ความเ็ปทรมานดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะจบลงโดยง่ายดาย ซ่งหยวนรับรู้ความรู้สึกของซูฮวาได้ทั้งหมดก็คราวนี้ ความเ็ปในยามที่ถูกมีดปลายแหลมแทงเข้าที่ดวงตาก่อนจะถูกคว้านออกไปทำให้ซ่งหยวนเจ็บเจียนตายจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่
ร่างที่คร่อมทับอยู่้าเมื่อมองด้วยตากลับเห็นว่าร่างนั้นบอบบางยิ่ง ทว่าในความรู้สึกของซ่งหยวน เปรียบเสมือนถูกทับด้วยหินหนักๆ หลายร้อยจินจนร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้ มือทั้งสองข้างที่ถูกปล่อยให้เป็อิสระพยายามปัดป่ายต่อต้าน แต่ก็เท่านั้น เพราะมันไม่ได้ผลใดๆ ทั้งสิ้น
“ช่วย...ช่วยด้วย” เสียงที่เปล่งออกมาเป็คำพูดนั้นช่างยากเย็น
ซูฮวาใช้มือซ้ายเพียงหนึ่งข้างกดลำคอของคนใต้ร่าง เท่านี้ก็เพียงพอให้เป็หลักยึดเพื่อไม่ให้ศีรษะขยับได้จนกว่านางจะทำการควักดวงตาของซ่งหยวนจนเสร็จสิ้น สำหรับซ่งหยวนคนนี้ที่เป็หัวโจกคอยกลั่นแกล้งทำร้ายนางในกาลก่อน ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วจะมีส่วนในการปลิดชีพนางในคืนนั้น ดังนั้นแล้วนางก็จะสนองคืนกลับไปโดยเริ่มที่ดวงตาข้างหนึ่ง และค่อยๆ ฝังรากความกลัวให้อีกฝ่าย
แน่นอนว่านางย่อมต้องตามเอาคืนจนหมดสิ้นหนี้แค้น และนั่นก็คือความตาย...
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นเพราะความเ็ปอยู่นาน ในที่สุดซ่งหยวนก็ไม่รับรู้ถึงความรู้สึกที่กดทับอยู่แล้ว นางจึงรีบดีดตัวลุกขึ้นวิ่งหนีไปท่ามกลางความมืด ทว่าเสียงของซูฮวาก็ยังคอยตามหลอกหลอนไม่จบสิ้น
“ปล่อยข้าไป ข้ากลัวแล้ว ข้ากลัวแล้ว” มือข้างหนึ่งกุมที่บริเวณเบ้าตาข้างขวาที่ถูกควักดวงตาออกไป ซ่งหยวนรับรู้ได้ถึงเืที่ไหลลงมาจนชุ่มไปทั่วทั้งมือลาดลงไปถึงคอและตามร่างกาย ถึงกระนั้นสองขาก็ยังไม่หยุดวิ่ง
“ซ่งหยวน...เ้าจะหนีไปที่ใดได้” เสียงเยือกเย็นยังคงตามหลอกหลอน ไม่ว่าซ่งหยวนจะวิ่งออกมาไกลจนเหนื่อยหอบแทบขาดใจแล้วก็ตาม
และถึงแม้จะวิ่งออกไปไกลมากเท่าใดก็จะมีเงาร่างของซูฮวาดักที่ด้านหน้าเสมอ นั่นทำให้ซ่งหยวนยิ่งมั่นใจว่าอีกฝ่ายเป็ภูตผีไม่ใช่คน
“อ๊าก!...” ซ่งหยวนร้องออกมาเพราะรับรู้ได้ถึงคมมีดที่เชือดเฉือนเข้าที่ต้นแขน และหลังจากนั้นก็ถูกเฉือนเนื้อไปทั่วร่าง ทว่าในระหว่างนี้ซ่งหยวนกลับมองไม่เห็นต้นตอด้วยตาเนื้อเลยสักนิด มีเพียงเสียงหัวเราะที่ดังไปทั่วผืนป่า
หลังจากนั้นไม่ว่าจะวิ่งไปไกลเท่าไร ซูฮวาก็จะปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าอยู่เป็ระยะและใช้มีดเล่มเดิมฟันไปที่ร่างของซ่งหยวนจนโชกไปด้วยเื ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้เล็งจุดตาย เพียง้าทรมานอีกฝ่ายให้เ็ปและหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
ซ่งหยวนเริ่มหมดแรงที่จะวิ่งต่อไป นางรับรู้แล้วว่าไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น อีกทั้งร่างกายยังเสียเืเป็จำนวนมากจนบัดนี้สติของนางเริ่มเลือนรางขึ้นทุกที
ร่างใหญ่โตของสาวใช้ซ่งหยวนค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นดินล้มกระแทกลงไป ทว่าดวงตาข้างซ้ายที่เริ่มจะปิดกลับเห็นเงาร่างของซูฮวายืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล และก่อนที่สติจะดับวูบลง เสียงสุดท้ายของร่างร่างนั้นยังได้เอื้อนเอ่ยขึ้น
“จงจำเอาไว้ ใครทำกับข้า มันย่อมไม่ตายดี” เสียงอันเยือกเย็นฝังลึกในจิตใจของซ่งหยวน จนในที่สุดนางก็สลบลงไป...
ซูฮวาใช้สายตาเ็ามองร่างของซ่งหยวน การปล่อยเหยื่อไปในครั้งนี้นางมั่นใจว่าจะทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความทรมานอย่างที่นางเคยได้รับตลอดมา การฆ่าให้ตายภายในคราเดียวย่อมไม่สาสมกับสิ่งที่อีกฝ่ายเคยทำเอาไว้
จากนั้นนางก็ทำการปรับระยะการได้ยินเพราะเมื่อครู่ได้ยินเสียงเรียกแว่วมาอยู่ไกลๆ จึงได้รู้ว่าเสียงนั้นเป็ของชายสามคนที่มาพร้อมกับซ่งหยวน ซึ่งพวกเขากำลังตามหาอีกฝ่ายอยู่ และเมื่อคำนวณระยะทางและทิศจากการได้ยินแล้ว ซูฮวาจึงไม่รอช้าที่จะหิ้วปลีกนำซ่งหยวนไปทิ้งเอาไว้ใกล้ๆ เพื่อให้พวกเขาหาเจอและพากลับเมืองหลวง
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ นางจึงกลับไปที่หลุมศพของนางอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าชายทั้งสามได้ทำการกลบฝังดินกลับไปตามเดิมแล้ว พวกเขาคงคิดว่าถึงจะอยู่ในป่าลึก แต่หากมีชาวบ้านละแวกรอบป่ามาพบคงไม่พ้นถูกสืบสาวราวเื่จนกระทบต่อท่านหญิงและอ๋องเจียเฉิง สุดท้ายคนที่ซวยก็อาจจะเป็พวกเขาเองที่ทำงานไม่เรียบร้อย
ซูฮวายืนมองหลุมศพร่างเดิมของนางด้วยดวงตาล่องลอยก่อนที่จะคุกเข่าลง
“ขอโทษ” อาจดูเป็เื่ตลกที่นางต้องมาคุกเข่าให้ร่างของตนเองในอดีต แต่นี่เป็สิ่งที่นางอยากทำมาโดยตลอด
จากนั้นซูฮวาก็โขกศีรษะลงกับพื้นก่อนจะเริ่มเอ่ย
“ขอโทษที่ตัวข้าเคยอ่อนแอ เคยโง่เขลา ขอโทษที่ทำให้ตนเองต้องตายไปอย่างอเนจอนาถ ขอโทษ...ที่ข้าตายไปโดยที่ท่านพ่อท่านแม่และท่านพี่ ไม่เคยได้รับรู้เลย” ซูฮวานึกถึงครอบครัวในอดีตที่นางได้เติบโตมาจนอายุแปดขวบปี แม้จะอยู่อย่างอดๆ อยากๆ แต่ในตอนนั้นคงถือได้ว่าเป็่เวลาที่ดีที่สุดสำหรับนางแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้มารดาจะหายป่วยหรือยัง และท่านพี่ของนางที่เดินทางไปพร้อมขบวนสินค้าจะเป็อย่างไรบ้าง หากเสร็จเื่ราวทุกอย่างแล้ว...นางจะกลับไปหาพวกเขาได้หรือไม่
“ขอโทษ ที่รบกวนร่างอันไร้ิญญานี้” หากนางไม่อยากที่จะยืนยันให้เห็นด้วยตาตนเอง ใจคงไม่สงบสุข อีกอย่างก็เพื่อเปิดทางในการเอาคืนคนพวกนั้น
“ข้าขอให้คำมั่นสัญญากับตัวข้าในอดีต ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะทำให้ทุกคนที่มีส่วนกับการตายของข้าในครั้งนี้ ได้รับผลของการกระทำอย่างสาสมที่สุด” สิ้นคำกล่าวนี้ ซูฮวาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง นางหมุนกายเดินจากไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคงโดยไม่หันกลับไปมองอีก
ทว่ากลับมีคำกล่าวหนึ่งที่นางไม่ได้พูดออกไป
ขอโทษ ที่นางตั้งใจจะละทิ้งซูฮวาคนเก่า จากนี้ไปจะไม่มีนางคนเดิมอีกต่อไปแล้ว จะมีเพียงซูฮวาคนใหม่คนนี้ ที่ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกได้อีก...