Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 2 บทที่ 43 ปีศาจกระทิง สลักอักษร

            อวี๋จื่ออวี๋หัวเราะคิกคักปลดปล่อยความกดดันในใจสะสม กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

            สายตาของเขาพลันเหลือบไปมองปีศาจกระทิงดำเขาเสี้ยวจันทร์โดดเด่นที่อยู่ไม่ไกลนัก

            พรสวรรค์ของเจ้าตัวนี้ก็ไม่เลวสมควรได้รับชื่ออันทรงเกียรติประดับเช่นกัน

            ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจอวี๋จื่ออวี๋ก็ครุ่นคิดอย่างหนัก

            ทว่าเขาคิดอยู่นานก็ยังตัดสินใจเลือกไม่ได้เสียที

            เขาอยากมอบชื่อที่ยิ่งใหญ่ทัดเทียมกับ 'เก้าหาง' ให้กับปีศาจกระทิงตัวนี้ ทว่าจะคิดเท่าไรเขาก็หาชื่อที่เหมาะสมไม่ได้เลย

            “หรือจะเรียกว่าราชาปีศาจกระทิงดีนะ”

            อวี๋จื่ออวี๋พึมพำขึ้นมาอย่างลังเลพลางนึกถึงอสูรยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงตามตำนานตนหนึ่ง

            แต่คิดทบทวนอีกครั้งชื่อนี้ฟังดูแปลกประหลาดพิกล

            “ตัดคำว่า 'ราชา'ออกไป เหลือเพียง 'ปีศาจกระทิง' ก็พอแล้วมั้ง”

            หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งอวี๋จื่ออวี๋ก็ตัดสินใจได้

            ปีศาจกระทิง ปีศาจกระทิง... อืม...

            นอกจากชื่อนี้จะแฝงไว้ด้วยความคาดหวังของอวี๋จื่ออวี๋ยังไพเราะกว่า 'ราชาปีศาจกระทิง' มากนักอย่างน้อยก็ไม่ขัดหูจนเกินไป

            เมื่อคิดได้ดังนั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็กวักกิ่งหลิวเรียกปีศาจกระทิงให้เข้ามาใกล้

            “มอออ...”

            เสียงขานรับของมันดังขึ้นปีศาจกระทิงดำย่ำเท้าเดินเข้ามาหาอวี๋จื่ออวี๋อย่างไม่เร่งรีบ

            “ขอสลักอักษรชื่อให้เจ้าหน่อยสิ”

            ด้วยความนึกสนุกของตนอวี๋จื่ออวี๋แปรเปลี่ยนกิ่งหลิวให้เป็นดาบอ่อนพลางจรดปลายกิ่งลงบนเขาเสี้ยวจันทร์ของปีศาจกระทิงดำอย่างแผ่วเบา

            แต่ละเส้น ล้วนคมเข้มและทรงพลัง

            ต้องยอมรับว่าไม่ได้เขียนหนังสือมานานค่อนข้างลำบากเอาการ

            แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้บั่นทอนความงดงามของตัวอักษรเลยแม้แต่น้อย

            เขามองผลงานปลายเขาเสี้ยวจันทร์ทั้งสองของปีศาจกระทิงดำปรากฏอักษรที่เขียนด้วยลายเส้นพลิ้วไหวราวกับมังกรทะยานและหงส์ร่ายรำอย่างชัดเจน

            อักษรตัวแรกคือ 'ปีศาจ' อีกตัวอักษรหนึ่งคือ 'กระทิง'

            และยังเป็นอักษรจีนตัวเต็มอีกด้วยเมื่อมองแวบเดียว เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันเร้นลับที่ยากจะอธิบาย!

            “ดูดีไม่เบาเลยนะเนี่ย”

            อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มบางๆพลางมองอักษรบนเขากระทิงด้วยความพึงพอใจ

            ในภายภาคหน้าหากมนุษย์เหล่านั้นค้นพบอักษรบนเขากระทิงของมันพวกเขาจะต้องจินตนาการถึงเรื่องเหลือเชื่อมากมายเป็นแน่

            ด้วยความคาดหวังเช่นนี้อวี๋จื่ออวี๋ถึงกับอยากจะทิ้งร่องรอยของตนไว้บนอสูรกลายพันธุ์ตนอื่นๆ บ้าง

            ทว่าเมื่อมองไปรอบๆ ยกเว้นปีศาจกระทิงดำแล้วมีอสูรกลายพันธุ์เพียงไม่กี่ตัวที่สะดวกต่อการทิ้งร่องรอยไว้

            อย่างกรงเล็บแหลมคมของเก้าหางแม้จะสามารถสลักอักษรได้ แต่ก็ยากที่จะค้นพบจึงยากที่จะสนองความต้องการจากความคึกคะนองของอวี๋จื่ออวี๋

            นี่ถือเป็นการเอาคืนมนุษย์เล็กๆ น้อยๆหรือเปล่า?

            หลังจากครุ่นคิดอวี๋จื่ออวี๋ก็มองไปยังเขากระทิงอีกครั้ง พลางนึกพึงพอใจกับผลงานชิ้นเอกของตนเอง

            มนุษย์เหล่านั้นทำให้เขาต้องหวาดผวามาหลายวันการได้แกล้งปั่นหัวคืนบ้างก็คงไม่ผิดอะไรนักหรอก

            ส่วนการสลักอักษรบนเขากระทิงนั้นถือว่าเป็นวิธีการเอาคืนได้อย่างไรนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากจะเข้าใจแต่อย่างใด

            ในอนาคตเมื่อปีศาจกระทิงดำตัวนี้มีพลังอันเหนือล้ำอวี๋จื่ออวี๋จะส่งมันออกไปท่องเที่ยวยามค่ำคืน

            เมื่อถึงเวลานั้นมนุษย์ก็จะค้นพบอักษรบนเขากระทิงของมัน

            ไม่ต้องถึงกับหวาดผวาแต่ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องคาดเดาไปต่างๆ นานา

            เช่นอสูรกลายพันธุ์เรียนรู้วัฒนธรรมของมนุษย์? หรือปีศาจกระทิงตัวนี้อาจเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้เหนือธรรมชาติที่เป็นมนุษย์?

            ไม่ว่าจะเป็นการคาดเดาแบบไหนเรื่องมากมายเหล่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาปวดหัวไปพักหนึ่งแล้ว

            อย่างที่รู้กันนั่นแหละมนุษย์นั้น...ช่างสงสัยและคิดลึกซึ้งที่สุดแล้ว

            .....

            หมอกขาวลอยฟุ้งไปทั่วป่าราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังเคลื่อนไหว มันล่องลอยไปตามพื้นดินอย่างน่าอัศจรรย์

            มองจากระยะไกลราวกับปีศาจหมอกขนาดมหึมากำลังกลืนกินทุกสิ่ง

            และในป่าที่เต็มไปด้วยหมอกนั้น...

            “ฟึ่บ!”

            ประกายแสงสีแดงดุจสายฟ้าฟาดพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าราวกับลูกศรจากคันธนู

            จากนั้น ราวกับว่าแสงสีแดงค้นพบบางสิ่งมันหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหักเหทิศทาง พุ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง

            ไม่นาน ทะเลสาบก็ปรากฏขึ้นในสายตา

            ทะเลสาบไม่ใหญ่มากแต่ใสสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งนัก

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามนี้ที่หมอกควันลอยฟุ้งพาดผ่านเหนือทะเลสาบราวกับผ้าคลุมบางเบายิ่งเพิ่มความลึกลับซับซ้อนให้แก่ทัศนียภาพ

            และในยามนี้แสงสีแดงที่พุ่งมาถึงทะเลสาบก็ได้ค่อยๆ เผยร่างแท้จริงออกมา

            ร่างกายขนาดเท่าลูกวัวขนสีแดงเพลิงสดใสเป็นประกาย

            และหางที่แกว่งไกวอยู่ด้านหลังคล้ายเปลวเพลิงสีแดงพลิ้วไหวสะบัดไปตามลมอย่างอ่อนโยนจนจรดพื้นดิน

            เก้าหางอสูรจิ้งจอกกลายพันธุ์อันน่าเกรงขามตัวหนึ่งที่อยู่ภายใต้อำนาจของอวี๋จื่ออวี๋

            ด้วยพลังอันแข็งแกร่งของมันเพียงพอที่จะเป็นจ้าวแห่งป่าผืนหนึ่งได้แล้ว

            และในตอนนี้ เก้าหางมีท่าทางดั่งราชันย์กำลังยืนอยู่ริมฝั่งหินที่อยู่ไม่ไกล ดวงตาสีเพลิงจ้องมองไปยังริมทะเลสาบไม่วางตา

            ตรงนั้นมีหมูป่าตัวหนึ่งกำลังดื่มน้ำอยู่

            เก้าหางเลียริมฝีปากอย่างกระหาย

            ร่างของมันเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันขนอันนุ่มนวลพลิ้วไหวไปตามสายลม ในพริบตาเดียวก็กลายเป็นแสงสีแดงเพลิงอีกครั้ง

            “ตูม!”

            ไม่มีเสียงโหยหวน ไม่มีเสียงกรีดร้อง

            มีเพียงหมูป่าที่กำลังดื่มน้ำและถูกกรงเล็บแหลมคมจากไหนไม่รู้ ตบกระแทกลงไปในริมทะเลสาบอย่างแรง

            “ซ่า...”

            ละอองน้ำกระเซ็นสูงขึ้นสิบเมตร

            ทว่าในขณะที่ละอองน้ำเหล่านี้กำลังจะกระเซ็นมาถึงเก้าหางและทำให้ขนของมันเปียกชื้น

            ดวงตาของมันหรี่ลงอีกครั้งนัยน์ตาสีเพลิงงดงามราวกับเปลวไฟ ส่องประกายเจิดจ้าในพริบตา

            “แกรก!” เสียงนี้ดังขึ้นแล้วเวลาก็เหมือนจะหยุดนิ่งไป

            ละอองน้ำที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้

            และเก้าหางก็ฉวยโอกาสในจังหวะนี้กัดหมูป่าขนาดมหึมาได้อย่างง่ายดาย พลางพุ่งทะยานเข้าสู่ส่วนลึกของขุนเขา

            ความเร็วของมันเหนือชั้นยิ่งกว่าตอนมาเสียอีก

            .....

            ไม่นานนัก ที่ทางเข้าหุบเขาเก้าหางชะลอความเร็วลงเล็กน้อย

            มันเชิดหน้าขึ้นราวกับไม่ต้องการให้หมูป่าที่คาบอยู่ในปากลากกับพื้น

            แต่ก็ต้องบอกว่า เก้าหางที่มีรูปร่างสง่างามแขนขาได้สัดส่วน แม้จะคาบเหยื่อที่มีขนาดไม่ต่างจากตัวมันมากนักแต่ท่าทางของมันยามเดินก็ยังคงสง่างามราวกับเป็นตัวแทนแห่งความสูงส่ง

            และในขณะนั้นเองหูทั้งสองข้างของเก้าหางที่ตั้งตรงอย่างภาคภูมิก็ขยับเล็กน้อยราวกับค้นพบบางสิ่ง...

            มันเอียงศีรษะ มองเข้าไปในป่ารกทึบเก้าหางเห็นหมาป่าวายุสีครามขนาดใหญ่หลายตัวที่มีรูปร่างแปลกไปจากหมาป่าธรรมดาคาบเหยื่อเดินตรงมายังหุบเขาเช่นกัน

            “หึหึ... กลับมากันหมดแล้วหรือ?”

            ในส่วนลึกของหุบเขาอวี๋จื่ออวี๋ที่เฝ้ามองฉากนี้อยู่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

            ในฐานะสัตว์กินเนื้อเก้าหางและหมาป่าวายุย่อมไม่สามารถอิ่มท้องได้ด้วยหญ้าเหมือนปีศาจกระทิง

            สำหรับพวกมันแล้วการล่าสัตว์ป่าเป็นสิ่งจำเป็น

            และด้วยเหตุผลนี้อวี๋จื่ออวี๋จึงส่งสัญญาณให้พวกมันล่าเหยื่อกลับมากินที่นี่

            ส่วนเหตุผลนั้น ไม่ต้องพูดถึง

            เมื่อคิดได้ดังนั้นหัวใจของอวี๋จื่ออวี๋ก็เต้นระรัว

            “ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ...”

            กิ่งก้านพุ่งแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็วแปรเปลี่ยนเป็นดาบคมกริบห้าเล่มที่พุ่งทะลุฟ้า

            “ฉึก ฉึก...”

            ก่อนที่พวกมันจะทันได้ตอบสนองเหยื่อที่ยังมีลมหายใจของเหล่าบริวารก็ถูกสังหารจนสิ้น

            “ติ๊ง!คุณสังหารหมูป่ากลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่สอง ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +20แต้ม”

            “ติ๊ง!คุณสังหารกระต่ายป่ากลายพันธุ์ระดับแรกเริ่มขั้นที่หนึ่ง ได้รับแต้มวิวัฒนาการ +10แต้ม”

            เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังก้องในหัวของอวี๋จื่ออวี๋รอยยิ้มของเขาฉายชัดขึ้นอย่างพึงพอใจ

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน