วันแรกของการเริ่มทำงาน วันนี้มาตามาทำงานพร้อมกับบุรินทร์ที่บังเอิญไปทำธุระแถวนั้นพอดี เธอสวมชุดทำงานใหม่ รวบผมเป็มวยแบบง่าย ๆเหน็บดอกเก็ตถวา ที่ยายมาลัยเก็บมาให้เช้านี้
“พี่ว่าลิตาไปพักในรีสอร์ทเลยดีไหมคะ ที่นั้นมีบ้านพักพนักงานด้วยไปกลับแบบนี้พี่เป็ห่วงจัง”
“มาตาเป็ห่วงยายค่ะ ไปกลับแบบนี้สะดวกใจกว่าเลิกงานมาจะได้อยู่เป็เพื่อนยายด้วย อีกอย่าง ระยะทางแค่ไม่กี่สิบโลแค่นี้จิ๊บ ๆ”
“ถ้าอย่างนั้นตอนเช้าขอลุงชิดขับรถมาส่งก็แล้วกันส่วนตอนเย็นถ้าพี่ไม่ติดธุระอะไร พี่จะไปส่งลิตาเอง”
“ไม่รบกวนพี่เมืองดีกว่าค่ะ มาตาจะขับรถมาเอง นะคะ”พูดเสียงอ่อนเสียงหวานก็แล้ว บุรินทร์ยังคงทำหน้านิ่งแบบเดิม เอาวะเพิ่มพลังลูกตาวิบวับไปอีกนิด เดี๋ยวก็คงใจอ่อน
“เอาอย่างนั้นก็ได้ แต่ถ้าวันไหนมีเคสพิเศษ ทำงานล่วงเวลามาตาต้องนอนพักที่นี่ โอเคไหมคะ”
“ค่ะ...ตามนั้น” มาตาพยักหน้าตกลง และหยุดเดินทำให้บุรินทร์ที่เดินตามหลังมาติด ๆต้องหยุดเดินด้วย
“อย่าลืมข้อตกลงเรานะคะ มาตาจะเรียกพี่เมืองว่าพ่อเลี้ยงั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไปขอตัวไปทำงานก่อนนะคะพ่อเลี้ยง”
“ลิตา...เดี๋ยวก่อน ดูสิยัยตัวแสบเอ้ย รีบชิ่งเลยนะ”
เมื่อมาถึงเคาน์เตอร์ทำงานแล้ว ก็พบว่าพนักงานต้อนรับชายคนหนึ่งยืนไหว้บุรินทร์และหันมาส่งยิ้มให้กับเธอ มาตายกมือไหว้เขาก่อนแล้วจึงหันไปมองบุรินทร์
เขารับไหว้ และหันมาแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน
“คุณไผ่ครับ นี่มาลิตา พนักงานต้อนรับคนใหม่ที่จะมาทำแทนคุณนกน่ะครับยังไงก็ฝากด้วยนะครับ”
“ลิตาครับ นี่คือคุณปราโมทย์ หรือคุณไผ่ ฟร้อนท์กะดึกครับพอดีเลยที่ยังไม่ออกเวร ถ้าสงสัยอะไรก็สอบถามคุณไผ่ได้เลยนะครับยังไงก็ต้องส่งเวรกันอยู่แล้ว แล้วเดี๋ยวพี่จะออกมาคุยด้วยนะครับ” มาตาส่งค้อนตามหลังให้กับคนที่ผิดคำพูดไหนเมื่อวานสัญญากับเธอว่าจะไม่เรียกลิตาไง พอหันกลับมาก็เห็นคุณไผ่ส่งยิ้มล้อเลียนมา
“สวัสดีค่ะคุณไผ่ เรียกมาตาก็ได้นะคะคือมาตามาทำพาร์ทไทม์แทนคุณนกนะคะ แค่่ลาคลอดนี้เท่านั้น มีอะไรชี้แนะบอกมาตาได้เลยนะคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ มาตาจะทำให้สุดความสามารถเลยทีเดียว”
“สวัสดีค่ะ ชะนีน้อย เรียกพี่ไผ่ก็ได้นะคะ พี่รับกะดึก แล้วก็มีพี่นารถ นีรนารถ รับ่กะบ่ายนะจ๊ะ อ้อแล้วก็อีกคนก็คือพี่ฝนเธอรับ่กะเช้าเหมือนหนู เดี๋ยวก็คงเข้ามา” พี่ไผ่ คือพี่สาวข้ามเพศที่ดูแลตัวเองดีมาก หุ่นล่ำ หน้าใสกริ๊งนี่ถ้าพี่แก่ไม่พูด ยืนนิ่ง ๆ เฉย ๆ เธอคงจะไม่รู้เลยว่าไม่ใช่ชายแท้
“มาเถอะ เดี๋ยวพี่จะบรีฟงานต่อให้นะ” และแล้วพี่ไผ่ก็พามาตาเข้าสู่โหมดทำงานทันที
ด้วยวันนี้ จะมีคณะนักท่องเที่ยวเข้าพักที่รีสอร์ท โดยจองห้องไว้ทั้งหมด12 ห้อง และจองดินเนอร์ขันโตกอีก 1 มื้อ ทำให้ในรีสอร์ท ตอนนี้พนักงานเตรียมงานกันให้วุ่น
เมืองมนต์รีสอร์ท เป็รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาธรรมชาติภายในรีสอร์ทมีการให้บริการเป็สองโซน ส่วนแรกเป็โซนส่วนตัวประกอบด้วยอาคารที่พัก จำนวน 20 ห้อง กับ บ้านเดี่ยวอีก 3 หลัง ลานกางเตนท์กว้าง ๆสวนหย่อมสวย ๆ สบายตา ส่วนที่สองนั้นบุรินทร์เรียกว่าโซนรับแขกเป็การให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้จองห้องพักแต่สามารถมาใช้บริการได้ มีทั้งร้านสปา ร้านกาแฟ ซึ่งให้บรรยากาศแบบบ้านไร่ปลายดอย และยังมีส่วนของฟาร์มม้าแคระที่บุรินทร์เลี้ยงไว้ทั้งหมดกว่าสิบตัวซึ่งเป็สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่้าหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ เลือกมาพักผ่อนหย่อนคลายกันที่นี่
หลังจากพี่ไผ่ออกเวรไปแล้ว ก็เหลือมาตาอยู่กับพี่ฝน ระหว่างที่มาตากำลังทำความเข้าใจกับงานตรงหน้าอยู่นั้นก็มีหนุ่ม ๆ จากฝ่าย FB (อาหารและเครื่องดื่ม) แวะเวียนมาทักทายอยู่ไม่หยุดด้วยความที่เป็สาวเหนือ และฟังรู้เื่แต่พูดเหนือไม่ค่อยเป็แบบมาตาจึงทำให้หนุ่ม ๆ แถวนี้ถูกอกถูกใจ อู้คำเมืองกันอย่างสนุกสนาน
กริ๊ง ๆ ๆ ๆ เสียงโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์ ดังขัดจังหวะการพูดคุย
“สวัสดีค่ะ เมืองมนต์รีสอร์ท มาลิตา รับสาย มีอะไรให้รับใช้คะ”มาตากรอกเสียงลงไปตามที่พี่ไผ่สอนมา
“มาลิตาเข้ามาหาผมหน่อย ผมจะเอารายชื่อแขกรอบนี้ให้ดูก่อนที่แขกจะเข้า” เอ๊ะ ... ทำไมเสียงแข็งผิดปกติ แถมเรียกชื่อเธอซะเต็มยศ พี่แกอารมณ์เสียอะไรหรือเปล่านะ
“ได้ค่ะพ่อเลี้ยง” วางสายเสร็จก็รีบเดินไปหาบุรินทร์ที่ห้องทันที
หนุ่ม ๆ ที่มาเตร็ดเตร่แถวนี้ พอได้ยินชื่อพ่อเลี้ยงก็สะดุ้งและรีบกลับไปส่วนของตัวเอง
“คิงว่าป้อเลี้ยงกับน้องมาตา มีหยังกันก่อ ผ่อหยังเปิ้นฮู้ว่าเฮามาหาน้องมาตาฟั้งโทรมาตวยหา แค่ได้ยินชื่อป้อเลี้ยง ขนคิงฮาปอลุก”
“คิงก่อว่าไป ป้อเลี้ยงเปิ้นเป็คนจริงจังในก๋านเยี๊ยะก๋าน เปิ้นถ้าจะมีงานด่วนก้า”
ทั้งสองหนุ่มไม่รู้เลยว่าที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก็เพราะว่าบุรินทร์แอบมองมาทางนี้หลายรอบแล้ว แถมเ้าพวกนี้ก็แวบไปแวบมาสลับกันออกมาหามาลิตาหลายรอบแล้ว จนบุรินทร์ทนไม่ไหวต้องโทรขัดจังหวะนั้นเสียก่อน
ภายในห้องทำงานของบุรินทร์ ซึ่งพอวางสายแล้วเ้าตัวก็รีบหยิบกระดาษรายชื่อที่ปริ้นไว้ั้แ่เมื่อวาน ไปวางไว้บนปริ้นเตอร์ทำทีเหมือนพึ่งปริ้นออกมาเมื่อสักครู่นี้เองแล้วหยิบเอกสารรายงานทางการเงินขึ้นมาอ่านรอมาตา
ก๊อก ๆ
“เชิญครับ” อั้นแน่ ทำมาเป็เสียงเข้มเชียว มาตาคิดพลางแอบมองหน้าเขาไปด้วย
“ไหนคะรายชื่อแขก” มาตาอยากได้รายชื่อเร็ว ๆจะได้รีบออกไป ดูเหมือนเขาจะอารมณ์เสียจริง ๆ สินะ ตาขวางเชียว
“เฮ้อ...” บุรินทร์มองหน้ามาตาที่ยังคงไม่รู้ตัวว่าทำให้เขาอารมณ์ร้อนแบบนี้ท่องไว้ นั่นน้อง นั่นน้อง และเธอไม่รู้เื่อะไรด้วย
“อีกครึ่งชั่วโมงแขกจะเข้ามาเช็คอินน์แล้ว เมื่อกี้คุณโชคไกด์ทัวร์พึ่งติดต่อมา เดี๋ยวสักครู่เราค่อยออกไปเตรียมตัวรอนะ” พูดพร้อมกับหยิบกระดาษจากเครื่องปริ้นออกมาให้มาตา
“ค่ะ” มาตารับกระดาษมาอย่างงงๆ
“ในรายการนี้จะบอกว่าแขกคนไหนแพ้อะไรบ้างมีใคร้าอาหารฮาลาลไหม เราต้องมีข้อมูลเบื้องต้นของแขกก่อน จึงจะจัดบริการที่เหมาะสมให้ได้แล้วการสร้างความประทับใจั้แ่ครั้งแรก ถือเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดเดี๋ยวเราก็นั่งอ่านที่นี่ไปก่อนนะ เผื่อมีอะไรสงสัยก็ถามพี่ได้เลย”
มาตารีบเงยหน้ามองบุรินทร์ทันควันแม้ในใจสงสัยในการกระทำของบุรินทร์ แค่อ่านเอกสาร ให้เธอออกไปอ่านข้างนอกก็ได้แต่เธอก็ได้แต่ก้มหน้าอ่านเอกสารที่บุรินทร์เตรียมไว้ให้โดยดี
ผ่านไปสักครู่ บุรินทร์ที่เริ่มปรับอารมณ์ได้แล้ว ก็แอบมองมาลิตาที่นั่งก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอย่างจริงจังเมื่อไหร่กันนะที่เขารู้สึกว่ามาลิตาไม่ใช่แค่น้องสาวอีกต่อไป หรือว่าที่จริงแล้วเขาอาจจะไม่เคยมองเธอแบบน้องสาวมาเลยตลอด เหมือนกับที่เขาเรียกเธอว่าลิตา เพราะจะได้ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
ั้แ่ที่เขาได้รู้จักกับมาตา เขาก็รู้สึกถูกใจเธอมากมาตาเป็คนสนุกสนาน จิตใจดี รักเพื่อน ไม่ห่วงสวย และไม่มีท่าทีจะสนใจเขามากไปกว่าการเป็พี่รหัสของเพื่อนจึงทำให้เขารู้สึกสบายใจที่จะอยู่ใกล้ ๆ เธอและมองเธอแบบนี้
ด้วยการที่เขาและพี่ชายถูกฝึกให้ช่วยทำธุรกิจกับครอบครัวมาั้แ่จบม.6 การที่คน ๆหนึ่งจะเรียนไปด้วยและทำงานไปด้วยเป็อะไรที่หนักหนาสาหัสเลยทีเดียวนั่นจึงทำให้เขาไม่อยากจะสร้างความผูกพันกับใครมากเกินไปเพราะนอกจากเขาจะไม่มีเวลามาดูแลแล้ว เขายังรู้ตัวดี ว่าตัวเองเป็คนบ้างานมากแค่ไหนไม่อยากจะผูกมัดใครให้มาทนกับคนอย่างเขาเขาเลยไม่เปิดใจรับสาวไหนเข้ามาในชีวิตเลยสักคน
โชคดี ที่พี่ชายของเขาเรียนจบกลับมารับ่งานต่อจากพ่อกับแม่แล้วทำให้เขาสามารถทำกิจการที่เป็ของตัวเองได้สักที และตอนนี้ เขาเองก็คิดว่าเป็จังหวะอันดีในชีวิตแล้วเขามีงานที่ค่อนข้างมั่นคง ขาดแต่ครอบครัวที่น่ารักอบอุ่นที่ยัง้าคนมาเติมเต็ม และมาตาก็เป็หนึ่งในตัวเต็งที่เขาล๊อคสเป๊คไว้แล้ว
ต่อจากนี้ไป เขาจะลองเปิดใจตัวเอง ยอมรับคน ๆ หนึ่งเข้ามาในชีวิต แต่ก่อนอื่นต้องตะล่อมถามจีจี้ก่อนเกี่ยวกับเื่ราวของหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาไม่เจอกันมาหลายปี หวังว่าเธอจะยังไม่มีใครหรอกนะ
อีกทั้งเ้าพวก FB กับหนุ่ม ๆ แผนกอื่นที่มาแวะเวียนหาเธออีก เห็นทีเขาคงจะต้องแสดงตนให้ชัดเจนขึ้นอีกนิดก็แล้วกันเ้าพวกนั้นจะได้ไม่มาวอแวกับคนของเขาอีก
“พ่อเลี้ยงมีอะไรหรือเปล่าคะ” มาตาที่รู้สึกได้ว่าถูกมองอยู่เงยหน้ามามองแล้วเอียงคอถามออกเขาไป
บุรินทร์ใเล็กน้อยที่จู่ ๆ มาลิตาก็เงยหน้ามาสบตากับเขาจนคนแอบมองอย่างเขาหน้าขึ้นสีนิด ๆ
“ไม่มีอะไรครับ พี่ว่าเราออกไปเตรียมตัวต้อนรับด้านนอกกันเถอะกรุ๊ปนี้พึ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอเผื่อเวลาบวกลบไว้กับที่แขกแจ้งมาสักสิบนาทีก็จะดี ไปเถอะครับ”บุรินทร์พูดเสียงปกติแล้ว สงสัยเขาคงจะปรับอารมณ์ได้แล้วกระมัง มาตามองหน้าชายหนุ่มผู้มีอารมณ์แปรปรวนคล้ายกับคนวัยทองก่อนจะลุกเดินตามเขาออกไป
ไม่นานนักท่องเที่ยวที่แจ้งไว้ก็มาถึงรีสอร์ทบุรินทร์ลุกขึ้นยืนและกล่าวต้อนรับนักท่องเที่ยว หลังจากนั้นพี่ฝนและมาตาเป็คนมอบพวงมาลัยดอกมะลิพวงยาวๆ สวมใส่คอให้นักท่องเที่ยวทั้งหมด พนักงาน FB ก็เสริฟเวลคัมดริ้งซึ่งเป็น้ำลำไยหวานน้อย ๆ ถูกใจนักท่องเที่ยวเป็อย่างมาก
การรับรองแขกชุดแรกเป็ไปด้วยความเรียบร้อย หลังส่งแขกเข้าที่พักครบทุกห้องแล้ว มาตา พี่ฝนกับบุรินทร์ก็เดินกลับมาที่เคาน์เตอร์พี่ ๆ FB ชมมาตากันใหญ่ว่าเธอสามารถจัดการได้ดีสำหรับการรับแขกชุดแรกของเธอ มาตาพึ่งรู้ว่าการทำงานบริการแบบนี้เป็งานที่เหนื่อย แต่สนุกมากเช่นกัน
วันนี้มีแขกวอร์คอินน์เข้ามาอีก 2 ห้องกว่าเธอจะได้พักก็ปาเข้าไป่บ่าย สรุปแล้ววันนี้ มื้อเที่ยงมื้อแรกในรีสอร์ทของมาตาเธอได้กินตอน บ่ายสองโมงครึ่ง ซึ่งก็คือเวลาเกือบออกเวรของเธอแล้วโชคดีที่แม่ครัวเก็บอาหารไว้ให้พวกเธอเพราะเห็นว่าวันนี้มีแขกเข้าเยอะคงมากินไม่ทันแน่ๆ ส่วนพ่อเลี้ยงบุรินทร์ของทุกคนก็ติดประชุมที่ตัวจังหวัด ั้แ่บ่ายโมงแล้วทำให้มื้อนี้เธอมานั่งกินคนเดียวอย่างอารมณ์ดี
ก่อนเลิกงาน บุรินทร์โทรมาบอกว่าเขาจะให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้านเพราะเขาติดประชุมยังไม่เสร็จ กลัวเธอจะรอนานมาตาแอบดีใจที่ไม่ต้องกลับกับบุรินทร์ เห็นทีพรุ่งนี้เธอจะต้องออกจากบ้านเช้าหน่อยละกันเผื่อบุรินทร์จะเข้ามารับเธอ เธอจะได้บอกว่าออกมาแล้ว
หรือเธอต้องไปขอยืมพระรอดของยายมาสวมไว้ จะได้รอดพ้นจากพ่อตัวอันตราย(ต่อหัวใจ)ผู้ชายวัยทองอย่างพ่อเลี้ยงไปได้