ไป๋ลู่ จอมยุทธข้ามแดนสีชาด

    ตอนที่ 33 เผชิญหน้า

            ร่างหญิงชราที่ปล่อยคลื่นพลังของตนออกเผยไอร้อนบางอย่างมองเห็นด้วยตาเปล่า มวลอากาศเบื้องหน้าของนางบิดเบี้ยวเล็กน้อย ก่อนนางจะก้าวท้าวเข้าหาช้าๆ เบื้องหลังก็มีหน่วยสอดแนมที่หลอมร่างตนเข้ากับกลุ่มเด็กจนทั้งสองนั้น กลมกลืนเข้ากับสภาพผิวผนังถ้ำแล้วค่อยๆ กระจายตัวออกไป 



            ในขณะเดียวกันที่เหล่าอสูรทั้งสอง พึ่งมาถึงก็รีบพุ้งตัวเข้าสังหารเหล่าหน่วยสอดแนมด้วยปราณสัมผัสที่เฉียบคม อย่างบ้าคลั่งแต่สิ่งที่พวกมันคว้ากลับมีเพียงอากาศและแรงเฉื่อยมากมาย ที่ตรึงร่างพวกมันทั้งคู่ให้อยู่นิ่งก่อนจะเกิดแรงกรรโฉก พัดร่างมันทั้งคู่เข้าหาอสูรทากที่ใช้ความพยายามไม่น้อย เพื่อที่จะฟื่นฟูร่างกายหากแต่ไม่เป็นผลเลยแต่น้อย พลังการทำลายของมวลพลังปริศนาขนาดใหญ่ นั้นแม้มิอาจจัดการมัน หากแต่แค่ผิวสัมผัสก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บอีกทั้งแผลเปิดมากมายตามตัว ที่อาวุโสมาใหม่นี้ ทำให้การเคลื่อนไหวของมันที่ช้าอยู่แล้วช้ายิ่งไปอีก  



            "มารวมกันแล้วสินะ ก็ดีข้าจะได้ไม่ต้องไล่เก็บกวาดพวกเจ้า นางเดินเข้าหามวลอากาศบิดเบี้ยวประหลาดเบื้องหน้า เมื่อกายของนางประชิดสัมผัสทะลุออกมา ภาพเบลอๆ เบื้องหน้าอสูรทั้ง สามที่จดจ้องมองร่างหญิงชราก่อนหน้าเปลี่ยนไป 



            ปรากฏร่างใหม่ผิวแห้งกรั่งภาพอาวุโสผู้ใจดี กลับเปลื่ยนไป ผมหงอกขาวรวบรัดด้วยปิ่นเขียวลวดลายดอกไม้ถูกพลังบิดเบี้ยนตรึงไว้ก่อนผมเผ้าที่ปล่อยสยายออกจากหงอกขาวทั้งหัวเมื่อกายผ่าน ม่านบิดเบี้ยวนี้กลับทำให้ร่างชราชันกาย รหงห์ขึ้นราวกับหญิงสาวอีกครั้ง 



            ท่วงท่าย่างก้าว สบายๆ พร้อมไม้เท้าที่ค่อยๆ คลี่ออกดั่งดอกไม้เป็นร่มไม้กางสีเขียวที่ทำจากวัสดีพิเศษลวยลายเส้นทะแยงดั่งเหยี่ยวที่แผดร้อง ร้อยเรียงรอบผ้าใบพร้อมอักขระประทับด้านในผื้นใบทั้งด้านในตัวร่มและด้านนอกในแนวเดียวกัน  ผมเผ้าหงอกขาวทั้งหัวสยายออกแปรเปลี่ยนเฉดสีดำสนิทรวมกันคลี่ออกดั่งคลื่นน้ำน้อยๆ ลากยาวไปถึงช่วงเอว ใบหน้ายิ้มแย้มพิศวงของหญิงชราก็เปลี่ยนไปเป็นหญิงสาวที่สวยสราย์ ไม่ต่างกับฉินซินเลยทุกระเบียดนิ้ว 



            ตึง! เสียงหัวร่มที่อัดกระแทกเข้ากับพื้นจนทะลุเกิดรอยปริแตกขึ้นอย่างรวดเร็ว 



            "ถึงเวลาพวกเจ้าต้องตอบคำถามของข้าแล้ว พวกเจ้าต้องการอะไรจากพวกเรา มนุษย์เช่นพวกเราแม้สู้กับพวกเจ้าบ่อยครั้งทว่า ไม่เคยถึงขึ้นขนฝูงสัตว์อสูรทำลายหมู่บ้านเลยแม้แต่คราเดียว ระยะที่ได้รับรายงานมามากมายจนข้าต้องปวดหัวไล่เก็บกวาดไม่น้อยก็พวกเจ้าที่บ่งการเบื่องหลังเช่นนั้นหรือ? 



            อสูรทาก ในสภาพชายหนุ่มเสื้อโปร่งใสเห็นมวลกล้ามเป็นแผลบาด หลายจุด เริ่มค่อยๆ ชันกายทีทรุดนั่งในสภาพ ชันเข่าข้างนึงดวงตาขมวดเกร็งมองพลังทำลายที่เกือบพรากชีวิตของตน ไปอีกครั้ง หากตนไม่หลบหลังเตาขนาดใหญ่ที่โอบรับความเสียหายทั้งหมดไว้ 



            แต่กลับไร้สิ่งใดปริแตก หรือสัญญาณระเบิดทำลายเหมือนปากถ้ำ ที่แตกละเอียดออกมา  ทว่าเหลือไว้เพียงสิ่งของปริศนาที่ทรงอนุภาพตั้งตระหงานจุดเดิมไม่แม้แต่โอนเอนตามแรงอัดของพลังนี้ หากแต่ดูดกลืนสิ่งที่เข้าหาอย่างบ้าคลั่งจนปราณทำลายล้างนี้หายเหือดไป แทนที่ด้วยเปลวเพลิงที่ ทีแรกสร้างความหวาดกลัวแต่อสูรทากที่ยังจำถึงอิทธิฤทธิ์ แผดเผาร่างแยกของตนที่แบ่งออกด้วยพลังมากกว่าครึ่งส่วน เป็นธุลีอย่างพริบตา 



            สร้างสถานการณ์เฉียดตายเป็นครั้งแรกที่เกิดจากเตาไร้ที่มาสร้างความปั่นป่วนและคลื่นพลังเผาพลาญทุกสรรพสิ่ง กับคลื่นพลังไร้ที่มาที่ตรงเข้าหากวาดสิ่งรอบข้างเป็นฝุ่นธุลี เปิดโพรงถ้ำซ่อนรังภายในกว้างขึ้นด้วยพลานุภาพที่เหนือคนา 



            โดยเฉพาะเด็กน้อยที่นอนลอยตัวไร้สติภายใต้การคุ้มครองของหน่วย สอดแนมที่แฝงครอบกายเข้ากับทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นผิวดิน ผิวพนัง รอยแตกมากมาย ปราณจิตสัมผัสมิอาจมองหากลุ่มคนที่จู่ๆปรากฏเข้าประชิดร่างว่าที่โอสถอสูรร่างแล้ว ร่างเล่านำกลับไปภายใต้การปกป้องของ หญิงชราที่กลายเป็นหญิงสาวไปแล้วตอนนี้ 



            "วรยุทธของแม่นางท่านนี้ช่างสูงล้ำ ข้าอสูรทากขอกล่าวชม ไม่คิดว่าต้องมาเสียทีกับความสามารถเล้นลับเช่นนี้ มันกล่าวพร้อมทำสัญญาณมือบางอย่างเบื้องหลัง ภายใต้แพร่ขนตาสีขาวที่กระพริบครานึง ที่จดจ้องไปไปยังสตรีเบื้องหน้า ไม่หยุดและอดตื่นตลึงกลับคลื่นพลังที่แม้แต่เทียบเท่าหรือเหนือกว่า ตามสัญชาตญาณของนาง 



            ความงามของนางที่สะกดได้แม้แต่อสูรกลับไม่อาจนำเทียบหญิงเบื้องหน้าได้ แม้แต่พลังปราณของหน้าที่กระจายออกอย่างเปิดเผยก็ข่มนางได้เช่นกัน นี้ไม่เท่ากับไม่ทันได้สู้ก็พ่ายแพ้ทั้งภายในและภายนอกเลยอย่างงั้นหรือ? 



            ริมฝีปากที่อวบอิ่ม กัดริมฝีปากแน่นเล็กน้อยร่างทรวดทรงทุกส่วนที่รังสรรค์ขึ้นตามเจตจำนงปรับสัดส่วนเกินตามความคิด ให้เทียบเท่า แต่กายที่สูงกว่าเล็กน้อยส่งเสริมความงามและความโดดเด่น ทันที "ขอขอบใจกับความงามที่แปลกใหม่นี้ เอาเป็นว่าข้าจะไม่ยุ่มย่ามกับพวกเจ้าทั้งสอง เห็นแก่ความงามใหม่ที่ได้มาดลใจยิ่งนัก 



            "โฮะๆ เจ้าพูดได้อย่างกับเจ้าสามารถหนีจากข้าไล่ตามเจ้าหนูนั้นไปได้ แค่พฤติกรรมที่แสดงออกมาข้าก็รู้ แต่มนต์เสน่ห์ระดับนี้ใช้กับข้าไม่ได้หรอก" นางกล่าวพร้อมค่อยๆ เดินเข้าหาอย่างช้าๆ ภายใต้การเพ่งปราณรอบกายทั่วสารทิศ สมาธิทุกอย่างที่ครอบกระจายออกไปด้วยปราณจิตสัมผัสลดแผ่ลงเหลือเพียงรอบกายนางในระยะ 50 ก้าวรอบตัวเพียงเท่านั้น 



             "ไหนๆ เจ้าก็เลียนเเบบกายเนื้อข้าอยู่แล้วเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม ข้าจะถลกหนังของเจ้ามาเป็นชุดคลุมแก้หนาวก็คงจะดีไม่น้อย" นางกล่าวพร้อมยิ้มหลับมุมปากที่ยิ้มร่า ร่างที่ยืนตรงดั่งกระบี่ มวลพลังปราณโอบหมุนเหนี่ยวรังรอบเท้าของนางก่อนกระจายออกพัดพาเศษหินเศษดิน ผงฝุ่นที่ปลิวว่อนไปทั่วออก ให้พื้นที่ต่อสู้ใหม่นี้ดูสะอาดและมองเห็นมากขึ้น 



            เบื้องหน้าร่างหญิงสาวที่ปรับเปลี่ยนรูปร่างมาใหม่ ก้าวเดินเบื้องหน้าหางของนางที่โพล่ออกมาจากสามหางก็แปรเป็นสี่ ก่อนนึงในนั้นจะโอบเอวของนางเลื่อยผ่านร่างโดยมีมือข้างตึงโอบอุ้มลูบไล้เล่น มืออีกข้างก็ชีไล่เลี้ยคางของนาง ขาเรียวยาวข้างนึงถอยก้าวไขว้ขาอีกข้าง 



            "แหมๆ ทำเป็นหวงตัวไปได้ ถ้าข้าจะไปเล่าเจ้าจะหยุดข้าอย่างไร เอาหละพูดให้น้อย ต่อยให้หนักกันดีกว่า แสดงให้ข้าเห็นถึงความสามารถที่กล้ามาเย้ยหยันต่อหน้าข้า ข้าหวังกับเจ้าไว้สูงอย่าทำให้ข้าเบื่อสะก่อนหละ นางกล่าวพร้อมยิ้มร่ากลับด้วยท่าทีหยอกเย้า ยิงฟันขาวใสก่อนกระพริบตาข้างหนึ่งเชื้อเชิญ หญิงสาวตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ  



            ร่างอสูรทั้งสองมองหน้ากันขมวดคิ้วอย่างรู้ความ ถอยหลังเปิดให้ทั้งสองประจัญหน้ากันอย่างเปิดเผย ร่างพวกมันพุ้งตัวไปด้านหลัง อสูรเสือดำพุ้งเข้าหารวมเข้ากับ อสูรทากที่กลายร่างเป็นเหมือกสีใสครอบทั้งร่าง เร่งพลังปราณเฉพาะตัว รักษาทั้งมันเองและอสูรเสือดำหน้าบากก่อนทั้งคู่จะเริ่มเข้าไปในพื้นที่ของตน  



            หัวอู่เหรินเมื่อนางเห็นเส้นทางเบื้องหลังแทนที่อสูรทั้งสองจะเข้าหานางแต่พวกมันกลับเพ่นไปด้านหลังก็รู้ทันที "เส้นทางลับ? นางไม่รอช้าพุ้งกายเข้าหาทั้งสอง ทว่าร่างของนางกลับสัมผัสถึงพลังประหลาด ทั่วอากาศไปแล้วร่างของนาง มิอาจสามารถก้าวไปได้ใกล้กว่านี้ ก่อนจะหยุดลงประจันหน้ากับ อสูรจิ้งจอกที่ยังยืนอยู่กับที พลังกระดิกนิ้วเข้าหาเชื้อเชิญ "คิคิ ผู้ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ เสหมือนการบอกโจทย์ปัญหาให้อีกฝ่ายแก้ หากไม่มีผู้เล่นโจทย์ปัญหาจะถูกแก้ไขได้อย่างไร มันก็ไม่สนุกนะสิจริงไหม"



            นางที่ต้องถอนใจกับความสะเพร่าของนางเอง นางกดไปยังอุปกรณ์สื่อสารบางอย่างพูดพึมพำๆ ภายในก่อนเก็บไป ก่อนจะค่อย ก้าวเดินเข้าหาร่างหญิงสาวที่เสหมือนตนเบื้องหน้าหากแต่โดดเด่นยิ่งกว่า 



            "แล้วเจ้าจะต้องเสียใจ"

    คล้ายกับเรื่องไป๋ลู่ จอมยุทธข้ามแดนสีชาด ที่คุณอ่าน