ติ๊ง!
‘ขณะนี้รุ่งเช้าแล้วขอเชิญผู้เล่นทุกท่านมารวมตัวกันที่ลานหอนาฬิกาโดยยืนประจำตำแหน่งตามที่ระบบกำหนดไว้ด้วยครับ’
สิ้นเสียงประกาศอันเยือกเย็นผนังห้องด้านหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็ประตูไม้บานเก่าคร่ำคร่าฉันสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะผลักประตูออกไป
แสงแดดเจิดจ้าส่องกระทบตาจนต้องหยีตาลงครึ่งหนึ่งภาพตรงหน้าคือลานกว้างใจกลางหมู่บ้านยุคกลางที่จำลองออกมาได้สมจริงจนน่าขนลุกลมกระโชกหอบเอาขี้เถ้าและกลิ่นอายจางๆ ของเืลอยมาแตะจมูกตรงกลางลานมีหอนาฬิกาหินโบราณตั้งตระหง่าน หน้าปัดของมันกำลังแสดงเวลานับถอยหลังสีแดงฉาน
เมื่อสายตาเริ่มปรับชินกับแสงฉันก็มองสำรวจไปรอบๆผู้เล่นคนอื่นเริ่มทยอยเดินออกจากกระท่อมของตัวเองมาหยุดยืนบนวงกลมเรืองแสงที่จัดวางเป็รูปวงกลมล้อมรอบลานเหนือศีรษะของทุกคนมีตัวเลขยูสเซอร์ 4 หลักลอยเด่นอยู่
บางคนแต่งตัวแปลกแยกหลุดโลกในชุดคอสเพลย์อลังการ...พวกนี้คงเป็ ‘พวกสุลต่าน’ที่เปย์เงินสุ่มกาชาโหมดแฟชั่นตามที่ระบบสร้างขึ้นมาแน่ๆในสถานการณ์ความเป็ความตายแบบนี้ ชุดพวกนั้นดูตลกร้ายชะมัด
‘อ๊ะ...นั่นคือลูกสมุนของฉันสินะ’
ฉันเหลือบไปเห็นเลขยูสเซอร์สีแดงฉานเหนือศีรษะของคนกลุ่มหนึ่งแอบเสียดายที่ตามกฎของเกมนี้ ปีศาจจะไม่สามารถสื่อสารกับลูกสมุนได้ในตอนกลางวันแถมลูกสมุนเองก็จะไม่รู้ด้วยว่าในบรรดาพวกเขาใครคือปีศาจตัวจริงหวังว่าพวกนั้นจะเข้าใจสัญญาณและไม่เล่นเกมแบบผิดที่ผิดทางนะ
นอกจากนี้ฉันยังสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง...มีผู้เล่นบางคนที่มีชื่อบทบาทปรากฏเด่นหราอยู่ใต้เลขยูสเซอร์ซึ่งบทบาทเหล่านี้ไม่มีระบุไว้ในคู่มือเบื้องต้นที่ระบบแจก
เป็ไปตามที่ฉันคาดไว้ไม่ผิดพวกเขาได้รับบทบาทของ ‘นักท่องเที่ยว (Travellers)’ซึ่งตามกฎแล้วจะต้องถูกเปิดเผยตัวตนทันทีต่อหน้าผู้เล่นคนอื่น ๆแต่ความน่ากลัวคือ... เราไม่มีวันรู้เลยว่าไอ้บทบาทที่โชว์อยู่เนี่ยมันอยู่ฝ่ายดีหรือฝ่ายร้ายกันแน่!
“อรุณสวัสดิ์ครับผู้รอดชีวิตทุกท่าน”เสียงของ Master ดังขึ้นจากความว่างเปล่าทรงพลังและดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง
“ตอนนี้ทุกท่านผ่านพ้นค่ำคืนแรกมาแล้วต่อจากนี้ไปในทุกๆ เช้าจะต้องมีการเสนอชื่อผู้ต้องสงสัยเพื่อโหวตปะาชีวิตหรือเนรเทศเพื่อกำจัดคนออกจากเกมอย่างน้อยวันละหนึ่งคนแน่นอนว่าในเช้าวันแรกนี้จะมีการเสนอชื่อหรือไม่ก็ได้แต่ผู้เล่นทุกคนจะมีสิทธิ์โหวตปะาชีวิตได้เพียงคนละหนึ่งครั้งต่อหนึ่งวันเท่านั้น”
ผู้เล่นเริ่มกระสับกระส่ายเสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ Master จะเอ่ยขัดขึ้น
“สำหรับผู้ที่ถูกโหวตปะาหรือถูกปีศาจฆ่าตายในตอนกลางคืน ท่านจะยังคงสถิตอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ในฐานะ‘ิญญา’ สามารถพูดคุยหารือและร่วมวิเคราะห์ได้ตามปกติและมีสิทธิ์ส่งเสียงโหวตได้อีกเพียง ‘ครั้งเดียว’ ตลอดทั้งเกมโดยความสามารถของบทบาทท่านจะสูญสิ้นไปทันทีที่ตาย”
“ส่วนบทบาทนักท่องเที่ยวที่เปิดเผยให้ทุกท่านเห็นกันนี้จะสามารถถูกสังหารหรือโหวตได้เช่นกัน แต่มีข้อแม้ว่า... หากพวกท่านตายระบบจะทำการลบยูสเซอร์ไปอย่างถาวรทันที ไม่มีการเหลือรอดในฐานะิญญา”
“เฮ้ย!แบบนี้พวกเราก็เสียเปรียบน่ะสิ!” หนึ่งในผู้เล่นกลุ่มนักท่องเที่ยวะโขึ้นมาหน้าตาซีดเผือด
“นั่นสิ!แถมบทบาทเราถูกเปิดเผยั้แ่เริ่มเกม ผู้เล่นคนอื่น ๆก็รู้ไต๋หมดว่าพวกเราทำอะไรได้บ้างแบบนี้โอกาสที่พวกเราจะถูกเพ่งเล็งและคัดออกเป็ลำดับแรก ๆ ก็สูงกว่าคนอื่นดิ!”
เสียงอื้ออึงจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเริ่มประท้วงอย่างไม่หยุดหย่อนความกลัวตายเริ่มกัดกินจิตใจของพวกเขา
“ถึงแม้บทบาทและรายละเอียดของนักท่องเที่ยวจะถูกเผยออกมาแต่ระบบได้กำหนดให้ผู้เล่นแต่ละคนเลือกฝักฝ่าย (ดีหรือร้าย) ไว้เรียบร้อยแล้วดังนั้นหากนักท่องเที่ยวถูกกำจัดไปก่อนกำหนดอาจทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบขึ้นมาได้เช่นกัน”
ระบบอธิบายข้อมูลเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเพื่อควบคุมสถานการณ์เมื่อผู้เล่นเริ่มสงบลง ระบบจึงประกาศต่อ
“จากนี้ผมขอประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับบทบาทพิเศษนักท่องเที่ยวทั้ง5 รายชื่อ ได้แก่ยูสเซอร์... [ใส่เลข]ส่วนคำอธิบายบทบาทพิเศษ ผมได้ทำการส่งคู่มือเพิ่มเติมให้ทุกท่านเรียบร้อยแล้ว”
สิ้นเสียงประกาศหน้าต่างระบบสีฟ้าก็เด้งขึ้นตรงหน้าฉัน รายละเอียดของทั้ง 5 บทบาทปรากฏขึ้น ซึ่งพอฉันอ่านจบก็เข้าใจได้ทันทีเลยว่า... ไอ้อาชีพพวกนี้มันคือตัวป่วนชัดๆและควรถูกกำจัดให้เร็วที่สุดหากรู้ว่าอยู่คนละฝ่าย!
เดี๋ยวก่อนนะ...!
หลังจากสมองประมวลผลอย่างรวดเร็วตาของฉันก็เบิกกว้างขึ้น ถ้าบทบาทพิเศษมีทั้งหมด 5 คน แสดงว่าตามสัดส่วนแล้วบทบาทของฝ่ายคนดีในหมู่บ้านปกติจะต้องถูกตัดออกไป 2 บทบาทแน่นอน!
นั่นหมายความว่า...ฉันที่เป็ปีศาจ มีโอกาสที่จะ ‘บลัฟ’หรือแอบอ้างเป็ตัวละครฝ่ายคนดีที่ไม่ได้อยู่ในเกมได้เนียนขึ้น!ถึงแม้จะเสี่ยงไปซ้ำกับบทบาทของคนอื่นที่ซ่อนอยู่ก็ตามตอนนี้ก็เหลือแค่ลูกสมุนของฉันแล้วว่าพวกนั้นจะฉลาดพอที่จะจับจังหวะนี้เล่นงานฝั่งคนดีไหมต้องพึ่งทักษะและการเอาตัวรอดของพวกเขาแล้วล่ะ
นอกจากนี้...บท ‘มือปืน’ ยังดูสะดุดตาฉันเป็พิเศษถ้าระบบสุ่มให้เขาอยู่ฝั่งปีศาจล่ะก็ เกมกระดานนี้คงบันเทิงน่าดู
ฉันเริ่มหรี่ตาลงค่อย ๆกวาดสายตาสังเกตพฤติกรรมของผู้เล่นที่ได้รับบทนักท่องเที่ยวทีละคนเพื่อประเมินสถานการณ์จากที่ดู...นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีท่าทางลนลานและไม่ค่อยเข้าใจในบทบาทของตัวเองนักบางคนยืนเหงื่อตกพลางเปิดหน้าต่างแอปอ่านคู่มือซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด บางคนก็หันไปกระซิบกระซาบถามคนข้างกายด้วยแววตาตื่นตระหนก
ทว่า...มีอยู่คนหนึ่งในกลุ่ม 5 คนนั้นที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
เขาเป็ชายหนุ่มท่าทางสุขุมยืนกอดอกนิ่งอยู่บนวงกลมเรืองแสง แววตาคมกริบคู่ตวัดสำรวจผู้เล่นคนอื่น ๆรอบลานกว้างอย่างใจเย็นรอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยนั่นบ่งบอกถึงความมั่นใจและภาคภูมิใจในบทบาทที่ตัวเองได้รับมาอย่างปิดไม่มิด
‘ถ้าให้ฉันเดา...หมอนี่ต้องเป็ มือปืน แน่ ๆ’
เพราะกติกาของมือปืนคือคนที่มีอำนาจล้นมือสามารถเลือกส่องหัวใครก็ได้ที่บังอาจมาโหวตสวน โดยแทบไม่ต้องแคร์สายตาใครยิ่งถ้าระบบสุ่มให้ชายคนนี้อยู่ฝ่ายร้ายเหมือนกันล่ะก็...จะถือว่าเข้าทางปีศาจอย่างฉันสุด ๆ! ไม่ว่าจะยังไง ฉันต้องหาทางดึงเขาไว้เป็พวกและห้ามให้คนอื่นรุมโหวตฆ่าเขาเด็ดขาด
“หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามผมได้ตลอดเวลา...” เสียง Master ทิ้งท้าย
“แล้วเราจะสามารถใช้สกิลได้ตอนไหน!”นักท่องเที่ยวคนหนึ่งะโถาม เสียงสั่นเครือ
“สำหรับสกิลของนักท่องเที่ยวจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้ครับ ซึ่งส่วนใหญ่ในตอนกลางคืนนักท่องเที่ยวจะได้รับสิทธิ์ในการเริ่มใช้สกิลหลังจากบทบาทปกติของฝ่ายร้ายหรือฝ่ายดีเพื่อส่งผลกระทบต่อกระดานในเช้าวันถัดไปทันที”
‘หึ...บอกหมดเปลือกขนาดนี้ มันไม่เผยไต๋กันไปหน่อยเหรอ’ ฉันคิดในใจ
จริงอยู่ว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ในลานนี้ไม่เคยจับบอร์ดเกมนี้มาก่อนแต่การที่ระบบมาเฉลยไทม์ไลน์การเดินเกมง่าย ๆ แบบนี้ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวตกเป็เป้าหมายของการถูกเพ่งเล็งหนักกว่าเดิม
ตอนนี้ผู้เล่นที่ได้รับบทบาทนักท่องเที่ยวต่างหัวเสียกันไปหมดพวกเขามองหน้าคนที่ะโถามคำถามโง่ๆ อย่างโกรธเคืองเพราะคำตอบของระบบมันเหมือนการชี้โพรงให้กระรอก ส่วนผู้เล่นคนอื่น ๆบางคนเริ่มเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมอย่างพอใจ พวกเขาคิดว่าตัวเองได้แต้มต่อในการจับผิดมาแล้วฝ่ายคนดีนี่ดูแยกแยะได้ง่ายกันสุด ๆ
“หลังจากนี้อีก10 นาที ระบบจะพาทุกท่านเข้าสู่่กลางคืนขอเชิญทุกท่านพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ตามอัธยาศัยครับ”
สิ้นประกาศของMaster ความเงียบอันเยือกเย็นและอึดอัดก็เข้าปกคลุมลานกว้างทันทีทุกคนต่างเริ่มหันมองกันไปมาด้วยสายตาหวาดระแวง คุมเชิงกันอยู่ห่างๆ
สิบนาทีแห่งการจับโกหกกำลังจะเริ่มขึ้น...และในตอนนี้ ยังไม่มีใครกล้าขยับตัว หรือเปิดปากพูดเป็คนแรก