ชีตาลจ้องมองผลึกคริสตัลยักษ์อย่างโกรธแค้น มือทั้ง 2 ข้างของชีตาลกำจนเลือดไหลก่อนจะยกคทาขึ้นและร่ายเวทยกการียะโซที่อยู่ในผลึกคริสตัลยักษ์
เคลื่อนย้ายไปในรถม้ากลายพันธุ์และหันหัวม้ากลับไปที่เมืองหลวงซาราทันที ภายในจิตใจของชีตาลนั้นโกรธแค้นจนบ้าคลั่งอยากไปจะลากหัวผู้นำพาแห่งความมืดมาทันที
แม้ว่าจะโกรธแค้นแต่ชีตาลเห็นชีวิตของการียะโซสำคัญกว่าผู้นำพาแห่งความมืดมากนัก
การียะโซได้บอกกับตนถึงวิธีการรักษาให้ตนหาย ถ้าเป็นคนอื่นชีตาลอาจจะไม่เชื่อแต่องค์ชายน้อยของเขาบอกแบบนี้ ชีตาลเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าองค์ชายน้อยของเขาจะหายดีเป็นปกติได้
ถ้าองค์ชายน้อยของเขาได้ตายลง ตระกูลของชีตาลคงจะถูกฝังไปพร้อมกับองค์ชายน้อยแน่ ๆ องค์ชายน้อยคือความหวังของเผ่าเพลิงเผาไหม้
ตอนแรกเกิดองค์ชายน้อยได้มีดวงตาของนักปราชญ์เวทตั้งแต่กำเนิดทำให้ทุกคนภายในเผ่าเพลิงเผาไหม้ดีใจเป็นอย่างมาก
และคนที่ดีใจที่สุดคือนายหญิงที่เป็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรซาราโน องค์ชายน้อยของเขาพูดได้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบและเดินได้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ
ทำให้ทุกคนภายในเผ่าตกตะลึงกับความอัจฉริยะขององค์ชายน้อยเป็นอย่างมาก น่าเสียดายอย่างหนึ่งการที่จะฝึกฝนตนต้องมีอายุถึง 15 ปีเท่านั้นถึงจะฝึกฝนตนเองได้
มันเป็นกฎของดวงดาวเคอเซอร์ที่ต้องอายุ 15 ปีถึงจะฝึกฝนตนได้ ถ้าฝึกฝนตนตั้งแต่อายุยังน้อยจะเกิดผลเสียเพราะร่างกายไม่พร้อมจะรับพลังงานของธรรมชาติเข้ามา
ทว่าเรื่องอายุไม่ได้หยุดองค์ชายน้อยให้แข็งแกร่งได้ หลังอายุ 6 ขวบองค์ชายน้อยสามารถสังหารสัตว์ป่าได้ตัวคนเดียวทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้งและราชาของเผ่าเพลิงเผาไหม้ได้ยินข่าวจึงเรียกนายหญิงกลับมาเฉลิมฉลองถึง 10 วัน 10 คืน
หลังอายุ 10 ปี มีเรื่องที่ทำให้ทุกคนบางส่วนได้หวาดกลัวแต่กลับกับราชาของเผ่าเพลิงเผาไหม้กลับดีใจอย่างบ้าคลั่ง เพราะองค์ชายน้อยสามารถสื่อสารกับไฟชำระล้างได้
ชีตาลไม่เคยเห็นไฟชำระล้างของเผ่าเพลิงเผาไหม้ แต่ได้ยินมาว่าไฟชำระล้างสามารถเผาไหม้สิ่งที่สัมผัสให้สลายหายไปในพริบตาเดียว ตอนแรกชีตาลได้ยินตกใจและหวาดกลัวใหญ่
หลังจากนั้นเป็นต้นมาราชาเผ่าเพลิงเผาไหม้ได้แต่งตั้งให้การียะโซกลายเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อจากเขา เรื่องแบบนี้ทำให้ชีตาลและนายหญิงดีใจเป็นอย่างมาก
เพราะอาณาจักรซาราโนไม่ได้มีองค์ราชาปกครองแผ่นดิน แต่เป็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 คนได้แบ่งแยกกันปกครอง
เรื่องภายในอาณาจักรซาราโนนั้นมีน้อยคนมากที่จะรับรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเป็นอย่างไร ที่จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 คนไม่ได้ก่อกบฏยึดครองอาณาจักรซาราโนให้กลายเป็นของผู้เดียวนั้นมันมีสาเหตุ
เมื่อ 15 ปีก่อนได้มีการก่อกบฏขึ้นเมื่อจะยึดครองอาณาจักรซาราโนขึ้นทำให้ในช่วงนั้นแผ่นดินทั้งหลายภายในอาณาจักรอยู่ในความวุ่นวาย
เพลิงสงครามเต็มไปหมด ชาวบ้านบางคนถูกฆ่าได้โดยไม่สาเหตุ ความมืดได้กลืนกินอาณาจักรซาราโนในตอนนั้นอาณาจักรทั้งหลายและศาสนาแห่งแสงไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองของอาณาจักรซาราโน
เพราะถ้าอาณาจักรซาราโนถูกทำลายลง ทรัพยากรทั้งหมดจะตกไปเป็นของคนอื่น
เมื่อคิดถึงตอนนั้นชีตาลถอนหายใจความเป็นจริงนั้นไม่ได้เกิดจากการก่อกบฏแต่เป็นสาเหตุอื่นที่ทำให้อาณาจักรซาราโนวุ่นวายได้ถึงขนาดนี้
ชีตาลคิดถึงเพื่อนเก่าที่สมัยเรียนอยู่ในเมืองหลวงซาราโน มีนักเวทคนหนึ่งที่มาจากชนบทได้พยายามหาเงินเข้าเรียนในเมืองหลวงซาราโน นักเวทคนนั้นพยายามอย่างมากที่จะหาเงินให้ได้ทุกวิถีทาง
ชีตาลมาจากตระกูลที่มีฐานะทำให้เกิดแรกไม่ค่อยสนใจนักเวทคนนี้มาก ทว่าใครจะไปคาดคิดว่าพรสวรรค์ของนักเวทคนนี้ดีมาก ๆ จนติดอันดับหนึ่งของการสอบการร่ายวงแหวนเวทมนตร์ในชั้นปีแรก
ส่วนชีตาลอยู่อันดับ 2 ทำให้ชีตาลโกรธมากและพยายามจะทำทุกวิถีทางให้นักเวทคนนี้ลาออกให้ได้ ทว่าใครจะไปคิดว่าโชคชะตาจะเล่นตลกเพราะในวันที่สอบเพื่อจะเลื่อนชั้นขึ้นปีที่ 2
เป็นการสอบฆ่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนที่เกิดใหม่ ให้นักเวทปี 1 เข้าไปฆ่ามอนสเตอร์และนำผลึกระดับ 1 มา 100 ผลึกถึงจะผ่าน
ด้วยความที่ชีตาลอยู่ในฐานะดีจึงคิดว่ามอนสเตอร์ระดับ 1 นั้นอ่อนแอจึงเกิดความประมาทขึ้น ความประมาทในตอนนั้นทำให้ชีตาลรับรู้ถึงการต่อสู้ที่แท้จริง
ชีตาลในตอนนั้นกรีดร้องออกมาเพราะหวาดกลัวและสิ้นหวังต่อความตาย ระหว่างที่ชีตาลกำลังกรีดร้องได้มีคนมาช่วย
คนที่ช่วยชีตาลคือนักเวทจากชนบทคนนั้น ชีตาลอับอายมากที่ถูกนักเวทจากชนบทช่วยหลังจากที่พูดคุยกันจึงทำให้ชีตาลรับรู้ว่านักเวทจากชนบทไม่ได้รังเกียจชีตาลแม้แต่นิดเดียว
แม้ว่าชีตาลจะพยายามใส่ร้าย ทำร้าย พังทำลายหอพักหรือต่าง ๆ มากมายเพื่อให้นักเวทจากชนบทลาออก นักเวทจากชนบทรู้ว่าชีตาลเป็นคนทำแต่ยังให้ช่วยเหลือชีตาล
และรับรู้อีกอย่างหนึ่งว่านักเวทจะชนบทต้องพยายามมากขนาดไหนถึงจะได้อันดับหนึ่งของปีเพื่อจะกลับไปช่วยเหลือหมู่บ้านของเขา
ชีตาลร้องไห้เพื่อได้ยินเรื่องราวของนักเวทจะชนบทและตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชีตาลช่วยเหลือนักเวทจากชนบทคนนี้เป็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็น ยาฟื้นฟูพลังเวท ยัน เครื่องรางและหนังสือเรียนชีตาลช่วยเหลือทุกอย่าง จนทำให้พรสวรรค์ของนักเวทจากชนบทส่องประกายยิ่งขึ้นจนไปเตะตาจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง
จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นจึงได้รับนักเวทจากชนบทนี้ไปเป็นลูกศิษย์ น่าเสียดายที่หลายปีต่อมาจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ได้ก่อเรื่องใหญ่ขึ้น นักเวทจากชนบทไม่ยอมทิ้งผู้เป็นอาจารย์
จึงเกิดจากต่อสู้ขึ้น จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่และนักเวทจากชนบทนั้นได้พ่ายแพ้และหลบหนีไป
นักเวทจากชนบทคนนั้นมีชื่อว่า เร่ยา
ชีตาลสะบัดแส้ม้าเพื่อกระตุ้นม้าให้วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด ม้ากลายพันธุ์ทั้ง 2 ตัวด้านหน้าได้ส่งเสียงร้องและวิ่งไปทางเมืองหลวงซาราโนอย่างรวดเร็ว
.......................
ตูม ตูม ตูม ตูม
เกิดการต่อสู้เสียงดังไปทั่วป่าทำให้สัตว์อสูรระดับการฝึกฝนน้อย ๆ หนีตายอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับเสียงคนร้องอย่างเจ็บปวดและเสียงนกร้องคำรามเป็นบางครั้ง
แจ๊คในตอนนี้กำลังวิ่งวนเป็นวงกลมโดยมีหู่เสวียเป็นศูนย์กลาง นกฟินิกซ์จากไม้คทาของหู่เสวียได้ใช้ปีกทั้ง 2 ข้างปกปิดร่างกายอันสวยงามของหู่เสวียเอาไว้อย่างมิดชิด
แม้ว่าจะใช้ปีกทั้ง 2 ข้างปกปิดร่างกายของหู่เสวียแต่นกฟินิกซ์ไม่มีปัญหาในการต่อสู้แม้แต่นิดเดียว มันได้พ่นน้ำแข็ง เกล็ดหิมะ สร้างแทงน้ำแข็งและอื่นมากมายจากปากของมัน
อีกอย่างหนึ่งมันไม่ได้เป็นการโจมตีแบบปกติถ้าแจ๊คโดนการโจมตีของนกฟินิกซ์เขาจะรู้สึกเจ็บปวดทางวิญญาณราวกับดวงวิญญาณทั่วร่างกายของเขาถูกแช่แข็ง
มันทรมานอย่างมากสำหรับแจ๊ค เขาพยายามจะโจมตีกลับไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสายตาของดูถูกของนกฟินิกซ์
“นกย่าง สักวันหนึ่งฉันจะย่างแก่แล้วจับมากิน”
แจ๊คตะโกนด่ากลับไปพร้อมกับวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต นกฟินิกซ์ได้ยินคำด่าของแจ๊คมันได้ส่งเสียงกลับ
“ไอเด็กเวร เจ้าอยู่เฉย ๆ แล้วให้ฉันแช่แข็งเจ้า”
“ไม่มีทางนกย่าง เจ้าไม่มีทางจับฉันได้”
ระหว่างการทะเลาะกับระหว่างแจ๊คกับนกฟินิกซ์ได้เกิดระเบิดขึ้นภายในปีกของนกฟินิกซ์ ทั้งแจ๊คและนกฟินิกซ์ได้หยุดต่อโจมตีกันและกัน
เกิดระเบิดนี้ไม่ได้รุนแรงมากนักทว่าราวกับพลุไฟและหายไป นกฟินิกซ์ส่งเสียงร้องอย่างดีใจก่อนจะกลายเป็นลำแสงสีฟ้าและเข้าไปในตัวหู่เสวีย
หู่เสวียเดินออกมาอย่างสง่างามและมองแจ๊คอย่างเยือกเย็น
แจ๊คมองหู่เสวียกลับไปพร้อมกับพูดว่า
“เธอได้รับพลังอะไรมา”
“เกี่ยวกับจิตใจตอนนี้ร่างกายของฉันอีก 5 ส่วนอยู่ในระบบผู้ร่วงหล่น ฉันตัดสินใจอย่างหนึ่งได้อาจจะทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดกาล”
แจ๊คสับสนกับคำพูดของหู่เสวียตัดสินใจอะไร
“เธอตัดสินใจอะไร”
หู่เสวียมองแจ๊คอย่างลังเลใจสักพักหนึ่งก่อนจะหายไป ปล่อยให้แจ๊คยื่นเกาหัวอยู่กับที่ก่อนจะหันขึ้นไปมองด้านบนหัว
แจ๊คหยิบแผนที่ขึ้นมาดูอีกไม่กี่วันเขาจะเดินทางไปถึงจุดที่ริเทาพีชี้ก่อนจะออกเดินทางไปอย่างไม่รีบร้อน
อีก 8 วันหลังจากการปะทะกันระหว่างแจ๊คกับการียะโซ
มีฝูงหมาป่าสีน้ำเงินจำนวนมากกำลังขู่ศัตรูของมัน คนที่อยู่ตรงหน้าฝูงหมาป่าสีเงินคือชายที่สวมชุดสีดำทั้งตัวและมีหน้ากากอันแปลกประหลาดคือหัวเราะครึ่งหนึ่งร้องไห้อีกครึ่งหนึ่ง
ข้าง ๆ ชายคนนั้นมีศพหมาป่าสีน้ำเงินจำนวนมาก บางตัวหัวขาด ขาและแขนถูกตัดขาด บางตัวมีบาดเจ็บจนเห็นกระดูก ในมือของชายคนนั้นมีหัวของหมาป่าตัวหนึ่ง
ชายคนนั้นคือแจ๊คเอง
“พวกหมาป่ามันจะตามไปถึงไหน ตามฉันมา 3 วันแล้วพวกมันไม่เบื่อหรือไงกัน”
ยิ่งแจ๊คพูดมากเท่ากับยิ่งทำให้ฝูงหมาป่าสีน้ำเงินโกรธมันได้กระโจนไปหาแจ๊คทันที แจ๊คเห็นฝูงหมาป่าสีน้ำเงินจำนวนมากกระโจนมาทางเขาก่อนจะถอนหายใจ
“วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะเล่นกับพวกหมาน้อยละ”
สิ้นสุดเรื่องแจ๊คหายตัวไปทันที หมาป่าสีน้ำเงินตัวหนึ่งโชคร้ายแจ๊คไปปรากฏตัวข้าง ๆ มันก่อนจะกางนิ้วทั้ง 5เป็นใบมีดและเจาะเข้าไปในหัวสมองของหมาป่าสีน้ำเงินตัวนี้ทันที
เอ๋ง
ปัง ตูม
หลังเจาะหัวสมองหมาป่าสีน้ำเงินมันร้องขึ้นก่อนจะตายลง แจ๊คได้โยนศพหมาป่าน้ำเงินไปให้หมาป่าสีน้ำเงินอีกตัวหนึ่งและสร้างหอกจำนวนมากขึ้นกลางอากาศ ตัวหอกบางอันมีไฟลุก บางหอกมีหยดน้ำไหลลงมา บางหอกแข็งและแห้งราวกับดิน บางหอกมีลวดลายของรากไม้
ทันใดที่หอกจำนวนมากปรากฏขึ้นกลางอากาศและพุ่งโจมตีไปหาฝูงหมาป่าอย่างบ้าคลั่ง ฝูงหมาป่าสีน้ำเงินไม่สามารถหลบหนีได้จึงตายลงไปจำนวนมาก
เอ๋ง เอ๋ง เอ๋ง
ปัง ปัง ปัง
แจ๊คมองมองศพของหมาป่าสีน้ำเงินและคิดเล็กน้อยก่อนจะยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างชั่วร้ายก่อนจะเก็บศพหมาป่าสีน้ำเงินเข้าไปทั้งหมด เดินมาสักพักหนึ่งแจ๊คได้เห็นจุดมุ่งหมายและตกตะลึงกับเหมืองทองร้างที่ถูกปิดตาย
..........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................