ภูติิญญาระดับเทพมายาคือที่สุดในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้
แม้เป็เซียงหลินเก็ยังค่อนข้างที่จะตื่นเต้น
ในบรรดาิญญาประจำตัวด้วยกันเอง
เทพแห่งความบ้าคลั่งอาชูร่าก็ยังถูกจัดไว้อยู่ในระดับต้นๆ ระบบผู้พิชิติญญายังบอกเองเลยว่ามันร้ายกาจเป็อย่างมาก
จากที่ได้สอบถามดูเล็กน้อยแล้ว
เห็นว่าโอกาสเปอร์เซ็นที่จะออกมันน้อยยิ่งกว่าวงล้อก่อนหน้านี้ซะอีก ไม่ต้องไปพูดถึงศักยภาพการเติบโตของมัน ภูติิญญาระดับเทพมายาสามารถวิวัฒนาการขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ยังช่วยให้ผู้ที่มีพัฒนาการที่ไร้ขีดจำกัด มีคุณสมบัติที่แตกต่างไปจากผู้ฝึกฝนิญญาโดยปกติอย่างสิ้นเชิง
ยกตัวอย่างก็ง่ายๆ สมมุติว่าคนนึงมีภูติิญญาระดับEกับอีกคนที่มีภูติิญญาระดับเทพมายา การเป็ผู้ฝึกฝนิญญาก็เทียบกันอย่างไม่ติด
ถึงภูติิญญาระดับเทพมายาจะต้องใช้กระบวนการยกระดับที่เชื่องช้าเป็อย่างมาก แต่ความแข็งแกร่งของมันกลับมากโขไปไกล
"ไม่เลว วงล้อิญญาสุดยอดเป็อย่างมาก"
"ว่าแต่ทำไมััไม่ได้ถึงการเปลี่ยนแปลง?"
เซียงหลินสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับอารมณ์ของตนเอง ขณะเดียวกันก็สำรวจไปทั่วทั้งร่างกาย
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว เขายังไม่ได้เป็ผู้ฝึกฝนิญญาทั้งๆที่มีภูติิญญาระดับเทพมายาแล้ว มันน่าประหลาดใจซะจนเขายังต้องสอบถาม
[เฮ้อ ดูเหมือนโฮสต์จะลืมอะไรไปนะ]
ระบบเมื่อเห็นเขายังมึนงงอยู่ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา โฮสต์ของมันจะโง่เขลากว่าที่คิดไว้ไปหลายร้อยเท่า
[อันที่จริงโฮสต์ยังไม่ได้รับการผสานเลยซักนิด]
[ก่อนหน้านี้ก็ถามไปแล้วว่าจะผสานเลยหรือไม่ แต่ตัวของโฮสต์ก็ยังคงมัวหมกมุ่นอยู่กับชีวะประวัติของเทพอาชูร่าอยู่นั่นแหละ]
คำตอบของระบบได้ทำให้ชายหนุ่มถึงกับต้องผงะไป สีหน้าของเขาดูเขินอายพร้อมกับหัวเราะแห้งๆออกมา
"เหอะๆ เมื่อกี้ไม่นับละกันนะ"
"งั้นเริ่มการผสานได้เลยระบบ"
เซียงหลินกลับมาเคร่งขรึมขึ้นอีกครั้งนึง
ซี่งตัวของระบบเองก็พยักหน้ารับ ถึงมันจะไม่มีใบหน้าหรือร่างกายก็เถอะ
[รับทราบแล้วโฮสต์]
[เริ่มต้นการผสานภูติิญญา]
[ทำการถ่ายโอนภูติิญญาระดับเทพมายา เทพอาชูร่าเข้าสู่ร่างกาย]
ทันทีเมื่อสิ้นคำสั่งของระบบ ภูติิญญาระดับเทพมายาของเทพอาชูร่าก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
ประกายแสงสีดำทมิฬก่อตัวขึ้นที่เื้ั
ร่างเงาผิวสีแทนโผล่ออกมาราวกับภูติผีิญญา มันมีความสูงมากกว่าสามเมตร รูปลักษณ์สูงใหญ่เป็เหมือนกับมนุษย์ทุกประการ
ม่านตาสีส้มเบิกกว้างส่องประกาย เส้นผมสีขาวโพลนตั้งชัน เป็ผู้ที่มีสามเศียรและหกกร เศียรที่หนึ่งใบหน้าจะเกรี้ยวกราด เศียรที่สองหน้าจะยิ้มแย้ม เศียรที่สามตรงกลางจะเป็หน้าเรียบเฉย
แถมยังมีเขาที่โค้งงองอกออกมาทั้งสามหัว แขนทั้งหกข้างเองก็กางสยายออกอย่างยิ่งใหญ่
ตามรอบตัวมีลวดลายโบราณพาดไปทั่ว
เป็สัญลักษณ์ประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายเป็คำพูดได้ บริเวณลำคอก็มีลูกประคำสีส้มที่เรืองรองเจิดจรัส ข้อแขนรวมถึงชิ้นส่วนต่างๆเองก็สวมใส่ชุดเกราะที่ดูแข็งแกร่ง รอบตัวประดับประดาเอาไว้ด้วยเครื่องเรือนโบราณที่น่าทึ่ง
"นะ..นี่คือเทพอาชูร่าใช่ไหม?"
"ตัวของเขาดูน่าเกรงขามมาก!!"
เซียงหลินเงยหน้ามองไปยังด้านหลัง ม่านตาเบิกกว้างดูตื่นเต้นราวกับเด็กน้อยคนนึง
นี่เป็ครั้งแรกเลยที่เขาได้มาเห็นเทพตัวเป็ๆ เป็ทวยเทพที่มีอยู่แต่ในนิทานตำนานปรัมปรา
เป็เพียงแค่เื่เล่าตามความเชื่อต่างๆที่ผู้คนยึดถือกันในอดีต เคารพบูชาพวกเขาโดยที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงไหม
แต่ใครจะไปละว่าเมื่อโลกใต้พิภพได้เชื่อมต่อเข้ากับโลกมนุษย์ ภูติผีิญญารวมถึงสิ่งที่เป็ไปไม่ได้ ทั้งหมดมันได้ถูกหล่อหลอมขึ้นและต้องกลายมาเป็เื่ราวที่แท้จริง โดยเฉพาะกับพวกทวยเทพตามความเชื่อศาสนาต่างๆ พวกเขาได้กลายมาเป็มีตัวตนอยู่จริงในยุคสมัยแห่งนี้แล้ว
ขณะนั้นเสียงของระบบผู้พิชิติญญาก็ได้ดังขึ้นอีกครา
[จริงสิโฮสต์ ภูติิญญาระดับวีรชนและเทพมายานั่นแตกต่างไปจากภูติิญญาระดับอื่นๆ]
[ตัวของผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องเข้ารับการทดสอบจากภูติิญญาประจำตัวของตนเอง]
[ถ้าเกิดว่าโฮสต์ไม่สามารถอดทนหรือผ่านบทเงื่อนไขครั้งนี้ไปได้ ภูติิญญาดังกล่าวจะไม่ยอมรับการผสานและต้องจางหายไปในทันที]
คำพูดของระบบได้ทำให้เซียงหลินต้องพยักหน้ารับอย่างจริงจัง ั์ตาเริ่มหรี่ลงไปด้วยความเคร่งขรึม
ตัวของเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ฝึกฝนพลังิญญาถึงได้ภูติิญญาระดับสูงอยู่น้อย
อันที่จริงตลอดระยะเวลากว่า50ปีมันต้องมีการถือกำเนิดภูติิญญาระดับนี้อยู่มากมาย
ทว่าคนที่รับเลือกมากมายกลับไม่สามารถผ่านบททดสอบของภูติิญญาที่ยิ่งใหญ่พวกนี้ไปได้
ถ้าทำไม่ได้ พวกเขาก็จะสูญเสียทุกสิ่ง
เผลอๆร่างกายรวมถึงจิติญญาที่ว่างเปล่าอาจจะหายไปเลยก็ว่าได้
ทันใดนั้นเศียรที่สามที่อยู่กึ่งกลางของสองใบหน้าก็เริ่มสั่นไหว ั์ตาสีส้มส่องสว่างวาบไปและลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง
จากนั้นบรรยากาศรอบๆตัวในห้วงมิติมืดแห่งนี้ก็แปรเปลี่ยนไป ตัวของชายหนุ่มได้ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาในห้วงจิตใจของตนเอง
โดยที่เบื้องหน้าของเขาคือเทพอาชูร่าที่กำลังยืนกอดอกและจ้องมองมายังทิศทางของเขา พร้อมกับที่เปลวเพลิงสีเทาได้ลุกโชนขึ้นไปทั่วทั้งห้วงมิติ
ขณะที่เหนือหัว้าก็ได้ปรากฏตัวเลขเปลวเพลิงที่กำลังเคลื่อนไหวคดเคี้ยวไปมา มันก่อตัวเป็ระยะเวลาตัวเลขอย่างเด่นชัด
"................?!!"
เซียงหลินััได้ถึงความร้อนแรงที่อยู่รอบตัว เปลวเพลิงที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากเทพอาชูร่าน่าสะพรึงกลัวเป็อย่างมาก มันแตกต่างไปจากเปลวเพลิงที่เขาเคยได้ัั ต่อให้จะเป็ตาเฒ่าเปลวอัคคีที่อาศัยอยู่ในโลกฝึกฝนวรยุทธก็ยังเทียบกันไม่ติด
[ดูเหมือนการทดสอบจะให้โฮสต์อดทนอยู่ม่านเปลวเพลิงพิภพนี้นะ]
[จำกัดระยะเวลาหนึ่งชั่วโมง ถ้าทนไม่ไหวจิตใจของโฮสต์จะพังทลาย การทดสอบจะถูกหยุดลง ภูติผีิญญาของเทพอาชูร่าจะหายวับไปในทันที]
ระบบเมื่อเห็นถึงสถานการณ์ดังกล่าวก็บอกได้ในทันที ไม่คิดเลยว่าบททดสอบของเทพอาชูร่าจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
เพราะม่านเปลวเพลิงดังกล่าวมันไม่ใช่เปลวเพลิงธรรมดาๆ มันคือเพลิงแห่งกฎเกณฑ์อาชูร่า
เปลวเพลิงที่สามารถเผาผลาญภูติผีิญญาร้ายได้ทั้งมวล แล้วสถานะของเซียงหลินตอนนี้ก็คือิญญาที่อยู่ในจิตใจ ััในการแบกรับย่อมมากยิ่งกว่าเดิมไปหลายร้อยเท่า
ถึงเปลวเพลิงอาชูร่าจะไม่ทำให้โฮสต์ของมันตกตายลง แต่มันก็สร้างความเ็ปทรมานให้อย่างมหาศาล ทำให้ต้องถอดใจเลยก็ว่าได้
อย่างที่หลายคนทราบ ในการทดสอบมากมายของภูติิญญาระดับเทพมายา วิธีการของพวกมันก็ย่อมแตกต่างกันไปอย่างแน่นอน
ทว่าส่วนใหญ่แล้วก็จะเกี่ยวข้องกับความอดทนหรือจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ของผู้ที่จะผสาน เื่ราวส่วนใหญ่จะเป็อะไรพวกนี้ทั้งสิ้น
"การทดสอบน่าสนใจดีนิ"
เซียงหลินแสยะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน ถึงทั่วทั้งใบหน้าจะเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่แตกพลั่กก็เถอะ
"แล้วมันยังไงกันละระบบผู้พิชิต"
"ตัวของฉันคือมาร์นะเว้ย"
"หนึ่งชั่วโมงย่อมทนรับได้อย่างสบายๆ"