“ ค่ำแล้วทำไมยังไม่ติดต่อมาอีกนะ หรือว่าจะลืม ”
เมลด้ามองโทรศัพท์มือถือ ท้องฟ้ามืดแล้วหลังจากเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวแม้จะพึ่ง 18.00 น. ก็ตามฟ้ากลับมืดจนถนนเปิดไฟ
ขณะที่ส่งข้อความไปหาลูกชายที่บอกว่าจะไปตรวจเช็คแขนกลและขากลที่ติดตั้งเอาไว้ เธอกลับพบว่าข้อความส่งไม่สำเร็จจนต้องมองดูโทรศัพท์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
สิ่งที่เห็นสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยเพราะไม่มีสัญญาณ ทั้งๆที่เธออยู่ในพื้นที่ที่มีคนมากมาย เมื่อมองออกไปนอกกระจกรถที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน เธอพบว่าผู้คนที่อยู่บนรถเช่นเดียวกับเธอกำลังใช้โทรศัพท์และดูหนังจากการเชื่อมต่อกับเครือข่าย เธอจึงสั่งให้โทรศัพท์รีเซ็ตระบบแต่ก็พบว่าสัญญาณหายไปเช่นเดิม
“ เกิดอะไรขึ้นกัน !?”
โทรศัพท์ใช้ไม่ได้เธอจึงเปลี่ยนไปใช้ระบบของรถยนต์แทน ทว่าหน้าจอคำสั่งกลับค้างราวกับว่ามันถูกล็อกเอาไว้ ไม่ว่าจะทำเช่นไรมันก็ไม่ตอบสนอง
ทันใดนั้นเองความเร็วของรถได้เพิ่มขึ้นจนเธอนั่งหลังติดเบาะ เมลด้าไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นพยายามขอความช่วยเหลือจากรถคันด้านข้าง แต่แล้วรถของเธอกลับพุ่งเข้าชนข้างทางทำให้เกิดไฟโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง
ผู้คนที่อยู่บนท้องถนนต่างสั่งให้รถของตนเองหยุดวิ่งเพื่อลงไปช่วยเหลือ บางคนรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ให้เข้าระงับเหตุเพราะมีคนติดอยู่ในกองไฟ
“ ทำไมระบบช่วยเหลือจึงไม่ทำงาน ไฟมันควรจะดับแล้วหนิ ”
ผู้คนเริ่มสงสัยถึงความผิดปกติของระบบ ต่อให้อุบัติเหตุจะรุนแรงแค่ไหน ภายในตัวรถจะมีระบบที่ติดตั้งมาช่วยให้ผู้ที่นั่งอยู่ภายในปลอดภัย
ถุงลมนิรภัยจะเปิดใช้งานหากมีการพุ่งชนสิ่งกีดขวาง แต่หากเกิดเพลิงไหม้สารที่ใช้ระงับเปลวไฟจะระเบิดออกมา แต่ตอนนี้ทุกคนเห็นเพียงแค่ว่าไฟกำลังลุกไหม้รถ
หว๋อ!
เสียงไซเรนดังมาจากท้องฟ้า ยานช่วยเหลือได้เดินมาถึงในเวลาไม่ถึง 5 นาที ก่อนจะรีบเข้าระงับเหตุจนทำให้เพลิงดับแล้วช่วยผู้ที่ติดอยู่ข้างในออกมา
หลายคนไม่รู้เลยว่าผู้ที่ติดอยู่ในรถตายหรือไม่ แต่หากเป็นผู้ที่มีเลเวลมากกว่า 20 โอกาสรอดจากเปลวไฟเมื่อครู่ยังมีอยู่ แต่โอกาสที่จะกลับมาเป็นปกตินับว่ามีน้อยเช่นกัน
---------------------------------------------------------------
“ ไอรีน ทำไมมุมมองของฉันเปลี่ยนไป ”
ยอร์ชต้องการให้เอไอเสียงผู้หญิงอธิบายเกี่ยวกับมุมมองที่เปลี่ยนไป ดวงตาของเขามองเห็นได้ปกติเช่นเดิม เพียงแต่ว่ามีตัวเลขหลากสีปรากฎขึ้น บางจุดเป็นขนาดใหญ่ บางจุดเป็นตัวเลขขนาดเล็ก สัญลักษณ์ที่ใช้แทนการบอกอุณหภูมิ สัญลักษณ์ที่ใช้แทนบอกมุมองศามีให้เห็นเต็มไปหมด ราวกับว่าเขากำลังสวมใส่แว่นที่มีฟังก์ชันมากกว่า 10 อย่างบรรจุเอาไว้
โดยปกติแล้วไม่มีใครทำ เพราะการที่แว่นตรวจสอบได้หลายอย่างเกินไปมันจะรบกวนการทำงานของกันและกันจนทำให้เกิดข้อผิดพลาด
[ มุมมองที่คุณเห็น เกิดจากการผสานของนาโนเซลล์เข้ากับดวงตา ทำให้ดวงตาของคุณไม่ต่างจากติดตั้งอุปกรณ์เข้าไป ]
“ นาโนเซลล์งั้นเหรอ !? ” ยอร์ชพยายามสงบสติ ดวงตาเทียมมีให้เห็นจำนวนมาก แต่เมื่อพูดถึงนาโนเซลล์แล้วมันคือสิ่งที่นักวิจัยค้นพบและสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ เพียงแต่ว่าการจะสร้างนาโนเซลล์ให้เพียงพอต่อการใช้งานกับหน้าที่หนึ่งๆ เช่น เชื่อมต่อเซลล์สมองกับแขนให้ทำงานด้วยกัน เมื่อสมองสั่ง แขนจะต้องขยับตาม เพียงการเคลื่อนไหวเล็กๆนี่กลับมีค่าใช้จ่ายมหาศาล
ปัจจุบันจึงนิยมฝังชิปลงไปที่ท้ายทอยมากกว่า ชิปสามารถทำงานได้ไม่ต่างจากนาโนเซลล์ สิ่งที่ต่างมีเพียงความเทอะทะ เพราะทุกคนที่ฝังชิปจะมีอุปกรณ์สวมใส่ที่ท้ายทอย บางคนมีอุปกรณ์เสริมติดตามกระดูกสันหลังเหมือนกับเขาที่กลายเป็นคนพิการจากการถูกมอนสเตอร์โจมตีเมื่อยังเล็ก
ดวงตาของยอร์ชกระพริบถี่รัว เขาสามารถเปลี่ยนฟังก์ชันให้กับดวงตาได้
นอกจากจะมองเห็นตัวเลขต่างๆที่สามารถวัดได้แล้ว เขายังสามารถเปลี่ยนโหมดให้ดวงตาสามารถมองกลางคืนได้ไม่ต่างจากสวมใส่แว่นมองกลางคืน
“ สถานะ ”
ชื่อ : ยอร์ช ภูมิเทวะราชสกุล ]
[ อาชีพ : คอนเทนต์ครีเอเตอร์มือใหม่ ]
[ สกิล : ไลฟ์สตรีม ตัดต่อ กล้องกระแทก ล็อกเป้าวิ่งหนี แคปเชอร์ ลดคูลดาวน์ ]
[ เลเวล : 9 ]
[ STR : 5 ]
[ AGI : 0 ]
[ CON : 90+5 ]
[ INT : 0 ]
[ แต้มสถานะ : 0 ]
“ ไอรีน นาโนเซลล์ภายในร่างไม่ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับฉันใช่ไหม ”
[ นาโนเซลล์ไม่สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้ท่านได้โดยตรง แต่นาโนเซลล์สามารถเรียนรู้จนคุณสามารถใช้งานร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพเหนือเกินกว่าที่มนุษย์จะทำได้ ]
“ ยกตัวอย่างได้ไหมว่าทำให้ฉันแข็งแกร่งยังไง ”
[ ลอกเลียนแบบการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์แบบ ]
ยอร์ชปล่อยกล้องออกไป 10 ตัวเพื่อถ่ายวีดีโอตนเอง จากนั้นเขาจึงเดินวนรอบห้องเพราะอยากทดสอบดูว่าเขาจะเดินได้เหมือนคนปกติหรือไม่ แต่สิ่งที่ไอรีนตอบทำให้เขาถอนหายใจเบาๆ เพราะมันเป็นเอไอที่ยังไม่มีข้อมูลใดเลยจำเป็นต้องได้รับการเรียนรู้ก่อน
แชะ!
อุปกรณ์ทุกอย่างภายในห้องถูกเก็บเอาไว้ในรูปถ่าย มันอาจจะอันตรายเกินไปหากเขาปล่อยทิ้งเอาไว้หลังจากเข้ามาที่นี่ ดังนั้นจึงเก็บติดตัวไปด้วยจะดีกว่า
เมื่อออกมาด้านนอกยอร์ชไม่ลืมสวมฮูดปิดใบหน้าแล้วปั่นจักรยานออกไปจากตึก ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องกลับมาแล้ว
“ ไอรีน เธอทำอะไรได้บ้าง ”
[ ไอรีนสามารถคิดและวิเคราะห์องค์ความรู้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด แล้วยังสามารถทำองค์ความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาต่อยอดให้ดีกว่าเดิมขึ้นได้แล้วยังสามารถเชื่อมต่อระบบต่างๆได้อย่างแม่นยำ ]
ติ๊ง!
ยอร์ชจอดจักรยาน โทรศัพท์ของเขาแจ้งเตือนดัง เขาจึงควักออกมาดูเพราะข้อความจำนวนมากส่งเข้ามือถือราวกับว่ามันพึ่งเชื่อมต่อเครือข่ายได้ เขาจึงรู้ว่าห้องที่เข้าไปเมื่อครู่คงจะถูกสร้างมาพิเศษจนสัญญาณส่งเข้าไปด้านในไม่ได้ เขาจึงถูกตัดขาดจากเครือข่าย
เมื่อมองข้อความที่ถูกทิ้งไว้ มันเป็นแจ้งเตือนจากสายที่เขาไม่ได้รับ สายจำนวนมากที่ติตต่อมาจากโรงพยาบาล ยอร์ชรู้สึกไม่ดีเพราะเดิมทีแม่ของเขาจะเป็นฝ่ายโทรมา ดังนั้นแล้วเขาจึงติดต่อกลับเพราะกลัวว่าแม่ของเขาจะไม่สบาย
“ สวัสดีครับ ทางโรงพยาบาลได้ติดต่อเบอร์นี้หรือเปล่าครับ โทรศัพท์ผมมีปัญหาพึ่งซ่อมเสร็จ ”
“สวัสดีค่ะ ใช่คุณยอร์ช ภูมิเทวะราชสกุลหรือเปล่าคะ ”
“ ครับเป็นผมเอง ”
“ รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลกลางด้วยค่ะ แม่ของคุณประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน เราต้องการให้ญาติเดินทางมาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ”
“ คุณหมอ! แม่ผมไม่ได้สติอย่างนั้นเหรอครับ ”
“ ค่ะ ทางเราช่วยเหลือเบื้องต้นด้วยสกิลแล้ว เพียงแต่ว่าจำเป็นต้องผ่าตัดสมองโดยด่วน ทางเราต้องการให้ญาติคนไข้ยืนยัน ”
“ ครับ ผมกำลังไป ไม่เกิน 10 นาทีครับ ”
ยอร์ชกดเข้าแอพพลิเคชันเรียกยาน มันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขาเดินทางได้เร็วที่สุด ไม่นานยานรบสีเขียวได้ปรากฎเหนือน่านฟ้าก่อนจะดูดร่างของเขาขึ้นไปด้านบน ยอร์ชจึงบอกพิกัดให้มันทราบก่อนที่ยานจะมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลกลางกรุงเทพในทันที
“ คุณพยาบาลครับ ผมยอร์ชที่ติดต่อมาเมื่อครู่ แม่ของผมเมลด้าเป็นหมอของที่นี่ ตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ ”
ยอร์ชยืนรอพยาบาล หลังจากรับชื่อของเขาแล้วเธอได้ยกสายโทรติดต่อหาใครสักคน ก่อนจะรีบนำตัวของเขาขึ้นไปด้านบนตึก
เมื่อผลักประตูเข้าไปด้านในยอร์ชพบว่าแม่ของเขานอนอยู่บนเตียงราวกับคนนอนปกติ ไม่มีสิ่งใดผิดสังเกต บาดแผลภายนอกทั้งหมดคงจะถูกรักษาจากผลของสกิลแล้ว
“ แม่ผมเป็นยังไงบ้างครับหมอ ”
“ ลูกชายของเมลด้าอย่างนั้นสินะ ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว เพียงแต่ว่าเซลล์ประสาทของเธอขาดเสียหายคงไม่สามารถขยับตัวได้หากไม่ผ่าตัดฝังชิปเพื่อให้สมองเชื่อมต่อกับเซลล์ประสาทส่วนต่างๆ เพียงแต่ว่า ”
ยอร์ชขมวดคิ้ว ความจริงที่ดูเหมือนจะโหดร้ายกำลังจะพุ่งกระแทกหน้าของเขาจากคำพูดของหมอที่เป็นเพื่อนร่วมงานของแม่
“ สมองของเธอถูกทำลายไปครึ่งซีก ต่อให้จะตื่นขึ้นมาได้ เธอจะไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย ”
ยอร์ชกัดฟันด้วยความเจ็บปวด ถึงแม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่มันก็มีขีดจำกัด การจะซ่อมแซมสมองทำไม่ได้ หากสามารถทำได้เขาคงไม่ต้องฝังชิปที่ท้ายทอยเพื่อให้เซลล์ประสาทจากสมองและแขนขาเชื่อมต่อกัน
“ มีทางที่จะช่วยแม่ผมไหมครับ ”
คุณหมอถอนหายใจราวกับว่าโอกาสที่จะทำสำเร็จมีน้อยมาก แต่เขายังคงบอกยอร์ชเช่นเดิม
“ เธอรู้จักสิ่งนี้ไหม ” ยอร์ชมองรูปขวดโพชั่นสีรุ้ง รอบๆขวดมีประกายแสงสีทองส่องประกายระยิบระยับ
“ ถ้าหากใช้สิ่งนี้แม่ของนายจะกลับมาเป็นปกติได้ ”
“ มีวิธีอื่นอีกไหมครับหมอ ” ยอร์ชรู้จักโพชันขวดนี้ดี มันถูกเรียกว่าอีลิกเซอร์แห่งชีวิต ใครก็ตามที่กินเข้าไปแล้วจะได้รับชีวิตใหม่ ร่างกายที่บาดเจ็บจะกลับมาหายเป็นปกติ ไม่ว่าจะบาดเจ็บมากแค่ไหนก็ตาม ราคาของมันกลับไม่ได้สูงเพียงแค่ 1,000 ล้านบาท แต่กลับสูงถึง 10,000 ล้านบาท แต่ที่น่าเจ็บปวปไปกว่านั้นคือยาชนิดนี้ต้องแข่งประมูล ราคาที่แท้จริงจึงสูงมาก
“ ยังมีอีกวิธี ”.