“ ไอ้หนุ่ม สกิลที่แกใช้ชื่อสกิลอะไร มีขีดจำกัดไหม ใช้ได้กี่ครั้งภายใน 1 ชั่วโมง ”
แอ็กเซลเปิดสกิลโกหกเตรียมเอาไว้ ตั้งแต่ขึ้นยานเขารู้แล้วว่าตนเองจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสกิล
การใช้เวทมนตร์จำนวนมากและการใช้สกิลแปลกประหลาดของอาชีพผู้ทำพันธะพฤกษาดูน่าสงสัยเกินไป เพื่อไม่ให้ตนเองถูกเข้าใจผิดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แอ็กเซลจึงตอบคำถามแก่เจ้าหน้าที่ ที่ดูเหมือนจะเขียนรายงานของเขาส่งให้สหพันธ์
“ ผมมีอาชีพ 2 อย่างครับ ”
คำพูดของแอ็กเซลทำให้ทุกคนที่อยู่บนยานหันมองเขาพร้อมกัน อาชีพหายากในหมู่แชมเปี้ยนคือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน หากใครก็ตามที่ได้อาชีพอ่อนแอพวกเขาก็หวังให้มันกลายพันธุ์เพื่อให้มีสกิลใหม่
แต่สำหรับคำตอบของแอ็กเซลกลับเป็นสิ่งที่ใครหลายๆคนเลือกอยากจะมีมากกว่า ต่อให้อาชีพนั้นจะไม่ใช่อาชีพหายาก หากพวกเขาได้รับอาชีพมากถึง 2 อย่างการจะทำสิ่งใดนับว่าง่ายดายไม่น้อยในยุคสมัยนี้
“ อาชีพแรกคือผู้ทำพันธะกับพฤกษา มันกลายพันธุ์ทำให้ผมมีสกิลที่ต่างออกไปจากคนที่ได้รับอาชีพนี้ สิ่งที่ผมใช้ในการต่อสู้คือสกิลสปอร์ แทงราก แล้วก็ระเบิดต้นอ่อน ”
“ มันทำงานยังไง ”
“ สกิลสปอร์ก็อย่างที่เห็นครับ สลายพลังคอสมิกออกจากสิ่งที่สัมผัสกับสปอร์ สกิลแทงรากคือการเข้าสู่โหมดคลั่ง ส่วนสกิลระเบิดต้นอ่อนคือการใช้ศพเป็นระเบิด ส่วนอีกอาชีพของผมคือจอมเวท ”
เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้ว พวกเขาเคยได้ยินแค่อาชีพนักเวทธาตุ ยกตัวอย่างเช่นนักเวทธาตุไฟ นักเวทธาตุลม พวกเขายังไม่เคยเจออาชีพจอมเวทมาก่อน หลายคนจึงคิดว่ามันหายากพอสมควร
ชาล็อตที่นั่งมากับยานเพราะเธอคือหนึ่งในคนที่สร้างความเสียหายให้กับเผ่าเดม่อนได้มากที่สุดขมวดคิ้วเป็นปม ความสามารถของแอ็กเซลน่ากลัวเกินไป อาชีพแรกเป็นอาชีพกลายพันธุ์ อาชีพที่สองเป็นอาชีพหายาก เธอที่มีอาชีพหายากและเป็นเพียงไม่กี่คนที่ได้รับอาชีพนี้ ยังทรงพลัง การที่เขามีอาชีพมากถึง 2 อย่างจึงมีโอกาสแข็งแกร่งกว่าเธอหากเลื่อนระดับมาเป็น 5 ดาวเช่นเดียวกัน
“ แล้วขีดจำกัดของสกิลสปอร์ที่ใช้สลายพลังคอสมิกล่ะ มันใช้ได้กี่ครั้ง ”
แอ็กเซลอยากนำมือขึ้นมาลูบคาง เขากำลังชั่งใจคิดว่าจะบอกความสามารถของตนเองออกไปดีหรือเปล่า แต่เมื่อนึกได้ว่ายังมีเวทมนตร์อีกมากมายที่ยังไม่ได้ใช้งาน การบอกเกี่ยวกับขีดจำกัดของสกิลสปอร์จึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย ซึ่งมันอาจจะทำให้เขาได้รับความสนใจจากสหพันธ์จนนำมาซึ่งของรางวัลใหญ่ก็เป็นได้
สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือทักษะ ด้วยการที่ทักษะตระกูลของเขาสามารถปรับแต่งทักษะทุกอย่างให้เข้ากับเขาได้ แอ็กเซลจึงต้องการทักษะระดับสูง โดยครั้งนี้เขายอมลงทุนบอกรายละเอียดของทักษะสปอร์ก็เพื่อให้สหพันธ์เห็นถึงความสามารถของเขาแล้วส่งของรางวัลมาให้
จากการมองดูสหพันธ์จากมุมมองของนักศึกษาคนหนึ่ง แอ็กเซลรู้ได้ว่าสหพันธ์ชอบคนมีความสามารถ พวกเขาจะพัฒนาคนที่มีความสามารถด้วยการตบรางวัล ดูได้จากรางวัลที่มอบให้กับผู้ที่ทำลายสถิติการเข้าซากโบราณสถานแต่ละแห่งในสนามรบปฐมภูมิ
“ ผมใช้ได้เรื่อยๆจนกว่าพลังคอสมิกของผมจะหมด ”
“ นายจะบอกว่าสามารถโปรยสปอร์ได้เรื่อยๆงั้นเหรอ ”
“ ใช่ครับ ตราบใดที่มีพลังงานคอสมิก ผมสามารถสลายพลังคอสมิกของมอนสเตอร์ได้ แม้กระทั่งเดม่อนพวกนั้นก็ด้วย ”
เจ้าหน้าที่ที่ได้ยินคำตอบของแอ็กเซลรู้สึกโล่งใจ เนื่องจากว่าสงครามทางฝั่งไกอัสจะเบาลงจากการปล่อยสกิลสปอร์ของแอ็กเซล
“ คุณหัวหน้าครับ ผมขอถามได้ไหมว่า การฆ่าเผ่าเดม่อนของผมจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นแต้มได้ยังไง ”
ขึ้นชื่อว่าผลงาน แอ็กเซลไม่ลืมสอบถามเจ้าหน้าที่ การฆ่าเดม่อนไม่สามารถเพิ่มค่าประสบการณ์ให้เขาได้ แต่สิ่งที่ยังคงได้จากเผ่าเดม่อนคือแต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์ ต่อให้สหพันธ์จะมอบของรางวัลให้เขาจากการลงมือในครั้งนี้ก็ตามที แต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์จะทำให้เขาแลกเปลี่ยนสิ่งของจากสหพันธ์ได้มากขึ้น
“ ต้องบอกก่อนว่าเราไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่นักศึกษาฆ่าเดม่อนมากมายขนาดนี้มาก่อน แม้ที่ผ่านมาจะมีนักศึกษาสร้างผลงานเอาไว้มากด้วยการฆ่าเดม่อนได้หลายร้อยตัว แต่การฆ่าเป็นพันตัวด้วยการระเบิดยังไม่มี แต่จากที่มองดู ทางฐานคงจะนำวีดีโอถ่ายทอดสดไปประเมินแล้วเปลี่ยนมันเป็นแต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์ให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วม ใครมีส่วนร่วมมากก็ได้แต้มเยอะ ใครมีส่วนร่วมน้อยก็ได้แต้มน้อย ”
แอ็กเซลยิ้มอย่างยินดีเมื่อรู้ว่าแต้มที่ได้จากการฆ่าเผ่าเดม่อนไม่เสียเปล่า ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงกัปตันยาน การเดินทางสิ้นสุดลงแล้วอีก 1 กิโลเมตรจะถึงพื้นที่ต่อสู้
“ เราไม่สามารถนำยานเข้าไปได้เพราะถ้าหากมันถูกโจมตีจะทำให้การขนส่งของเราล่าช้าออกไปอีก เพราะงั้นเราจะเข้าสู่สนามรบด้วยยานพาหนะ ”
เจ้าหน้าที่บอกทุกคนบนยานให้เตรียมตัว จากนั้นยานก็ล่อนลงจอดบนพื้นดิน แต่ละคนที่ออกมาจากยานล้วนแล้วนำยานพาหนะของพวกเขาออกมาจากแหวนมิติ แอ็กเซลไม่ได้ซื้อสิ่งนี้ แต่เขาจำได้ว่ามีจักรยานยนต์อยู่คันหนึ่ง เขาได้มาจากการปล้นของนักศึกษาจึงนำมันออกมาขี่ไล่ตามเจ้าหน้าที่คนอื่นๆไป
ในระหว่างนี้เขาไม่ลืมมองดูบาดแผลที่ท้อง ต่อให้เขาจะดื่มยาฟื้นฟูเข้าไปมากก็ตาม การรักษากลับไม่ได้รวดเร็วมากพอจะรักษารูขนาดเท่ากำปั้นให้หายภายในไม่กี่ชั่วโมง ถึงอย่างนั้นเขากลับสามารถขยับร่างกายได้ไม่ต่างจากคนปกติ ต่อให้บาดแผลจะเหลือความกว้างราว 1 นิ้วก็ตาม ขอแค่เขาไม่ใช่สกิลไซเลนท์ไกลด์เต็มกำลังแผลจะยังคงสมานตัวได้เรื่อยๆ
“ ทางฝั่งฐานโนวามาถึงแล้ว ถอยก่อน ถอยเพื่อสร้างระยะโจมตี! ”
ระบบสื่อสารของเจ้าหน้าที่ฐานไกอัสส่งไปยังกลุ่มคนที่กำลังต่อสู้กับเดม่อน การถอยไม่ใช่การวิ่งหนีแต่เป็นการถอยเพื่อตั้งหลักรอให้กองกำลังจากทางฝั่งโนวาเข้ามาสมทบ หลังจากที่คำสั่งถอยกระจายออกไป เจ้าหน้าที่และนักศึกษาทางฝั่งไกอัสก็เริ่มทุ่มกำลังไปที่การถอยออกไปจนทำให้เกิดรั้ววงกลมมีเดม่อนอยู่ตรงกลาง
ขณะที่มนุษย์ถอยห่างออกไปสร้างแนวป้องกัน เดม่อนหลายร้อยที่ยืนอยู่ใจกลางเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างบนผิวหนัง ทันใดนั้นก็ได้ปรากฎต้นอ่อนโผล่ออกมาจากผิวหนังของมัน โดยต้นอ่อนที่ปรากฎตัวออกมานั้นค่อยๆดูดพลังงานคอสมิกออกไป
เดม่อนจึงใช้มือดึงต้นอ่อนออกจากร่าง แต่ละตัวที่สัมผัสได้ว่าพลังคอสมิกถูกต้นอ่อนชิงไปล้วนใช้มือเด็ดพวกมันทิ้ง แต่แล้วเดม่อนกลับกรีดร้อง เมื่อจุดที่ดึงต้นอ่อนออกไปเกิดความเจ็บปวดมหาศาล แม้จะไม่ปรากฎบาดแผลก็ตาม พวกมันกลับเจ็บปวดลึกลงไปถึงแก่นกระดูก
อ้าก!
เสียงกรีดร้องของเผ่าเดม่อนสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนที่อยู่รอบๆ หลายคนพยายามหาต้นเหตุของเสียงกรีดร้อง เนื่องจากพวกเขาหยุดโจมตีไปได้ระยะหนึ่งแล้ว ทันใดนั้นสายตาของทุกคนก็ถูกบางอย่างดึงความสนใจ สิ่งที่บินอยู่เหนือกลุ่มเดม่อนน่าจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้พวกมันกรีดร้อง
นกน้อยสองตัวที่กำลังบินไปรอบๆไม่เคยปรากฎตัวมาก่อน มันมาหลังจากที่พวกเขาสร้างแนวป้องกัน ท่ามกลางเสียงร้องแคว้กๆของพวกมันทั้งสองตัว ได้มีละอองเล็กๆโปรยลงมาจากฟ้ากระจายเข้าสู่กลุ่มเดม่อน ยิ่งร่างกายสัมผัสกับละอองที่ร่วงตกลงมาจากฟ้าสูง ต้นอ่อนก็ยิ่งแตกตัวบนร่างของเผ่าเดม่อนจนพวกมันให้ความสนใจกับต้นไม้แทนที่จะเป็นมนุษย์
สองมือของเดม่อนพยายามดึงต้นไม้ออกจากร่างให้เร็วที่สุด แต่ละตัวพยายามดึงต้นอ่อนก่อนที่พลังคอสมิกจะสลายหายไป แอ็กเซลที่ส่งนกน้อยนำหน้าไปก่อนบอกให้พวกมันบินออกไปให้ไกล เนื่องจากตอนนี้เดม่อนเล็งเป้าไปที่พวกมันแล้ว หน้าที่ของพวกมันคือซื้อเวลาให้เจ้าหน้าที่จากทางโนวาเข้าสมทบ มันทำหน้าที่เสร็จแล้วแอ็กเซลจึงบอกให้ถอยห่าง
ทันทีที่เขาขับจักรยานยนต์มาถึงจุดที่มีแนวป้องกัน แอ็กเซลจึงลงจากรถแล้วเก็บมันเอาไว้ในแหวนมิติ จากนั้นก็รีบอัญเชิญเวิร์ธรูทและเถาวัลย์กาฝากออกมาตามด้วยใช้สกิลสปอร์และสายลมพัดผ่านช่วยพัดสปอร์จากร่างของมอนสเตอร์ในพันธะเข้าไปยังกลุ่มเดม่อนให้มากยิ่งขึ้น
ด้วยการพัดปลิวของสปอร์จากเวิร์ธรูทหลายร้อยตัว ส่งผลให้เดม่อนแต่ละตัวกรีดร้องหนักมากกว่าเดิม บนร่างกายของพวกมันในตอนนี้เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ดูราวกับคนสวมใส่ชุดต้นไม้พรางตา
“ ฆ่ามนุษย์เร็วเข้า แล้วรีบหาเจ้าของสกิลนี้ ”
คำสั่งส่งออกมาจากหนึ่งในเดม่อน มันเป็นระดับ 5 มีร่างสูง 4 เมตร ต่อให้ต้นอ่อนจะยังใช้ได้ผลกับมัน ด้วยพลังคอสมิกที่มีมากกว่าตัวอื่นทำให้มันยังคงใจเย็นเพราะอย่างน้อยจะต้องใช้เวลา 30 นาทีถึงจะทำให้พลังคอสมิกของมันหมดเกลี้ยง ส่วนตัวอื่นๆที่เป็นระดับ 5 สามารถทนอยู่ได้อีกราว 15 นาที ระดับ 4 ระยะเวลาลดน้อยกว่านั้น พวกมันจึงต้องทุ่มกำลังไปที่การสังหารมนุษย์
อย่างไรก็ตามพวกมันกลับตื่นตกใจเมื่อจู่ๆหนึ่งในศพเดม่อนก็ได้ระเบิดฆ่าพวกเดียวกันไปหลายสิบตัว จากนั้นก็มีระเบิดศพอีกหลายครั้งส่งออกมาติดกัน ยิ่งเดม่อนตายพวกมันก็กลายเป็นศพระเบิดฆ่าสังหารพวกเดียวกัน จนเหลือเพียงแค่หัวหน้าหนึ่งตัวที่ยังคงมีชีวิตอยู่
บู้ม!
สกิลระเบิดต้นอ่อนเปิดใช้งานอีกครั้ง จบชีวิตเดม่อนที่ฆ่าสังหารมนุษย์อย่างเลือดเย็น
เจ้าหน้าที่และนักศึกษาจากฐานไกอัสที่เห็นเหตุการณ์ล้วนแล้วแสดงความตะลึง ตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาพวกเขาพยายามฆ่าเดม่อนด้วยความยากลำบาก การมาของฐานดาวโนวากลับสังหารเผ่าเดม่อนเพียงแค่ให้นกน้อย 2 ตัวบินวนเพียงเท่านั้น หลายคนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ยืนยันได้ว่าเป็นสกิลของคนที่มาจากฐานโนวา
ซึ่งการโจมตีทั้งหมดที่เกิดขึ้น แอ็กเซลได้ลองนำสกิลระเบิดต้นอ่อนผูกติดไปกับสกิลสปอร์ ผลที่ได้กลับเกินคาดของเขาไปมาก ทุกอย่างที่สปอร์สัมผัสจะมีสกิลระเบิดต้นอ่อนผูกติด หากสิ่งนั้นเป็นศพระเบิดต้นอ่อนจะเข้าไปฝังตัวรอรับคำสั่งระเบิดจากเจ้าของสกิล
นกน้อยทั้ง 2 จึงราวกับเป็นเรือรบทิ้งระเบิด ด้วยการโปรยสปอร์ไปรอบๆ จึงสามารถลดพลังคอสมิกแล้วปิดฉากการฆ่าด้วยการเปิดใช้งานสกิลระเบิดต้นอ่อน
อย่างไรก็ตาม การสังหารในครั้งนี้แอ็กเซลไม่ได้ระเบิดศพไปทั้งหมด เขาเรียนรู้จากความผิดพลาดที่ฐานโนวา ดังนั้นจึงเหลือศพเดม่อนมากพอให้เวิร์ธรูทใช้งาน เขาจะบอกพวกมันรวมไปถึงเจ้าตัวน้อยให้เข้าไปดูดซับสารอาหารจากศพที่เหลืออยู่พลางกระซิบบอกให้พวกมันเก็บของเล็กติดไม้ติดมือมาด้วย.