อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 ความลับชาติกำเนิด

            ต้นตอเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นของห้องพยาบาลและเขตตึกทิศใต้ล้วนแปลกประหลาดแน่นอนว่านี่เป็นการลอบวางเพลิงอันแสนชั่วร้ายทว่ากลับไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นแม้แต่เงาของผู้ต้องสงสัย กระทั่งเหล่ายามรักษาการณ์หน้าประตูห้องพยาบาลผู้ยืนอยู่หน้าประตูตลอดเวลายังไม่อาจเห็นผู้ใดผ่านเข้าออกไปแม้แต่น้อย

            ทว่าโชคยังดีเพลิงไหม้ลุกโหมไม่รุนแรงนักและสามารถควบคุมไว้ได้ เซียวหยุนไห่เพียงออกคำสั่งเล็กน้อยและหลังจากระบายความวิตกไปบ้างจากการตะโกนใส่เซียวกู่ไปสองสามรอบมันก็รีบกลับมายังตึกของเชี่ยวยู่หลง

            เซียวหยุนไห่ผลักเปิดประตูออกมันกำลังอ้าปากร้องเรียกชื่อของบุตรชาย ทว่าทันใดนั้นทั่วทั้งร่างของมันกลับกลายเป็นแข็งทื่อดุจดังถูกสายฟ้าฟาดใส่กะทันหันสีหน้าท่าทางกลับกลายเป็นโง่งม

            เซียวยู่หลงมิได้นอนอยู่บนเตียงทว่ากลับนอนคว่ำหน้าสั่นกระตุกอยู่บนพื้นห้อง สภาพคล้ายสุนัขใกล้ตายทั่วทั้งร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตทั้งข้อแขนและข้อเท้ามีรอยเชือดเฉือนรอยใหญ่พาดผ่านสองเส้นสองมือสองเท้าบิดไขว้อย่างผิดรูปร่าง บนใบหน้าล้วนปกคลุมด้วยรอยเลือดส่วนใบหูทั้งสอง ที่ยังคงสามารถสังเกตเห็นมีเพียงเลือดเนื้อสองก้อนจมูกและริมฝีปากบนหายไปทั้งแถบ มองเห็นฟองเลือดฟูฟ่องออกมาตามจังหวะลมหายใจของเหลวสีแดง ขาว และดำ ไหลรินออกมาจากกึ่งกลางของเบ้าตามืดดำทั้งสองข้างตามลำดับ…ลำตัวส่วนล่างของมันยิ่งถูกอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงสด…ทั่วทั้งร่างกายของเซียวกู่สั่นสะท้านสองขาอ่อนปวกเปียกคุกเข่าอยู่กับพื้นห้อง ตลอดชั่วชีวิตในอาชีพนี้ของมันมันได้พบเห็นอาการบาดเจ็บใหญ่น้อยมาแล้วมากมายทว่ามันกลับไม่เคยได้พบบาดแผลที่ทั้งโหดร้าย นองเลือด และสยดสยองเท่านี้มาก่อนเมื่อมันมองไปที่สีหน้าของเซียวยู่หลงมันสามารถบอกได้ว่าเซียวยู่หลงยังคงมีชีวิตอยู่…ทั้งพลังชีวิตเองก็มิได้อ่อนลงแม้แต่น้อย…ทว่าอาการบาดเจ็บเยี่ยงนี้นั้น ช่างน่าสมเพชเวทนาเป็นร้อยเท่า เป็นพันเท่ายิ่งกว่าความตาย

            ร่างกายของเซียวหยุนไห่เองก็สั่นสะท้านจิตใจของมันล้วนแตกเป็นเสี่ยงๆ สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวคนตาย เมื่อเซียวยู่หลงรู้สึกตัวว่ามีคนเข้าใกล้มันร่างกายของมันพลันบิดตัวส่งเสียงครวญครางที่แหบแห้งดุจกระดาษทรายและสิ้นหวังออกมาจากปากที่เต็มไปด้วยฟองเลือด

            เซียวหยุนไห่ถลาไปเบื้องหน้ามันร้องตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง “มันเป็นใคร!! มันเป็นใคร!! มันเป็นใคร”

            “ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!ข้าจะสับแกเป็นหมื่นๆ ชิ้น!!!ข้าจะให้แกลิ้มรสมีดดาบเป็นพันๆเล่ม! จะให้แกตายโดยไร้ทายาทสืบสกุล!!”

            เสียงกู่ร้องของเซียวหยุนไห่เต็มไปด้วยความคับแค้นและบ้าคลั่งดุจดังมันพลันกลับกลายเป็นเสียสติไปมันรู้สึกประดุจดังในอกของมันกำลังจะระเบิดออก เส้นเลือดทุกเส้นกำลังจะแตกออกเมื่อมันมองไปที่ร่างกายของบุตรชายที่กลับกลายเป็นพิการคว่ำหน้าอยู่บนพื้นซึ่งดูไม่คล้ายสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์มันไม่อาจทนรับได้จนรู้สึกอยากร่ำร้องออกมาตลอดกาลเพื่อระบายความอัดอั้นในอกที่ยิ่งกว่านั้นคือมันเกลียดความรู้สึกที่เหตุใดมันจึงยังคงมีสติแจ่มใสเหตุใดมันจึงไม่เสียสติไปซะ!

            “ใคร! ใครที่มันทำแบบนี้! ไสหัวออกมานะ!!ออกมา…..อ๊าาาาาาาา!!!!!” เซียวหยุนไห่โดดไปเบื้องหน้าสองก้าวมันทำลายหน้าต่างเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยเสียงคำรามของมัน ขณะนั้นเอง มันพลันพบเห็นแถวของตัวอักษรเลือดสีแดงบนกำแพงข้างๆ มัน…ตัวอักษรที่ถูกเขียนด้วยเลือดของบุตรชายมันเซียวยู่หลง

            “ตาเฒ่าโสโครกแซ่เซียว!ของขวัญพิเศษนี้เพื่อฉลองให้บุตรของเจ้าที่ได้รับเลือกไปพรรคตระกูลเซียว ขอจงยิ้มรับไว้”

            “อว้ากกกกกกกกก!!!”

            เซียวหยุนไห่ปล่อยหมัดลงบดขยี้ยังตัวอักษรบนกำแพงอย่างรุนแรงจนหักเป็นสองท่อนเสียงคำรามโหยหวนของมันพลันปรากฏเลือดฉีดพุ่งออกมาจากปากของมันดุจลูกธนู จากนั้นดวงตาทั้งสองข้างของมันเหลือกขึ้นบนพร้อมทั้งร่างกายของมันที่ล้มลงไปกับพื้นห้อง

             

            ……………………………………

             

            หลังจากทัณฑ์ทรมานอันแสนโหดร้ายต่อเซียวยู่หลง เซียวเช่อกลับห้องของตนเองเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เซียวหลิงซีเคยตัดไว้ให้รวมทั้งสิ่งของทั้งหมดที่มี เขาโยกย้ายมันไปไว้ในไข่มุกพิษสวรรค์เงินทั้งหมดที่ชายหนุ่มมีนั้นมีเพียง 1,800 เหรียญทองเหลืองเท่านั้น

            ก่อนจากไปเซียวเช่อลังเลเล็กน้อย จากนั้นจึงนำผ้าห่มที่เขาและเซี่ยชิงเยว่นอนด้วยกันทุกคืนใส่ไปในไข่มุกพิษสวรรค์ด้วย“สิบหกปีที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่…ต่อไป ข้าคงไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกแล้ว”

            เซียวเช่อพลันรู้สึกอาลัยอาวรณ์เมื่อมองไปรอบๆ ห้อง…ความอาวรณ์นี้แน่นอนว่ามิได้มาจากตระกูลเซียวทว่ากลับมาจากความทรงจำระหว่างชายหนุ่มและเซียวหลิงซี ก่อนอายุครบสิบเอ็ดปีห้องนี้เป็นทั้งห้องนอนของทั้งเซียวเช่อและเซียวหลิงซี ในเวลานั้นไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน พวกเขาล้วนไม่แยกจากกัน

            หลังจากหยุดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง เซียวเช่อพลันกลับสู่การล่องหนปีนข้ามกำแพงรั้ว และเข้าสู่เขตภูเขาหลังเวลาของเม็ดยาซ่อนดารายังคงมีเหลืออยู่กว่าหนึ่งชั่วยามสาเหตุหลักที่ชายหนุ่มเลือกใช้ยาเม็ดซ่อนดาราสืบเนื่องมาจากเซียวเล่ยและเซียวหลิงซีเพื่อให้ทั้งสองยังคงปลอดภัย สวะเช่นเซียวยู่หลงยังไม่คู่ควรให้เขาใช้ยาเม็ดซ่อนดารา แม้ว่าชายหนุ่มจะสามารถค้นพบหญ้าซ่อนดาราได้ตั้งแต่วันแรกที่ถือกำเนิดใหม่เขายังคงเชื่อมั่นว่าหญ้าซ่อนดาราเป็นของวิเศษหายยาก ทั่วทั้งทวีปลมปราณฟ้าอาจมีไม่ถึงสิบต้นด้วยซ้ำ

            การทรมานเซียวยู่หลงเพียงเป็นการผ่านทางเท่านั้นชายหนุ่มเพียงแค่อยากสนุกเล็กน้อย ที่ยิ่งกว่าคือเพื่อชดเชยที่ท่านปู่ของเขาและอาหญิงเล็กต้องมาลำบาก…แค่ฆ่าเวลาเล่นๆ เท่านั้น!!

            บุคคลที่เซียวเช่อต้องการฆ่าจริงๆ คือเซียวกวงหยุน! ทว่าแม้จะมีพลังวิเศษที่ได้จากหญ้าซ่อนดารา ชายหนุ่มยังคงไม่สามารถฆ่าเซียวกวงหยุนได้แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเซียวกวงหยุนมีระดับพลังฝีมือเท่าใดแต่หากไม่ใช่คนปัญญาอ่อน เซียวกวงหยุนยังคงมาจากพรรคตระกูลเซียวดังนั้นพลังยุทธ์ของมันสมควรมากกว่าเซียวยู่หลงอยู่หลายขั้นอย่างไรก็ตามแม้เขาจะไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ สักวันชายหนุ่มต้องทำให้ได้…หนี้แค้นครั้งนี้ เซียวเช่อสาบานว่าจะต้องตอบแทนกลับเป็นพันเท่า!!ชายหนุ่มมิใช่เซียวเช่อผู้อ่อนแอและขี้ขลาดอีกต่อไปคนที่มีอิทธิพลตอนนี้คือหยุนเช่อผู้ซึ่งหมิ่นแคลนผู้คนทั่วโลกหล้า!หลังจากการถูกบีบคั้นจนตายของท่านอาจารย์ เขาได้สัตย์สาบานว่าจะกลบฝังทุกผู้คนในตระกูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้!สำหรับบุคคลที่มายุ่งกับคนของเขา เขาสาบานว่าจะทำให้ตระกูลเซียวและเซียวกวงหยุนต้องเสียใจไปตลอดชีวิต

            วิธีที่ชายหนุ่มใช้ในการทรมานเซียวยู่หลงนั้นเหี้ยมโหดอย่างที่สุดขนาดที่สามารถทำให้ผู้ที่พบเห็นสามารถสะดุ้งขวัญผวาเนื่องมาจากฝันร้ายไปอีกเป็นเวลานานทว่าในสายตาของเซียวเช่อนี่ไม่นับว่าเป็นความโหดร้ายอันใดนี่เพียงเป็นราคาที่ต้องจ่ายเมื่อผู้ใดก็ตามบังอาจมาต่อต้านตนเอง!!

             

            ……………………………………………

             

            ขณะนี้ ภายในอาณาเขตตึกตระกูลเซียวสับสนวุ่นวายเสียงสัญญาณเตือนภัยหวีดแหลมตังต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เซียวเช่อคาดไว้…นอกเหนือจากการทรมานเซียวยู่หลงการวางเพลิงเผาตึกภายในตระกูลเซียวล้วนเป็นอีกเหตุผลหนึ่งในการเรียกรวมพลของตระกูล…ภายใต้คำสั่งเรียกรวมตัวเหล่ายามรักษาการณ์ในหุบเขาหลังล้วนต้องกลับไปรายงานตัว

            เป็นดังการคาดการณ์ เซียวเช่อยังเพียงออกเดินได้ไม่กี่ก้าวชายหนุ่มสวนกับยามรักษาการณ์ของตระกูลเซียวทั้งสี่วิ่งแล่นผ่านข้างกายไปอย่างร้อนรนพวกมันวิ่งไปยังทิศทางของตึกตระกูลเซียว

            เซียวเช่อเร่งฝีเท้าของตนเองพร้อมทั้งเปลี่ยนทิศทางไปหุบผาสำนึกผิดภายในเขตภูเขาหลัง

            หุบผาสำนึกผิดเป็นสถานที่คับแคบซึ่งตระกูลเซียวมักใช้เป็นสถานที่ลงโทษผู้คนในตระกูลภายในหุบเขามืดครึ้มอับชื้น ในฤดูร้อนมีความร้อนแทบเผาไหม้ฤดูหนาวเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ทว่าโชคยังดี เนื่องด้วยปากทางเข้าที่คับแคบโอกาสในการหลุดเข้ามาของสัตว์อสูรลมปราณมีไม่มากนัก

            ในความทรงจำของเซียวเช่อมีผู้คนไม่มากนักที่ได้รับการลงโทษให้ถูกคุมขังในหุบผาสำนึกผิดระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดที่เคยมีผู้ได้รับโทษทัณฑ์ ไม่เคยมีใครได้รับเกินสองเดือนอย่างไรก็ตาม แม้เหล่าสมาชิกในตระกูลล้วนทราบว่าเซียวหลิงซีถูกจัดฉากป้ายความผิดพวกมันยังคงต้องการกักขังทั้งสองพ่อลูกกว่าสิบห้าปี…

            สิบห้าปี…ผู้คนหนึ่งคนจะสามารถมีช่วงเวลาสิบห้าปีได้สักกี่ครั้งในช่วงชีวิตหนึ่งเซียวหลิงซีเองเพียงมีอายุได้สิบห้าปีหากนางถูกคุมขังอยู่ภายในตลอดสิบห้าปี เช่นนั้น ช่วงเวลาที่งดงามที่สุดในช่วงชีวิตของนางล้วนต้องถูกใช้ไปในสถานที่มืดครึ้มและโดดเดี่ยว…นี่ช่างเป็นการทนทรมานอย่างโหดร้าย

            เมื่อเซียวเช่อปลดความสามารถล่องหนชายหนุ่มจ้องมองไปยังปากทางเข้าหุบสะท้อนเบื้องหน้าสองมือกำหมัดแนบแน่น…เขาจะยอมให้ท่านปู่และอาหญิงเล็กต้องถูกจองจำในที่แบบนี้ได้เช่นไร…ทว่าตนเองในปัจจุบัน ไม่มีความสามารถอันใดที่จะช่วยเหลือทั้งคู่ได้ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากจ้องมองด้วยความสิ้นหวัง อดกลั้น และเคียดแค้น…

            เซียวเช่อสูดลมหายใจลึกก้าวเดินไปเบื้องหน้า เมื่อไม่ได้ใช้ความสามารถล่องหนสมบูรณ์แบบการก้าวเดินครั้งนี้ย่อมต้องบังเกิดเสียงฝีเท้าขึ้นมา เสียงก้าวเท้าของเซี่ยวเช่อสะกิดความสนใจของเซียวเล่ยภายในหุบเขาชายชรามองมายังเบื้องนอกโดยสัญชาตญาณ ชั่วขณะที่สายตาของมันสบกับเซียวเช่อ เซียวเล่ยกลับกลายเป็นแตกตื่นโดยทันทีพร้อมทั้งร่ำร้องออกมาอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ“ลูกเช่อ!!”

            “อ๊า!!”

            สุ้มเสียงของหญิงสาวที่ฟังดูแตกตื่นดังมาพร้อมกันตามมาด้วยเสียงฝีเท้าก้าวรวดเร็ว เงาร่างของเซียวหลิงซีพลันปรากฏอยู่ข้างกายเซียวเช่อสีหน้าซูบซีดอิดโรย ผมเผ้ายุ่งเหยิงไร้ระเบียบ เมื่อพบเห็นเซียวเช่อหญิงสาวยกนิ้วมือขึ้นปิดริมฝีปากของตนพร้อมทั้งยืนนิ่งงันอยู่กับที่ทว่าชั่วพริบตาต่อมา หยดน้ำตามากมายมหาศาลล้วนพรั่งพรูลงมาจากดวงตาทั้งสองของนาง…

            “เช่อน้อย!” พร้อมกับเสียงตะโกนหญิงสาวพุ่งตัวไปเบื้องหน้าเข้าสู่อ้อมอกของเซียวเช่อ เซียวหลิงซียกสองแขนขึ้นกอดรัดชายหนุ่มแนบแน่นพร้อมทั้งร่ำไห้เสียงดังนางตกอยู่ในความกดดันมาตลอดว่าเมื่อนางต้องถูกคุมขังกว่าสิบห้าปี ทั้งเซียวเช่อเองถูกขับไล่ออกจากตระกูลเซียวนางอาจไม่สามารถพบเจอกับชายหนุ่มได้อีกอย่างน้อยเป็นเวลาสิบห้าปีนางคาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะพลันปรากฏตัวที่เบื้องหน้าตนเองประดุจดังตัวตนจากภาพมายา

            เซียวเล่ยก้าวเดินเข้าใกล้ทั่วทั้งใบหน้าของชายชราอัดแน่นเปี่ยมด้วยความรู้สึก“ลูกเช่อ…เจ้า…เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร? ตระกูลเซียวอนุญาตเจ้ากลับมา?” เซียวเช่อสั่นศีรษะพร้อมตบหลังเซียวหลิงซี “ข้า…ลอบเข้ามาเอง…แต่ท่านปู่โปรดวางใจมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นในตระกูลดังนั้นทุกผู้คนล้วนถูกเรียกกลับไปรายงานตัวไม่มีใครพบเห็นข้า”

            “…” เซียวเล่ยผงกศีรษะชายชราไม่ใส่ใจแม้แต่จะเอ่ยถามว่าเกิดเหตุการณ์อันใดในตระกูลเซียว เซียวเล่ยล้วนหมดหวังในตระกูลเซียว กระทั่งแม้ว่าตระกูลเซียวจะถูกลบหายไปมันคงแทบไม่รู้สึกรู้สาอันใด

            ภายในหุบผาสำนึกผิดมีถ้ำมากมายที่ทั้งลึกและมืดการตบแต่งสถานที่ภายในล้วนเรียบง่ายมีเพียงโต๊ะหินสองสามตัวที่สามารถนับได้ด้วยการปรายตาผ่าน เซียวหลิงซีร่ำไห้จนเหนือการควบคุม เซียวเช่อเองมิได้พยายามหยุดนางชายหนุ่มต้องการให้หญิงสาวได้ปลดปล่อยความรู้สึกทั้งมวล ความเศร้าโศก หวาดกลัวตื่นตระหนก และความวิตกกังวลทั้งหลายจากก้นบึ้งของจิตใจ ไม่เช่นนั้นนางอาจต้องเป็นโรคซึมเศร้าในภายหลังเมื่อหญิงสาวอาจต้องอยู่ที่นี่อีกระยะเวลาหนึ่ง…อย่างไรเสียนางยังเป็นเพียงหญิงสาวอายุสิบห้าปีเท่านั้น

            เมื่อนางหยุดร่ำไห้หญิงสาวสะอึกสะอื้นอย่างรุนแรงจนแทบหมดสติ เซียวเช่อนั่งตรงข้ามกับเซียวเล่ยบนโต๊ะหิน ข้างกายชายหนุ่มสองแขนของเซียวหลิงซีกอดรัดลงบนแขนของเซียวเช่ออย่างแนบแน่นศีรษะของหญิงสาวพิงลงบนอกของชายหนุ่ม นางไม่สนใจว่าเซียวเล่ยยังคงนั่งอยู่ด้านข้างและไม่สนใจจะคลายการยึดจับทั้งสองมือหญิงสาวหวาดกลัวว่าเซียวเช่อจะพลันเลือนหายไปจากโลกของนางอีกครั้ง

            “หลังจากที่พวกท่านถูกนำมาคุมขังที่นี่พวกมันทำอะไรอื่นต่อพวกท่านอีกหรือไม่?” เซียวเช่อถามด้วยความกังวล เซียวเล่ยสั่นศีรษะปฏิเสธพร้อมกล่าวกลั้วหัวเราะว่า“สบายใจเถอะนางเซียนฉู่แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์บอกใบ้ว่านางจะยังคงปกป้องพวกเราจากพรรคตระกูลเซียวก่อนนางจากไปด้วยการหนุนหลังจากอิทธิพลเช่นนี้ พวกมันจะกล้าทำร้ายข้าและลูกซีได้อย่างไร? หากยิ่งรอกระทั่งพรรคตระกูลเซียวจากไป พวกมันยิ่งไม่มีขวัญกล้าพอจะทำได้ อย่างไรซะข้าเองก็ยังมีชื่อเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองเมฆาล่อง ฮ่าๆๆ”

            “ดีแล้ว” เซียวเช่อผงกศีรษะภายในใจของชายหนุ่มลอบขอบคุณอาจารย์ของเซี่ยชิงเยว่อยู่เล็กน้อย

            “เซี่ยชิงเยว่นับเป็นภรรยาที่ดี จนถึงที่สุดนางยังคงไม่ยอมฉีกหนังสือแต่งงานของพวกเจ้า” เซียวเล่ยกล่าวด้วยสีหน้าสลดหดหู่

            “…” เซียวเช่อลอบผงกศีรษะ

            ความเงียบครอบคลุมลงมายังบุคคลทั้งสามชั่วระยะเวลาหนึ่งหลังจากผ่านพ้นหายนะทั้งหลายทั้งมวลในวันนี้ ชะตาของพวกมันทั้งหมดล้วนพลิกคว่ำแม้ว่าพวกมันจะมีคำพูดร้อยพันอัดแน่นอยู่ภายในใจทว่าพวกมันกลับไม่ทราบเริ่มต้นอย่างไรดี… “ท่านปู่ ข้าอยากทราบว่า…”

            “เจ้าอยากรู้ว่าบิดามารดาที่แท้จริงของเจ้าเป็นใครใช่หรือไม่?” เซียวเล่ยกล่าวต่อประโยคด้วยใบหน้านิ่งเรียบ“อืม” เซียวเช่อผงกศีรษะสายตาเพ่งมองไปยังเซียวเล่ย“ข้าเชื่อว่าข้าไม่ได้ถูกเก็บมาโดยบังเอิญ…ท่านปู่ ท่านรู้อะไรบางอย่าง ใช่หรือไม่?”

            เซียวหลิงซีเองยังต้องช้อนสายตาของนางขึ้นมาจับจ้องไปยังเซียวเล่ยเช่นกัน

            เซียวเล่ยจับจ้องมองเซียวเช่อเป็นเวลานานกระทั่งชายชราต้องถอนใจเบาๆ ครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งหลับตาลงอย่างช้าๆ“ข้าเคยคาดว่าความลับนี้จะถูกเก็บซ่อนไว้ตลอดชั่วชีวิตของข้าและไม่อาจมีบุคคลที่สองสามารถล่วงรู้ได้…ตอนนี้ตระกูลเซียวไม่ยอมรับเจ้าเจ้าเองก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ อันที่จริงนี่นับเป็นเรื่องดีการตามหารากเหง้าที่แท้จริงของตน ย่อมถือเป็นภาระหน้าที่ของบุตรหลาน”

            “บิดาที่แท้จริงของเจ้า…แซ่หยุน…”

    คล้ายกับเรื่องอสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods ) ที่คุณอ่าน