาเดียวก็กลายเป็นแสงสีแดงเพลิงอีกครั้ง
“ตูม!”
ไม่มีเสียงโหยหวน ไม่มีเสียงกรีดร้อง
มีเพียงหมูป่าที่กำลังดื่มน้ำและถูกกรงเล็บแหลมคมจากไหนไม่รู้ ตบกระแทกลงไปในริมทะเลสาบอย่างแรง
“ซ่า...”
ละอองน้ำกระเซ็นสูงขึ้นสิบเมตร
ทว่าในขณะที่ละอองน้ำเหล่านี้กำลังจะกระเซ็นมาถึงเก้าหางและทำให้ขนของมันเปียกชื้น
ดวงตาของมันหรี่ลงอีกครั้งนัยน์ตาสีเพลิงงดงามราวกับเปลวไฟ ส่องประกายเจิดจ้าในพริบตา
“แกรก!” เสียงนี้ดังขึ้นแล้วเวลาก็เหมือนจะหยุดนิ่งไป
ละอองน้ำที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้
และเก้าหางก็ฉวยโอกาสในจังหวะนี้กัดหมูป่าขนาดมหึมาได้อย่างง่ายดาย พลางพุ่งทะยานเข้าสู่ส่วนลึกของขุนเขา
ความเร็วของมันเหนือชั้นยิ่งกว่าตอนมาเสียอีก
.....
ไม่นานนัก ที่ทางเข้าหุบเขาเก้าหางชะลอความเร็วลงเล็กน้อย
มันเชิดหน้าขึ้นราวกับไม่ต้องการให้หมูป่าที่คาบอยู่ในปากลากกับพื้น
แต่ก็ต้องบอกว่า เก้าหางที่มีรูปร่างสง่างามแขนขาได้สัดส่วน แม้จะคาบเหยื่อที่มีขนาดไม่ต่างจากตัวมันมากนักแต่ท่าทางของมันยามเดินก็ยังคงสง่างามราวกับเป็นตัวแทนแห่งความสูงส่ง
และในขณะนั้นเองหูทั้งสองข้างของเก้าหางที่ตั้งตรงอย่างภาคภูมิก็ขยับเล็กน้อยราวกับค้นพบบางสิ่ง...
มันเอียงศีรษะ มองเข้าไปในป่ารกทึบเก้าหางเห็นหมาป่าวายุสีครามขนาดใหญ่หลายตัวที่มีรูปร่างแปลกไปจากหมาป่าธรรมดาคาบเหยื่อเดินตรงมายังหุบเขาเช่นกัน
“หึหึ... กลับมากันหมดแล้วหรือ?”
ในส่วนลึกของหุบเขาอวี๋จื่ออวี๋ที่เฝ้ามองฉากนี้อยู่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ในฐานะสัตว์กินเนื้อเก้าหางและหมาป่าวายุย่อมไม่สามารถอิ่มท้องได้ด้วยหญ้าเหมือนปีศาจกระทิง
สำหรับพวกมันแล้วการล่าสัตว์ป่าเป็นสิ่งจำเป็น
และด้วยเหตุผลนี้อวี๋จื่ออวี๋จึงส่งสัญญาณให้พวกมันล่าเหยื่อกลับมากินที่นี่
ส่วนเหตุผลนั้น ไม่ต้องพูดถึง
เมื่อคิดได้ดังนั้นหัวใจของอวี๋จื่ออวี๋ก็เต้นระรัว
“ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ...”
กิ่งก้านพุ่งแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็วแปรเปลี่ยนเป็นดาบคมกริบห้าเล่มที่พุ่งทะลุฟ้า
“ฉึก ฉึก...”
ก่อนที่พวกมันจะทันได้ตอบสนองเหยื่อที่ยังมีลมหายใจของเหล่าบริวารก็ถูกสังหารจนสิ้น
“ติ๊ง!คุณสังหารหมูป่ากลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่สอง ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +20แต้ม”
“ติ๊ง!คุณสังหารกระต่ายป่ากลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่หนึ่ง ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +10แต้ม”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังก้องในหัวของอวี๋จื่ออวี๋รอยยิ้มของเขาฉายชัดขึ้นอย่างพึงพอใจ