งานอภิเษกสมรสระหว่าง องค์รัชทายาทเฉิงซาน กับ หลี่เฟิ่งหวง บุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่หลี่เจิ้น ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติและสมฐานะ เป็นงานมงคลที่ถูกกล่าวขานไปทั่วแผ่นดินว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีนับตั้งแต่ฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ พิธีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมสองตระกูลใหญ่เข้าด้วยกัน แต่เป็นการผนึกอำนาจระหว่างราชสำนักกับกองทัพอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงของราชวงศ์ที่กำลังจะสืบทอดต่อไป
เช้าตรู่ของวันมงคล หลี่เฟิ่งหวงถูกปลุกให้ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง นางถูกรายล้อมด้วยเหล่าสาวใช้ที่ได้รับมอบหมายจากวังหลวงให้มาดูแลการแต่งกายโดยเฉพาะ ชุดเจ้าสาวของนางเป็นชุดที่ตัดเย็บอย่างประณีตบรรจงด้วยผ้าไหมสีแดงสด ปักลวดลายหงส์คู่ที่กำลังเหินฟ้าด้วยด้ายทองคำบริสุทธิ์ มงกุฎหงส์เหิน ที่ประดับอยู่บนศีรษะเป็นผลงานของช่างฝีมือเอกในวังหลวง ถูกรังสรรค์ขึ้นจากทองคำและอัญมณีล้ำค่าระยิบระยับทุกครั้งที่แสงไฟตกกระทบ มันหนักอึ้งและสง่างามสมกับเป็นเครื่องประดับของว่าที่ฮองเฮาในอนาคต
บิดาและมารดาของนาง แม่ทัพหลี่เจิ้นและฮูหยินหลี่ ยืนมองบุตรีเพียงคนเดียวของตนด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ความปลื้มปิติ นั้นท่วมท้นจนยากจะเก็บซ่อน เมื่อเห็นลูกสาวที่ตนรักเติบโตเป็นสตรีที่งดงามและกำลังจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของแผ่นดิน แต่ในขณะเดียวกัน ความเศร้าใจ เล็กน้อยก็ฉายชัดในดวงตาของทั้งสอง พวกเขารู้ดีว่าการแต่งงานครั้งนี้หมายถึงการที่บุตรีจะต้องจากอ้อมอกไปสู่โลกที่กว้างใหญ่และซับซ้อนของวังหลวง แม้จะรู้ว่าลูกสาวจะได้ดิบได้ดี แต่ความผูกพันที่สั่งสมมาตลอดหลายปีก็ทำให้พวกเขาอดหลั่งน้ำตาไม่ได้
"เฟิ่งหวง... ลูกสาวของแม่" ฮูหยินหลี่เอ่ยเสียงสั่นเครือ พลางประคองใบหน้าของบุตรีที่ถูกแต่งแต้มอย่างงดงาม "จำไว้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลูกคือความภาคภูมิใจของตระกูลหลี่เสมอ"
แม่ทัพหลี่เจิ้นผู้แข็งแกร่งก็มีน้ำตาคลอเบ้า เขาตบบ่าลูกสาวเบา ๆ "จงเข้มแข็งและฉลาดเฉลียวในวังหลวง ลูกรัก"
ขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวนั้นยิ่งใหญ่ตระการตา สินสอดทองหมั้นจำนวน 120 หาบ ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบและแห่ไปตามถนนสายหลักของเมืองหลวง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนที่ออกมายืนชมกันแน่นขนัด เสียงประโคมดนตรีดังกระหึ่มไปทั่วเมือง เป็นการประกาศให้โลกรู้ว่านี่คือการแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแผ่นดิน
ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสด หลี่เฟิ่งหวงรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของพิธีทั้งหมด นางได้ยินเสียงโห่ร้องยินดีของประชาชน ได้ยินเสียงประโคมดนตรีที่ดังสนั่น แต่ในใจของนางกลับรู้สึก อ้างว้าง อย่างประหลาด
นางรู้ดีว่างานแต่งงานนี้เป็นเพียง ฉากละคร ที่ถูกจัดฉากขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง นางกับองค์รัชทายาทเฉิงซานนั้นไม่ได้มีความรักต่อกันเลยแม้แต่น้อย ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นเพียงพันธะสัญญาที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อค้ำจุนบัลลังก์
ความรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยผุดขึ้นมาในใจของนาง ไม่ใช่เพราะต้องจากบิดามารดา แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่าในวันสำคัญที่สุดของชีวิต นางกลับรู้สึกเหมือนเป็นเพียง หุ่นเชิด ที่ถูกประดับประดาอย่างสวยงามเพื่อทำตามบทบาทที่ถูกเขียนไว้แล้ว
ในห้วงความคิดของนาง ภาพของ ฮ่องเต้ ผู้เป็นบิดาของเจ้าบ่าวกลับฉายชัดขึ้นมาแทนที่ ภาพของดวงตาที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนา สัมผัสที่เร่าร้อน และรสชาติของจูบที่ลึกซึ้งที่นางได้รับมาตลอดสามวันสามคืนที่ผ่านมา มันเป็นความลับที่หวานหอมและอันตรายที่นางต้องเก็บไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ
รสรักที่ได้รับจากพระองค์... มันช่างแตกต่างจากความรู้สึกว่างเปล่าที่นางกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ราวฟ้ากับเหว
พิธีการดำเนินไปอย่างยาวนาน ตั้งแต่การแห่เกี้ยว การเข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮา ไปจนถึงพิธีสำคัญที่สุดคือ พิธีกราบไหว้ฟ้าดิน หลี่เฟิ่งหวงทำตามขั้นตอนทุกอย่างอย่างไม่มีที่ติ ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมดูสงบและงดงาม แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
เมื่อพิธีการทั้งหมดเสร็จสิ้นลง นางก็ถูกนำตัวมายัง ตำหนักบูรพา ซึ่งเป็นที่ประทับขององค์รัชทายาท ห้องหอถูกประดับประดาด้วยสีแดงมงคล มีเทียนไขมังกรหงส์คู่ส่องสว่างไสว นางนั่งรออยู่บนเตียงบรรทมที่ปูด้วยผ้าไหมสีแดงสดตามลำพัง ความเงียบในห้องนั้นช่างหนักอึ้งและน่าอึดอัด
นางนั่งรอ... รอเจ้าบ่าวผู้เป็นสามีตามกฎหมาย
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนกระทั่งยามดึกสงัด ประตูห้องหอก็ถูกเปิดออกอย่างแรง องค์รัชทายาทเฉิงซาน ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ เมามาย อย่างหนัก กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วร่างของเขา
เฉิงซานไม่ได้มองมาที่หลี่เฟิ่งหวงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาพร่ามัวและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการดื่มฉลองตลอดทั้งวัน เขาเดินโซเซตรงไปยังเตียงบรรทมที่อยู่ด้านในสุดของห้อง โดยไม่สนใจว่ามีเจ้าสาวนั่งรออยู่
หลี่เฟิ่งหวงมองดูร่างสูงใหญ่ขององค์รัชทายาทที่ล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างไม่เป็นท่า เขาล้มตัวลงนอนบนฟูกนุ่ม ๆ และกรนออกมาเบา ๆ ในทันที โดยไม่ได้แตะต้องตัวนางเลยแม้แต่น้อย
ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสดที่ปกปิดใบหน้าของนางไว้ไม่ได้ช่วยซ่อน รอยยิ้มเยาะ ที่ผุดขึ้นมาบนริมฝีปากของหลี่เฟิ่งหวงได้
นี่คือคืนส่งตัวเข้าหอของว่าที่ฮองเฮาและองค์รัชทายาทผู้ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินอย่างนั้นหรือ?
ความรู้สึกอ้างว้างที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วย ความโล่งใจ อย่างประหลาด นางไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นรัก ไม่จำเป็นต้องมอบกายให้กับชายที่นางไม่ได้ปรารถนา
นางค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงบรรทมอย่างเงียบเชียบ ปลดมงกุฎหงส์เหินที่หนักอึ้งออกจากศีรษะอย่างเบามือ แล้ววางมันลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นนางก็ถอดชุดเจ้าสาวที่หรูหราออก เผยให้เห็นชุดชั้นในสีขาวบริสุทธิ์
หลี่เฟิ่งหวงเดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ เปิดมันออกเล็กน้อยเพื่อให้ลมเย็นยามค่ำคืนพัดเข้ามาในห้อง นางยืนมองดวงจันทร์ที่ส่องแสงนวลอยู่บนท้องฟ้า
องค์รัชทายาทหลับไปแล้ว...
แต่ฮ่องเต้... พระองค์กำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้?
ความคิดถึงและความโหยหาในรสรักที่เพิ่งได้รับมาอย่างเต็มอิ่มเมื่อไม่กี่วันก่อนพุ่งเข้าจู่โจมนางอย่างรุนแรง นางยกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากของตนเองอย่างแผ่วเบา ราวกับยังคงสัมผัสได้ถึงรสชาติของจูบที่เร่าร้อนของบุรุษผู้เป็นบิดาของสามีตามกฎหมาย
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีนั้นเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียง ความปรารถนา ที่บริสุทธิ์และรุนแรงต่อบุรุษเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้นางรู้สึกถึงการมีชีวิตอยู่ได้อย่างแท้จริง
หลี่เฟิ่งหวงหันกลับมามององค์รัชทายาทที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง แล้วรอยยิ้มที่เต็มไปด้วย ความเย้ยหยัน ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง
องค์รัชทายาท... ท่านไม่รู้เลยว่าท่านได้พลาดสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปแล้ว
นางเดินกลับไปที่เตียงบรรทมอย่างเงียบ ๆ ค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนข้าง ๆ องค์รัชทายาทที่หลับใหลไปแล้ว นางไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือขยะแขยง แต่รู้สึก เหนือกว่า อย่างชัดเจน
นางคือ หมาก ที่ถูกวางไว้บนกระดานเพื่อผลประโยชน์ของฮ่องเต้ และนางก็เต็มใจที่จะเป็นหมากตัวนั้น ตราบใดที่นางยังคงได้รับ รางวัล ที่หอมหวานจากผู้ที่อยู่เบื้องหลังกระดานนี้
คืนส่งตัวเข้าหอที่ควรจะเต็มไปด้วยความรักและความเร่าร้อน กลับกลายเป็นคืนที่ ว่างเปล่า สำหรับองค์รัชทายาท แต่สำหรับหลี่เฟิ่งหวงแล้ว มันคือคืนที่เต็มไปด้วย ความลับ และ ความคาดหวัง ที่จะได้รับรสรักจากบุรุษผู้เป็นที่รักของนางอีกครั้งในไม่ช้า
นางหลับตาลง ปล่อยให้ความทรงจำของสัมผัสที่เร่าร้อนของฮ่องเต้เข้าครอบงำจิตใจของนางจนกระทั่งนางผล็อยหลับไปในที่สุด