ชื่อเสียงของนาฟกระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วจนแม้กระทั่งภายในสถานศึกษาเองก็มีกลุ่มนักศึกษาหลายคนที่มาเฝ้ารอที่จะได้พบเจอคนดังของสถาบัน
ณ แผนกการสรรค์สร้าง ที่เดิมทีมีคนเข้าออกไม่เกิน10 คนต่อวัน แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยนักศึกษาที่มายืนรออยู่ใต้อาคารเต็มไปหมด
“เอาไงดีล่ะครับ ครูดอน! ข้าลงไปบอกกลุ่มคนข้างล่างแล้วว่านาฟไม่อยู่แต่พวกเขายืนยันจะขอรออยู่ตรงนี้”
ชางเอ่ยอย่างร้อนรน
ครูดอนหัวเราะแล้วเอ่ย “แล้วเจ้าไม่ชอบเหรอชางนานๆทีจะมีคนมาที่แผนกเรากันเยอะขนาดนี้นะ”
ส่วนนิค ยี่หวาและวีที่ยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง พากันโบกไม้โบกมือให้คนข้างล่าง ราวกับเป็นเรื่องสนุกสนาน
ณ อาคาร 5 แผนกวิวัฒน์กลไก ชายหนุ่ม 2 คนที่ยืนอยู่หน้าจอกลไกร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ ต่างๆ ที่เก็บมาพร้อมกับการแข่งขัน
คากิชี้ไปที่ภาพของแข่งขันรอบคัดเลือกวันสุดท้าย มีรถแข่งสีดำมีหนามแหลมอยู่รอบคันรูปร่างใหญ่กว่ารถแข่งทั่วไปแต่มีการออกแบบและติดอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยในตัวรถมากมายซึ่งทำเวลาในรอบคัดเลือก อยู่ที่ 56 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดรองจากนาฟ
“เจ้านี่เคยลงแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว ใช้ชื่อว่า“มฤตยูดำ” มันผ่านเข้ารอบสุดท้ายของปีที่แล้วแต่กลับหายตัวไปเฉยๆไม่ลงแข่งรอบชิงชนะเลิศ ปีนี้มันกลับมาแข่งใหม่และสามารถทำความเร็วได้น่าสนใจมาก
นาฟที่มองภาพบันทึกการขับขี่ของรถคันดำรู้ว่าการขับขี่แบบนี้ต้องมีทักษะที่สูงเป็นอย่างมาก
“ข้ารู้สึกว่าเจ้านี่ยังไม่ใช้ความเร็วที่แท้จริง!
คากิพยักหน้า แล้วเอ่ย “นายต้องระวังคนพวกนี้ไว้ เพราะต่างก็มีที่มาที่ไม่ชัดเจนและอย่าลืมว่าตอนนี้นายเป็นเป้าที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
คากิขยับเลื่อนภาพต่อไป แสดงถึง รถแข่งสีเงินรูปร่างเรียวยาว จำนวน 4 คัน
“พวกมันทั้งสี่คน ล้วนผ่านเข้ารอบคัดเลือกในนามของ“สมาคมมิดการ์ด” จากอาณานิคมใน สมาคมนี้มีเครือข่ายที่กว้างใหญ่มากแม้แต่สมาคมเวสการ์ดยังอยู่ภายใต้สังกัดของสมาคมนี้
นาฟมองรถสีเงิน ทั้งสี่คันที่รูปร่างเหมือนกันหมดแล้วยกยิ้มมุมปาก เอ่ยขึ้น
“สมาคมใต้ดินอย่างนั้นรึ!”
คากิที่มองภาพเดียวกับนาฟอยู่ กล่าว
“ข้อมูลจากองค์กรเราก็ยังระบุได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่แต่ยังไงนายก็คงต้องระวังคนพวกนี้ไว้ พวกมันทำงานกันเป็นทีมอย่าลืมว่านายตัวคนเดียว”
คากิหันกลับมามองนาฟสีหน้าอดแสดงความเป็นห่วงไม่ได้ “เหลือเวลาอีก 5 วัน การแข่งขันรอบต่อไปจะเริ่มขึ้น นายจะเอายังไงต่อ”
นาฟแสดงที่สายตามุ่งมั่น มองตรงไปข้างหน้า “ฉันขอตัวออกไปฝึกเพิ่มเติมในสถานที่ของฉัน!
คากิชักสีหน้า “เหลือเวลาเพียงแค่ 5 วัน มันน้อยเกินไปสำหรับฝึกฝนเพิ่มเติมนะนาฟ”
นาฟหันมายิ้มให้เพื่อนตัวอ้วน “เรื่องเวลาไม่เป็นปัญหาสำหรับฉันนายไม่ต้องกังวลไป”
คากิเข้าใจ และกล่าวเสริม “ตอนนี้นายกลายเป็นคนมีชื่อเสียงแล้วทุกสิ่งที่คิดไว้ได้เริ่มก้าวเดินแล้ว จากนี้นายต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้นนะ”
นาฟพยักหน้าแล้วเอ่ย
“ขอบคุณเจ้านะ ที่คอยส่งเสริมข้าแล้วข้าจะทำให้ดีที่สุด”
วันนั้นนาฟรอจนฟ้ามืดลง นักศึกษาส่วนมากเริ่มกลับเข้าที่พักถึงได้ออกจากแผนกวิวัฒน์กลไก
แต่ทันทีที่ออกจากอาคาร
"กึก!"
นาฟเหลียวมองไปในมุมมืดที่อยู่ซอกอาคารที่ห่างไกลสัมผัสได้ถึงแววตาที่คุ้นเคย มุมปากเกิดเป็นรอยยิ้ม
ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีเพียงแสงไฟ ที่ส่องตามทางเดินในสถานศึกษา นักศึกษาส่วนมากล้วนกลับเข้าที่พักกันหมดแล้ว แต่มีชายหญิงคู่หนึ่งที่ยังเดินพูดคัยกันอยู่
"นี่เจ้าตั้งใจจะปิดบังข้าอีกนานแค่ไหน"
นาฟหันกลับไปมองหญิงสาวแสนสวยแล้วเอ่ย
"ข้าไม่ได้ตั้งใจปิดบัง และจริงๆแล้วข้าไม่เคยคิดเสียด้วยซ้ำ ว่าข้าจะเข้าแข่งขัน"
"แต่เจ้าก็เข้าแข่ง" อิงอิงพูดสวนกลับมาทันที
"หรือว่าเจ้าลงแข่งขันเพียงเพราะเจ้าอ้วนนั่นชักชวน?
"อืม....จะว่าอย่างนั้นก็ได้"
อิงอิง ถึงกับขมวดคิ้วเพราะเท่าที่รู้จักกับชายคนนี้ น่าจะไม่ใช่คนประเภทที่ชอบอวดอ้างว่าตนเองเก่ง
"จะเพราะอะไรก็แล้วแต่นะนาฟก่อนอื่นข้าขอชื่นชมเจ้านะ" อิงอิงขยับตัวมาบังทางเดินและยื่นหน้าจ้องมองชายหนุ่ม
"แต่ข้าก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าเจ้าไปฝึกฝนทักษะการขับขี่รถแข่งในระยะเวลาอันสั้นนี้มาจากไหน"
นาฟถึงกับทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อถูกสาวแสนสวยคนนี้จ้องมองในระยะใกล้อีกครั้ง
"เออ....คือข้า...ฝึกฝนตามภาพบันทึกของคากิน่ะ!"
"ข้ารู้ว่าเจ้าเก่ง แต่เวลาเพียงแค่สั้นๆเจ้ากลับมีทักษะการขับขี่ถึงระดับนี้แล้ว! อิงอิงยังคงจ้องตานาฟอย่างไม่ละสายตา
นาฟที่ไม่สามารถหันหน้าหนีไปไหนได้เริ่มอึดอัดทำตัวไม่ถูกใจก็อยากจะบอกว่าความจริงว่าแท้จริงแล้วตนก็ลำบากฝึกฝนอยู่ในโลกมิติอย่างหนักอยู่นานนับปี
"เออ....คือว่า....ข้ามีประสาทสัมผัสดีไง ถึงได้ฝึกฝนได้ไว"
"แล้วเจ้าหลบตาข้าทำไม?
ขณะที่นาฟหันหน้ากลับมาเป็นจังหวะที่อิงอิงยื่น
หน้าเข้าไปพอดี สองคนสบสายตากันในระยะใกล้
อยู่ๆหญิงสาวก็หยิบเหรียญบางอย่างขึ้นมากั้นกลางระหว่างใบหน้า
นาฟมองเหรียญสีทองขนาดเล็กในมือของอิงอิง
“นี่คือ…?
“รับมันไปสิ”อิงอิงยื่นเหรียญไปที่มือนาฟ
ชายหนุ่มลังเลอยู่พักหนึ่งจึงหยิบเหรียญขึ้นมา เห็นสัญลักษณ์มังกรอยู่กลางเหรียญ
อิงอิงยิ้มแล้วกล่าว “ตั้งแต่เจ้าช่วยข้าไว้คราวก่อนข้ายังไม่มีโอกาสได้ตอบแทนเจ้าเลย และนี่คือเหรียญตราราชวงศ์ เห็นเหรียญนี้เสมือนเห็นตัวแทนของราชวงศ์”
นาฟมองเหรียญที่อยู่ในมือกำลังจะกล่าว แต่ถูกหญิงสาวเอ่ยขัดทันที
“ข้าตั้งใจจะมอบให้เจ้านะสิ่งที่เจ้าทำให้ข้ามันมากมายกว่าวัตถุสิ่งของใดที่มี”