บทที่ 70
แน่นอนว่ามันเป็นเสียงของความตาย เหล่าคนทั้งหมด 50 คนตายลงอย่างไม่ทันได้ร้องออกมาเลยสักคำเดียว จากนั้นภาพก็ตัดกลับมาที่ตัวของผู้นำก่อการร้าย พวกเขาพูดอุดมการณ์ และชักชวนกันมาเพื่อร่วมงานกับพวกเขา ประชาชนส่วนใหญ่ที่ดูความโหดร้ายนี้ถึงกับรับไม่ได้ และขอร้องให้หน่วยงานทางภาครัฐของตัวเองรีบจัดการให้เรียบร้อยตรรกะของพวกคนเหล่านี้มันช่างแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก รัฐบาลหลายๆแห่งรีบดำเนินการในทันที แต่มันก็ยังมีพวกหัวรุนแรงอีกไม่น้อยที่สนใจจะเข้าร่วม แม้แต่ผู้หญิงบางคนก็ต้องการจะเป็นภรรยาของนักรบกลุ่มนี้ มีข่าวถึงขั้นที่หนีออกจากนอกประเทศของตัวเอง เพื่อไปเข้าร่วมกลุ่มเลยทีเดียว (เรื่องนี้อ้างอิงมาจากเรื่องจริงของกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มหนึ่ง หากหาก็จะมีเรื่องราวของหญิงสามคนบนโลกออนไลน์)นทีที่ดูข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้จบลงก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษเลยแม้แต่น้อย แต่เขาจะต้องเร่งรีบดึงคนให้มาเป็นกลาง และใช้งานได้ให้มากที่สุด ในเรื่องของความเชื่อมันไม่เหมือนกับสมัยก่อนแล้วที่จะมาตามล่าแม่มดอะไรอย่างนั้น ทุกคนชอบเรื่องของความเป็นจริงซะมากกว่า เรื่องทงเทพอะไรนั่นมันไม่มีคนที่เชื่อแล้ว ซึ่งกลุ่มของเขาจะต้องเน้นในเรื่องของการพิสูจน์ได้จริงเป็นหลักก่อนเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อที่จะโทรสั่งงาน ก่อนที่จะเดินออกไปขึ้นรถของเขา เพราะเขามีเรื่องที่จะเป็นห่วงครอบครัวของเขาในโลกนี้ แม้จะอยู่ด้วยกันไม่นานเท่ากับบิดาบนโลกเทพ แต่มันก็รู้สึกผูกพันอยู่ไม่น้อย เขาจึงจะเดินทางไปดูความเป็นอยู่ของพวกท่านสักหน่อยนทีเดินขึ้นไปยังรถของตัวเอง และขับมันออกไป ระหว่างทางก็แวะชื้ออาหารการกิน ของสด และสินค้าอื่นๆ เพื่อที่จะได้เอาไปฝากพวกท่านอีกด้วย และจากเวลาที่ดูเขาจะต้องรีบเร่งขับรถแล้ว เพราะตอนนี้มันก็ 17.00 แล้ว และกว่าจะถึง ก็น่าจะประมาณ 18.30 ถ้าใช้ความเร็วคงที่ที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงชีวิตที่เหมือนจะสงบสุขมันไม่เคยมีอยู่จริง และแน่นอนว่ามันจะต้องเกิดขึ้นอีกครั้ง จู่ๆก็มีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขับมากันสองคนก่อนที่คนด้านหลังจะชักอะไรบางอย่างออกมา และนั่นมันก็คือปืนสั้นจากที่ดูๆน่าจะเป็นขนาด 9 มม. เร่งมาที่รถของนทีด้านคนขับปัง!!! ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!! กระสุนดังออกมาหลายนัดติดกัน แต่สิ่งที่โจรพวกนั้นไม่รู้ก็คือ รถของนทีถูกองค์กรเนเมสันดัดแปลงไปเกือบจะทุกๆอย่าง กระจกมันกันกระสุนได้ และด้วยความเร็วของรถที่มันมาก มันทำให้กระสุนที่ยิงมานั้นมันถูกปัดออกไป จนกระสุนนัดสุดท้ายถูกสะท้อนกลับมาที่คนร้ายที่ขับอยู่มันทำให้รถของพวกเขาเสียหลักล้มไม่เป็นท่า ส่วนนทีก็ยอมรับว่าตกใจเล็กน้อย มันมีไม่กี่คนที่กล้าจะมาหาเรื่องเขาโดยตรงอย่างนี้ เขาจอดรถข้างทาง ก่อนจะเดินเข้าไปหาชายสองคนนั้นอย่างไม่ได้รู้สึกกลัวเลยที่พวกเขามีปืน เมื่อรถจักรยนต์ล้มลง พวกโจรสองคนก็รีบลุกขึ้นมายืน และสำรวจความเสียหาย“ฮ่าๆ ไอ้โง่เอ๊ย ... อยู่ในรถก็น่าจะปลอดภัยแล้ว ลงมาหาที่ตายจริงๆ.. ดีงานนี้หวานหมูแล้ว .. แต่ต้องกลับไปด่าไอ่นายจ่ายคนนั้นสักหน่อย ไม่บอกสักคำว่ากระจกรถมันกันกระสุน” มือปืนคนที่ซ้อนรถเอ่ยกล่าวขึ้น เขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก เมื่อเขาเห็นว่านทีเดินเข้ามาอย่างไม่กลัวตายก็ชี้ปืนขึ้นมา ก่อนเหนี่ยวไกไปอีกหลายดอกปัง!!! ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง นทีเดินอยู่เฉยๆ แต่กระสุนมันกลับถูกเบี่ยงออกจากรัศมีตัวของเขาออกไป มันเหมือนว่ากระสุนที่ลอยเข้ามาตรงๆ และเปลี่ยนวิถีกะทันหัน ราวกับมีแม่เหล็กดึงลูกกระสุนไปทางนั้น มือปืนที่เห็นอย่างนั้นก็รีบขยี้ตาของตัวเองก็จะมีเสียงเพื่อนอีกคนกล่าวขึ้นมา“เห้ยไอ้สอง รีบๆซิวะ..เดี๋ยวตำรวจก็จะมาแล้ว เดี๋ยวหนีไม่ทันนะเว้ย” เพื่อนมือปืนกล่าวออกมา เขาหันไปบอกกล่าวกับเพื่อน หลังจากที่เขาพยุงรถขึ้นมาเตรียมจะขับหนี ชาวบ้านที่อยู่ตรงนั้นก็ได้แต่กรีดร้องเสียงดังไปหมด เขาไปหลบอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยกันหมด รถที่อยู่บนท้องถนนต่างก็จอดแล้ววิ่งไปหลบหลังรถกันทั้งหมด มันเป็นการลงมือที่อุกอาดมาก พวกเขาไม่กล้าเสี่ยง“ข้าก็ยิงอยู่เนี้ย เอ็งก็มาช่วยข้ายิงหน่อยสิ มันหลบเก่งชิบหาย!!” มือปืนกล่าวออกมา พร้อมกับบรรจุแม็กกาซีนของปืนใหม่ เพื่อนที่ได้ยินอย่างนั้นก็หยิบลูกโม่ขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างยากลำบาก เพราะเมื่อกี้เหมือนมีกระสุนลูกหลงมากระทบที่แขนซ้ายของเขา เขาหยิบขึ้นมาได้ก็ปลดเชฟตี้ออกก่อนจะยิงไปอีกหลายสิบนัดปังปัง!!! ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!! แน่นอนว่าผลลัพธ์มันก็ออกมาเป็นเหมือนเดิม นทีได้แต่ยิ้มออกมา และเขาก็เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เรื่อยๆ จนมือปืนเห็นเขาก็ได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจทั้งคือ‘ชิบหายละ!!!... กูว่ามันไม่ใช่คนแล้วล่ะ มันเก่งเกินไป จ้างแค่แสนบอกเป็นนักศึกษาธรรมดาทั่วๆไป ถึงตอนนี้ให้ 5 แสนกูว่ากูยังไม่รับงานเลย ถ้ารู้ว่าจะต้องมาเจออะไรอย่างนี้ นทีเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าอยู่ห่างจากตัวของพวกเขาห่างแค่ไม่ถึง5 เมตร ก่อนที่นทีจะทำอะไรอย่าง เขาสะบัดมือซ้าย และมองเห็นในความทรงจำของชายทั้งสองว่าใครเป็นคนจางมันมา“โทนี่?... โทนี่ไหนว่ะ... งงไปหมดแล้วเนี้ย” นทีสบทออกมา ก่อนจะใช้มือด้านขวาปัดลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นไม่นานคอของมือปืนทั้งสองคน ก็ขาดลงตกกระเด็นลงไปกองกับพื้น จากนั้นนทีก็เหมือนปล่อยบอลอะไรสักอย่างออกมาจากฝ่ามือด้านซ้าย เส้นแสงสีขาวขุ่นกระจายออกจากลูกบอลนั้นลอยไปหลายจุด และมันค่อยๆเคลื่อนตัวไปยังผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ทั้งหมดจากนั้นเขาก็หยิบมือถือออกมาโทรออกหา ผบ.ตร. ให้ช่วยจัดการเรื่องนี้หน่อย ก่อนที่เข้าจะเดินกลับไปยังที่รถยนต์ และเข้ารถไปในทันที ก่อนจะปิดประตูรถ นทีทำการดีดนิ้วของเขาเสียงมันก้องกังวานไปทั่ว ผู้คนที่โดนแสงขาวขุ่นนั้นไปก็ฟื้นจากอาการตัวแข็งไปในทันทีป๊อก!!!!!“เอ๊ะ!! เกิดอะไรขึ้น.. รถจักรยานเกิดอุบัติเหตุนี่น้า...” ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็วิ่งกรูกันเข้าไปช่วยเหลือคนที่ประสบภัย แต่สิ่งที่พวกเขาพบเจอก็คือร่างที่ไร้ศีรษะของทั้งคู่ไปแล้ว พวกเขารีบโทรหาตำรวจในทันที พร้อมกับรอยยิ้มของนทีที่กำลังออกรถจากไปจากที่ตรงนั้นไม่นานรถตำรวจก็เดินทางมาถึง ตำรวจในพื้นที่รีบเข้าเคลียร์พื้นที่ในทันที ไม่นานนักก็มีกลุ่มรถสีดำจอดตรงจุดๆนั้นอีกหลายสิบคัน พวกเขาเดินลงจากรถโดยชุดสูทสีดำ อกซ้ายติดเข็มตราสัญลักษณ์องค์กรอย่างชัดเจน พวกเขาคือ เนเมสัน และพวกเขาก็เดินไปแยกคนละทิศคนละทางกล้องวงจรปิด โทรศัพท์ของประชาชนถูกตรวจสอบ และลบคลิปเหตุที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ศพของทั้งสองมือปืนถูกพวกเขาเก็บไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์นี้มันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย