หลังจากที่หนานหมิงสร้างค่ายกลม่านพฤกษาเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็วางมันไว้บนโต๊ะ
ไม่นานนักศิษย์ของหอค่ายกลสวรรค์เดินมาที่โต๊ะของหนานหมิงและนำหยกวางไว้ในกล่องไม้พร้อมกับนำไปให้กรรมการทั้งหมดตรวจสอบดู
หลังจากที่ค่ายกลป้องกันม่านพฤกษาของหนานหมิงถูกนำไปให้กรรมการตรวจสอบก็ทำให้กรรมการทั้งหลายพากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เนื่องจากวิธีการสร้างค่ายกลม่านพฤกษาของหนานหมิงมีความซับซ้อนมากกว่าที่พวกเขาเห็นมาก แถมวิธีการสร้างก็ดูเหมือนว่าจะแปลกใหม่สำหรับพวกเขาอีกด้วย
กรรมการบางคนถึงกับพึมพำว่าสามารถใช้วิธีนี้ในการสร้างค่ายกลได้ด้วย นับว่าเป็นการเปิดโลกของพวกเขาอย่างยิ่ง
“ เจ้าหนุ่มลู่ซานผู้นี้จะต้องเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ค่ายกลที่เก่งกาจเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถทำความเข้าใจค่ายกลได้มากขนาดนี้! สามารถสร้างค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงในเวลาไม่ถึงสองเค่อได้จะต้องเป็นพรสวรรค์ที่สูงมากๆ ” หวังจื้อกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
ปรมาจารย์ค่ายกลอาวุโสทั้งหลายก็พากันเห็นด้วย พวกเขาคาดเดาว่าอาจารย์ของลู่ซานอย่างน้อยๆก็ต้องเป็นนักวางค่ายลกระดับลี้ลับแน่นอน และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือพรสวรรค์ของหนานหมิงที่สามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจกับค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงแบบนี้ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
พวกเขาคิดว่าถ้าหากพบเจอหนานหมิงให้เร็วกว่านี้หน่อยไม่แน่ว่าพวกเขาจะรับหนานหมิงเป็นศิษย์และทำให้ชื่อเสียงของเขากระจายไปทั่วอาณาจักรต้าเฟิงหรือแม้กระทั้งพื้นที่ใกล้เคียง แต่นั้นก็เป็นเพียงแค่เรื่องที่วาดฝันเท่านั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง
จากนั้นกรรมการปรมาจารย์ค่ายกลทั้งหลายก็พูดคุยกันก่อนที่ให้คะแนนความซับซ้อนของค่ายกลที่หนาหมิงสร้างขึ้น
หลังจากที่กรรมการทั้งหมดปรึกษากันพวกเขาก็มอบคะแนนให้สูงถึงสิบคะแนน เพราะพวกเขาเห็นแล้วว่าค่ายกลที่หนานหมิงสร้างมีความซับซ้อนอย่างมากแถมการลงอักขระก็ดูเชื่อมโยงกันจนกลายเป็นแนวทางใหม่ให้กับเหล่ากรรมการอีกด้วย เพราะแบบนี้พวกเขาจึงตกลงที่จะมอบให้สิบคะแนน
“ ถ้างั้นไม่ใช่ว่าเจ้าหนุ่มลู่ซานคนนี้ได้คะแนนเต็ม? ” ปู้ฟ่านอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
ทันใดนั้นกรรมการทั้งหมดก็มองหน้ากันก่อนที่จะส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้เพราะตามกฏแล้วก็คงจะเป็นแบบนั้นจริงๆ
สร้างค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงได้สิบคะแนน สร้างค่ายกลเสร็จก่อนสองเค่อก็ได้อีกสิบคะแนน ความซับซ้อนของค่ายกลก็ได้อีกสิบคะแนน เรียกได้ว่าแค่คนแรกก็ทำให้กรรมการทั้งหมดถึงกับไปไม่เป็น
“ ช่างเถอะๆ ใครใช้ให้เจ้าหนุ่มลู่ซานคนนี้มีความสามารถมากขนาดนี้กันล่ะ ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานเขาคงจะเป็นปรมาจารย์ระดับลี้ลับได้แล้ว ” เมิ่งฟางกล่าวพร้อมกับยิ้มจางๆ สำหรับเขาแล้วเขาเป็นคนที่ชื่นชอบอัจฉริยะ
กรรมการคนอ่ื่นๆก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แล้วจะให้พวกเขากล่าวอะไรในเมื่อค่ายกลของลู่ซานนั่นเทียบเคียงกับพวกเขาได้เลย
จากนั้นเฉาเหลียงก็เขียนตัวเลขลงในช่องของลู่ซาน
สามสิบคะแนน
หลังจากนั้นหนานหมิงก็ยืนอยู่นั่งเล่นอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง เพราะเขายังกลับไม่ได้เนื่องจากหลังจากจบการแข่งขันรอบแรกแล้วกรรมการจะประกาศคะแนนและบอกว่าใครจะเป็นคนที่เข้าสู่รอบที่สองและจะต้องแข่งขันในวันพรุ่งนี้
พริบตาก็ผ่านไปอีกหนึ่งเค่อ
ในที่สุดก็เริ่มมีปรมาจารย์ค่ายกลที่สร้างค่ายกลเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ยกธงขึ้นมาวางบนโต๊ะเพื่อให้นำไปให้กรรมการตรวจสอบและให้คะแนน
ในระหว่างนั้นหนานเทียนอวิ๋นเองก็สร้างค่ายกลเสร็จเรียบร้อย เขาจึงยกธงขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับยิ้มขึ้นเล็กน้อย
หนานหมิงเองก็เห็นว่าหนานเทียนอวิ๋นสร้างค่ายกลเสร็จแล้วเขาจึงมองไปยังค่ายกลที่หนานเทียนอวิ๋นสร้างก่อนที่จะยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ ค่ายกลปฐพีทมิฬงั้นหรอ? ไม่เลวเลยนิ ” หนานหมิงยิ้มขึ้นเพราะเขารู้ว่าค่ายกลปฐพีทมิฬนั้นเป็นค่ายกลระดับสูงที่มีความซับซ้อนในระดับที่สูงมาก แต่ก็ไม่สามารถเทียบได้กับค่ายกลม่านพฤกษาของหนานหมิง
ค่ายกลของผู้เข้าแข่งขันส่วนมากจะเป็นค่ายกลระดับกลางที่มีความซับซ้อนที่มีความซับซ้อนในระดับหนึ่ง น้อยคนนักที่จะสร้างค่ายกลระดับสูง ซึ่งปรมาจารย์ที่สร้างค่ายกลที่มีความซับซ้อนที่สูงมากส่วนมากก็จะเป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียง
ซึ่งคะแนนของปรมาจารย์ที่ม่ีชื่อเสียงส่วนมากจะอยู่ในระดับยี่สิบคะแนนจนไปถึงยี่สิบห้าคะแนน เนื่องจากพวกเขาสร้างค่ายกลเสร็จช้ากว่าสองเค่อคะแนนจึงเหลือเพียงแค่แปดคะแนนเท่านั้น
เมื่อหนานเทียนอวิ๋นสร้างค่ายกลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซูหลินก็มองไปที่หนาเทียนอวิ๋นด้วยแววตาจริงจัง
“ เหอะ! ก็แค่ค่ายกลระดับต่ำ แม้ว่าจะเสร็จเร็วกว่าก็ใช่ว่าจะได้คะแนนมากกว่าข้าซูหลิน ” ซูหลินพึมพำพร้อมกับก้มหน้าสร้างค่ายกลของตัวเองต่อ
ทางด้านของชุนเย่ฮวา นางก็มองไปที่หนานเทียนอวิ๋นที่สร้างค่ายกลเสร็จแล้ว นางก็ยิ้มขึ้นเล็กน้อยและก้มหน้าสร้างค่ายกลของตัวเองตอ
หลังจากที่กรรมการตรวจสอบค่ายกลปฐพีทมิฬของหนานเทียนอวิ๋น พวกเขาก็มองหน้ากันก่อนที่จะเห็นถึงแววตาที่จริงจังของกันและกันได้อย่างดี เพราะค่ายกลที่หนานเทียนอวิ๋นสร้างขึ้นมานั้นพวกเขาไม่เคยเห็นเหมือนกับค่ายกลม่านพฤกษาของหนานหมิง
“ เป็นรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์อีกหนึ่งคนสินะ ” เมิ่งฟางกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ นั้นสิ นึกไม่ถึงเลยว่าอายุแค่นี้แต่สามารถสร้างค่ายกลระดับเซียนขั้นสูงออกมาได้ แถมยังมีความซับซ้อนมากกว่าที่คิดอีกด้วย ” หวังจื้อกล่าวด้วยความประหลาดใจ
กรรมการคนอื่นๆเองก็เห็นด้วยกับคำกล่าวของหวังจื้อ
“ ค่ายกลนี้ถ้าหากข้าตรวจสอบไม่ผิดน่าจะแข็งแกร่งอย่างมาก สามารถป้องกันการโจมตีของระดับเซียนนภาขั้นปลายได้อย่างไม่มีปัญหาด้วยซ้ำ ” เหลียงเซินกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมา
“ ดังคำกล่าวคลื่นลูกใหม่ไล่ทันคลื่นลูกเก่า คำนี้ไม่เกินจริงเลยทีเดียว ” ปู้ฟ่านกล่าวพร้อมกับส่ายหน้าจางๆ
“ แล้วคะแนนที่พวกเราจะให้ล่ะ? ” ฮ่าวจวินถามขึ้น
“ สำหรับข้า…ข้าคิดว่าให้เก้าคะแนนน่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะค่ายกลที่ของหมิงเล่ยแม้ว่าจะยอดเยี่ยมและมีความซับซ้อนที่สูงมากแต่ยังไม่ถึงขั้นของค่ายกลของลู่ซาน ” หวังจื้อกล่าวขึ้น
“ ข้าเองก็คิดเหมือนกับหวังจื้อ เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครที่สร้างค่ายกลที่ซับซ้อนและยุ่งยากเหมือนกับลู่ซานออกมาได้ ” เหลียงเซินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
กรรมการคนอื่นๆเองก็คิดเหมือนกับหวังจื้อ เพราะฉะนั้นแล้วค่ายกลของหนานเทียนอวิ๋นจึงได้คะแนนไปเก้าคะแนน และเมื่อรวมคะแนนทั้งหมดแล้วทำให้หนานเทียนอวิ๋นได้รับคะแนนสูงถึงยี่สิบเจ็ดคะแนน นับว่าเป็นอันดับสองรองมาจากหนานหมิง
เมื่อกรรมการเห็นอันดับ พวกเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกครั้งเพราะตอนนี้ที่หนึ่งและที่สองต่างก็เป็นรุ่นเยาว์ทีไม่มีใครรู้จัก แถมยังมีความรู้ด้านค่ายกลที่สูงกว่าปรมาจารย์ค่ายกลที่มีชื่อเสียงหลายคนด้วยซ้ำ
ไม่นานนักปรมาจารย์รุ่นเยาว์คนแรกที่สร้างค่ายกลเสร็จนอกจากหนานหมิงและหนานเทียนอวิ๋นก็คือซูหลิน
ค่ายกลที่ซูหลินสร้างขึ้นมาเป็นค่ายกลระดับกลางที่มีชื่อว่า ค่ายกลสังหารดาบดารา ซึ่งเป็นค่ายกลที่สร้างได้ยากในระดับหนึ่ง เพราะค่ายกลนี้มีความซับซ้อนที่สูงมากถ้าหากเป็นปรมาจารย์ค่ายกลระดับกลางสร้างขึ้นมา
“ สมกับเป็นศิษย์ของเจ้าเลยนะเฒ่าเฉา ” เมิ่งฟางกล่าวด้วยรอยยิ้ม เพราะต้องไม่ลืมว่าปรมาจารย์รุ่นเยาว์ที่เข้าร่วมการแข่งขันนี้ส่วนมากจะเป็นนักวางค่ายกลระดับกึ่งเซียน มีเพียงแค่ซูหลินและชุนเย่ฮวาสองคนเท่านั้นอยู่ในระดับเซียนขั้นต้น
แต่ตอนนี้ซูหลินสามารถสร้างค่ายกลระดับเซียนขั้นกลางได้แถมยังมีความยากที่ยากกว่าค่ายกลระดับกลางทั่วไปอีกด้วย ทำให้เมิ่งฟางอดไม่ได้ที่จะชื่นชมออกมา
เฉาเหลียงยิ้มจางๆและกล่าวว่า “ แม้ว่าจะยอดเยี่ยมเพียงใดก็ไม่อาจเทียบได้กับลู่ซานและหมิงเล่ย ”
“ เฮ้ๆ เจ้าอย่าเอาซูหลินไปเปรียบเทียบกับปีศาจสองคนนั้นสิ ข้าคิดว่าเจ้าปีศาจสองคนนั้นเป็นถึงปรมาจารย์ระดับเซียนขั้นสูงแล้ว เพียงแค่นับในอาณาจักรต้าเฟิงแห่งนี้ซูหลินก็ถือว่าเป็นหนึ่งในสองปรมาจารย์ค่ายกลรุ่นเยาว์ที่มีความหวังที่จะกลายเป็นปรมาจารย์ระดับลี้ลับเชียวนะ ” เมิ่งฟางกล่าวขึ้น
แน่นอนว่าที่เมิ่งฟางกล่าวว่าซูหลินคือหนึ่งในสองปรมาจารย์ค่ายกลที่อาจจะไปถึงระดับลี้ลับได้ ซึ่งอีกคนก็คือ ชุนเย่ฮวา
เฉาเหลียงยิ้มและพยักหน้ารับเพราะที่เมิ่งฟางกล่าวมาก็ถือว่าเป็นเรื่องจริง ถ้าหากนับแค่ในอาณาจักรต้าเฟิงแห่งนี้ ซูหลินถือว่าเป็นรุ่นเยาว์ที่มากไปด้วยพรสวรรค์จริงๆ ไม่อย่างนั้นเฉาเหลียงคงไม่รับเป็นศิษย์แล้ว
กรรมการทั้งหมดตรวจสอบค่ายกลของซูหลินแล้ว พวกเขาก็ลงคะแนนให้สูงถึงเจ็ดคะแนนด้วยกัน เพราะถึงอย่างไรค่ายกลสังหารดาบดาราแม้ว่าจะเป็นค่ายกลระดับเซียนขั้นกลางแต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนมากนักในแง่ของค่ายกลระดับเซียนขั้นกลาง แต่สำหรับซูหลินแล้วการที่เขาสามารถสร้างค่ายกลระดับนี้ได้ถือว่าทำให้เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายชื่นชมแล้ว เพราะขนาดพวกเขาในตอนที่อายุเท่ากับซูหลินก็ยังไม่สามารถสร้างค่ายกลระดับเซียนขั้นกลางที่ซับซ้อนได้เท่ากับซูหลินด้วยซ้ำ
แต่ถึงอย่างนั้นเหล่ากรรมการก็ให้คะแนนตามความจริง พวกเขาไม่สามารถให้คะแนนเพิ่มเติมให้กับซูหลินที่เป็นรุ่นเยาว์หรือศิษย์ของเฉาเหลียง
ทำให้ตอนนี้คะแนนของซูหลินคือยี่สิบสองคะแนน ถ้าหากให้เทียบในตอนนี้อันดับของซูหลินนั้นอยู่ในสิบอันดับแรกของปรมาจารย์ค่ายกล ณ ตอนนี้
และก่อนที่จะครบหนึ่งชั่วยาม ชุนเย่ฮวาก็สร้างค่ายกลเสร็จพอดี
ค่ายกลที่ชุนเย่ฮวาสร้างขึ้นมาก็คือค่ายกลลวงตาหมอกพลางตา ซึ่งเป็นค่ายกลระดับกลางที่มีความซับซ้อนมากกว่าค่ายกลสังหารดาบดาราของซูหลินอยู่หนึ่งขั้น
“ นึกไม่ถึงเลยว่านางจะสามารถสร้างค่ายกลมายาขึ้นมาได้ ” เหลียงเซินอุทานออกมา
ต้องรู้ก่อนว่าค่ายกลถูกแบ่งออกเป็นสามอย่างได้การค่ายกลสังหาร ค่ายกลป้องกันและค่ายกลลวงตา
ซึ่งค่ายกลทั้งสามชนิดนี้ค่ายกลลวงตาถือว่าเป็นค่ายกลที่สร้างได้ยากที่สุดเพราะมีความซับซ้อนที่สูงมาก ส่วนค่ายกลป้องกันและค่ายกลสังหารก็ไล่ลงมาตามลำดับ
“ ข้าเองก็เพิ่งจะเคยเห็นนางสร้างค่ายกลนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน คาดว่านางน่าจะฝึกฝนมาอย่างหนักเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ ” เมิ่งฟางกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ภูมิใจ ถึงอย่างไรชุนเย่ฮวาก็คือคนของวิหารค่ายกลมายา
กรรมการคนอื่นๆก็ยิ้มขึ้นเช่นกัน ถึงอย่างไรชุนเย่ฮวาก็นับว่าเป็นหน้าเป็นตาของอาณาจักรต้าเฟิง ถ้าหากนางมีความสามารถมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คนในอาณาจักรภาคภูมิใจมากยิ่งขึ้น
หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว กรรมการทั้งหมดให้คะแนนชุนเย่ฮวาแปดคะแนน และเมื่อรวมคะแนนทั้งหมดของนางแล้ว ตอนนี้นางมีคะแนนถึงยี่สิบสามคะแนน
จากนั้นพริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
ปรมาจารย์ค่ายกลทั้งหมดต่างก็อยู่ที่โต๊ะของตัวเองเพื่อรอฟังผล สีหน้าของปรมาจารย์บางคนไม่ได้คิดอะไรมาก ส่วนบางคนแสดงสีหน้าเคร่งเครียด
ตอนนี้เหล่าผู้ชมต่างก็ลุ้นแล้วว่าปรมาจารย์ค่ายกลที่พวกเขาเชียร์จะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายในวันพรุ่งนี้หรือไม่
ซึ่งมีผู้ชมจำนวนมากที่ได้พนันว่าปรมาจารย์ค่ายกลคนไหนจะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายในวันพรุ่งนี้ โดยร้านรับพนันต่างก็ใส่ชื่อปรมาจารย์ทั้งหมดลงไปแล้วให้นักพนันทายว่าใครจะได้เป็นอันดับหนึ่งในรอบแรก ถ้าหากทายถูกก็จะได้รับเงินรางวัลตามที่ตกลงกันไว้ ด้วยเหตุนี้ทำให้นักพนันจำนวนมากลุ้นให้ปรมาจารย์ที่ตัวเองลงเดิมพันเป็นอันดับหนึ่งในรอบแรก
หลังจากที่กรรมการทั้งหมดพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฉาเหลียงในฐานะของผู้จัดงานก็เดินออกมาด้านหน้าพร้อมกับถือใบคะแนน
" ตอนนี้กรรมการทั้งหมดได้รวมคะแนนของปรมาจารย์ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะประกาศรายชื่อปรมาจารย์ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในวันพรุ่งนี้ ซึ่งรอบสุดท้ายในวันพรุ่งนี้จะมีทั้งหมดสามสิบสองคนและรายชื่อที่ข้าจะประกาศคืออันดับสุดท้ายจากนั้นก็จะไล่ขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงอันดับหนึ่ง
อันดับที่สามสิบสอง ป๋อเล่ย
อันดับที่สามสิบเอ็ด โก้วต้าย
…
อันดับที่ยี่สิบสอง ซูหลิน
ทันทีที่ได้ยินชื่อ ซูหลินก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก อย่างน้อยๆเขาก็สามารถเข้าสู่รอบสุดท้ายในวันพรุ่งนี้ได้สำเร็จ จากนั้นซูหลินก็หันไปมองหนานเทียนอวิ๋นพร้อมกับทำสีหน้าภูมิใจ เย้ยหยันและท้าทายขึ้นมา ราวกับจะบอกว่าข้าผ่านเข้ารอบแล้วเจ้าล่ะผ่านเข้ารอบหรือไม่?
หนานเทียนอวิ๋นสัมผัสได้ถึงสายตาของซูหลินเขาก็เลิกคิ้วเล็กน้อยและยิ้มจางๆตอบกลับไป
ซึ่งการกระทำของหนานเทียนอวิ๋นทำให้ซูหลินไม่พอใจขึ้นมาทันที เขานึกว่าจะเห็นสีหน้าที่ไม่พอใจของหนานเทียนอวิ๋นเสียด้วยซ้ำ
“ หึ! รออันดับจบลงแล้วเจ้ายังจะยิ้มแบบนี้อีกไหม! ” ซูหลินพึมพำพร้อมกับเลิกสนใจหนานเทียนอวิ๋นแทน ตอนนี้เขาลุ้นว่าชุนเย่ฮวาจะผ่านเข้ารอบด้วยหรือไม่