บทที่ 193 จัดการทั้งหมดรวดเดียว
ด้านหลังมีซูหยวนและหนูขาวรูปร่างประหลาด ด้านหลังก็มีฝูงวานรลมกลายพันธุ์พุ่งเข้ามาด้วยความโกรธ พลธนูทั้งห้าเม้มริมฝีปากแน่น พวกเขารู้ตัวแล้วว่าตนเองถูกลวงมาเพื่อฆ่าทิ้ง
จากที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ล่า กลับเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ถูกล่าแทนเสียอย่างนั้น ทว่า...พวกเขาก็ไม่ได้กลัวเลย ฝูงวานรลมกลายพันธุ์พวกนี้ไม่ใช่ศัตรูของพวกเขาเท่านั้น อีกทั้ง...ตอนนี้ก็สามารถรู้ความลับของจ่าสิบตรีอันซูหยวนได้แล้ว ปรากฏว่าที่เธอสามารถระบุตำแหน่งของพวกกลายพันธุ์ได้ เป็นเพราะเธอมีคู่หูเป็นสัตว์กลายพันธุ์เหมือนกันนี่เอง
ที่ผ่านมา ก็คงจะให้หนูขาวตัวใหญ่นี้ไปตรวจสอบเส้นทางเอาไว้ให้ก่อนนั่นแหละ ไม่อย่างนั้นเธอจะรู้ว่ามีพวกกลายพันธุ์อยู่ตรงไหนจำนวนเท่าไรได้อย่างไร
แม้พวกเขาจะจัดการอันซูหยวนไม่สำเร็จในครั้งนี้ แต่ถ้านำความลับของเธอไปบอกกับหัวหน้าได้ เช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่ถูกลงโทษมากนักแล้ว
แต่แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องมีชีวิตรอดกลับออกไปให้ได้ก่อนล่ะนะ...
ซูหยวนส่งสัญญาณมือ ไม่เสียเวลาพูดคุยกับพวกเขาเลยสักนิด เพื่อทำให้การตายของทั้งห้าเป็นผลมาจากฝูงวานรลมกลายพันธุ์ที่บ้าคลั่ง ซูหยวนจึงกระตุ้นให้พวกมันเร่งมายังทิศทางที่เธออยู่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่จะจัดการพวกมันทั้งห้าก็ยังเป็นเธออยู่ดี
“ออกมาได้แล้ว สุนัขปีศาจ” เมื่อสิ้นเสียง ร่างใหญ่ของสุนัขปีศาจที่ยิ่งใหญ่โตมากขึ้นก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า
ดวงตาของนักธนูทั้ง 5 เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เดิมทีพวกเขาคิดว่าอันซูหยวนได้เป็นทหารพิเศษก็เพราะเธอมีสัตว์เลี้ยงเป็นหนูขาวตัวใหญ่นี้ ทว่า...ที่พวกเขาไม่คิดก็คือ เธอไม่เพียงแค่มีหนูขาวเป็นสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ยังสามารถเรียกสุนัขปีศาจออกมาจากความว่างเปล่าได้ด้วย
นี่มันความสามารถแบบไหนกันแน่!!
“โฮก!!” สุนัขปีศาจที่ไม่ได้ขยับร่างกายมานานก็ขู่คำรามออกมา แรงกดดันของมันมากพอที่จะกระตุ้นความสนใจของจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์ได้ ถึงจะอยู่ห่างออกไปไม่น้อย แต่มันก็หันหน้ามายังทิศทางที่สุนัขปีศาจยืนตระหง่านอยู่แล้ว
“จัดการพวกมันทั้ง 5 แต่อย่ากินศพของพวกมันล่ะ โยนให้ฝูงวานรลมกลายพันธุ์เป็นอาหาร ให้ทำเหมือนเป็นฝีมือของพวกมัน ไม่อย่างนั้นจะถูกสงสัยเอาได้” ซูหยวนออกคำสั่ง
ตั้งแต่ที่มีราชาหนูขาวติดตามตนเอง เจ้าสุนัขทมิฬก็ทำได้แค่กินๆนอนๆในมิติฟาร์มเรื่อยมา นี่เป็นครั้งแรกที่มันจะได้แสดงฝีมือของตน ถ้าไม่ย้ำแผนของตน ซูหยวนก็เกรงว่าเจ้าสุนัขปีศาจจะทำเกินเลยไป
ครั้งนี้ไม่เหมือนกับพวกหนูขาวที่มาจากฟาร์ม เจ้าสุนัขทมิฬมีไอของสารพิษอยู่ทั่วร่าง ถึงแม้ว่ามันจะได้รับสารอาหารจากในฟาร์มจนสามารถขับสารพิษออกไปได้แล้ว ทว่า...มันกลับเลือกที่จะพัฒนาความสามารถของตนเอง โดยยังคงสารพิษเอาไว้ ปรับเปลี่ยนให้เป็นสารพิษที่จะเลือกใช้หรือไม่ใช้ในการโจมตีก็ได้
ความสามารถพิเศษเช่นนี้ช่างน่ายกย่องจริงๆ แม้แต่ราชาหนูขาวลายทองก็ยังอิจฉาที่เจ้าสุนัขทมิฬมีวิธีการต่อสู้ที่เพิ่มมากขึ้น
“เธอ! เธอทำได้ยังไง” หนึ่งในห้าคนนั้นหวาดกลัวมาก สุนัขทมิฬที่พวกเขาเห็นนี้เป็นสัตว์กลายพันธุ์แน่นอน แต่ความแข็งแกร่งของมันเหนือจากสุนัขทมิฬไปไกลมาก
“หรือว่าเธอจะเป็นคนของกลุ่มราชาเสือ!”
“ใช่! เธอต้องเป็นคนของกลุ่มราชาเสือแน่ๆ พวกนั้นก็นิยมที่จะล่าสุนัขทมิฬมาไว้เป็นเครื่องมือในการโจมตีศัตรู! ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเธอเป็นคนของกลุ่มราชาเสือ เธอจะต้องไม่รอดแน่!”
ทหารทั้งห้าคนมีความหวังขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ตอนนี้พวกเขาไม่คิดจะต่อสู้กับคู่ต่อสู้คนนี้อีกแล้ว อย่างไรก็ตาม...พวกเขามีวิธีการจัดการซูหยวนโดยที่ไม่ต้องทำผิดกฎของกองทัพเลยด้วยซ้ำ นั่นก็เพราะ...คนของกลุ่มราชาเสือ หากตรวจสอบพบว่าพยายามเข้าร่วมเป็นทหาร พวกเขาจะถูกกองทัพจับไปและสุดท้ายก็รีดเอาความลับจนกว่าจะตาย!
ตอนนี้พวกเขาแค่ต้องรอดชีวิตแล้วส่งข่าวนี้ให้กองทัพเท่านั้น ถ้าแค่นั้นล่ะก็...นี่ก็ไม่ใช่งานยากอีกต่อไปแล้ว
น่าเสียดายที่ความรู้เกี่ยวกับซูหยวนของพวกเขายังน้อยไป เดิมทีคิดว่ามีแค่สุนัขทมิฬและหนูขาวตัวใหญ่อีก 1 ตัวเท่านั้น ทว่า...โดยที่พวกเขายังไม่ทันขยับตัว ร่างของหนูขาวอีก 5 ร่างก็ปรากฏขึ้นด้านหลังแล้ว
“จี๊ด!”
“อะ อะไร!”
“นี่ก็สัตว์เลี้ยงของเธองั้นหรอ!! สัตว์เลี้ยงทั้งหมด 7 ตัว! มันเป็นไปได้ด้วยหรอ!!” ทหารพวกนั้นร้องเสียงหลง ถ้าแค่ 2 ตัวกับคนอีก 1 คน พวกเขาแยกกันหนี ยังไงก็ต้องมีอย่างน้อย 2 คนที่รอดออกไปได้ เพราะจำนวนของพวกเขาต่างกัน แต่ตอนนี้...อีกฝ่ายมีทั้งหมด 8 ในขณะที่พวกเขามีกันแค่ 5 คนเท่านั้น...
“อย่าเสียเวลา” ซูหยวนโบกมือ เธอยังต้องจัดการฝูงวานรลมกลายพันธุ์อีก จะปล่อยให้พวกมันไปสร้างปัญหาที่กำแพงมากก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นฐานทัพเล็กๆนั่นคงจะถูกทำลายแน่
อีกอย่าง...เธอได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากกองบัญชาการแล้ว ปรากฏว่ากองทัพนี้ได้ส่งคำขอไปที่ศูนย์ใหญ่เพื่อให้ส่งทหารพิเศษเข้าช่วยเหลือ ดังนั้นแผนการที่เธอต้องออกมาจัดการฝูงวานรลมกลายพันธุ์ด้วยตนเองนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะพวกเขานี่แหละ
แม้ว่าฐานะทหารพิเศษจะค่อนข้างพิเศษกว่าคนอื่น ทว่า...ภารกิจของเธอก็พิเศษกว่าคนอื่นๆเช่นกัน
ซูหยวนไม่กล้าให้หนูขาวพวกนี้ลงมือจัดการพลธนูทั้งห้า นั่นก็เพราะศูนย์บัญชาการมีข้อมูลอยู่แล้วว่าเธอเป็นผู้เลี้ยงหนูขาว หากมีร่องรอยของหนูขาวโจมตีวานรลมกลายพันธุ์นั้นไม่เป็นอะไร แต่ถ้ามีร่องรอยว่าพวกมันโจมตีพลธนู เธอจะต้องถูกตรวจสอบแน่
ถึงการเป็นทหารพิเศษจะสามารถฆ่าคนได้ ทว่า...ซูหยวนก็ยังไม่อยากถูกจับตามองในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้
ดังนั้น การปล่อยให้สุนัขทมิฬจัดการพวกมันถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แน่นอนว่าพลธนูทั้งห้านั้นย่อมไม่รู้ความคิดนี้ ถ้าพวกเขารู้ล่ะก็...คงจะวางแผนการได้ใหม่
สุนัขทมิฬเองก็เคลื่อนไหวแล้ว เมื่อได้รับคำสั่งจากคนเป็นนาย มันก็กระโจนออกไป กางกรงเล็บทั้ง 4 ของมัน เป้าหมายคือลำคอและจุดสำคัญของศัตรู
“อย่าคิดว่าจะจัดการพวกเราได้ง่ายๆ!” พลธนูคนหนึ่งพูดออกมา เขาล้วงไปที่กระเป๋าของตนเองเพื่อจะเอาอาวุธลับที่เตรียมมาด้วยจัดการ เดิมทีก็เตรียมเอาไว้เพื่อลงมือกับซูหยวน คิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องเอามาใช้กับสุนัขทมิฬเช่นนี้
“ตาย! อั่ก!!” น่าเสียดายที่เขายังไม่ทันจะใช้อาวุธลับของตนเอง จู่ๆร่างทั้งร่างก็ถูกพันธนาการเอาไว้โดยพืชรูปร่างประหลาด
“อ้อ ลืมบอกไปน่ะ มีหญ้าถุงมือกลายพันธุ์อยู่รอบๆนะ ถ้าเคลื่อนไหวไม่ระวังอาจจะตายได้” ซูหยวนแสร้งทำเป็นนึกขึ้นได้ ทั้งที่ความจริงแล้ว ถุงมือกลายพันธุ์พวกนี้ถูกหลอกล่อมาโดยองค์รักษ์หนูขาวตัวหนึ่ง
มันขุดลงไปใต้ดินเพื่อเชื้อเชิญสิ่งมีชีวิตที่หิวกระหายนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง เช่นนั้นย่อมต้องประสบความสำเร็จแน่นอนอยู่แล้ว พวกพลธนูถูกดึงความสนใจไปโดยฝูงวานรลม และตัวตนของสุนัขทมิฬจนไม่ทันสังเกตว่าใต้เท้าของพวกเขามีการเคลื่อนไหว สุดท้าย....ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะถูกถุงมือกลายพันธุ์จับเอาไว้ได้
“บัดซบเอ้ย! นี่เป็นแผนของแกใช่ไหม!” ดวงตาของนักธนูคนหนึ่งเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธ เขายกคันธนูขึ้นมาเพื่อเตรียมโจมตีซูหยวน แต่สุนัขทมิฬที่พุ่งเข้าไปแล้วจะยอมหรือ?
ฟวับ!!
ด้วยการโจมตีเดียว หัวของนักธนูคนหนึ่งก็ขาดออกจากตัว มันกลิ้งหลุนๆจนเหมือนกับลูกบอล เลือดพุ่งกระฉูดออกมา เป็นภาพที่ดูน่ากลัวไม่น้อย ซึ่งแม้แต่ซูหยวนก็ยังต้องเบือนหน้าหนี
“ฉันบอกแล้วว่าให้ทำเหมือนวานรลมเป็นผู้โจมตี กรงเล็บที่แหลมคมเกินไปจะทำให้มีปัญหาได้” เธอบ่นออกมาเมื่อเห็นแบบนั้น
“...........”
เจ้าสุนัขทมิฬส่งสายตาเหมือนต้องการจะบอกว่า มันเองก็พยายามยั้งมือแล้ว ไม่อย่างนั้นคงจะฆ่าพวกมันตั้งแต่การกระโจนออกไปครั้งแรก ถึงตอนนั้น...ศพของพวกมันคงจะล้มเรียงตัว โดยหัวหลุดออกมาด้วยการโจมตีเดียว ที่ต้องมาไล่เก็บทีละคนๆ ก็เพื่อให้สมจริงเท่านั้น ปล่อยให้พวกมันวิ่งหนีบ้าง ตั้งท่าต่อสู้บ้าง นี่ยังไม่แนบเนียนอีกหรือ?
หากจะบอกว่าอะไรที่เป็นปัญหา ก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะฝีมือของมันดีเกินไป หรือไม่ก็พวกพลธนูเหล่านี้อ่อนแอเกินไปต่างหาก!
ด้านหลังมีเจ้าราชาหนูขาวลายทองที่หัวเราะคิกคัก ตัวมันสามารถเปิดเผยได้ เพราะที่มาไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่เหมือนกับสุนัขทมิฬอย่างตนเองที่มีกลุ่มราชาเสืออยู่เบื้องหลัง ทุกครั้งที่ปรากฏตัวเพื่อจัดการใคร ล้วนแต่ทำให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนของกลุ่มราชาเสือเสมอ
แน่นอนว่ามันเองก็มาจากกลุ่มราชาเสือ ถูกจับตัวมาขังไว้เป็นเวลานาน ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้านายช่วยเหลือออกมา ตอนนี้ก็คงจะเป็นสุนัขหิวโซที่ต้องก้มหัวให้พวกอ่อนแอ หวังว่าจะได้กินอาหารบางมื้อเหมือนเดิม
จะเศร้าใจที่สุดก็คงเป็นการที่มันต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆในชีวิตจริงของเจ้านาย มีแค่ในมิติฟาร์มเท่านั้นที่มันสามารถใช้ฝึกฝนได้ ในขณะที่เจ้าราชาหนูสามารถพาพวกพ้องออกมาได้อย่างต่อเนื่อง แถมยังสามารถเพาะพันธุ์ได้อีก โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมกับมันเหลือเกิน
ดวงตาของสุนัขทมิฬเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันหันไปหาเหยื่ออีก 3 คนที่ยังเหลือ ใช้ความโกรธของตนเองจัดการไปที่ร่างของพวกมันทั้งสามคน คนหนึ่งตัดคอไปแล้ว ดังนั้นคนอื่นๆจะต้องโจมตีที่หลัง หน้าอก หรือทำให้เป็นคนพิการขาจนวิ่งหนีไม่ได้ รอให้พวกวานรลมกลายพันธุ์มาจัดการต่อ
หลังจากที่เอาความโกรธไปลงเล่นกับทั้ง 3 คนแล้ว เจ้าสุนัขทมิฬก็ต้องกลับเข้าไปในฟาร์มต่อ เพื่อไม่ให้ตัวตนของมันถูกเปิดเผย ซูหยวนเข้าใจที่มันเหงาหงอยกลับไปอีกครั้ง รอจนกว่าเธอจะเป็นนักล่าเต็มตัว เมื่อนั้นคงจะพามันออกล่าได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น เวลานี้เธอทำภารกิจเพื่อกองทัพ จึงไม่สะดวกให้มันปรากฏตัว...
“เอาล่ะ รอให้ฝูงวานรลมกลายพันธุ์จัดการร่างของพวกมันก่อน พวกเราค่อยลงมือจัดการ”
ซูหยวนให้สัญญาณกับเหล่าหนูขาวของเธอ แน่นอนว่าเพื่อให้มันแนบเนียนที่สุด เธอยังยิงลูกศรออกไปหลายดอก จัดการวานรลมกลายพันธุ์ได้ 3-4 ตัว จากนั้นก็เอาลูกศรของพวกนักธนูทั้ง 5 ยิงออกไปรอบๆบ้าง ทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขาเองก็พยายามต่อสู้อย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ก็หนีไม่พ้นการจู่โจมที่รุนแรงนี้
โชคดีที่แผนการของซูหยวนราบรื่นดี เธอจัดการวานรลมกลายพันธุ์คลื่นที่ 2 ได้ถึง 14 ตัว แม้ว่าจะหลงเหลือพวกมันอีก 10 กว่าตัว แต่ก็ไม่นับว่าเป็นปัญหาอะไร
หญิงสาวรีบถอยหลังกลับ เก็บพวกหนูขาวเข้าฟาร์มของตนเองแล้วไปรวมกับพลธนูคนอื่นๆ จากนั้นก็ตีหน้าเศร้า เปลี่ยนเป็นท่าทางเคร่งขรึมไม่พูดจาเหมือนก่อนหน้านี้
บรรยากาศรอบๆตัวของซูหยวนเปลี่ยนไป อีกทั้งยังมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนเป็นบางช่วง รวมกับที่ด้านหลังของเธอไม่มีร่างของทั้ง 5 ที่ติดตามไปด้านหลังปรากฏขึ้นมา ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น ... ไม่มีใครถามซูหยวนสักคำ!
“ถอย!” เธอออกคำสั่งสั้นๆแค่นี้ พลธนูที่พยายามยื้อเวลาเอาไว้ให้ได้มากที่สุดวิ่งกันโดยไม่คิดมาก
แค่วานร 17 ตัวตรงหน้าก็นับเป็นเรื่องยากแล้ว ด้านหลังยังมีวานรกว่าสิบตัวพุ่งตามซูหยวนมาอีก ถ้าไม่ถอยต่างหากที่จะเรียกว่าผิดปกติ!
กลายเป็นว่าตอนนี้ ฝูงวานรลมกลายพันธุ์สองคลื่นรวมกันเป็นสามสิบกว่าตัวแล้ว ที่จัดการไปได้มีแค่ 5 ตัว รวมกับที่ซูหยวนจัดการได้อีก 14 ตัวเป็น 19 ตัว ด้วยผลงานระดับนี้ ไม่ถือว่าแย่เกินไปนัก
ฟิ้ว!! ฟิ้ว!!
ลูกศรของซูหยวนเหมือนกับมีดวงตา มันเจาะแทงทะลุลำคอของวานรลมกลายพันธุ์ตัวแล้วตัวเล่า พวกที่วิ่งอยู่ด้านหลังของพลธนูถูกจัดการไปทั้งอย่างนั้น ทำให้พวกเขามีเวลาหายใจหายคอมากขึ้น หลายคนจึงพยายามหันกลับมาเพื่อช่วยเหลือซูหยวนในการโจมตี ทำเอาวานรที่ติดตามเธอมา 10 กว่าตัวนี้ชะงักไปได้บ้าง
ความเร็วของวานรที่ติดตามซูหยวนมามากกว่าปกติ เนื่องจากมันเข้าสู่สถานะคลั่ง ไม่น่าแปลกใจเลยที่นักธนูทั้ง 5 จะถูกจัดการไปทั้งหมดเช่นนี้ ดังนั้นต่อให้พวกเขาจะอยากช่วยซูหยวนมากแค่ไหน ก็ทำได้แค่หลับหูหลับตายิงมั่วๆออกไป โดนบ้างไม่โดนบ้าง แต่ก็ถือว่าช่วยหยุดวานรลมกลายพันธุ์ได้หลายตัวเหมือนกัน
ฝีเท้าของซูหยวนเร็วมาก ถึงจะโจมตีไปด้วย ไล่ตามพวกเขาไปด้วย ก็ยังสามารถนำหน้าพวกเขาได้ในที่สุด ตอนนี้ทุกคนจึงได้รู้ว่าที่ซูหยวนพูดนั้นเป็นความจริง
เธอบอกให้ทุกคนรอที่นี่ ไม่ต้องตามเธอไป นั่นก็เพราะมั่นใจว่าตัวเองจะหนีได้ทันต่างหาก! สงสารก็แต่ 5 คนนั้นที่คิดจะไปช่วย พวกเขาถือเป็นผู้เสียสละโดยที่ไม่จำเป็นจริงๆ หากฟังคำสั่งของจ่าสิบตรีตั้งแต่แรก ก็คงไม่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งทั้งแบบนี้...
………………