เขากอดหล่อนไว้นานจนคิดอยากถามสักร้อยรอบ ว่าเขาเป็อะไร หล่อนไม่สามารถตรัสรู้ได้ว่าเขา้าอะไร ดวงตาคู่กลมมองเห็นแต่ไหล่กว้างๆ ทว่าผู้ชายเก่งกล้าคนนี้เหมือนจะเด็กลงทุกวัน...เห็นเขานิ่งซึมหล่อนจึงยอมแพ้แล้วยื่นมือเข้าโอบกอด
"ท่านเป็อะไร บอกข้าได้ไหม ท่านทำแบบนี้ข้าไม่สบายใจเลยนะ"
ั์ตาสีสดแต่แฝงด้วยความหมองม่น เขาทรุดตัวลงพาหล่อนนั่งตักหันหน้าเข้าหา สปาต้าซบลงกับบ่าเล็กกกกอดหล่อนไว้แแ่เหมือนกลัวจะหนีหาย
"พี่ไม่รู้....พี่ไม่รู้จริงๆ " เขาพูดเสียงอ่อน เหมือนหมดแรง
"โกรธข้ารึ?"
"ไม่"
"น้อยใจข้า?"
"....."
"ท่านรู้ไหมว่าท่านทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจ"
"....."
"เมื่อก่อนท่านใจดีกับข้า ไม่รบเร้า ไม่วุ่นวาย เหมือนต่างคนต่างอยู่ ท่านรู้ไหมว่าเราเปลี่ยนไปขนาดไหน" มือบอบบางลูบหลังแกร่งเบาๆ "ลองคิดย้อนไปเมื่อปีก่อนสิ เราต่างคนต่างอยู่ ใครมีหน้าที่เื่ใดก็ทำไป น้อยนักที่จะปะกัน เราแทบไม่ได้คุยกันนะ สปาต้า" หล่อนกอดเขา เมื่อนึกถึงเื่ราวสมัยที่เขายังเล็ก เด็กชายผู้น้อยต้องทนทุกข์ แบกภาระหน้าที่ของตระกูลเพียงลำพัง สิ่งที่เขามีในตอนนี้คือสิ่งที่เขาแลกมันมาด้วยชีวิต...เขามาถึงตรงนี้โดยที่ไม่ได้มีหล่อนอยู่ด้วย เขายังทำได้เลย ทำไม...หล่อนเป็เพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่พานพบได้ทั่วไป ทำไมเขาต้องทิ้งสิ่งที่เขามีเพียงเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง
"สปาต้า..." หล่อนผละออกจากกายแกร่ง มองเขา "ท่านแปลกไป" ใช่...เขาเริ่มแปลกๆ หล่อนเองก็แปลก...เหมือนมันมีอะไรบางอย่างที่เราสองคนไม่เข้าใจ หรือเราเลือกที่จะไม่เข้าใจมัน...
"พี่แปลก...อย่างไร?" เขาถาม มองร่างเล็กบนตัก มือหนายังกอดรัดไว้ ไม่ให้หนีไปไหน...
"กิริยาท่าน...สปาต้า...ทำไมถึงเป็แบบนี้ ท่านไม่พูดข้าไม่พูด ก็ไม่มีใครรู้ แต่ถ้าข้าพูดฝ่ายเดียวข้าก็ถูกรู้ ฉะนั้นท่านต้องพูดท่านจึงจะถูกรู้ ถูกเข้าใจ ข้าไม่ได้รังเกียจท่านนะ ชีวิตแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรักต่อกัน ก็มีถมไป ท่านให้เกียรติข้า ข้าเองก็เคารพท่าน...." หล่อนตะล่อม ให้เขาเข้าใจ
"พี่รักเ้า โซเฟีย...อย่าไปจากพี่เลยนะ"
"!"
"....."
คำตอบที่เขาได้รับคือความเงียบ จึงได้แต่กอดเรือนร่างบอบบางไว้ ในตอนนี้สปาต้ารู้สึกเหมือนตัวเองเดินอยู่ท่ามกลางหอกแหลม ถึงเขาจะเก่งกาจแค่ไหนแต่เมื่ออยู่กับหล่อนเขาเหมือนเสือไร้คมเคี้ยว เหมือนงูไร้พิษ...เขาจะทำอย่างไรให้หล่อนไม่ดิ้นหนี ให้หล่อนหลงเขา รักเขา มีแต่เขา...ั์ตาคมลุกวาบเมื่อความคิดหนึ่งผุดแล่นขึ้นในหัว...เขาจะปรนเปรอหล่อนทั้งเงินทองและสิ่งของมีค่าในโลก ทั้งความสุข ความปลอดภัย ไม่ว่าสิ่งไหนที่หล่อนอยากได้เขาจะหามาให้...และในที่สุดหล่อนจะหนีจากเขาไปไม่ได้...ขาดเขาไม่ได้ หรือจะรกร้างทั้งเมือง รื้อถอนทุกสิ่งให้หล่อนดินหนีไม่รอด หรือจะตัด กำจัดที่พึ่งทุกด้านให้หล่อนมีที่พึ่งที่เดียว ซึ่งนั่นคือเขาเอง
"....สปาต้า...ข้าไม่ได้จะหนีท่าน" หล่อนจะหนีไปเพียงเพราะเหตุผลกระจิดกระจ้อยนี้ได้ยังไง ที่นั่งหน้างอทั้งวันก็คิดเื่หย่าหรอกหรือ... แต่มันช่วยไม่ได้ มันเป็ทางเลือกของหล่อน ครั้นรู้ซึ้งถึงตัวตนสามีที่รักก็รู้สึกขยาดขึ้นมา หากเขายังมีสิ่งให้น่าหวาดผวาอีก หล่อนคงลอบหนีเขาแต่ย่ำรุ่งไม่สางตา จะได้รอดตัวจากความวิบัติบรรลัยอันใดทั้งมวล
"ข้าไม่หย่ากับท่านเพราะเหตุผลขี้หมูขี้หมาหรอกนะ ข้าจะอยู่เท่าที่ท่านอยากให้อยู่และข้าจะไปถ้าอยู่แล้วเราเป็ทุกข์ ข้าขออย่างเดียวอย่าปิดบัง" หล่อนแสร้งว่าเอาใจ
"ครับ พี่สัญญา" หากเป็่กลางวันหล่อนคงจะเห็นรอยยิ้มร้ายกาจของเขา เขาไม่ปิดบังอะไรถ้าหล่อนถาม...ถือว่าสิ่งที่ไม่ถามคือไม่ได้ปิดบัง... สปาต้าแสยะยิ้มร้าย เขาเหมือนได้โลกทั้งใบมาครอง
โซเฟียรู้สึกเหมือนตัวเองถูกตะล่อมเข้ากรงทองยังไงยังงั้น กะว่าจะต้อนเขาไฉนเหมือนตนโดนต้อนซะเอง
ความรักที่เขาบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันทำให้ใจบางๆ ดวงนี้เริ่มกระสับกระส่าย ถ้าเป็เมื่อก่อน...หล่อนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้เลย หากเขากล่อมคำหวาน ว่ารักกันฉันสามีภรรยาหล่อนอาจตกหลุมพลางเชื่อสนิทใจ แต่ตอนนี้โซเฟียเริ่มรู้ลึกรู้กว้างจนคำว่ารักของเขาอาจเป็เพียงชั่วครั้งคราวไม่ใช่รักนิรันดร์ ฉะนั้นหล่อนควรเผื่อเหตุร้ายที่จะตามมาเสียดีกว่า ไม่ก็หล่อนแค่คิดไม่ตกจนจิตตก คิดมาก จนวิตกจริตไป...ระแวงไปเอง ชีวิตคู่ของใครอื่นเป็เหมือนหล่อนหรือไม่ มันสับสนดูซับซ้อนซ่อนเงื่อน...จะเดินหน้าหรือถอยหลัง จะอยู่หรือไป...
เสียงวังเวงระแนแห่แหนของฝูงสัตว์ ทำเอาร่างหลายร่างสะดุ้งตื่น เหมือนพวกมันวิ่งกระโจนหนีอะไรสักอย่าง จากในดงในเขา สปาต้าลุกพรวดขึ้นข้างๆ หล่อน มือหนาจับผ้าห่มห่อร่างเล็กไว้แล้วยกขึ้นอุ้มออกจากกระโจมไปยังรถม้า ข้างนอกนั้นครึกโครมราวจะทำศึกกัน ทั้งพวกบ่าววิ่งพล่านหาที่หลบภัย บ้างก็เข้าไปหลบซ่อนบนรถม้าขนสิ่งของ ทั้งบ่าวใช้รุดเดินเข้าหานายพร้อมทั้งจับหล่อนไว้ในรถม้า ทุกคนต่างรู้ดีว่ากำลังเผชิญกับอะไรยกเว้นหล่อนผู้เดียว สักพักเมื่อเสียงวิ่งพล่านหยุดเงียบไป เสียงคำรามของสัตว์ใหญ่ก็ดังขึ้นราวเสียงแตรเสียงฆ้องที่ใช้ทำศึก ก่อนจะมีเสียงฟาดฟันกันและเสียงโอดครวญของสัตว์ป่าตามๆ มา ร่างบางได้แต่นั่งตัวชาเย็นเฉียบ ถึงเเม้ผ้าห่มจะห่อกายไว้ก็ไม่ช่วยให้ยางตายอุ่นขึ้นมาได้ หล่อนเคยได้ยินแต่เขาลือกันว่า 'เ้าป่า' ที่ควบป่าน้อยใหญ่ ดูแลพวกพ้องมันในกฎเดียวคือ 'มันผู้ใดแกร่งมันผู้นั้นเป็เ้า' เ้าป่าที่ว่าคือาาของสัตว์ทั้งหลาย พวกคนป่าที่ว่าเถื่อนแล้วยังไม่สู้พวกมัน โเี้ยิ่งกว่าใครในคณา แม้แต่สัญญาพันธมิตรยังไม่อาจมีน้ำหนักพอให้พวกมันเว้นชายเขาตีนดงของอาณาจักรได้ สิ่งที่มนุษย์ทำได้คือเรียนรู้ที่จะปกป้องตัวเอง...
ในแดนที่ใครมิอาจหยั่งรู้ได้...มักมีสิ่งอันตรายล้อมรอบเสมอ เ้าป่าที่เฝ้าป่า คนป่าที่ล่าสิ่งมีชีวิตเป็หลัก และสิ่งลึกลับที่ไม่อาจหยั่งรู้ด้วยกำลังมนุษย์อย่างเราๆ มีเป็เบือ ทั้งที่มนุษย์เป็สัตว์เ้าความคิดเป็สัตว์ผู้สร้างกลับคบคิดทำลายกันเอง มันไม่ต่างจากสิงสาราสัตว์ร้ายเ่าั้เลย อย่างว่า...โลกนี้มันเถื่อน...ยังผลให้สรรพสิ่งไม่ปกติไปด้วย หรือเป็หล่อนที่ผิดแปลกไปจากพวกพ้อง....
เมื่อเสียงห้ำหั่นเงียบลง หัวสามสี่หัวก็หลุบออกมามองว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ภาพเบื้องหน้าคือ สัตว์หลากชนิดนอนเกลื่อนพื้นธรณี กลบด้วยเืเเดงฉาน สิ่งที่หล่อนต้องใคือมันเป็สัตว์แต่ใช้อาวุธเหมือนคน มันมีสี่ขาแต่เดินสองขา เสียงเอะอะโวยวายพลันดังขึ้น หล่อนหันไปมองร่างสูงใหญ่ของสิงโต...มันเดินสองขา ในมือถือหอก ดวงตามันอาฆาตราวจะสาปแช่งพวกคนที่ผูกมันมัดไว้ด้วยเหล็กกล้า นี่น่ะหรือ สิ่งที่สปาต้าและทหารของแผ่นดินต่อสู้กัน ถึงแม้จะได้อ่านมาบ้างแต่เมื่อเห็นกับตาตัวเองแล้วมันใจไม่ดี...
สปาต้ายืนมองสิงโตตัวนั้นอยู่ครู่ ทำท่าทางคล้ายคุยกันรู้เื่ ทันใดนั้นก็ง้างมือถือดาบสวนตัดคอมันอย่างโเี้ เืสาดซัดเข้าใบหน้าคม หล่อนเห็นแล้วแทบล้มทั้งยืน...ใครกันที่โเี้กว่าใคร...หรือไม่มีใครเลย
ขาเรียวอ่อนยวบลงราวหมดแรง ใจดวงน้อยมันยังเต้นผวา มากกว่าสิ่งอื่นใดคือการเห็นสามีของตนในคราบคนโฉด