ตอนที่ 86 เล่นใหญ่ !!
ตอนที่ 86 นี่ก็ผ่านไปกว่าสองชั่วโมงแล้วที่ดนัยยืมรถของยูมิและขับออกไปจนฟ้าเริ่มจะมืดลงบ่งบอกว่าใกล้จะค่ำแล้วแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าดนัยจะกลับมาเลยแถมโทรไปก็ไม่รับอีกด้วยทำให้สองสาวอย่างฮิคาริและยูมิได้แต่รอ ในตอนนี้ฮิคารินั้นตอนนี้กำลังนอนนิ่งๆอยู่บนเตียงโดยมียูมิคอยประคบร้อนและนวดเพื่อบรรเทาอาการปวดขาของฮิคาริ “ไม่นึกว่าวันนึงจะมาเห็นคุณหนูตระกูลซานาดะมานวดขาให้ฉันนะเนี่ย !!” ฮิคาริพูดพลางยิ้มให้ยูมิ “ทำเป็นพูดไปแม่ตัวดีว่าแต่เป็นไงบ้างประคบร้อนแล้วก็ได้ฉันนวดให้แบบนี้พอจะบรรเทาอาการปวดได้บ้างมั้ย” ยูมิถาม “ก็แค่นิดหน่อยน่ะจะให้ได้ผลชะงัดจนสามารถลุกขึ้นเดินทำงานได้ก็ต้องพึ่งสเตียรอยด์อยู่ดี” ฮิคาริตอบ “นี่ฮิคาริฉันยังยืนยันคำเดิมนะว่าฉันอยากให้เธอพัก” ยูมิพูดด้วยความเป็นห่วง “ก็บอกไปแล้วไงล่ะทำไม่ได้” ฮิคาริบอกทันใดนั้นเองดนัยก็กลับมา “กลับมาแล้วไงรอนานมั้ย !!” ดนัยส่งเสียงทักทั้งสองคนพลางเดินเข้ามา “นานมากนี่นายไปไหน....” ฮิคาริกำลังจะบ่นดนัยแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นดนัยถือของบางอย่างเข้ามาด้วย ซึ่งดนัยนั้นหิ้วถุงบางอย่างมาหลายถุงมากจนเต็มไม้เต็มมือไปหมด “เอ่อดนัยคะนั่นคืออะไรเหรอคะ” ยูมิหันไปเห็นของในมือดนัยจึงถามอย่างสงสัย “ก็ของที่จะทำให้ฮิคาริไม่ต้องเดินไปไหนมาไหนนั่งอยู่แต่บนรถเข็นไงครับ” ดนัยตอบ “ของที่จะทำให้ฮิคาริไม่ต้องเดินไปไหนมาไหนงั้นเหรอคะ !!” ยูมิอุสงสัยว่ามันคืออะไรของที่ทำให้ฮิคาริไม่ต้องเดินไปไหนมาไหน “ในถุงนั่นอย่าบอกนะว่าเฝือกไฟเบอร์กลาส” ฮิคาริเห็นสิ่งที่อยู่ในถุงแล่บออกมา “เฝือกไฟเบอร์กลาส...เฝือกพลาสติกงั้นเหรออย่าบอกนะคะว่า !!” ยูมิตาโตเมื่อได้ยินสิ่งที่ฮิคาริพูด “ใช่ผมจะใส่เฝือกให้ฮิคารินี่ผมอุส่าห์ไปเอามาจากโรงพยาบาลเลยนะกว่าจะแอบเอาออกมาแบบไม่ให้คนเห็นได้ลำบากแทบแย่” ดนัยพูด “ดนัยนี่นายขโมยมาจากโรงพยาบาลงั้นเหรอเฝือกไฟเบอร์กลาสพวกนั้นแพงมากนะฉันจะแจ้งจับนาย !!” ฮิคาริพูด “เฮ่ !! เอาจริงดินี่อุส่าแอบไปเอามาช่วยเธอนะ” ดนัยร้องโวยวายกฎหมายในญี่ปุ่นเบาเสียที่ไหนยิ่งคนต่างชาติแบบเขาด้วยแล้วถ้าโดนจับข้อหาลักขโมยในญี่ปุ่นมีหวังถูกทำเรื่องส่งกลับพอดี “เอาล่ะคุณยูมิเรามาช่วยใส่เฝือกให้ฮิคาริกันดี” ดนัยบอกก่อนจะหยิบข้าวของทั้งหมดออกมาซึ่งได้แก่ปลอกผ้ายืด สำลี และเฝือกพลาสติกไฟเบอร์กลาสที่ขโมยมาจากโรงพยาบาล ซึ่งเฝือกพลาสติกไฟเบอร์กลาสนั้นแตกต่างจากเฝือกปูนพลาสเตอร์เป็นอย่างมากเพราะเฝือกพลาสติกไฟเบอร์กลาสมีราคาสูงและน้ำหนักเบาแตกต่างจากเฝือกปูนแถมขั้นตอนการใช้ก็ต่างกันมาก เฝือกปูนนั้นจะต้องค่อยๆพันผ้าลงไปที่บริเวณที่หักก่อนแล้วค่อยหล่อปูนเข้าไปแถมกว่าปูนจะแห้งก็ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 2-3 วันเชียวล่ะแตกต่างจากเฝือกพลาสติกไฟเบอร์กลาสที่มีลักษณะเป็นแผ่นกระดาษอยู่ในซองซึ่งการใช้ก็ง่ายมากแค่สวมผ้ายืดลงไปก่อนแล้วก็แกะพลาสติกไฟเบอร์กลาสออกมาจากซองและพันทับลงไปได้เลย พลาสติกไฟเบอร์กลาสที่พึ่งแกะออกจากซองนั้นจะมีลักษณะคล้ายกระดาษเปียกๆแต่พอเวลาผ่านไปประมาณชั่วโมงนึงมันจะค่อยๆแข็งตัวและมีความแข็งไม่ต่างจากเฝือกปูนเลยที่สำคัญที่สุดน้ำหนักยังเบามากอีกด้วย “นายนี่ก็ช่างคิดนะใส่เฝือกงั้นเหรอเป็นไอเดียที่ดีเลย” ฮิคาริเองก็คิดไม่ถึงว่าจะมีวิธีนี้อยู่ “ใช่มั้ยล่ะส่วนเรื่องอาการขาหักของเธอเอาเป็นกระดูกหน้าแข้งร้าวจากการพลาดล้มตกบันไดก็แล้วกัน” ดนัยสรุปอาหารขาหักของฮิคาริให้เสร็จสรรพ “ก็ดีนะหน้าแข้งร้าวใช้ระยะเวลารักษาประมาณหกเดือนถ้าจะให้เนียนฉันคงต้องให้หมออิจิโนเสะแอบออกใบรับของแพทย์และปลอมภาพเอ็กซ์เรย์ให้หน่อยเสียแล้ว” ฮิคาริพูดก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมือถือที่หัวเตียงมาโทรไปหาหมออิจิโนเสะ “ค่ะหมออิจิโนเสะพอดีมีเรื่องอยากจะรบกวน....” ฮิคาริโทรไปคุยกับหมออิจิโนเสะส่วนยูมินั้นก็เดินมาช่วยดนัยเตรียมของสำหรับจัดการใส่เฝือกปลอมๆให้ฮิคาริหลังจากฮิคาริคุยกับหมออิจิโนเสะเสร็จเธอก็วางก่อนจะบ่นออกมา “เฮ้อ...ฉันต้องซื้อรถเข็นไฟฟ้ามาอีกสินะ” ฮิคาริบ่นออกมาก่อนจะเรียกพ่อบ้านของเธอให้จัดการซื้อรถเข็นไฟฟ้ามาให้ “ได้ครับคุณหนูผมจะเตรียมรถเข็นให้ในหนึ่งชั่วโมง” พ่อบ้านเมื่อได้รับรู้ว่าฮิคาริต้องการอะไรก็รีบไปจัดการให้ หลังจากพ่อบ้านไปแล้วดนัยและยูมิก็ช่วยกันใส่เฝือกให้ขาฮิคาริทั้งสองข้างจนกระทั่งฮิคาริอยู่ในสภาพขยับไปไหนไม่ได้เพราะต้องรอให้เฝือกแห้งจนแข็งตัว “เดี๋ยวพอเฝือกแห้งแล้วฉันจะตัดฝ่าครึ่งออกนะแล้วก็แปะทับด้วยเทปสีขาว” ดนัยบอก “หือทำไมล่ะคะดนัย” ยูมิสงสัย “จะได้ถอดได้ยังไงครับคุณยูมิถ้าถอดไม่ได้ฮิคาริคงลำบากแย่คิดดูสิจะไปอาบน้ำจะไปเข้าห้องน้ำก็ลำบากแถมทำความสะอาดขาไม่ได้ด้วย” ดนัยพูด “อ๊ะจริงด้วยฮิคาริไม่ได้ขาหักจริงนี่นาฉันลืมไปเลย” ยูมิลืมไปว่านี่แค่ใส่เฝือกหลอกเอาไว้เท่านั้น “คุณหนูครับรถเข็นไฟฟ้าที่ต้องการได้แล้วครับ” พ่อบ้านไปจัดการซื้อรถเข็นไฟฟ้าให้ฮิคาริเรียบร้อยแล้วและเมื่อเขาเดินมาในห้องก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ามีบางอย่างอยู่ที่ขาทั้งสองข้างของคุณหนูของเขา “เฝือกพลาสติกน่ะไม่ต้องตกใจตั้งแต่พรุ่งนี้ไปนายคงต้องทำหน้าที่เป็นคนขับรถด้วยแล้วล่ะนะแล้วก็ช่วยไปเตรียมอาหารให้สามที่ด้วยนะฉันหิวจะแย่แล้วเอามาเสริฟที่นี่เลยเพราะฉันคงขยับไปกินที่ห้องอาหารไม่ได้แล้ว” ฮิคาริพูด “เข้าใจแล้วครับคุณหนูอาหารอีกสองที่เป็นของคุณหนูซานาดะแล้วก็คุณสินะครับไม่ทราบว่ามีอะไรที่อยากจะทานหรือเปล่าครับ” พ่อบ้านหันมาถามยูมิและดนัย “ขอเป็นข้าวต้มแล้วกันค่ะ” ยูมิพูดเพราะนี่ก็มืดแล้วเธอจึงไม่อยากกินอะไรที่ย่อยยาก “ผมเอาเหมือนคุณยูมิก็ได้ครับ” ดนัยเองก็ไม่เรื่องมากเพราะถ้าสั่งไม่เหมือนกันมันจะเสียเวลาทำสู้สั่งข้าวต้มเหมือนกันนี่แหละจะได้ทำทีเดียว “ทราบแล้วครับ” พ่อบ้านพยักหน้าก่อนจะไปจัดการเตรียมอาหารสามที่ให้คุณหนูและแขกทั้งสองคนของเขา ยี่สิบนาทีต่อมาพ่อบ้านก็นำอาหารมาเสริฟให้ที่ห้องนอนของฮิคาริซึ่งเฝือกที่ขาของฮิคาริก็ยังไม่แห้งเท่าไหร่นักคงต้องใช้เวลาราวอีกครึ่งชั่วโมงกว่ามันจะแห้ง “จริงสิครับคุณพ่อบ้านพอจะมีเลื่อยไฟฟ้าตัวเล็กๆมั้ยครับผมจะเอามาตัดเฝือกหลังจากมันแห้งแล้ว” ดนัยหันไปถามพ่อบ้านระหว่างกินข้าวต้มอยู่ “น่าจะมีครับเดี๋ยวผมจะไปดูให้แต่ถ้าไม่มีเดี๋ยวผมจะออกไปซื้อให้เพราะไม่ไกลมีห้างที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่” พ่อบ้านเองก็ไม่แน่ใจนัก “ขอบคุณมากครับ” ดนัยพยักหน้า ถึงว่าทำไมพวกคนรวยต้องมีพ่อบ้านประจำตระกูลเพราะมันสะดวกเวลาจะใช้ไปทำเรื่องพวกนี้นี่เอง ดนัยคิดในใจ หลังจากทั้งสามคนจัดการกินข้าวต้มจนอิ่มเฝือกพลาสติกที่ดนัยและยูมิช่วยกันจัดการก็แห้งแล้ว “เอาล่ะแห้งแล้วเดี๋ยวพอคุณพ่อบ้านเอาเลื่อยไฟฟ้ามาให้ก็เริ่มตัดกันเลยส่วนเธออย่าไปถอดออกให้ใครเห็นล่ะ” ดนัยพูด “รู้แล้วน่า” ฮิคาริบอก “คุณยูมิคุณจะกลับไปก่อนก็ได้นะครับเดี๋ยวผมเรียกแท็กซี่กลับเอาเพราะนี่ก็สามทุ่มกว่าแล้วกว่าจะตัดเฝือกเสร็จก็คงเกือบห้าทุ่มพรุ่งนี้คุณเข้าเช้านี้นาส่วนผมน่ะมีผ่าตัดตอนสาย” ดนัยพูดเพราะว่าการตัดเฝือกนั้นเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดเป็นอย่างมากเพราะถ้าตัดพลาดแล้วเข้าเนื้อเป็นเรื่องใหญ่แน่นั่นจึงทำให้การตัดเฝือกต้องใช้ความชำนาญและรีบร้อนไม่ได้ ส่วนดนัยน่ะเหรอชำนาญมากเพราะตอนเป็นแพทย์ฝึกหัดอยู่ที่ไทยเขาไม่เคยได้ผ่าตัดเลยจึงได้แต่ทำงานน่าเบื่ออย่างพวกตัดเฝือกที่ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงเป็นประจำ “มาด้วยกันก็กลับด้วยกันสิคะฉันรอได้ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ยูมิพูดในตอนนั้นเองหมออิจิโนเสะก็เดินเข้ามาพร้อมพ่อบ้านของฮิคาริ “ก็นึกว่าจะเอาใบรับรองแพทย์ของแผนกกระดูกและภาพฟิล์มเอ็กซ์เรย์ของผู้ป่วยหน้าแข้งหักไปทำไมที่แท้ก็แอบเข้าเฝือกกันอยู่นี่เองเป็นวิธีที่นึกไม่ถึงมาก่อนเลยนะถ้านึกได้ก่อนหน้านี้เธอคงไม่ต้องทนเจ็บอยู่ตั้งเป็นสองสามเดือนแบบนั้น” หมออิจิโนเสะพูดพลางยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์และฟิล์มเอ็กซ์เรย์ให้ฮิคาริ “ขอบคุณค่ะหมออิจิโนเสะนี่เป็นความคิดของดนัยเขาน่ะ” ฮิคาริพูด “หมอดนัยนี่เข้าใจคิดดีนะอ่ะแล้วก็นี่สเตียรอยด์คราวนี้ฉันหามาได้แค่สิบหลอดเท่านั้น” หมออิจิโนเสะยื่นหลอดกระเป๋าใบเล็กที่เต็มไปด้วยเข็มฉีดยาที่บรรจุสเตียรอดย์ให้ฮิคาริไป “นี่ครับเลื่อยไฟฟ้าใช่แบบที่คุณหมอต้องการหรือเปล่าครับ” พ่อบ้านหยิบเอาเลื่อยไฟฟ้าขนาดเล็กมาให้ดนัย “ใช้ได้อยู่ครับเอาล่ะฮิคาริเรามาตัดเฝือกกันเถอะ” ดนัยพูดพลางเดินไปเสียบปลั๊กที่หัวเตียง วี๊ด !! เสียงเลื่อยไฟฟ้าเริ่มทำงานก่อนดนัยจะค่อยๆเริ่มตัดเฝือกให้สามารถถอดออกได้ท่ามกลางสายตาของคนในห้องที่ยืนดูอยู่หลายคน วันต่อมา “ฮ้าว...ง่วงชะมัด !!” ดนัยหาวออกมาขณะนั่งดูแฟ้มคนไข้อยู่ในห้องพักศัลยแพทย์ “เป็นอะไรไปหมอดนัยเมื่อคืนเจ็ทแลคเลยนอนไม่หลับเหรอแล้วการผ่าตัดเช้านี้จะไหวมั้ยเนี่ย” หมอมิโฮะถามด้วยความเป็นห่วง “ไหวครับไม่ต้องเป็นห่วง” ดนัยตอบพลางยิ้มให้หมอมิโฮะ “ว่าแต่หมอฮิคาริไปไหนเนี่ยปกติเธอไม่เคยมาทำงานสายนี่นา” หมอมิโฮะพูดพลางดูนาฬิกาที่เกือบจะสิบโมงเช้าแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นเงาของหัวหน้าแผนกศัลยกรรมอย่างฮิคาริทันใดนั้นเองประตูห้องพักศัลยแพทย์ก็ถูกเปิดออกและคนที่เปิดประตูเข้ามาก็คือฮิคาริในสภาพนั่งอยู่บนรถเข็นขาทั้งสองข้างของเธอถูกเข้าเฝือกเอาไว้ “ว้าย !!” หมอมิโฮะกรีดร้องออกมายกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนเปิดประตู “หมอทาเคนากะ !!” หมอยูคิมูระศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจทำตาโต “ตายแล้วเกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย !!” หมอมาสึมิศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกเองก็ตกใจเมื่อเห็นหัวหน้าแผนกของเธออยู่ในสภาพนี้ “เฮ้ย...ฮิคารินี่ขาเธอไปทำอะไรมาเนี่ย !!” ดนัยหันไปมองก่อนจะแกล้งร้องขึ้นมาบ้าง วืด !! ฮิคาริบังคับรถเข็นที่เธอนั่งเข้ามาในห้องพักศัลยแพทย์ทุกคนต่างรีบลุกกรูกันเข้าไปหาฮิคาริ “เกิดอะไรขึ้นคะหมอทาเคนากะทำไมขาคุณถึง...” หมอมาสึมิถาม “ตกบันไดน่ะหน้าแข้งข้างซ้ายร้าวน่ะส่วนข้างขวาดูเหมือนจะหัก” ฮิคาริตอบ “เวรกรรม...ถ้าแบบนั้นทำไมหมอทาเคนากะถึงยังมาทำงานล่ะครับ” หมอยูคิมูระพูด “ก็แค่ขาหักน่านั่งบนรถเข็นฉันก็ทำงานได้ไม่มีความจำเป็นต้องหยุดงานเสียหน่อย” ฮิคาริพูด “เธอนี่ก็น้า...ไม่ระวังตัวเลยเป็นหมอแท้ๆปล่อยให้ตัวเองขาหักได้ยังไงถ้าหมอมาเจ็บป่วยซะเองแบบนี้จะไปรักษาคนไข้ยังไงล่ะ” ดนัยแกล้งบ่นอย่างไม่ค่อยพอใจ ควับ !! ฮิคาริหันมองดนัยพลางถลึงตาใส่ ตาบ้าจะเล่นใหญ่ไปแล้ว !! ฮิคาริคิดในใจ “หมอดนัยจะไปว่าหมอฮิคาริอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะคะมันเป็นอุบัติเหตุนี่หมอฮิคาริคงไม่อยากให้เกิดหรอก” หมอมิโฮะพูด “ใช่มันเป็นอุบัติเหตุน่ะดนัยเอาเป็นว่ามันไม่ส่งผลกับการทำงานของฉันก็แล้วกันทุกคนเองก็ก็แยกย้ายไปนั่งที่เถอะอีกไม่กี่นาทีก็จะถึงการผ่าตัดรอบเช้าแล้วนี่” ฮิคาริแกล้งดูเวลาก่อนจะไล่ทุกคนกลับไปทำงานพอทุกคนไปแล้วฮิคาริก็บังคับรถเข็นของเธอไปที่โต๊ะทำงานของเธอระหว่างนั้นเองอยู่ๆดนัยก็ร้องออกมา โอ๊ย !! ดนัยร้องออกมาจนทำเอาทุกคนหันมามองกันหมดว่าร้องทำไม “อุ๊ย !! โทษทีนะดนัยฉันยังบังคับไม่คล่องเลยเผลอบังคับไปเหยียบเท้าเข้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า” ฮิคาริรีบขอโทษเมื่อทุกคนรู้ว่าที่ดนัยร้องเพราะโดนรถเข็นทับเท้าก็เลิกสนใจกลับไปทำงานกันต่อ หมั่นไส้...เล่นใหญ่ดีนัก !! ฮิคาริคิดในใจและบังคับรถเข็นไปที่โต๊ะของเธอทันที “อูย...ยัยบ้าทับมาได้ฝากไว้ก่อนเถอะ !!” จบ...