ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 143 เหรียญตราราชวงศ์

    ชื่อเสียงของนาฟกระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วจนแม้กระทั่งภายในสถานศึกษาเองก็มีกลุ่มนักศึกษาหลายคนที่มาเฝ้ารอที่จะได้พบเจอคนดังของสถาบัน

    ณ แผนกการสรรค์สร้าง ที่เดิมทีมีคนเข้าออกไม่เกิน10 คนต่อวัน แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยนักศึกษาที่มายืนรออยู่ใต้อาคารเต็มไปหมด

    “เอาไงดีล่ะครับ ครูดอน! ข้าลงไปบอกกลุ่มคนข้างล่างแล้วว่านาฟไม่อยู่แต่พวกเขายืนยันจะขอรออยู่ตรงนี้”

    ชางเอ่ยอย่างร้อนรน

    ครูดอนหัวเราะแล้วเอ่ย  “แล้วเจ้าไม่ชอบเหรอชางนานๆทีจะมีคนมาที่แผนกเรากันเยอะขนาดนี้นะ”

    ส่วนนิค ยี่หวาและวีที่ยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง พากันโบกไม้โบกมือให้คนข้างล่าง ราวกับเป็นเรื่องสนุกสนาน

    ณ อาคาร 5 แผนกวิวัฒน์กลไก ชายหนุ่ม 2 คนที่ยืนอยู่หน้าจอกลไกร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ ต่างๆ ที่เก็บมาพร้อมกับการแข่งขัน

    คากิชี้ไปที่ภาพของแข่งขันรอบคัดเลือกวันสุดท้าย มีรถแข่งสีดำมีหนามแหลมอยู่รอบคันรูปร่างใหญ่กว่ารถแข่งทั่วไปแต่มีการออกแบบและติดอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยในตัวรถมากมายซึ่งทำเวลาในรอบคัดเลือก อยู่ที่ 56 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดรองจากนาฟ

     “เจ้านี่เคยลงแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว ใช้ชื่อว่า“มฤตยูดำ” มันผ่านเข้ารอบสุดท้ายของปีที่แล้วแต่กลับหายตัวไปเฉยๆไม่ลงแข่งรอบชิงชนะเลิศ ปีนี้มันกลับมาแข่งใหม่และสามารถทำความเร็วได้น่าสนใจมาก

    นาฟที่มองภาพบันทึกการขับขี่ของรถคันดำรู้ว่าการขับขี่แบบนี้ต้องมีทักษะที่สูงเป็นอย่างมาก  

    “ข้ารู้สึกว่าเจ้านี่ยังไม่ใช้ความเร็วที่แท้จริง!

    คากิพยักหน้า แล้วเอ่ย  “นายต้องระวังคนพวกนี้ไว้ เพราะต่างก็มีที่มาที่ไม่ชัดเจนและอย่าลืมว่าตอนนี้นายเป็นเป้าที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

    คากิขยับเลื่อนภาพต่อไป แสดงถึง รถแข่งสีเงินรูปร่างเรียวยาว จำนวน 4 คัน

    “พวกมันทั้งสี่คน ล้วนผ่านเข้ารอบคัดเลือกในนามของ“สมาคมมิดการ์ด” จากอาณานิคมใน สมาคมนี้มีเครือข่ายที่กว้างใหญ่มากแม้แต่สมาคมเวสการ์ดยังอยู่ภายใต้สังกัดของสมาคมนี้

    นาฟมองรถสีเงิน ทั้งสี่คันที่รูปร่างเหมือนกันหมดแล้วยกยิ้มมุมปาก เอ่ยขึ้น 

    “สมาคมใต้ดินอย่างนั้นรึ!”

    คากิที่มองภาพเดียวกับนาฟอยู่ กล่าว 

    “ข้อมูลจากองค์กรเราก็ยังระบุได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่แต่ยังไงนายก็คงต้องระวังคนพวกนี้ไว้ พวกมันทำงานกันเป็นทีมอย่าลืมว่านายตัวคนเดียว”

     

    คากิหันกลับมามองนาฟสีหน้าอดแสดงความเป็นห่วงไม่ได้  “เหลือเวลาอีก 5 วัน การแข่งขันรอบต่อไปจะเริ่มขึ้น นายจะเอายังไงต่อ”

    นาฟแสดงที่สายตามุ่งมั่น มองตรงไปข้างหน้า  “ฉันขอตัวออกไปฝึกเพิ่มเติมในสถานที่ของฉัน!

    คากิชักสีหน้า “เหลือเวลาเพียงแค่ 5 วัน มันน้อยเกินไปสำหรับฝึกฝนเพิ่มเติมนะนาฟ”

    นาฟหันมายิ้มให้เพื่อนตัวอ้วน  “เรื่องเวลาไม่เป็นปัญหาสำหรับฉันนายไม่ต้องกังวลไป”

    คากิเข้าใจ และกล่าวเสริม  “ตอนนี้นายกลายเป็นคนมีชื่อเสียงแล้วทุกสิ่งที่คิดไว้ได้เริ่มก้าวเดินแล้ว จากนี้นายต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้นนะ”

    นาฟพยักหน้าแล้วเอ่ย

    “ขอบคุณเจ้านะ ที่คอยส่งเสริมข้าแล้วข้าจะทำให้ดีที่สุด”

    วันนั้นนาฟรอจนฟ้ามืดลง นักศึกษาส่วนมากเริ่มกลับเข้าที่พักถึงได้ออกจากแผนกวิวัฒน์กลไก 

     

    แต่ทันทีที่ออกจากอาคาร 

    "กึก!"

    นาฟเหลียวมองไปในมุมมืดที่อยู่ซอกอาคารที่ห่างไกลสัมผัสได้ถึงแววตาที่คุ้นเคย มุมปากเกิดเป็นรอยยิ้ม

     

    ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีเพียงแสงไฟ ที่ส่องตามทางเดินในสถานศึกษา  นักศึกษาส่วนมากล้วนกลับเข้าที่พักกันหมดแล้ว  แต่มีชายหญิงคู่หนึ่งที่ยังเดินพูดคัยกันอยู่

    "นี่เจ้าตั้งใจจะปิดบังข้าอีกนานแค่ไหน"

    นาฟหันกลับไปมองหญิงสาวแสนสวยแล้วเอ่ย

    "ข้าไม่ได้ตั้งใจปิดบัง และจริงๆแล้วข้าไม่เคยคิดเสียด้วยซ้ำ ว่าข้าจะเข้าแข่งขัน"

    "แต่เจ้าก็เข้าแข่ง" อิงอิงพูดสวนกลับมาทันที

    "หรือว่าเจ้าลงแข่งขันเพียงเพราะเจ้าอ้วนนั่นชักชวน?

    "อืม....จะว่าอย่างนั้นก็ได้"

    อิงอิง ถึงกับขมวดคิ้วเพราะเท่าที่รู้จักกับชายคนนี้ น่าจะไม่ใช่คนประเภทที่ชอบอวดอ้างว่าตนเองเก่ง

    "จะเพราะอะไรก็แล้วแต่นะนาฟก่อนอื่นข้าขอชื่นชมเจ้านะ" อิงอิงขยับตัวมาบังทางเดินและยื่นหน้าจ้องมองชายหนุ่ม

    "แต่ข้าก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าเจ้าไปฝึกฝนทักษะการขับขี่รถแข่งในระยะเวลาอันสั้นนี้มาจากไหน"

    นาฟถึงกับทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อถูกสาวแสนสวยคนนี้จ้องมองในระยะใกล้อีกครั้ง

    "เออ....คือข้า...ฝึกฝนตามภาพบันทึกของคากิน่ะ!"

    "ข้ารู้ว่าเจ้าเก่ง แต่เวลาเพียงแค่สั้นๆเจ้ากลับมีทักษะการขับขี่ถึงระดับนี้แล้ว! อิงอิงยังคงจ้องตานาฟอย่างไม่ละสายตา

    นาฟที่ไม่สามารถหันหน้าหนีไปไหนได้เริ่มอึดอัดทำตัวไม่ถูกใจก็อยากจะบอกว่าความจริงว่าแท้จริงแล้วตนก็ลำบากฝึกฝนอยู่ในโลกมิติอย่างหนักอยู่นานนับปี

    "เออ....คือว่า....ข้ามีประสาทสัมผัสดีไง ถึงได้ฝึกฝนได้ไว"

    "แล้วเจ้าหลบตาข้าทำไม?

     

    ขณะที่นาฟหันหน้ากลับมาเป็นจังหวะที่อิงอิงยื่น

    หน้าเข้าไปพอดี  สองคนสบสายตากันในระยะใกล้

    อยู่ๆหญิงสาวก็หยิบเหรียญบางอย่างขึ้นมากั้นกลางระหว่างใบหน้า

    นาฟมองเหรียญสีทองขนาดเล็กในมือของอิงอิง

    “นี่คือ…?

    “รับมันไปสิ”อิงอิงยื่นเหรียญไปที่มือนาฟ

    ชายหนุ่มลังเลอยู่พักหนึ่งจึงหยิบเหรียญขึ้นมา เห็นสัญลักษณ์มังกรอยู่กลางเหรียญ

    อิงอิงยิ้มแล้วกล่าว  “ตั้งแต่เจ้าช่วยข้าไว้คราวก่อนข้ายังไม่มีโอกาสได้ตอบแทนเจ้าเลย และนี่คือเหรียญตราราชวงศ์ เห็นเหรียญนี้เสมือนเห็นตัวแทนของราชวงศ์”

    นาฟมองเหรียญที่อยู่ในมือกำลังจะกล่าว แต่ถูกหญิงสาวเอ่ยขัดทันที

    “ข้าตั้งใจจะมอบให้เจ้านะสิ่งที่เจ้าทำให้ข้ามันมากมายกว่าวัตถุสิ่งของใดที่มี”

    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน